*/
  • คนดีมีวินัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nard_pm@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2013-09-23
  • จำนวนเรื่อง : 303
  • จำนวนผู้ชม : 485300
  • จำนวนผู้โหวต : 441
  • ส่ง msg :
  • โหวต 441 คน
<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม 2562
Posted by คนดีมีวินัย , ผู้อ่าน : 442 , 09:46:12 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สำรวจฟ้า , rkii โหวตเรื่องนี้

มาเยือน..เฮือนโบราณ" คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) "เชียงใหม่

            มีโอกาสมาเยือนนครเชียงใหม่อีกครา ในบรรยากาศหน้าฝนกำลังมาพอดี หลังจากที่รอให้มลพิษในเชียงใหม่จางหายไปซะก่อน จึงตัดสินใจมาเชียงใหม่ในยามนี้ นานมากแล้วที่ไม่ได้มาเชียงใหม่ มาทุกครั้งก็มีเรื่องราวประทับใจแทบทุกครั้ง หลายปีก่อนมาพบบ้านไม้สักชื่อ "บ้านจันทน์พระพ้อ" เคยเล่าเรื่องราวให้ได้ฟังไปแล้ว มาคราวนี้ ตั้งใจว่าจะมาเยือนบ้านหลังนั้นอีก แต่ทราบว่าได้ปิดให้เข้าชมมาก่อนหน้านี้แล้ว มาเช้านี้ได้มาไหว้พระที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร กำลังจะเดินกลับที่พัก เกิดสะดุดตากับบ้านหลังนี้มาแต่ไกล ดูคล้ายๆบ้านจันทน์กระพ้อ ..จึงตัดสินใจเดินเข้ามามาสอบถามและขอเข้าชม ตามประสาคนสนใจบ้านไทยแบบล้านนาหลังนี้ จึงได้ทราบว่า นี่คือ เฮือนโบราณ "คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) ปัจจุบันกลายมาเป็น ศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา ดูแลโดย คณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มาฟังเรื่องราวบ้านหลังนี้กันครับ

            คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) Khum Chao Burirat (Maha Intra) คำว่า "คุ้ม" หมายถึง ที่พักของเจ้านายฝ่ายเหนือ เดิมเป็นที่พักอาศัยของ เจ้าน้อย มหาอินทร์ ขณะดำรงตำแหน่งเป็น "เจ้าบุรีรัตน์" ซึ่งเป็นตำแหน่งทางการปกครองของหัวเมืองเชียงใหม่ ที่เรียกกันว่า "เจ้าขันห้าใบ" สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นระหว่างปี ๒๔๓๒ - ๒๔๓๖ อายุราว ๑๒๐ ปี

            ขณะเดินออกจากวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จะเดินกลับที่พักแถวถนนราชดำเนิน ผมสะดุดตากับบ้านไม้ ที่เห็นหน้าจั่วเป็นรูปสามเหลี่ยมและมีแนวระเบียงไม้รอบตัวบ้าน ดูแล้วคล้ายบ้านจันทน์กระพ้อ ที่ผมเคยไปเยือนเมื่อหลายปีก่อน เห็นแบบนี้มีหรือจะเดินผ่าน ผมตรงเข้าไปสอบถาม และขอเข้าชมทันที่ จึงได้รู้ว่า นี่คือ คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ หรือ คุ้มกลางเวียง มีค่าเข้าชมเพื่อร่วมบูรณะอาคารหลังนี้ คนละ ๖๐ บาท แต่ถ้าเป็นผู้สูงอายุ จะเก็บแค่ ๑๐ บาท เยาวชนอายุต่ำกว่า ๗ ปี ภิกษุสามเณร เข้าชมฟรี

                 การตั้งคุ้มหลวงในยุคแรกของเมืองเชียงใหม่ จะอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า “ข่วงหลวง” อันเป็นชัยภูมิที่เป็นมงคลตามทักษาเมือง ซึ่งอยู่ทิศเหนือหรือด้านบนของเมือง ได้แก่ อายุเมือง เดชเมืองและศรีเมือง ซึ่งตามประเพณีนิยมนั้นบริเวณดังกล่าวจะอยู่ตั้งแต่ในแนวถนนพระปกเกล้าตอนบนจนถึงวัดสะดือเมือง  นับตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๓๘๓ เมื่อเชียงใหม่เริ่มมีการติดต่อทางด้านป่าไม้กับชาติตะวันตก ซึ่งขณะนั้นได้มีการขยายอาณานิคมเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ กระทั่งปี พ.ศ.๒๔๑๖ เชียงใหม่ได้มีการทำสนธิสัญญาการค้าไม้กับชาติตะวันตกมีบริษัทค้าไม้เข้ามาตั้งกิจการอยู่ในเชียงใหม่อันได้แก่ บริษัทบริติชบอร์เนียว จำกัดและบริษัทบอมเบย์เบอร์ม่า จำกัด

                                                       (ขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา เชียงใหม่)

                  ในช่วงเวลานั้นตรงกับสมัยของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าหลวงเชียงใหม่ องค์ที่ ๗ โดยมี เจ้าน้อย มหาอินทร์ เป็น "เจ้าบุรีรัตน์ "ซึ่งมีอาวุโสและบรรดาศักดิ์รองมาจากเจ้าหลวงเชียงใหม่และเจ้าอุปราช เป็นผู้ดูแลการทำไม้ในขณะนั้น การทำสัมปทานป่าไม้ของบริษัทต่างชาติในสมัยนั้นมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและสถานะทางเศรษฐกิจของเจ้านายเชียงใหม่ เพราะในการทำไม้ของบริษัทต่างชาติเหล่านั้นจะต้องมีการขอความสะดวกจากเจ้านายเชียงใหม่ก่อน

               ความสำคัญของ เจ้าบุรีรัตน์ เจ้าน้อยมหาอินทร์ ราชบุตรคนที่สองของ เจ้าอุปราชพิมพิสาร เป็นบุคคลสำคัญในปลายสมัยของ พระเจ้ากาวิโรรสสุริยวงศ์ เจ้าหลวงเชียงใหม่ องค์ที่ ๖ (พ.ศ.๒๓๙๙ – ๒๔๑๓) ต่อถึงต้นสมัยของ พระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าหลวงเชียงใหม่ องค์ที่ ๗ (พ.ศ.๒๔๑๖ – ๒๔๔๐) เจ้าน้อยมหาอินทร์ได้เคยออกทัพจับศึกกับพวกยางแดงและเงี้ยวหลายครั้งหลายหนและท่านยังเป็นผู้วางแผนปราบพญาผาบ (พระยาปราบสงคราม) หลักฐานสำคัญที่กล่าวถึงบทบาทของเจ้าบุรีรัตน์ ในสมัยของพระเจ้ากาวิโรรสสุริยวงศ์ คือในปี พ.ศ.๒๔๑๒ ซึ่งครั้งนั้นพระเจ้ากาวิโรรสสุริยวงศ์ได้ลงไปเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ กรุงเทพ ได้มอบหมายให้เจ้าน้อยมหาอินทร์และเจ้าบุญทวงศ์อยู่รักษาเชียงใหม่ ในระหว่างนั้นได้เกิดเหตุการณ์ไม่สงบ เจ้าฟ้าโกหล่านเมืองหมอกใหม่ได้ยกทัพมารุกรานเมืองปายซึ่งเป็นเมืองขึ้นของเชียงใหม่ เจ้าน้อยมหาอินทร์และเจ้าบุญทวงศ์จึงได้แก้ปัญหาโดยการแจ้งข้อราชการขอความช่วยเหลือไปยังเจ้านครลำพูนและลำปางให้ช่วยยกทัพมาสมบทกับทัพของเชียงใหม่ หลังจากนั้นอีกไม่นานเจ้าน้อยมหาอินทร์ก็ถึงแก่กรรมลง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัวจึงทรงแต่งตั้ง เจ้าราชภาคินัย เจ้าน้อยแก้วมุงเมือง ขึ้นเป็น เจ้าบุรีรัตน์ แทน

                                         (ขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา เชียงใหม่ และน้องแวว ที่พานำชมบ้านหลังนี้)

            สภาพภายนอกของบ้าน คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ ไม้ด้านนอกที่ต้องตากแดดตากฝน มีสภาพทรุดโทรมตามกาลเวลา มองเห็นหลังคากระเบื้องสีอิฐที่ทำขึ้นใหม่ คล้ายแบบเดิม และเรือนหลังเล็กที่สร้างเพิ่มเติม เป็นห้องครัวและห้องน้ำที่อยู่ด้านหลังของตัวบ้านหลังใหญ่  มีสำนักงานและบ้านพักของผู้ดูแล ที่ทำขึ้นใหม่ภายหลัง  

            ต่อมานางบัวผัน นิกรพันธ์ (ทิพยมณฑล) ได้ซื้อต่อจากเจ้าบุษบา ณ เชียงใหม่ (ภริยาเจ้าน้อยชมชื่น ณ เชียงใหม่) และเป็นมรดกตกทอดมาจนถึงญาติคนปัจจุบันคือคุณเรียงพันธุ์ ทิพยมณฑล (บุตรีนางบัวผันและเป็นน้าสาว ของอาจารย์จุลทัศน์ กิติบุตร) วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2544 ตระกูลกิติบุตรและทิพยมณฑล ได้มอบอาคารคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ มหาอินทร์ ให้กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ใช้เป็นที่ทำการของศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา ภายใต้การดูแล และดำเนินงานของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มช.

           ระเบียงไม้โดยรอบตัวบ้าน เมือเดินขึ้นบันไดไม้จากด้านล่างขึ้นมาแล้ว จะมองเห็นประจำยามดอกไม้สีขาว แขวนหมุนไปมา ดูแล้วมีชีวิตชีวา สร้างความเด่นให้กับบ้านไม้หลังนี้ให้โดดเด่นขึ้นอย่างมาก ระเบียงไม้ลวดลายเรียบๆ งดงาม รับกับหลังคากระเบื้องที่ลาดต่ำลงมาสอดคล้องกลมกลืนเข้าด้วยกันอย่างดี

            ข้อดีของระเบียงไม้ที่สามารถเดินได้รอบตัวบ้าน ทำให้ภายในบ้านโปร่งเย็นสบาย ลมเข้ามาได้รอบทิศ ในสมัยก่อนที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ บ้านหลังนี้จึงเย็นสบายโดยไม่ต้องมีเครื่องปรับอากาศเหมือนสมัยนี้ ผมชื่นชอบระเบียงไม้แบบนี้มากๆ ที่เดินชมห้องต่างๆของบ้านได้สะดวกสบายดูไม่ลึกลับ หรืออึดอัดเหมือบ้านทั่วๆไป แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาของช่างไม้โบราณที่ชาญฉลาด สร้างบ้านให้มีสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติได้อย่างลงตัว แม้จะเป็นบ้านกึ่งปูน กึ่งไม้ก็ตาม

            ห้องนอน และเตียงนอนที่ทำด้วยไม้ มีมุ้งบางๆกันยุง และมีโต๊ะทำงานของเจ้านาย เจ้าของบ้าน ดูสมถะ เรียบง่าย สบายๆ ถามน้องแววที่นำชมว่า ท่านนอนคนเดียวหรือ เพราะดูเตียงจะเล็กและไม่ได้ใหญ่โตหรูหราอะไร   จะมีห้องของภรรยาและลูกๆ อยู่ถัดไปห้องข้างๆนี้เอง

             ข้างเตียง จะมีโต๊ะวางสิ่งของเล็กๆอยู่ข้างเตียง มีแจกันดอกไม้ และตะเกียงน้ำมันเล็กๆ วางอยู่ บอกถึงชีวิตเจ้านายในสมัยนั้นดำรงชีวิตแบบเรียบง่าย เครื่องนอนก็เป็นฟูกบางๆมีผ้าปู และหมอนสีขาว  เวลานอนก็กางมุ้ง ซึ่งสมัยนี้ไม่มีแล้ว ท่านใดมีลูกๆน่าจะพามาชมและให้เห็นว่าคนสมัยก่อนเขาอยู่ง่าย กินง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ ไม่เปลืองพลังงานแบบที่เราใช้ชีวิตในยุคนี้

              ผมประทับใจห้องพระ ที่อยู่ติดด้านหน้าของตัวบ้านติดกับห้องนอน ดูสงบเงียบ เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่บ้านนี้ จะมากราบไหว้ และนั่งสมาธิได้ มู่ลี่ดอกรัก ที่บานประตู ดูยิ่งทำให้ห้องพระโดดเด่น ดูขรึม สงบเงียบ และเรียบง่ายอย่างมาก

             ข้างห้องนอน จะมีประตูอีกบานเปิดเข้าไปยังห้องภรรยาและลูกๆ  ที่อยู่ถัดไปได้ ของประดับในห้องมีเพียงตู้เก็บของมีค่า หีบใส่ผ้า และของสำคัญของเจ้าของบ้านที่ยังเก็บรักษาไว้ให้ชมอีกด้วย 

          ช่องลมที่ติดกับหลังคา ทำแบบไม้ระแนงง่ายๆรอบแทบทุกห้อง เพื่อให้ลมลอดผ่านได้ ระบายความร้อนในตัวบ้าน ทำให้บ้านนี้เย็นสบายแทบทุกห้อง ประตูหน้าต่างเปิดรับลมได้จากทุกทิศ นี่เป็นเสน่ห์ของเรือนไม้แบบล้านนา ที่ยังคงรักษาไว้ให้คนรุ่นหลังไปเรียนรู้

             ขอบคุณ น้องแวว เจ้าหน้าที่ต้อนรับ ที่นำชมบ้านหลังนี้ทุกซอกทุกมุม และเล่าเรื่องราวความเป็นมาของ คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ แห่งนี้อย่างน่าสนใจ และยังบริการน้ำดื่ม ผ้าเย็น และยังทำหน้าที่เป็นช่างภาพให้อีกด้วย 

            โครงหลังคาของบ้านทำด้วยไม้ ลายฉลุใต้หลังคา โค้งรับกับตัวเสาของบ้าน สวยงาม เรียบง่าย ลงตัวอย่างน่าทึ่ง 

               ขอบคุณที่ได้มาเยือน บ้านไม้โบราณหลังนี้  "คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) " เปิดให้ชม อังคาร - เสาร์ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๗.๐๐ น. ปิดทำการวันจันทร์  ค่าเข้าชม คนไทย ๖๐ บาท , ต่างชาติ ๑๒๐ บาท (ผู้สูงอายุ เกิน ๖๐ ปี ๑๐ บาท) นักเรียน นักศึกษา ๑๐ บาท เยาวชนอายุต่ำกว่า ๗ ปี , คนพิการ และภิกษุสามเณร ชมฟรี     http://www.lanna-arch.net/

 

               ก่อนอำลาบ้านหลังนี้..น้องแวว เชิญชวนให้ถ่ายภาพมุมนี้ไว้เป็นที่ระลึก...แรกๆก็รู้สึกเขินๆ แต่พอภาพออกมา สวยงามถูกใจมาก ขอบคุณน้องแววมากๆครับ ที่ถ่ายภาพนี้ให้

             มองจากสนามหญ้าด้านหน้า..จะเห็นอาคารหลังใหญ่ของ คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ หลังนี้ได้เต็มตา หลังคารูปจั่วสามเหลี่ยม ทั้งด้านหน้าและด้านข้าง เรือนไม้ชั้นบน รองรับด้วยตัวตึกปูนชั้นล่าง มีเสารายรอบ มีคานปูนโค้งรับกับตัวเสาแต่ละต้น ทำให้บ้านนี้แข็งแรงทนทาน ยืนยาวมาจนวันนี้ แม้จะได้รับการบูรณะซ่อมแซมมาแล้ว แต่ยังคงรักษาสภาพเดิมไว้ได้อย่างดีเยี่ยม

              มาเชียงใหม่ครั้งใด...อย่าลืมแวะมาเยือนเฮือนโบราณล้านนาหลังนี้กันนะครับ ช่วยกันอนุรักษ์สถาปัตยกรรมล้านนา ให้คนรุ่นหลังได้ภาคภูมิใจ และภูมิปัญญาช่างไม้ที่สร้างสรรค์บ้านไม้หลังนี้ให้ได้ชื่นชมตลอดไปครับ

                                    ขอขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา เชียงใหม่ และน้องแวว ที่พานำชม คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ หลังนี้มากๆครับ

 

                    **



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
คนดีมีวินัย วันที่ : 01/06/2019 เวลา : 07.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nard
ธรรมชาติของชีวิต..คือ..ชีวิตธรรมดา

ขอบคุณ คุณสำรวจฟ้าครับ คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ อยู่ในการดูแลของคณะสถาปัตยกรรมฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คนดีมีวินัย วันที่ : 01/06/2019 เวลา : 06.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nard
ธรรมชาติของชีวิต..คือ..ชีวิตธรรมดา

ขอบคุณ คุณRkii ครับ บ้านที่มีสถาปตยกรรมงดงามแบบนี้ ควรอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้อย่างยิ่งครับ

ความคิดเห็นที่ 2 คนดีมีวินัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 31/05/2019 เวลา : 11.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

มีหน่วยงานดูแลรับผิดชอบคุ้มหลังนี้คงจะอยู่ได้อีกนานเท่านาน

ความคิดเห็นที่ 1 คนดีมีวินัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rkii วันที่ : 31/05/2019 เวลา : 10.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rkii

สวัสดีครับ ผมชอบบ้านทรงนี้มากๆ สวยงามน่ารักษาไว้ให้รุ่นหลังๆได้ชม @ นิ่ง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน