• กวนอูเมืองนคร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kaew101@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-08-15
  • จำนวนเรื่อง : 52
  • จำนวนผู้ชม : 46654
  • ส่ง msg :
  • โหวต 73 คน
คนเมืองคอน
การบ้านการเมือง ครอบครัว สัพเพเหระ สาระ ไร้สาระ ขำขัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/narinrat
วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม 2551
Posted by กวนอูเมืองนคร , ผู้อ่าน : 424 , 18:01:26 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

17 สิงหาคม 2551

"ผมคิดว่าคุณทักษิณน่าจะมีที่ปรึกษาทางกฎหมายในการเขียนจดหมายนี้ ไม่ใช่จดหมายระบายความในใจธรรมดาๆ แต่ถ้าเขียนเองผมก็ถือว่ามีความรู้ทางกฎหมายดีมาก"


อาจารย์นิติศาสตร์  ม.ธรรมศาสตร์ ผู้สอนวิชากฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อนร่วมทีม 5 คณาจารย์ของวรเจตน์ ภาคีรัตน์ "ถอดรหัส" จดหมายทักษิณว่าไม่ธรรมดา แต่เป็นการเตรียมประเด็นขอลี้ภัย พร้อมกับต่อสู้การขอตัวให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน
"เขาเตรียม  2  เรื่องไปในตัว ประเด็นแรกคือเรื่องลี้ภัยทางการเมือง เพราะในจดหมายคือมีประโยคหนึ่งที่บอกว่า ไปไหนมาไหนต้องนั่งรถกันกระสุน ตรงนี้เข้าเงื่อนไขอันหนึ่งของการลี้ภัย"
ประสิทธิ์อธิบายว่า ในบางประเทศ เช่น อเมริกา จะมีกฎหมายว่าด้วยการลี้ภัยโดยตรง คำนิยามเงื่อนไของค์ประกอบต่างๆ  มักอิงอนุสัญญาว่าด้วยสถานะผู้ลี้ภัย  ค.ศ.1951 ของสหประชาชาติ  และพิธีสารเลือกรับ (Optional Protocol) ซึ่งเกิดขึ้นภายหลัง แต่ประเทศไทยไม่ได้เป็นภาคีทั้งสองอย่าง
อังกฤษไม่มีกฎหมายว่าด้วยผู้ลี้ภัยโดยเฉพาะ  แต่ไปรวมอยู่ในกฎหมายคนเข้าเมือง ซึ่งบุคคลทั่วไปขอลี้ภัยได้ตั้งแต่วันที่เข้าเมือง
"สิทธิในการขอลี้ภัยเป็นสิทธิของบุคคลทั่วไป ในขณะเดียวกันแต่ละรัฐก็มีสิทธิ์ให้หรือไม่ให้ลี้ภัย เขาจะมีระเบียบกฎหมายว่าไปตามขั้นตอน  อังกฤษเป็นดุลพินิจของ  secertary  of state เป็นอำนาจฝ่ายบริหารที่จะให้สิทธิ์ลี้ภัยหรือไม่   อย่างน้อยข้อหนึ่งต้องมีประวัติทางการเงินดี   ไม่ใช่ไม่มีงานทำ เขาจะสัมภาษณ์ ผ่านขั้นตอน ถ้ายังไม่ผ่านก็อุทธรณ์ได้"
"จดหมายคุณทักษิณพยายามบอกนัยว่าเข้าข่ายที่จะลี้ภัยตามกฎหมายอังกฤษ  แต่ประเด็นที่สอง เขาพูดเรื่องการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมซึ่งมีถึง  2  ครั้ง  โดยเฉพาะตอนท้ายที่บอกว่าระบบกระบวนการยุติธรรมของประเทศ   และองค์กรที่เกี่ยวข้องที่มีเกียรติ มีความน่าเชื่อถือสั่งสมมาเป็นเวลายาวนานต้องเสื่อมลง เพราะถูกนำมาใช้ทางการเมือง"
"กระบวนการยุติธรรมมีหลายขั้นตอน ตำรวจ อัยการ ศาล ผมอ่านแล้วไม่ทราบว่าหมายถึงศาลหรือเปล่า  ที่บอกว่ามีเกียรติมีความเชื่อถือสั่งสมมาเป็นเวลานาน แต่ถ้าเราดูแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศ คุณเตช บุนนาค ก็อธิบายชี้แจงโดยเน้นไปที่ศาลส่วนใหญ่"
ประเด็นสำคัญที่ประสิทธิ์ชี้ก็คือ  "การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม หรือการที่จะไม่ได้รับการพิจารณาคดีในศาลอย่างยุติธรรม  unfair  trial เป็นข้อยกเว้นของการส่งผู้ร้ายข้ามแดน เพราะเขาเกรงจะกระทบสิทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหา  ผมดูกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนของอังกฤษ  ค.ศ.2003 เขาก็พูดถึงข้อยกเว้นนี้ไว้เหมือนกัน"
"คือความผิดทางการเมือง คนไทยเราคิดว่าต้องเป็นความผิดทางการเมืองโดยแท้เท่านั้น  เช่นต้องเป็นกบฏ  ปลุกปั่น  ประท้วง มีเป้าหมายที่จะล้มล้างอำนาจรัฐ อย่างนั้นในอดีตแน่นอน-ดูง่าย แต่ปัจจุบันข้อยกเว้นของการไม่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนไม่ได้จำกัดเฉพาะความผิดทางการเมืองอย่างเดียว  มันขยายไปถึงการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชนของจำเลยด้วย"
"กฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนของอังกฤษปี 2003 แยกเป็น 2 ข้อ ข้อแรกเป็นความผิดทางการเมืองโดยแท้อย่างที่เราเข้าใจกัน  แต่ข้อ  2  Section 13B บอกว่าถ้าส่งไปแล้ว เช่นส่งคุณทักษิณกลับ แล้วจะมีผลทำให้ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้รับความเป็นธรรม ศาลหรือฝ่ายบริหารเขาก็ปฏิเสธที่จะส่งได้"
ประสิทธิ์ยกตัวอย่างให้ฟัง
"มีคดีหนึ่งที่ไอร์แลนด์  คดีแพทริก ไรอัน ถูกจับที่เบลเยียมเมื่อปี 1988 โดยมีข้อกล่าวหาว่าพัวพันขบวนการก่อการร้าย IRA รัฐบาลอังกฤษร้องขอให้เบลเยียมส่งตัว เบลเยียมปฏิเสธ แต่เลือกที่จะส่งตัวไรอันไปประเทศที่สาม   คือส่งไปไอร์แลนด์   อังกฤษก็ร้องขอไปที่ไอร์แลนด์อีกครั้ง   โดยออกหมายจับ ปรากฏว่าหมายจับที่ส่งโดยอังกฤษ  อัยการไอร์แลนด์ไม่รับรอง โดยอัยการของไอร์แลนด์เห็นว่า สื่อมวลชน  Mass Media ก็ดี นักการเมืองในสภาก็ดี ต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงคดีแพทริก ไรอัน อัยการเห็นว่าถ้าส่งตัวเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม   เกรงว่าการวิพากษ์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นต่างๆ ทั้งในและนอกสภา จะมีผลกระทบต่อการพิจารณาคดีของไรอัน ไอร์แลนด์จึงปฏิเสธ"
"คดีนี้เกิดที่ไอร์แลนด์   แต่ผมยกมาให้เห็นว่าศาลต่างประเทศมีแนวโน้มที่จะไม่พิจารณาเฉพาะตัวการกระทำอย่างเดียว  ไม่ดูเฉพาะความผิดทางการเมืองโดยแท้ เช่นคดีอดีตนายกฯ คนไทยอาจจะมองเป็นความผิดอาญาธรรมดา  ไม่ใช่การเมือง แต่ต่างประเทศเขาให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน  สิทธิมนุษยชน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม ซึ่งเขาไม่ได้ดูกระบวนพิจารณาอย่างเดียว เขาดูสภาพแวดล้อม การควบคุมตัว การกักตัว แล้วปฏิเสธไม่ส่งได้"
"ถ้าอดีตนายกฯ หยิบประเด็นนี้ขึ้นมาเป็นข้อต่อสู้   เขาจะต้องแสดงให้ศาลของอังกฤษหรือฝ่ายบริหารเห็นว่า   ถ้าส่งตัวเองกลับประเทศไทยจะไม่ได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม  ซึ่งต้องแสดงหลักฐานชี้แจงอธิบายให้ศาลเห็น   เหมือนคดีแพทริก  ไรอัน  ประเด็นแพ้-ชนะอยู่ที่พยานหลักฐาน  เพื่อโน้มน้าวชี้แจงอธิบายให้ศาลเห็นว่า   การไม่ได้รับความเป็นธรรมมันมีมูล   ไม่ได้เป็นแค่ความวิตกหรือคาดการณ์ของผู้ถูกกล่าวหา"
"ผมก็ไม่แน่ใจว่าคุณทักษิณจะฉายหนังเก่าให้ศาลดูหรือเปล่า ตั้งแต่ก่อน 19 ก.ย.จนหลังทำรัฐประหาร จนปัจจุบัน เพื่อให้ศาลเห็นภาพรวมกระบวนการยุติธรรม ผมว่าเขาคงเสนอจิ๊กซอว์ทีละภาพแล้วต่อๆ กัน ให้ศาลอังกฤษเชื่อว่ามีหลักฐานมากพอที่จะไม่ได้รับความเป็นธรรม มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม"
"แพ้-ชนะอยู่ที่พยานหลักฐาน  แต่มันกินความกว้าง  ถ้าคุณทักษิณสู้ก็คงเสนอหลักฐานตั้งแต่วันทำรัฐประหาร หรือตั้งแต่ยุบศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งตุลาการเฉพาะกิจ"
"ทำไมผมให้ความสำคัญประเด็นนี้ เพราะประเทศตะวันตกให้ความสำคัญศาลรัฐธรรมนูญมาก  เขาถือเป็นศาลที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชน  ทางการไทยก็ต้องอธิบายทำไมยุบศาลรัฐธรรมนูญ  และตั้งตุลาการเฉพาะกิจมายุบพรรคไทยรักไทยและเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง คุณทักษิณก็จะสู้ว่ามีการใช้กฎหมายย้อนหลังเป็นโทษ ออกกฎหมายโดยคณะรัฐประหาร"
"คุณทักษิณคงสู้เรื่องการตั้งองค์กรเฉพาะกิจ สนช., ส.ส.ร. และที่สำคัญคือ คตส. ว่าบุคคลที่มาเป็น คตส.มีทัศนคติท่าทีเป็นปฏิปักษ์กับผู้ถูกกล่าวหาแต่แรก   ซึ่งถ้าเทียบกับประกาศ  คปค.ฉบับแรก  ที่ตั้งคุณสวัสดิ์  โชติพานิช  เป็นประธาน  มีการแต่งตั้งกรรมการโดยดูจากตำแหน่ง  แต่ไม่นานก็ฉีกประกาศแต่งตั้งใหม่  ดูตัวบุคคล  ระบุชื่อคน คุณทักษิณก็จะสู้ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการแต่งตั้งบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์ รวมทั้งการตั้งคนจากสถาบันตุลาการและกลับไปเป็นตุลาการ ซึ่งกระทบหลักการแบ่งแยกอำนาจ"
"จดหมายพูดถึงผลไม้มีพิษ สำคัญไหม-สำคัญ อดีตนายกฯ ชี้ว่าระบอบการปกครองของไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์  ยังมีการสืบทอดอำนาจโดยเฉพาะ ส.ว.สรรหา ซึ่งเกี่ยวพันกับที่มาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ  ตุลาการท่านหนึ่งเคยทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร ไปเป็น ส.ส.ร. แล้วมาเป็นตุลาการ ถ้าคุณทักษิณนำเสนออย่างนี้ ทางการไทยก็ต้องเตรียมอธิบาย"
"อีกคำหนึ่งคือการใช้กฎหมาย  2  มาตรฐาน เป็นเรื่องสำคัญในประเทศตะวันตก ถ้ามีการเลือกปฏิบัติใช้กฎหมายไม่เสมอภาค  หลักความเสมอภาคเป็นเรื่องสำคัญในทัศนะของเขา เรากำลังจะต้องต่อสู้ในศาลที่เป็นแม่แบบหลักนิติธรรมของไทย Rules of Law การใช้กฎหมาย 2 มาตรฐานไม่ได้หมายถึงเฉพาะในศาล ใน ป.ป.ช. ใน คตส.ด้วย ทำไมคดีนี้ไม่พิจารณา คดีนี้ช้า-เร็ว"
"จิ๊กซอว์ที่วางแต่ละภาพมีความหมาย ถ้าศาลประเมินวินิจฉัยออกมา  ก็จะต้องตัดสินว่าการปกครองระบอบประชาธิปไตยและกระบวนการยุติธรรมของเรา   ได้มาตรฐานนานาอารยะประเทศ และมีหลักการคุ้มครองความเสมอภาคต่อหน้ากฎหมายหรือไม่"
"หลักความเสมอภาคคือ ทุกคนต้องได้รับการคุ้มครองเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย   เลือกปฏิบัติไม่ได้  เรื่องการนิรโทษกรรมล่วงหน้า  มาตรา  309  ก็เป็นอีกประเด็น เพราะปกติการนิรโทษกรรมทำเฉพาะเหตุการณ์ในอดีต  แต่มาตรา  309  ให้ใช้หลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ด้วย  จะอธิบายกับศาลอังกฤษอย่างไร"
นี่แปลว่า ทักษิณกำลังลากการรัฐประหารและกระบวนการยุติธรรมไทยไปขึ้นศาลอังกฤษใช่ไหม
ประสิทธิ์มองว่า เรื่องต่างๆ ที่สังคมไทยขัดแย้งกัน มีความเห็นแตกเป็นสองฝ่าย จะได้รับฟังความเห็นจากคนนอกหรือคนกลางอย่างอังกฤษ
"ประเด็นต่างๆ  ที่สังคมไทยแตกสองฝ่าย  เช่น รัฐประหาร บางคนบอกเป็นทางออกที่จำเป็น อีกฝ่ายบอกว่าไม่เป็นประชาธิปไตย  ยุบพรรคทำได้  เพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งย้อนหลังได้ อีกฝ่ายบอกทำไม่ได้ รัฐธรรมนูญ 2550 ฝ่ายหนึ่งบอกเป็นประชาธิปไตย อีกฝ่ายบอกว่าไม่เป็น หรือแม้แต่ประเด็นคาร์บอมบ์หรือคาร์บ๊อง ก็จะไปโยงกับที่เขียนว่าตัวเองถูกลอบฆ่า ไม่ได้รับความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีเรื่องความเป็นอิสระของตุลาการ มันจะไปอธิบายกันในศาลอังกฤษ เช่น ตุลาการภิวัตน์ เป็นอย่างที่ประเทศต้นแบบประชาธิปไตยอย่างอังกฤษเขาเข้าใจหรือเปล่า"
เขาบอกว่านี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก
"ตั้งแต่ประเทศไทยมีระบบศาลสมัยรัชกาลที่  5  ไม่เคยมีใครตั้งคำถามเรื่องการแทรกแซงตุลาการ  ทำไมสังคมไทยเริ่มพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์ก่อนรัฐประหารไม่กี่วัน จนกลายเป็นประเด็นสำคัญในสังคมไทยวันนี้"
"จดหมายคุณทักษิณไม่มีคำไหนระบุถึงศาลตรงๆ   ใช้คำว่าองค์กรที่มีเกียรติมีความน่าเชื่อถือสั่งสมมานาน แต่คำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศเห็นชัดว่าตอบโต้โดยเน้นศาลเป็นหลัก เท้าความว่าประเทศไทยมีเอกราชทางศาลมานาน"
"คุณทักษิณวางสนุ้กไว้หลายชั้น  อัยการไทยต้องแก้ให้ดี ไม่ใช่ดูแค่สนธิสัญญาที่ทำ แต่ต้องดูแนวคำพิพากษาศาลอังกฤษในการตีความเรื่องความผิดทางการเมืองให้ดี   เพราะสนธิสัญญาไม่ได้ให้คำจำกัดความไว้"
ประสิทธิ์บอกว่าในข้อ  5  ก็เขียนไว้ถึงความผิดทางการเมือง แต่ใช้ถ้อยคำลอยๆ และเป็นภาษาโบราณว่า "หรือว่าผู้ร้ายนั้นนำพยานหลักฐานพิสูจน์ให้เห็นว่า การที่ขอให้ส่งตัวกลับไปเป็นการเพื่อจะชำระหรือลงโทษ อันมีลักษณะผิดต่ออำนาจของบ้านเมืองแล้ว ก็ไม่ต้องส่งผู้ร้ายคนนั้นให้แก่กัน"
"อัยการต้องดูแนวคำพิพากษาว่า ขอบเขตความผิดทางการเมืองมีแคบกว้างอย่างไร  แต่เท่าที่ผมดูมันกว้าง ข้อ 13B ถ้าเป็นผลเสียหายต่อการพิจารณาคดีของผู้ถูกกล่าวหา เขาจะไม่ส่งให้แก่กัน ทักษิณจึงเขียนดักไว้ว่ากระบวนการยุติธรรมไทยมีปัญหา สอง-มีอันตรายแก่ชีวิต ล็อกสองชั้น"
ถามว่าถ้าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมืองตัดสินว่าทักษิณผิด   การพิจารณาคดีโดยศาลเดียวไม่อุทธรณ์-ฎีกา จะเป็นข้ออ้างของทักษิณไหม
ประสิทธิ์บอกว่า เขาเคยเขียนเรื่องนี้ไว้ตอนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ   ว่าการตัดสินโดยศาลชั้นเดียว จริงๆ  แล้วขัดต่อกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง  มาตรา 14(5) ซึ่งไทยเป็นภาคีด้วย  อนุสัญญาระหว่างประเทศข้อนี้กำหนดว่า  บุคคลทุกคนที่ต้องคำพิพากษาลงโทษในความผิดอาญา ย่อมมีสิทธิ์ที่จะให้คณะตุลาการระดับเหนือขึ้นไปพิจารณาทบทวนการลงโทษและคำพิพากษาโดยเป็นไปตามกฎหมาย
ที่แปลกคือ  รัฐธรรมนูญ  2550  มาตรา  82 ก็เขียนไว้ว่า "รัฐต้องปฏิบัติตามสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี    รวมทั้งตามพันธกรณีที่ได้กระทำไว้กับนานาประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ" บทบัญญัติเรื่องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมือง กับมาตรา 82 จึงขัดกันเอง
แต่ประเด็นนี้  ฝ่ายรัฐบาลที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับไปแก้คนละเรื่อง  คือขอแก้เรื่องการพิจารณาคดีใหม่ถ้าพบหลักฐานใหม่ ซึ่งเป็นคนละอย่างกับสิทธิในการอุทธรณ์-ฎีกา
อย่างไรก็ดี  ผู้ต้องคำพิพากษาไม่สามารถหยิบยกเรื่องนี้มาต่อสู้เป็นรูปธรรม  เพราะประเทศไทยไม่ได้เป็นภาคีของพิธีสารเลือกรับ (Optional Protocol) ถ้าเป็นภาคีจะมีผลให้จำเลยคดีต่างๆ ที่เชื่อว่าตนไม่ได้รับความยุติธรรมตามหลักสิทธิมนุษยชน   สามารถใช้สิทธิ์ร้องไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติได้โดยตรง แล้วคณะกรรมาธิการจะเรียกสองฝ่ายไปชี้แจง
ประสิทธิ์บอกว่า ที่สำคัญกว่านั้นเขายังไม่แน่ใจว่าจะขอตัวทักษิณ-พจมาน ในคดีที่ดินรัชดาฯ ได้
"ผมยังเกรงว่าคดีที่ดินรัชดาฯ เป็นความผิดตามกฎหมายอังกฤษด้วยหรือเปล่า   ความผิดฐานนี้มีหรือเปล่า  ปิ่น  จักกะพาก  ก็หลุดเพราะเหตุนี้ สมัย พล.อ.สุรยุทธ์ก็เคยมีความพยายามจะแก้สนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่ไม่สำเร็จ คือถ้าศาลอังกฤษตัดสินว่าไม่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายเขา ก็จบเลย แต่ถ้าเข้าฐานความผิด ค่อยมาสู้กันในประเด็นความผิดทางการเมือง"




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ToeflThailand วันที่ : 20/08/2008 เวลา : 12.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ToeflThailand
แวะมาทักทายกันหน่อยซิครับ :) 

แวะมาทักทายเพื่อนชาว Blog ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
naropakorn วันที่ : 19/08/2008 เวลา : 18.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naropakorn

-ข้อมูลน่าสนใจมาก ขอบคุณ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
berkbandeejung วันที่ : 19/08/2008 เวลา : 18.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/berkbandeejung


จากภาพ... Excuse me Ref, can you clean my balls?


เขียนได้ดีครับ... และค่อนข้างจะเห็นด้วย ไม่อาจมองข้ามไปได้จริงๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]