นารีรัตน์ นุโยค
Blog เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ พัฒนาแนวคิด ประสบการณ์ การศึกษา สำหรับผู้ที่รักการเรียนรู้ พัฒนาตนเอง และพัฒนาสังคม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nareeratn
วันจันทร์ ที่ 18 มิถุนายน 2561
Posted by ผู้หญิงสวยด้วยความคิด , ผู้อ่าน : 595 , 19:00:51 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน อดุลย์ , february26 โหวตเรื่องนี้

 
 
 
คนทั่วไปเมื่อถูกร้องขอให้ทำอะไรบางอย่างที่ดูไม่น่าทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าสิ่งที่ถูกขอร้องให้ทำนั้น ส่งผลกระทบกับผู้อื่น ท่านคิดว่าเขาจะรับปากทำตามคำร้องขอนั้นหรือไม่
 
 
การยินยอมปฏิบัติตามคำร้องขอนั้นมีหลายแบบ เช่น ยอมแบบโอนอ่อนผ่อนตาม ยอมเชื่อฟังโดยปราศจากข้อสงสัย หรือเพราะศรัทธาในผู้ร้องขอ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาเกี่ยวกับเทคนิคการทำให้คนยินยอม (compliance techniques) ใช้สำหรับทำให้ผู้อื่นค่อยๆ เห็นด้วยกับคำขอของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมุ่งหวังที่จะให้คนผู้นั้นเชื่อฟังอย่างปราศจากข้อสงสัยและตอบสนองต่อคำสั่ง ซึ่งการยอมปฏิบัติตามนั้น มักพบในรูปแบบของความสัมพันธ์หลายแบบ เช่น การเชื่อฟังต่อเจ้านาย ครู หรือพ่อแม่ เนื่องจากคนเหล่านี้มีอำนาจในการที่จะให้รางวัล หรือลงโทษได้ แต่ในกรณี ถ้าเป็นคนแปลกหน้า คนจะยอมปฏิบัติตามคำร้องขอหรือไม่?
 
นักจิตวิทยาได้ทำการทดลองพฤติกรรมของบุคคล โดยสร้างสถานการณ์ว่า ขอความร่วมมือในการทำการทดลอง โดยกล่าวว่า “ฉันมีเครื่องอุปกรณ์สำหรับช่วยเพิ่มความจำให้กับคน สิ่งที่ฉันต้องการให้คุณทำคือ ให้สอนคำต่างๆ ตามรายการที่ให้นี้กับคนอื่น หลังจากนั้น ให้ทำการทดสอบพวกเขา ถ้าพวกเขาตอบผิดในแต่ละครั้ง ก็ให้คุณกดปุ่มไฟฟ้าช็อตเขา ในการช็อตนั้นจะให้คุณใช้เครื่อง “shock generator” ซึ่งจะปล่อยกระแสไฟตั้งแต่ 15 ไปถึง 450 volts ตรงสวิทส์จะเขียนไว้ว่า “slight shock” (shock น้อย) ไปจนถึง “อันตราย” ช็อครุนแรง (severe shock) ซึ่งมีทั้งหมด 14 ระดับ แต่ไม่ต้องกังวลเพราะการช็อตไฟฟ้า จะทำให้ผู้อื่นรู้สึกเจ็บเท่านั้น แต่จะไม่ทำให้เกิดผลเสียในระยะยาวถาวรต่อผู้นั้น”
 
แน่นอนว่าทั้งคุณและคนทั่วไป คงไม่มีใครที่จะทำตามคำขอของคนแปลกหน้านั้น เพราะทุกคนคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่เข้าท่าที่จะทรมานคนอื่น แต่ถ้าหากผู้ที่ขอให้คุณช่วยทำ เป็นนักจิตวิทยาที่กำลังทำการทดลองวิจัย หรือเป็นครู หัวหน้างาน หรือผู้บังคับบัญชาที่คุณสังกัดอยู่ หรือเป็นคนมีอำนาจมาขอให้คุณทำ คุณจะทำหรือไม่? เมื่อคุณอ่านถึงตรงนี้ คุณอาจจะคิดว่าไม่มีทางที่จะทำตามใช่ไม๊คะ
 
แต่ผลจากการทดลองโดยนักจิตวิทยาสังคมที่ชื่อว่า Stanley Milgram ในทศวรรษ 1960 ได้ทำการศึกษาโดยสร้างสถานการณ์นี้ และมีบันทึกไว้ว่า คนที่ร่วมในการทดลองถูกบอกให้เพิ่มแรงช็อตไฟฟ้าให้มากขึ้น โดยให้เหตุผลว่า เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาเรื่องการเรียนรู้ แต่ความจริงแล้วเป็นการสร้างสถานการณ์ขึ้นเพื่อจะดูว่า ผู้ที่ถูกร้องขอให้ทำตามนั้น จะยินยอมทำตามคำร้องขอของผู้ทำการวิจัยมากน้อยแค่ไหน ส่วนคนที่ถูกสวมบทบาทให้เป็นผู้ถูกทดลอง (ถูกช็อตไฟฟ้า) นั้นไม่ได้ถูกไฟช็อตจริงๆ แต่ให้แกล้งทำว่าถูกช็อต ก่อนการทดลองหลายคนคาดเดาว่าจะไม่มีใครกล้ากดปุ่มใช้ไฟฟ้าช็อตผู้อื่นในระดับสูง แต่ปรากฏว่า มีผู้ถูกทดลองถึง 65% กดปุ่มระดับการช็อตสูงสุด (450 Volts) ใส่ผู้ที่สมมติบทบาทว่าถูกทดสอบ และมีผู้ถูกช็อต แกล้งร้องขอให้เลิกทำ และต้องการที่จะออกจากห้องทดลอง เพราะตนมีปัญหาเป็นโรคหัวใจ ปรากฏว่าถึงแม้จะตะโกนร้องขออย่างไร ผู้กดปุ่มช็อต ก็ยังคงกดปุ่มเพื่อให้ไฟฟ้าช็อตคนผู้นั้นต่อไป โดยไม่ฟังเสียงขอร้อง
 
 
เมื่อสิ้นสุดการทดลอง จึงขอสัมภาษณ์ว่าทำไมถึงยอมทำตามคำสั่งของนักวิจัย โดยไม่ฟังเสียงร้องขอของคนที่ถูกช็อต พวกเขาตอบว่า เขาเชื่อฟัง (obey) คำสั่ง เพราะเชื่อว่าผู้ทำการทดลอง จะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ต่ออาการเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ถูกทดลอง ส่วนตัวพวกเขานั้นไม่ต้องรับผิดชอบ และถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจะสามารถโยนความผิดให้กับผู้ทำการทดลองได้
 
แม้การศึกษาในเช่นนี้ไม่สามารถทำได้ในยุคปัจจุบันเพราะผิดจรรยาบรรณการวิจัย แต่งานวิจัยนี้ทำให้เห็นถึงโลกแห่งความจริง ว่ามีเหยื่อจำนวนมากมาย ต้องรับโทษเพราะยอมทำตามคำสั่งผู้มีอิทธิพล หรือผู้ที่เขาเชื่อถือ เช่น ถูกสั่งให้ทำร้ายผู้อื่นทั้งที่เหยื่อขอร้องแต่ก็ไม่หยุด ทหารชาวเยอรมันในยุคนาซีลงมือเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ ทหารจับเฉลยศึกในยุคสงครามมาทรมานจนเสียชีวิต หรือแม้แต่ในวงการราชการหรือภาคเอกชน การถูกสั่งให้ปฏิบัติงานที่ไม่ถูกต้อง แต่ก็ยินยอมปฏิบัติ เพราะคิดว่าผู้มีอิทธิพลนั้นจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด แต่สุดท้ายแล้วผู้ลงมือทำต้องถูกจับกุมหรือถูกลงโทษทางกฎหมาย ซึ่งภายหลังก็จะมีคำกล่าวว่า “ทำทุกอย่างไปตามคำสั่ง”
 
 
ย้อนกลับมาที่กระบวนการลงโทษหรือกระบวนการยุติธรรมในปัจจุบัน ในภาวะของการยินยอมปฏิบัติตาม ไม่ว่าจะโดยความโอนอ่อนผ่อนตาม หรือความเชื่อโดยไม่สงสัยใคร่ปฏิเสธ แม้ว่าผู้ปฏิบัติจะรู้สึกขัดแย้งต่อความรู้สึก แต่อำนาจในการร้องขอส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจ ณ ขณะนั้น แม้ไม่ใช่การบีบบังคับ ข่มขู่ และเป็นเพียงการร้องขอให้ช่วยทำ แต่เมื่อผู้ปฏิบัติตามถูกจับกุมหรือถูกลงโทษทางกฎหมาย ในการพิจารณาตัดสินโทษมีเพียงถูกหรือผิด ทำหรือไม่ทำ แม้ด้วยเจตนาหรือไม่ ก็ต้องได้รับโทษมากน้อยตามกันไป
 
 
ด้วยเหตุนี้ถึงคราวต้องย้อนกลับมาตั้งคำถามกับตนเองว่า เราจะสามารถต้านกับอำนาจอันยิ่งใหญ่ หรือจากคนที่มีอำนาจเหนือเราได้หรือไม่? แล้วจะปกป้องตนเองอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับชีวิตหรือหน้าที่การงาน ไม่ว่าจะยินยอมทำตาม หรือไม่ทำตามก็ดี
 
ครูตุ๊ก นารีรัตน์ นุโยค



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ผู้หญิงสวยด้วยความคิด วันที่ : 19/06/2018 เวลา : 10.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nareeratn

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
ยกตัวอย่างกรณีที่มีหลายคนต้องตกเป็นเหยื่อ เพราะเคยต้องตกอยู่ภายใต้คนที่มีอำนาจ มีอิทธิพลต่อการลงมือปฏิบัติงานด้วยวิธีที่อาจจะไม่ถูกต้องตามระเบียบ เป็นต้น พอมีกฎหมาย หรือกฎใดๆ มาบังคับใช้ย้อนหลัง เช่น กฎหมายปราบปรามทุจริต จึงเกิดผู้รับเคราะห์ต้องถูกบทลงโทษเยอะแยะมากมาย ทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้ริเริ่ม หรือไม่ได้มีเจตนาในการปฏิบัติ
ในกรณีเช่นนี้ ตามงานวิจัยของจิตวิทยาสังคม เมื่อมีการยินยอมปฏิบัติตามคำสั่งของผู้มีอิทธิพลเหนือกว่า แต่ในมุมมองทางกระบวนการกฎหมายจะเข้าใจอย่างไร หากบางคนยอมต่อสู้ต่ออำนาจนั้นแล้ว มีสิ่งใดบ้างจะสามารถคุ้มครองผลที่เกิดจากพฤติกรรมดังกล่าว
เป็นข้อสงสัยที่ยากจะหาคำตอบค่ะ คงจะอย่างที่ท่านว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่ต้องเจอแตกต่างกันไป

ความคิดเห็นที่ 1 ผู้หญิงสวยด้วยความคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
drpichai วันที่ : 19/06/2018 เวลา : 09.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/drpichai

พอดีกำลังเขียนศาสตร์แห่งอำนาจในบล็อกนี้ ประเด็นที่ยกมาน่าสนใจครับ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอยู่ในระบบของอำนาจของธรรมชาติ โดยทั่วไปจึงยากที่หลบหนีอำนาจที่มีอิทธิพลต่อกัน อย่างในระบบทหาร ทุกคนถูกโปรแกรมให้ฆ่าศัตรูทุกคน หรือทำอะไรก็ตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่ง หรือประชาชนทุกคนต้องเคารพกฏหมายที่มีอำนาจต่อทุกคนในประเทศ สิ่งมีชีวิตไม่ว่าพืชหรือสัตว์ต้องจำยอมต่ออำนาจตามธรรมชาติอยู่แล้ว มีแต่มนุษย์ที่มีสติปัญญาบางคนที่ไม่ยอมจำนนต่ออำนาจที่เหนือกว่า พยายามเอาชนะอำนาจบางอย่างซึ่งอาจสำเร็จในที่สุด หรือส่วนใหญ่อาจพ่ายแพ้ การต่อสู้หรือยอมจำนนต่ออำนาจจึงไม่มีผิดหรือถูก อยู่ที่สถานการณ์หรือโอกาสที่แวะเวียนมา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน