*/
  • อ๊อด-เมืองแป้
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : songkran658@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-06-28
  • จำนวนเรื่อง : 4
  • จำนวนผู้ชม : 26332
  • จำนวนผู้โหวต : 2
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
วันจันทร์ ที่ 28 มิถุนายน 2553
Posted by อ๊อด-เมืองแป้ , ผู้อ่าน : 5457 , 12:51:53 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ติวเข้มพ่อแม่ รับมือลูกก้าวสู่วัยรุ่น


เมื่อลูกกำลังก้าวย่างเข้าสู่การเป็น "วัยรุ่น" วัยที่พ่อแม่หลายๆ คนกังวล และลำบากใจ เพราะจะเลี้ยงดูอย่างไรไม่ให้ลูกเข้าไป เกี่ยวพันกับสารพันปัญหาของวัยรุ่น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในสังคมปัจจุบัน ทั้งเรื่องยาเสพติด ทะเลาะวิวาท มั่วสุม พฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม

นายสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก เสนอวิธีการเตรียมพร้อมรับมือกับลูกวัยรุ่น ที่จะช่วยให้พ่อแม่เลี้ยงดูลูกได้อย่างไร้ความกังวล และเข้าใจในตัวลูกมากขึ้น

* เตรียมตัว เตรียมใจ รับมือกับความเปลี่ยนแปลงของลูก


ในความเป็นจริง หลายๆ พฤติกรรมที่วัยรุ่นทุกวันนี้เป็น หรือแสดงออกนั้นเป็นพัฒนาการตามวัยปกติของวัยรุ่น แต่ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการ ที่ผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็กวัยรุ่นไม่เข้าใจพัฒนาการของพวกเขา หลายคนยังใช้วิธีการดูแลลูกเสมือนลูกยังเป็นเด็กเล็ก เมื่อลูกไม่เชื่อฟังเหมือนตอนยังเล็ก ทำให้พ่อแม่หลายคนอาจจะยอมรับไม่ได้ และกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างผู้ใหญ่กับเด็กในที่สุด เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่สำคัญมาก สำหรับการดูแลเด็กวัยรุ่นก็คือ พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ ที่ดูแลเด็กต้องเข้าใจพัฒนาการของเด็กวัยรุ่น และเตรียมตัวเองสำหรับการเปลี่ยนแปลง ในตัวลูกที่กำลังจะเกิดขึ้น

* เตรียมลูกเรื่องการดูแลร่างกายให้เหมาะสม


ในช่วงวัยรุ่น ทั้งเด็กหญิงเด็กชายจะมีการเปลี่ยนแปลง ด้านร่างกายซึ่งเป็นผลมาจากฮอร์โมนเพศ ทั้งรูปร่างทรวดทรง อวัยวะส่วนต่างๆ ที่จะบ่งบอกความเป็นเพศหญิงเพศชายชัดเจน สิ่งสำคัญอันดับแรกที่พ่อแม่ผู้ปกครอง ต้องเตรียมตัวลูกคือ การดูแลสุขอนามัยของตนเอง เนื่องจากฮอร์โมนเพศที่ไม่ได้ใช้ จะถูกขับออกมาตามรูขุมขนตามผิวหนัง ถ้าหากบริเวณที่เป็นซอกมุมอับ ในร่างกายอับชื้นจะเป็นอาหารของแบคทีเรีย ส่งผลให้บริเวณนั้นมีกลิ่น ที่ไม่พึงประสงค์ เช่น เด็กผู้ชายจะต้องทำความสะอาดบริเวณซอกรักแร้ และบริเวณขาหนีบ และถุงอัณฑะให้สะอาด และแห้งอยู่เสมอ ในขณะที่เด็กผู้หญิงต้องทำความสะอาดบริเวณซอกรักแร้ และบริเวณอวัยวะเพศเช่นกัน

นอกจากนี้พ่อแม่ยังต้องเตรียมความพร้อมลูกชาย เรื่องการมีน้ำสีขาวขุ่นๆ ออกมาจากอวัยวะเพศซึ่งเมื่อก่อนไม่เคยมี โดยอาจจะบอกถึงสาเหตุที่มาว่า เป็นเพราะในช่วงนี้ร่างกายจะผลิตอสุจิออกมามากจนอาจล้นถุงเก็บ จนบางครั้งอาจมีอสุจิไหลปนเปื้อนออกมา พร้อมปัสสาวะ รวมถึงบอกวิธีดูแลตนเอง หากเป็นลูกสาวพ่อแม่ก็ต้องเตรียมความพร้อม เรื่องการมีประจำเดือนว่าควรจะดูแลตนเองในช่วง ที่มีประจำเดือนอย่างไร


* เตรียมลูกให้รู้เท่าทันอารมณ์เพศ

ในช่วงวัยรุ่น ทั้งเด็กหญิง และเด็กชายมีปฏิกิริยาตอบสนอง ต่อการกระตุ้นเร้าทางเพศมากเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นวัยที่ฮอร์โมนเพศทำงานมากที่สุด หากเป็นเด็กผู้หญิงมักมีอารมณ์เพศ เมื่อถูกกระตุ้นเร้าผ่านทางผิวหนังบางส่วน เช่น ต้นขา ลำตัว หน้าอก ริมฝีปาก เพราะฉะนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองควรจะอธิบายให้ลูกเข้าใจ และสอนให้ลูกวางตัวกับเพศตรงข้ามในระยะ ที่เหมาะสม ที่สำคัญคือไม่ควรยอมให้ใครมา สัมผัสร่างกายของลูกเลย เพราะการสัมผัสจะกระตุ้นให้เกิดอารมณ์เพศได้ ในเด็กผู้หญิง โดยเฉพาะเด็กในช่วงวัยนี้จะยังไม่มีความสามารถ ในการยับยั้งชั่งใจตนเองในเรื่องเพศ เนื่องจากสมองส่วนหน้า (ส่วนการคิด ใช้เหตุผล และยับยั้งชั่งใจ) ยังเติบโตไม่เต็มที่ ส่วนเด็กผู้ชายอาจเกิดอารมณ์เพศได้ เมื่อถูกกระตุ้นเร้าผ่านทางสายตา เช่น การดู/มอง ซึ่งกระตุ้นให้คิดเรื่องเพศ เด็กผู้ชาย เมื่อมีปัจจัยมากระตุ้นเร้า อารมณ์เพศของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และควบคุมได้ยาก ดังนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกชาย ควรจะสอนลูกไม่ใช่เพียงแค่ห้ามสัมผัส หรืออยู่ใกล้ชิดกับเพศตรงข้ามเท่านั้น แต่ยังต้องสอนให้หลีกเลี่ยงการมองภาพต่างๆ ที่จะกระตุ้นให้เกิดอารมณ์เพศ ในเด็กผู้ชายหากเกิดอารมณ์เพศ จะมีโอกาสไปมีเพศสัมพันธ์ได้สูง เนื่องจากเด็กผู้ชายจะมีอารมณ์เพศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และควบคุมไม่ได้

ดังนั้นการป้องกันไม่ให้ลูกทั้งลูกสาว และลูกชายมีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม ก็คือการพูดคุยทำความเข้าใจกับลูก เรื่องการเกิดอารมณ์เพศ และการจัดการอารมณ์ของตนเองให้ได้ เช่น ให้ลูกหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะกระตุ้น ให้เกิดอารมณ์เพศ และให้ลูกรู้จักจัดการกับอารมณ์เพศ อย่างเหมาะสม โดยให้ลูกหันมาใช้พลังไปกับสิ่งที่ตนเองสนใจ หรือทำกิจกรรมที่สามารถกระตุ้น ให้สมองหลั่งสารความสุข ทดแทนการมีเพศสัมพันธ์ เช่น เล่นกีฬา ดนตรี ทำงานศิลปะ แสดงละคร ร้องเพลง เต้นแอโรบิก ท่องเที่ยวเดินป่า กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่างๆ

* ฝึกทักษะการจัดการอารมณ์ให้ลูก

อย่างที่ทราบกันว่าในช่วงวัยรุ่นจะเป็นช่วง ที่ฮอร์โมนเพศทำงาน ทำให้เด็กวัยนี้อาจมีอารมณ์ที่ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่น จิตใจว้าวุ่น ห่อเหี่ยว หรืออารมณ์แปรปรวน อารมณ์ต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้นจากการเริ่มทำงาน ของฮอร์โมนเพศนั่นเอง ดังนั้นเด็กวัยรุ่นจำนวนมากอาจจะแสดงออก ทางสังคมที่ไม่เหมาะสม เช่น อาละวาด ก้าวร้าว เด็กหลายคนอาจเคยเป็นเด็ก ที่ว่านอนสอนง่ายเมื่อสมัยยังเล็กอยู่ แต่พอก้าวเข้าสู่วัยรุ่น เด็กอาจเปลี่ยนบุคลิกนิสัยจากที่เคยว่านอนสอนง่าย ไปเป็นเด็กที่โต้เถียงพ่อแม่ บางครั้งเด็กอาจควบคุมตัวเองไม่ได้ จนถึงขั้นอาละวาด เด็กวัยนี้อาจมีการทำร้ายเพื่อน รังแกสัตว์ รุกรานคนอื่น ซึ่งเป็นผลมาจากจิตใจที่ว้าวุ่น

พ่อแม่ผู้ปกครองจะต้องฝึกฝน ให้ลูกสามารถติดตามอารมณ์ของตนเองให้ได้ เมื่อลูกโกรธก็ทำให้ลูกรู้ว่าลูกกำลังโกรธ พ่อแม่อาจตกลงกติกากับลูกว่า ถ้าลูกโกรธพ่อแม่จะช่วยเตือน ซึ่งถ้าหากลูกยอมรับกติกานี้ การกระตุ้นเตือนของพ่อแม่จะช่วยทำให้ลูกรู้ตัว การที่พ่อแม่ช่วยกระตุ้นเตือนลูก จะช่วยให้สมองส่วนหน้า (ส่วนการคิดใช้เหตุผล) ทำงาน และสมองส่วนกลาง (ส่วนอารมณ์ความรู้สึก) ทำงานน้อยลง ดังนั้นการที่พ่อแม่ช่วยเตือนลูก และช่วยให้ลูกสามารถจำแนกอารมณ์ความรู้สึก ของตนเอง รวมถึงเรียนรู้ปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นเร้าให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกนั้นๆ จะช่วยฝึกทักษะการจัดการอารมณ์ ของตนเองให้ลูก นั่นคือลูกจะรู้เท่าทันอารมณ์ตนเอง รู้จักหลบหลีกปัจจัยเร้ าที่จะทำให้เกิดอารมณ์ และรู้จักจัดการกับอารมณ์ของตนเองได้อย่างเหมาะสม

การก้าวร้าวต่อบุคคลอื่นโดยเฉพาะเด็กในวัยเดียวกัน นอกจากจะมาจากสาเหตุ ที่ฮอร์โมนเพศทำให้อารมณ์แปรปรวนง่ายแล้ว ความรู้สึกมีอคติหรือหวาดระแวงว่าผู้อื่นจะท้าทายหรือคิดร้ายต่อตน ทำให้เด็กคอยจับผิดเด็กอื่น และเข้าไปก้าวร้าวข่มเหงเด็กอื่นๆ เป็นการรุกก่อนรับ ก็เป็นลักษณะปกติของเด็กวัยนี้เช่นกัน ทั้งนี้เป็นเหตุจากฮอร์โมนเพศ ที่กระตุ้นให้ก้าวร้าวประกอบกับการไม่คุ้นเคย กับความแตกต่างที่เด็กอื่นอาจมีพฤติกรรม ลักษณะนิสัยแตกต่างไปจากตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดทักษะทางสังคมทำให้เด็กวัยนี้ ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับเด็กวัยเดียวกันง่ายเหมือนวัยอื่นๆ พ่อแม่ผู้ปกครอ งจึงควรจัดให้เด็กยอมรับความแตกต่าง ด้วยการเพิ่มโอกาสในการมีปฏิสัมพันธ์ กับเด็กวัยเดียวกันในแวดวง ที่หลากหลายมากขึ้น เช่น กระตุ้นให้เด็กจัดกิจกรรมชุมชน จัดงานพบปะสังสรรค์ในชุมชน จัดงานวันเด็ก วันครอบครัว เข้ากลุ่มทำกิจกรรมค่ายอาสาสมัคร การบำเพ็ญประโยชน์ นอกจากนั้นยังควรฝึกทักษะ ทางสังคมให้เด็กมากเป็นพิเศษ แนะวิธีการสื่อสารกับเด็กวัยเดียวกัน หัดให้เด็กมองผู้อื่นทางบวก และทำความเข้าใจผู้อื่นอย่างถ่องแท้ก่อน จะมีข้อสรุปอะไรต่อผู้อื่น จะช่วยให้เด็กมีพฤติกรรมสุภาพเหมาะสม และเป็นมิตรต่อผู้อื่น

* เตรียมลูกเรื่องความผูกพันทางใจ

เด็กวัยรุ่นมักจะมีความรู้สึกว่า เมื่อมีความผูกพันทางจิตใจ จะต้องอยู่ใกล้ชิดทางกายเสมอ ดังนั้นเด็กอาจจะอยู่ด้วยกัน หรือใกล้ชิดกับเพื่อนหรือคนที่รักตลอดเวลา
พ่อแม่ผู้ปกครองควรทำให้ลูกเข้าใจว่าการผูกพันทางจิตใจนั้น ไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้ชิดกันตลอดเวลา ทั้งกับพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน คนรัก ศิลปินคนโปรด พ่อแม่ควรให้ลูกเรียนรู้ว่าการนิยมชมชื่นศิลปินไม่จำเป็นต้องมีความสัมพันธ์ทางร่างกาย ไม่จำเป็นต้องใกล้ชิดสนิทสนม เพราะฉะนั้นเด็กวัยนี้ไม่ควรจะรู้สึกว่าชีวิตของเราผูกพันกับศิลปิน หรือนักร้อง หรือใครคนหนึ่งเป็นพิเศษ เช่น ถ้าปราศจากคนๆ นี้แล้วเราจะรู้สึกสิ้นหวัง เพราะจะทำให้เด็กมีภาวะซึมเศร้า และพยายามฆ่าตัวตายตามไป

พ่อแม่ผู้ปกครองควรจะเตรียมความพร้อมทางจิตใจของลูกว่า ในชีวิตจริงคนเราอาจมีการพลัดพรากกันได้ และการพลัดพรากจากกันไม่จำเป็นต้องมองว่าเป็นปัญหา ในขณะเดียวกันการอยู่ห่างกัน และติดต่อสื่อสารกันเป็นระยะๆ ก็สามารถสร้างความผูกพันกันได้ เด็กต้องเรียนรู้ถึงระยะห่างที่เหมาะสมที่เด็กจะสามารถใช้ชีวิตอย่างอิสระ แม้ว่าจะมีความผูกพันกับเพื่อน /คนรัก/ พ่อแม่/ พี่น้อง และใช้การติดต่อสื่อสารเพื่อรักษาสัมพันธภาพ อันแน่นแฟ้นแม้จะไม่อยู่ใกล้ชิดกัน

สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องพื้นฐาน ที่พ่อแม่จะสามารถช่วยให้ชีวิตวัยรุ่นข องลูกดำเนินไปได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และลดปัญหาต่างๆ ที่จะตามมา สิ่งสำคัญที่พ่อแม่พึงระลึกไว้คือ ไม่ใช่เพียงแค่เตรียมตัวลูกในการก้าวเข้าสู่วัยรุ่นเท่านั้น แต่ตัวเราเองต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงลูก ให้สอดคล้องกับพัฒนาการตามวัยของลูกด้วย

สนใจ "จุลสารทอฝันปันรัก" จุลสารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก และครอบครัว หรือปรึกษาปัญหาพฤติกรรมลูก ติดต่อมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก โทร. 0-2412-0738 , 0-2412-9834 www.thaichildrights.org

 

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ฟ้าน่าน วันที่ : 28/06/2010 เวลา : 13.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NamnanFanan

สวัสดีครับ
ทักทายครับ
อยู่ใกล้ๆกัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน