• vinitvadee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-05-07
  • จำนวนเรื่อง : 575
  • จำนวนผู้ชม : 216371
  • ส่ง msg :
  • โหวต 425 คน
รักถิ่นมาตุคามปิตุภูมิ
เทิดชาติศาสน์กษัตริย์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2
วันเสาร์ ที่ 17 สิงหาคม 2562
Posted by vinitvadee , ผู้อ่าน : 808 , 09:58:05 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สำรวจฟ้า , นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

โดย: โรม บุนนาค

จากเรื่อง รัฐมนตรี“สากกะเบือ”นำทีมตามหลวงพ่อศิลา! ถูกขโมยหายไป ๑๘ ปี เอาคืนจากอเมริกามาได้!!

 

คณะติดตามหลวงพ่อศิลาเข้าเฝ้า ถวายหลวงพ่อศิลา
 
คณะติดตามหลวงพ่อศิลาเข้าเฝ้า ถวายหลวงพ่อศิลา
 
เมื่อสัปดาห์ก่อนได้อ่านข่าวอดีตรัฐมนตรีและดาวดังของรัฐสภาเจ้าของฉายา “สากกะเบือ” ถูกคำพิพากษาของศาลให้จำคุกในคดีที่ไม่เกี่ยวกับการเมือง ก็สลดใจที่คนเคยมีชีวิตรุ่งเรืองถึงขั้นเป็นรัฐมนตรี แต่ต้องตกต่ำถึงขนาดนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ โดยเฉพาะรายนี้ที่ครั้งหนึ่งได้ทำคุณความดีจนได้รับพระมหากรุณาจากพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ รับสั่งชมว่า 

“เรามีอานิสงส์ร่วมกันนะ เก่งจริงๆ..” ก็น่าจะยึดมั่นเป็นสิริมงคลคุ้มเกล้าคุ้มกระหม่อมไปชั่วชีวิต แต่ปุถุชนคนเราถ้าไม่ยึดมั่นความดีให้มั่นคง ก็อาจจะหลงทางไปตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตได้

เหตุการณ์ที่ทำให้อดีตรัฐมนตรีผู้นี้สร้างคุณงามความดีมีชื่อเสียงกระเดื่องเมือง เริ่มขึ้นในเดือนเมษายน ๒๕๓๘ นิตยสารศิลปวัฒนธรรมได้ตีพิมพ์จดหมายของผู้ใช้นามว่า “กลุ่มอนุรักษ์ต่างแดนในลอนดอน” ซึ่งใช้ที่อยู่วัดพุทธประทีป นครลอนดอน ส่งข่าวมาว่า
 
ได้พบพระพุทธรูปศิลานาคปรกที่ถูกขโมยไปจากวัดทุ่งเสลี่ยมแล้ว โดยมีพ่อค้าของเก่ารายหนึ่งเป็นผู้ซื้อ จนตกไปอยู่กับสถาบันโซเทบี้ ในกรุงลอนดอน ซึ่งทางสถาบันกำลังจะออกประมูลขาย พร้อมทั้งส่งภาพของหลวงพ่อศิลามาด้วย โดยถ่ายมาจากแมกกาซีนวัตถุโบราณที่นำมาเปิดประมูล

“หลวงพ่อศิลา” เป็นพระพุทธรูปนาคปรกปางสมาธิ แกะสลักจากหินทราย ศิลปะสมัยลพบุรี สันนิษฐานว่าอายุกว่า ๘๐๐ ปีแล้ว เดิมประดิษฐานอยู่ในถ้าเจ้าอาม อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย ต่อมาก็ถูกอัญเชิญจากถ้ำมาไว้ที่วิหารวัดทุ่งเสลี่ยม

หลวงพ่อศิลาประดิษฐานอยู่ที่วัดทุ่งเสลี่ยม ๒๘ ปี จนกระทั่งคืนวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๒๐ ก็ได้อันตรธานไปจากวิหาร ทางวัดมาทราบในตอนเช้า จึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งชาวบ้านยังช่วยกันออกติดตาม แต่ก็คว้าน้ำเหลว

หลวงพ่อหายไปถึง ๑๘ ปีก็ไม่มีวี่แวว ข่าวนี้จึงทำให้ชาวสุโขทัยตื่นเต้นมีความหวังกันขึ้นมา พอดีกับที่มีแถลงการณ์ออกมาว่า สมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ ๒ พระราชินีแห่งอังกฤษ จะเสด็จเยือนประเทศไทย เพื่อถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เนื่องในพระราชพิธีกาญจนาภิเษก
 
ชาวทุ่งเสลี่ยมจึงส่งตัวแทนมาพบ ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แจ้งให้ทราบว่า ชาวสุโขทัยจะมายื่นหนังสือเรียกร้องขอคืนหลวงพ่อศิลาในโอกาสนี้ และจะมากันเป็นเรือนหมื่นเรือนแสนทีเดียว

ร.ต.ท.เชารินได้กล่าวถึงตอนนี้ไว้ว่า

“ผมนึกภาพผู้คนจำนวนมากขนาดนั้นมายืนถือป้ายทวงคืนหลวงพ่อศิลาตอนเสด็จมาถึงไทย เพียงแค่นึกก็ขนลุกขนพอง เพราะเป็นพระราชอาคันตุกะ แล้วรัฐบาลจะอยู่ไปได้อย่างไร”

ก่อนจะกลับ ตัวแทนชาวทุ่งเสลี่ยมได้บอกกับ รมช.เชาวรินว่า จะมายื่นหนังสือเรียกร้องต่อรัฐบาลก่อน โดยจะแสดงพลังให้เห็นเป็นตัวอย่าง ร.ต.ท.เชาวรินขอร้องว่าอย่ามากรุงเทพฯให้ลำบากเลย หนังสือเสร็จเมื่อไหร่ให้บอกมา จะเดินทางไปรับที่ทุ่งเสลี่ยมด้วยตัวเอง

หลังจากนั้น รมช.เชาวรินได้เดินทางไปที่วัดทุ่งเสลี่ยม มีประชาชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการและนักเรียนมาชุมนุมแน่นวัด พร้อมกับป้ายเขียนข้อความเกี่ยวกับหลวงพ่อศิลา และชูภาพของหลวงพ่อศิลากันสลอนเต็มลานวัด ซึ่งแสดงว่าหลวงพ่อศิลามีความสำคัญต่อชาวทุ่งเสลี่ยมมากแค่ไหน

ด้วยความกลัวว่าคนเหล่านี้จะยกเข้าไปกรุงเทพฯระหว่างที่ควีนอลิซาเบธเสด็จเยือนไทย ซึ่งจะทำให้ภาพพจน์ของประเทศเสียหาย และจะกระทบต่อเบื้องพระยุคลบาท รมช.เชาวรินจึงรับปากกับชาวทุ่งเสลี่ยมขณะที่ปราศรัยไปว่า

“พี่น้องครับ ผมขอให้คำมั่นสัญญากับท่านทั้งหลายว่า ผมจะพยายามทุกวิถีทางในการติดตามหลวงพ่อศิลา ผมจะอัญเชิญหลวงพ่อศิลากลับคืนมาให้จงได้”

เสียงปรบมือโห่ร้องจึงดังก้องลานวัด หน้าตาของผู้คนที่หมองเศร้าเปลี่ยนเป็นสดชื่นยิ้มแย้มกันทั่วหน้าเมื่อได้ยินคนระดับรัฐมนตรีให้คำมั่นสัญญาอย่างหนักแน่น แต่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ไปด้วยต่างตกใจ ที่ท่านรัฐมนตรีรับปากไปเช่นนั้น ทั้งๆที่เป็นแค่ข่าว

รมช.เชาวรินก็กลัดกลุ้มไปไม่น้อยที่เผลอพูดไปแบบฆ่าตัวตายต่อชาวบ้าน และนึกถึงคำพูดของพลเอกชาติชาย ชุณหะวันขึ้นมาทันที ที่ว่า

“พูดอะไรออกไปแล้ว คำพูดจะเป็นนายเรา ต้องทำให้ได้”
และครุ่นคิดถามตัวเองว่า ทำไมถึงพูดไปอย่างนั้น
“ผียัดปากให้พูดหรือย่างไรนี่”

ข่าวที่ รมช.เชาวรินไปรับปากกับชาวบ้านทุ่งเสลี่ยม ทำให้ นางพิมพา ลิมปพยอม ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงพาณิชย์ในยุคที่นายอุทัย พิมพ์ใจชน เป็นรัฐมนตรีว่าการ มาขอพบในฐานะที่เคยเดินทางไปราชการต่างประเทศด้วยกัน แสดงความประสงค์ว่าจะขอช่วยงานติดตามหลวงพ่อศิลาด้วย
 
รมช.เชาวรินจึงเซ็นคำสั่งแต่งตั้งให้นางพิมพาเป็นที่ปรึกษาทันที พร้อมกับลงนามในหนังสือถึง เซอร์จอห์น แลง ประธานหอการค้าอังกฤษ ซึ่งมีศักยภาพติดต่อกับส่วนราชการอังกฤษ เพราะดูแลบริษัทของราชวงศ์ ทำงานร่วมกับเจ้าชายฟิลิป พระสวามี เพื่อขอให้ท่านเซอร์ช่วยติดต่อขอข้อมูลจากส่วนราชการที่อาจเกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์หรือตำรวจ
 
ซึ่งนางพิมพาบอกว่าคุ้นเคยกับท่านเซอร์พอสมควร และได้ติดต่อพูดคุยทางโทรศัพท์ไว้ก่อนแล้ว

เมื่อส่งหนังสือไปแล้ว นางพิมพาก็แนะนำ รมช.เชาวรินว่า ควรจะเดินทางไปเจรจากับหน่วยราชการของอังกฤษโดยตรง โดยท่านเซอร์จะช่วยประสานงานให้ รมช.เชาวรินจึงได้เดินทางไปอังกฤษพร้อมกับอธิบดีกรมศิลปากรและข้าราชการอีก ๓-๔ คน โดยเกรงว่าหากไม่มีความคืบหน้าให้ชาวทุ่งเสลี่ยม ก็อาจจะยับยั้งการรวมตัวมากรุงเทพฯไม่สำเร็จ

หลังจากไปขอความร่วมมือจากทางราชการอังกฤษ กลับมาเมืองไทยได้ไม่นาน รมช.เชาวรินก็ได้รับรายงานว่า หลวงพ่อศิลาได้ถูกประมูลจากอังกฤษไปเมื่อปี ๒๕๓๐ หรือ ๙ ปีมาแล้ว ลูกนำไปแสดงในนิทรรศการศิลปวัตถุที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คาดว่าขณะนี้หลวงพ่อศิลาถูกนำต่อไปอเมริกาแล้ว เพราะผู้ประมูลได้เป็นชาวอเมริกัน

สหรัฐอเมริกานั้นกว้างใหญ่ไพศาล มีประชาชนกว่าสองร้อยแปดสิบล้านคน จึงมืดแปดด้านไม่รู้จะเริ่มต้นไปตามที่จุดไหน

ขณะนั้นมีแถลงการณ์จากทำเนียบขาวแจ้งว่า ประธานาธิบดี บิลล์ คลินตัน ได้กำหนดวันเดินทางมาเยื่อนไทยเป็นพระราชอาคันตุกะ เพื่อถวายพระพรในปีกาญจนาภิเษก
 
จึงสั่งการให้กรมศิลปากรตั้งคณะกรรมการติดตามหลวงพ่อศิลาเพื่อมุ่งไปที่สหรัฐอเมริกา และตั้งนางพิมพา ลิมปพยอมกับรองศาสตราจารย์ ดร.พรชุลี อาชวอำรุง แห่งคณะคุรุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้สำเร็จปริญญาตรี โท เอก จากสหรัฐอเมริกา ทั้งยังมีความกระตือรือร้นที่จะหาตัวผู้ครอบครองหลวงพ่อศิลา
 
แต่ก็ยังไม่รู้จะเริ่มจากจุดไหนเช่นกัน คณะกรรมการจึงขอร้องกระทรวงศึกษาธิการให้แต่งตั้งเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน กับกงสุลใหญ่นครแองเจลิส เป็นผู้แทนรัฐบาลไทยในการติดตามหลวงพ่อศิลาด้วย 

ขณะที่ทางสหรัฐอเมริกายังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากจุดไหน
 
ร.ต.ท.เชาวรินซึ่งมีประสบการณ์ในด้านตำรวจมาก่อน จึงชี้ช่องให้เริ่มที่กรมศุลกากรสหรัฐ ตรวจสอบว่าในปี ค.ศ.๑๙๘๗ หรือ พ.ศ.๒๕๓๐ นั้น มีผู้ใดขออนุญาตนำเข้าพระพุทธรูปแกะสลักจากหินทรายมาบ้าง

ในที่สุดก็ได้ตัวผู้ขออนุญาตนำเข้าซึ่งอยู่ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย จึงขอให้กงสุลใหญ่นครลอสแองเจลิสเปิดการเจรจากับผู้ครอบครองทันที หลังจากเจรจาอยู่หลายรอบกับทนายของผู้ครอบครอง ก็ได้ข้อยุติที่ผู้ครอบครองเรียกร้องเงิน ๒๐๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐเท่าที่ประมูลมา ซึ่งอัตราแลเปลี่ยน ๒๐๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐขณะนั้นเป็นเงิน ๕ ล้านบาทเศษ

ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ ขณะนั้นรัฐบาลของนายบรรหาร ศิลปอาชา ประกาศยุบสภา รมช.เชาวรินเป็นเพียงรัฐมนตรีรักษาการ ซึ่งตามประเพณีไม่ควรสั่งใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมากได้
 
ร.ต.ท.เชาวรินนึกถึงคนที่เคยบริจาคเงินจำนวนมากเพื่อสาธารณะประโยชน์ ในที่สุดก็ตัดสินใจเข้าพบนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือโภคภัณฑ์ เพื่อขอความสนับสนุน นายธนินทร์ยินดีขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด รวมทั้งค่าเดินทางไปอัญเชิญหลวงพ่อศิลากลับมาด้วย

หลังจากได้รับอนุมัติจากประธานเครือซีพี ขณะนั้น รมช.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ พ้นจากตำแหน่งแล้ว ทั้งยังเป็น ส.ส.สอบตกด้วย มีเวลาเดินทางไปไหนได้สะดวก จึงพานางจริยา ภรรยา พร้อมด้วยคณะไปสหรัฐอเมริกาทันที

ปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือ ในคณะทั้ง ๕ คนที่ไปอเมริกานี้ ไม่เคยมีใครเคยเห็นหลวงพ่อศิลามาก่อนเลย เพียงแต่กรมศิลปากรนำรูปหลวงพ่อศิลาที่ชาวสุโขทัยมีไว้บูชาประจำบ้าน ซึ่งชัดเจนมาก เปรียบเทียบกับภาพถ่ายหลวงพ่อศิลาในแมกกาซีนของสถาบันโชเทบี้ ตรวจสอบรอยกะเทาะของหินที่พระนลาฏ (หน้าผาก) ที่พระอุทร (ท้อง) ปลายหางพญานาค รอยแตกที่ลำตัวพญานาค
 
ซึ่งนักวิชาการโบราณคดีได้ลงความเห็นว่าถ่ายมาจากองค์เดียวกัน ทั้งกองพิสูจน์หลักฐานกรมตำรวจ ก็ให้คำรับรองว่า เป็นภาพถ่ายจากหลวงพ่อศิลาแน่นอน

ปัญหาจึงมีต่อไปว่า พระพุทธรูปที่ทางฝ่ายผู้ครอบครองจะมอบให้นั้น จะเป็นองค์เดียวกับในภาพถ่ายหรือไม่เท่านั้น

การไปเปิดเจรจากับ นายมอริส แคท ทนายความของผู้ครอบครอง ร.ต.ท.เชาวรินไม่ลืมที่จะประสานงานไปยัง เอฟ.บี.ไอ.ประจำนครลอสแองเจลิส และอัยการของนครลอสแองเจลิสด้วย แต่การเจรจากับผู้ครอบครองครั้งนี้กลับมีท่าทีที่แปลกไป คล้ายไม่อยากจะคืนเสียแล้ว

ถึงขั้นนี้ก็ต้องใช้วิชามารกันหน่อย อัยการของลอสแองเจลิสได้บอกกับทนายมอริส แคทว่า ถ้าไม่ยุติปัญหานี้ ผู้ครอบครองอาจถูกดำเนินคดีในข้อหาสำแดงราคาอันเป็นเท็จ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร เพราะตอนนำเข้านั้นได้แจ้งราคาต่ำกว่า ๒๐๐,๐๐๐ เหรียญ

โดนไม้นี้เข้าผู้ครอบครองก็ยอมจำนน แต่ก็ยังเกี่ยงว่าตอนนี้หลวงพ่อศิลาไม่ได้อยู่ในลอสแองเจลิส หากจะให้ส่งมาที่นี่ต้องเสียค่าขนส่งและค่าประกันอีก ๑,๐๐๐ เหรียญ 

ร.ต.ท.เชาวรินอยากเห็นหลวงพ่อศิลาเต็มที่จึงยอมตกลง

ทนายความกำหนดจะนำหลวงพ่อศิลามามอบให้ในวันรุ่งขึ้น คือ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๓๙ ที่ร้านแกลเลอรีแห่งหนึ่งในแอลเอ โดยท่านกงสุล สุพจน์ ธีรเกาศัลย์ จะเป็นผู้นำแคชเชียร์เช็คจำนวนเงิน ๒๐๐,๐๐๐ เหรียญมามอบให้ และขีดเส้นตายในเวลา ๑๒.๐๐ น.
 
หลังจากนั้นจะไม่มีการเจรจาใดๆกันอีก เพราะผู้ครอบครองจะต้องออกไปนอกเมืองเพื่อพักผ่อนประจำปีกับครอบครัว ซึ่งมีกำหนดการไว้ล่วงหน้าแล้ว

สิ่งแรกหลังการเจรจา นางพิมพา ลิมปพะยอมได้รีบโทรศัพท์ติดต่อกับบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ แต่นายธนินทร์เดินทางไปเซี่ยงไฮ้ ทางกรุงเทพฯไม่มีใครสั่งการเรื่องนี้ได้ 

การหาเงิน ๒๐๐,๐๐๐ เหรียญให้ทันก่อนเที่ยงวันรุ่งขึ้นไม่ใช่เรื่องง่าย ร.ต.ท.เชาวรินนึกถึงที่ก่อนมา ภรรยาได้ลงชื่อในสัญญากู้เงินเกินบัญชีกับธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาด ไว้เป็นจำนวน ๑๒ ล้านบาทเพื่อเตรียมปลูกบ้านใหม่ จึงให้ภรรยาลองโทรศัพท์ไปคุยกับผู้จัดการเล่าความเป็นมา และขอให้ช่วยโอนเงิน ๒๐๐,๐๐๐ เหรียญเข้าบัญชีสถานกงสุลไทย ณ นครลอสแองเจลิส

โชคดีที่ผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์เข้าใจในความสำคัญของเรื่องนี้และกล้าตัดสินใจ ส่งแฟกซ์ใบเบิกเงิน มายังสถานกงสุลไทยนครลอสแองเจลิส ให้นางจริยา ลัทธศักดิ์ศิริเซ็น แล้ว ร.ต.ท.เชาวรินเซ็นค้ำประกัน พร้อมกับส่งสำเนาหนังสือเดินทางไปด้วย

จากนั้นคณะติดตามหลวงพ่อศิลาก็นั่งรอผลด้วยใจระทึก บ่ายวันนั้นท่านกงสุลก็ได้รับแจ้งจากธนาคารไทยพาณิชย์ สาขานครลอสแองเจลิสว่า เงิน ๒๐๐,๐๐๐ เหรียญได้โอนเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้ว ท่านกงสุลจึงขอทำแคชเชียร์เช็ค 

เมื่อถึงเวลานัดทุกคนตื่นเต้นเมื่อเห็นลังหลวงพ่อศิลาถูกยกออกมา หลวงพ่อศิลาถูกบรรจุอยู่ในลังไม้กว้างประมาณฟุตครึ่ง สูงประมาณตู้เย็น ๕.๕ คิว ครั้นพอเปิดฝาลัง ต่างก็ตะลึงเมื่อเห็นหลวงพ่อศิลายิ้มละมุนเหมือนในรูปที่เห็นกันจนชินตา
 
ต่างช่วยกันตรวจดูรอยตำหนิต่างๆที่ท่องกันจนขึ้นใจ รอยกะเทาะที่พระนลาฏ เป็นจุดบิ่นเล็กๆ พระอุทรมีรอยตำหนิเป็นทางยาว ๓ เส้น แต่ละเส้นยาวประมาณ ๑ นิ้วเศษอยู่ตรงใกล้กับพระนาภี (สะดือ) ส่วนด้านหลังของปลายขนดหางพญานาคเจ็ดเศียร มีรอยหินแตกอีกแห่ง

“ใช่แล้ว” ทุกคนร้องเป็นเสียงเดียวกัน

เมื่อตรวจดูจนแน่ใจแล้ว ท่านกงสุลจึงยื่นแคชเชียร์เช็คให้ทนายเซ็นรับ และช่วยกันอุ้มหลวงพ่อศิลากลับลงลัง อัญเชิญไปที่วัดไทยในแอลเอ ซึ่งนัดหมายกันแล้วว่าจะให้หลวงพ่อมาพักชั่วคราว ซึ่งทางวัดได้เตรียมแท่นไว้กลางพระอุโบสถ เปิดโอกาสให้คนไทยในอเมริกาได้สักการบูชา และจะมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ในคืนนั้น

ท่านกงสุลได้ติดต่อสายการบินเพื่ออัญเชิญหลวงพ่อกลับไทย แต่เครื่องบินไทยอินเตอร์เกิดไม่ว่าง มีแต่สายการบินอีวาแอร์ของไต้หวัน ทางคณะจึงถือศักดิ์ศรีว่าหลวงพ่อต้องกลับด้วยสายการบินแห่งชาติของคนไทยเท่านั้น จึงได้เลื่อนไปกลับในวันที่ ๑๘ ธันวาคม ถึงกรุงเทพฯในวันที่ ๑๙

ในคืนนั้น ปรากฏว่าที่วัดมีคนไทยในอเมริกามากันเนืองแน่น เพราะวิทยุท้องถิ่นภาคภาษาไทยได้ออกข่าว และที่น่าแปลกใจก็คือ อัยการนครลอสแองเจลิสก็มาด้วย เพราะถือว่ามีส่วนร่วมในเรื่องนี้ โดยเป็นผู้ยื่นคำขาดจนผู้ครอบครองต้องยอมคืนหลวงพ่อศิลา และประทับใจมากที่เห็นคนไทยสักการะหลวงพ่อด้วยดอกไม้ธูปเทียน

เมื่อหลวงพ่อศิลายังไม่กลับในวันรุ่งขึ้น ทางวัดจึงขอสมโภชน์ต่ออีกคืน เพราะคืนแรกคนแน่นจนเข้าไม่หมด คืนที่ ๒ ก็เช่นกัน ต้องทยอยกันเข้าสักการะเป็นชุดๆ

เมื่อหลวงพ่อศิลากลับมาถึงดอนเมือง หลายฝ่ายไปต้อนรับกันเนืองแน่น เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้จัดห้องวีไอพีให้ ร.ต.ท.เชาวรินแถลงข่าว จากนั้นจึงอัญเชิญหลวงพ่อศิลาไปพุทธมณฑล ปรากฏว่ารถที่อัญเชิญหลวงพ่อไปนี้ได้กลายเป็นรถบุปผาชาติไป เพราะประชาชนได้นำดอกไม้ธูปเทียนมาสักการะจนเต็มคันรถ

ร.ต.ท.เชาวรินได้ทำหนังสือถึงราชเลขาธิการ ขอเข้าเฝ้ากราบบังคมทูลน้อมเกล้าฯถวายหลวงพ่อศิลา ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เข้าเฝ้าได้ในวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐ การเข้าเฝ้าครั้งนี้ ร.ต.ท.เชาวรินบอกว่าจะต้องจดจำไปชั่วชีวิต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รับสั่งเมื่อได้กราบบังคมทูลถวายรายงานจบแล้วว่า

“เชาวริน เรามีอานิสงส์ร่วมกันนะ เก่งจริงๆ ตามคืนมาจนได้”
 
ทรงรับสั่งต่อไปว่า

“ขอบใจมากที่นำพระพุทธรูปมามอบให้ พระพุทธรูปมีลักษณะงดงาม คนซื้อเขารักษาได้ดี”

ทรงพิจารณาหลวงพ่อศิลาอย่างใกล้ชิด แล้วรับสั่งถามว่า

“จะนำพระพุทธรูปศิลาไปสุโขทัยวันนี้เลยหรือ”

อดีต รมช.เชาวรินกราบทูลว่า

“ข้าพระพุทธเจ้าและคณะทำงานจะอัญเชิญกลับวัดทุ่งเสลี่ยมตามเส้นทางถนนสายเอเชีย อัญเชิญไปฉลองที่วัดต่างๆ ๙ จังหวัด จนถึงวัดทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย พระพุทธเจ้าข้าฯ”

ทรงมีพระราชดำรัสกับนายธนินทร์ เจียรวนนท์ว่า

“จะไปด้วยหรือเปล่า”

นายธนินทร์ได้กราบทูลว่า

“ข้าพระพุทธเจ้ามอบให้คุณวัลลภไปแทนพะย่ะค่ะ”

ทรงรับสั่งกับนางพิมพา ลิมปพยอมว่า

“ได้ทราบเรื่องทางจดหมาย ได้อ่านข่าวจากทางหนังสือพิมพ์ และดูโทรทัศน์แล้ว”

การเข้าเฝ้าทูลเกล้าฯถวายหลวงพ่อศิลา เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานไปประดิษฐาน ณ วัดทุ่งเสลี่ยมในครั้งนี้ คณะติดตามทวงคืนหลวงพ่อศิลาและผู้สนับสนุนการทำงานตามพากันปลาบปลื้มใจจนหายเหนื่อย

จากพระที่นั่งจิตรลดารโหฐาน คณะได้อัญเชิญหลวงพ่อศิลาไปยังอาคารซีพีเทาเวอร์ ถนนศรีลม เปิดให้ประชาชนได้สักการบูชา เช้าวันรุ่งขึ้นจึงมีการเจริญพระพุทธมนต์ฉลอง โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ และสมเด็จพระญาณวโรดม วัดเทพศิรินทร์ ทำพิธี

ช่วงบ่ายขบวนอัญเชิญหลวงพ่อศิลาจึงเคลื่อนออกจากอาคารซีพีเทาเวอร์ แวะที่โรงพิมพ์ไทยรัฐ ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อขอบคุณที่ให้การสนับสนุนและประชาสัมพันธ์การติดตามหลวงพ่อศิลามาโดยตลอด ก่อนที่จะไปให้ประชาชนสักการะที่ศาลากลางจังหวัดปทุมธานีเป็นแห่งแรก

หลวงพ่อได้แวะที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิษณุโลก จนถึงวัดทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัยในวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์

ชาวสุโขทัยได้ต้อนรับการกลับมาของหลวงพ่อศิลาอย่างมืดฟ้ามัวดิน ประชาชนนับหมื่นได้เข้าร่วมขบวนแห่ ผู้เฒ่าผู้แก่ต่างแต่งกายสดใสตามประเพณีล้านนา ฟ้อนรำร่วมขบวนไปด้วยความดีใจ บ้างก็น้ำตาอาบแก้มด้วยความปลื้มปีติ
 
ทำให้คณะที่อัญเชิญหลวงพ่อศิลามาจากกรุงเทพฯอดใจไม่ไหว ต้องลงจากรถไปฟ้อนรำกับชาวบ้านด้วย ในจำนวนนี้รวมทั้ง ร.ต.ท.เชาวริน โต้โผ และ น.ส.ปาริชาติ ศิลปอาชา ลูกสาวของอดีตนายกฯบรรหาร ซึ่งอยู่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยมีประชาชนจำนวนแสนยืนเรียงรายตลอดสองข้างทางที่ผ่าน

หลวงพ่อศิลาได้กลับมาประดิษฐานที่วัดทุ่งเสลี่ยมหลังจากถูกขโมยและธุดงค์ไปรอบโลกนานถึง ๑๙ ปี จนชาวสุโขทัยหมดหวังที่จะได้หลวงพ่อกลับคืนมาแล้ว แต่แล้วหลวงพ่อก็ปาฏิหาริย์กลับมาอย่างไม่ตาดคิด

นี่ก็เป็นผลงานของ ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการการทรวงศึกษาธิการ คนที่ชอบแต่งเครื่องแบบลูกเสือเป็นประจำ ซึ่งไม่น่าจะเป็นคนๆเดียวกับที่ติดคุกเมื่อสัปดาห์ก่อนเลย


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ พระราชทานหลวงพ่อศิลากลับวัดทุ่งเสลี่ยม
 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙
พระราชทานหลวงพ่อศิลากลับวัดทุ่งเสลี่ยม

หลวงพ่อศิลา
 
หลวงพ่อศิลา

ชาวสุโขทัยต้อนรับหลวงพ่อศิลา
 
ชาวสุโขทัยต้อนรับหลวงพ่อศิลา

หลวงพ่อศิลาเมื่อกลับคืนวัดทุ่งเสลี่ยม
 
หลวงพ่อศิลาเมื่อกลับคืนวัดทุ่งเสลี่ยม 
 
 
"คิดถึง ร.๙ บนสรวงสวรรค์"
 
 
ขอบคุณ MGR Online
คุณโรม บุนนาค
 
สิริสวัสดิ์โสรวารค่ะ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 สำรวจฟ้า ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 17/08/2019 เวลา : 11.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ท่าน PT คะ

ทุกสิ่ง เอื้อประกอบกันไปหมด
เพราะ "ถึงเวลาอันพอเหมาะ" ทุกคนต่างตั้งใจทำ
ท่านที่มีชื่อในข่าวนี้ คือผู้ที่ควรสดุดีทุกท่านค่ะ
ขอบพระคุณมากนะคะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 3 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 17/08/2019 เวลา : 11.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ได้สิ่งศักดิ์สิทธิกบับคืนมา เหมือนเช่นที่เคยได้ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์กลับมา

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
vinitvadee วันที่ : 17/08/2019 เวลา : 10.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

คุณลุงคะ

อาจจะคลำแล้ว "เจอตอ" ก็ได้ค่ะ
สมัยนั้นไม่มีพลังโซเชี่ยล หากเป็นสมัยนี้ คลำจนเจอต้นตอแน่เลยค่ะ
ขอบพระคุณมากนะคะ_/\_

ความคิดเห็นที่ 1 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 17/08/2019 เวลา : 10.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

น่าจะสอบสวนย้อนหลังหาคนผิด โดยเฉะเพาะร้านรับซื้อแล้วจำหน่ายต่อพระองค์นี้ ร้านขายของเก่าก็หากินแบบนี้ด้วยกันทั้งนั้น

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]