• vinitvadee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-05-07
  • จำนวนเรื่อง : 566
  • จำนวนผู้ชม : 186783
  • ส่ง msg :
  • โหวต 375 คน
รักถิ่นมาตุคามปิตุภูมิ
เทิดชาติศาสน์กษัตริย์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2
วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน 2562
Posted by vinitvadee , ผู้อ่าน : 356 , 07:02:56 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน แม่หมี , สิงห์นอกระบบ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

 

รัชกาลที่ 5 ขณะเสด็จฯ เยือนสิงคโปร์ พร้อมด้วยพระราชโอรส
มีสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพยืนอยู่ด้านหลัง
ขวาสุดคือ Tunku Abdul Aziz รายามูดาแห้งเกอดะห์
(ภาพจากหนังสือ Siamese in Malaysia: Beyond Sixty Years of Heritage)
 


รัชกาลที่ 5 เสด็จฯ เยือนรัฐมาลายาที่อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ ในหลายเมืองและหลายรัฐ เช่น ปีนัง (Penang) เปรัก (Perak) มะละกา (Malacca) ยะโฮร์ (Johor) และสิงคโปร์ (Singapore) ในการเสด็จประพาสครั้งแรกที่สิงคโปร์นั้นก็มีจุดประสงค์เพื่อทอดพระเนตรการปกครองและความเจริญของบ้านเมืองเพื่อนำมาปรับใช้กับสยามสำหรับการพัฒนาให้เกิดความเจริญทัดเทียมกับชาติตะวันตก

การเสด็จประพาสทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสยาม-อังกฤษ สยาม-มาลายา และโดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับรัฐภายใต้การปกครองของทั้งสี่รัฐให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1870-1902 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินเยือนรัฐมาลายาเหนือหลายครั้งหลายหน โดยเสด็จฯ แวะพักในช่วงการเสด็จประพาสต่างประเทศหลาย ๆ ครั้ง

เช่น เสด็จประพาสอินเดีย ค.ศ. 1871 เสด็จประพาสสิงคโปร์ ค.ศ. 1871 และ เสด็จประพาสยุโรป ค.ศ. 1897 ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องแวะพักที่รัฐมาลายาทั้งสิ้น การแวะพักในรัฐมาลายายังมีจุดมุ่งหมายที่จะเสด็จฯ เยือนรัฐภายใต้การปกครองของสยามด้วยคือ เกอดะห์ (Kedah) หรือไทรบุรี ปะลิส (Perlis) กลันตัน (Kelantan) และ ตรังกานู (Terengganu) อีกด้วยารปฏิรูปการปกครองในสยามในยุคต่อมา

หนึ่งในจุดแวะพักที่สำคัญคือ “ปีนัง” ซึ่งในยุคหลังปีนังก็เป็นที่นิยมของบรรดาชนชั้นนำของสยามเรื่อยมาจนถึงเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงการปกครองสยาม ค.ศ. 1932   ปีนังเคยเป็นดินแดนของสยามมาก่อนแต่ได้ตกเป็นของอังกฤษในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3

ปีนังเป็นพื้นที่ที่ประกอบด้วยส่วนที่เป็นเกาะที่คนไทยรู้จักกันดีคือเกาะหมาก กับส่วนที่อยู่บนแผ่น

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและพาณิชย์การค้าในปีนังเป็นสิ่งที่รัชกาลที่ 5 นำมาเป็นต้นแบบของการพัฒนาสยามให้ทันยุคทันสมัย ซึ่งจะเห็นความเจริญเหล่านี้ได้จากบันทึกต่าง ๆ เช่น นิราศเมืองประเหลียน ค.ศ. 1879 ของพระยาโสภณพัทลุงกุล (สว่าง ณ พัทลุง) หนึ่งในสมาชิกของตระกูลผู้ปกครองแห่งพัทลุง

ซึ่งได้พรรณนาจากที่สังเกตเห็นความเจริญในระหว่างการเดินทางเอาไว้ว่า ปีนังเป็นเมืองพหุวัฒนธรรมที่หลากหลายและเจริญ นอกจากนี้ก็ยังมีนิราศเรื่องอื่น ๆ ที่ได้พรรณาถึงเมืองปีนังในหลายด้าน เช่น การระบายน้ำ ถนน การไฟฟ้า เศรษฐกิจ

ในการเสด็จประพาส ค.ศ. 1890 เมือเสด็จฯ ถึงเมือง Taiping ในรัฐเปรัก ได้ทอดพระเนตรการทำเหมืองดีบุกซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักของรัฐมาลายาทั้งหลายที่สร้างรายได้มหาศาล ซึ่งรัชกาลที่ 5 ให้ความสนใจในการทำเหมืองดีบุกและการจัดการระบบต่าง ๆ ของอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งจะส่งผลมาถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองในภาคใต้ของสยามอีกด้วย

ปีนังกับการเสด็จประพาสยุโรป

การเสด็จประพาสยุโรปทั้งสองครั้ง เมื่อ ค.ศ. 1897 และ 1907 ทรงแวะพักที่ปีนังทั้งสองครั้ง โดยพำนักที่ “Chakrabonge House” หรือบ้านจักรพงษ์ ในการเสด็จฯ เยือนรัฐมาลายาก็ได้รับการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติจากผู้ปกครองท้องถิ่นมาลายา เช่น รายาแห่งปะลิส (Raja of Perlis) รายามูดาแห่งเกอะดะห์ (Raja Muda of Kedah)

ไม่แต่เพียงในระดับกษัตริย์เท่านั้น ในระดับรองลงมาก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองฝ่ายแน่นแฟ้นขึ้น กล่าวคือ ผู้ติดตามของรัชกาลที่ 5 เช่น พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี หรือ คอซิมบี๊ ณ ระนอง ข้าหลวงใหญ่มณฑลภูเก็ตและผู้ว่าการเมืองตรังก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่มีวงศ์ตระกูลคอ (Khaw) กระจายอยู่ทั่วในภาคใต้ของสยามและภาคเหนือของรัฐมาลายา รวมถึงที่ปีนังนี้ด้วย ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติทั้งในระดับกษัตริย์และรองลงมาแนบแน่นมาโดยตลอด

พระยารัตนเศรษฐี หรือคอซิมก๊อง ณ ระนอง (Khaw Joo Tok) หลานของพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดีได้ทูลเกล้าฯ ถวายบ้านพักต่างอากาศที่เรียกว่า บ้านอัษฎางค์ (Asdang House) แก่รัชกาลที่ 5 เพื่อใช้เป็นที่พำนักพร้อมกับคณะผู้ติดตามในพระองค์ระหว่างประทับที่ปีนัง ซึ่งการเสด็จฯ มาประทับที่ปีนังบ่อยครั้งทำให้กลายเป็นเหมือนประเพณีปฏิบัติของชนชั้นนำสยามในยุคหลังที่นิยมมาพำนักที่ปีนังกันมากยิ่งขึ้น

ชนชั้นนำสยามกับบ้านอีกหลังที่ปีนัง

บ้านจักรพงษ์และบ้านอัษฎางค์ถูกตั้งจากชื่อพระราชโอรสในรัชกาลที่ 5 คือ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ และพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ โดยก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรปโมเดิร์น ซึ่งใช้เป็นที่พำนักรับรองชนชั้นนำและบุคคลสำคัญของสยามมาตลอดหลายสมัย

ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1929 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีเสด็จฯ ประทับที่บ้านอัษฎางค์ ในภายหลังบ้านอัษฎางค์นี้ได้ตกทอดเป็นสมบัติของโรงแรม Metropole อีกบ้านหลังหนึ่งที่ต้องกล่าวถึงคือ “บ้านชินนามอน” (Cinnamon House)

ซึ่งสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพใช้เป็นที่ประทับภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองสยาม ค.ศ. 1932 ทั้งยังได้ต้อนรับ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ที่เสด็จฯ มาเยี่ยมที่บ้านชินนามอนเมื่อ ค.ศ. 1937 อีกด้วย

นอกจากนี้ พระยามโนปกรณ์นิติธาดา อดีตนายกรัฐมนตรีของสยาม ภายหลังจากพระยาพหลพยุหเสนาได้ทำการรัฐประหารเมื่อ ค.ศ. 1933 พระยามโนปกรณ์ฯ ก็ได้มาอาศัยอยู่ที่ปีนังเช่นกัน ซึ่งท่านก็ถึงแก่อสัญกรรมที่ปีนังและศพก็ถูกฝังไว้ที่นี่ ใน ค.ศ. 1947

 

 สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

เสด็จเยี่ยมสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพและพระธิดา

ที่เมืองปีนัง พ.ศ. ๒๔๘๐

 

สยามกับกลันตัน

รัฐกลันตันก็เป็นอีกรัฐหนึ่งที่มีความใกล้ชิดกับสยามมายาวนาน สุลต่านของกลันตันเช่น สุลต่าน Ahmad, สุลต่าน Muhammad III และสุลต่าน Mansur ตั้งแต่ ค.ศ. 1886-1899 ก็ล้วนแล้วแต่เคยเสด็จฯ มากรุงเทพมหานครฯ เพื่อประชุมหารือกับรัชกาลที่ 5   

สิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองรัฐคือ ในช่วงที่มีการออกพระราชบัญญัติสงฆ์ ค.ศ. 1902 ซึ่งว่าด้วยพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์แห่งสยามในการแต่งตั้งพระราชาคณะในพระราชอาณาจักร รัฐกลันตันก็ยอมรับและให้การรับรองในสิทธิของสยามที่จะแต่งตั้งพระราชาคณะในกลันตัน

หลังจากที่กลันตันได้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศมาเลเซียแล้วนั้น สุลต่านแห่งกลันตันจึงยึดเอาประเพณีนี้มาปฏิบัติใช้ กล่าวคือ สุลต่านแห่งกลันตันเป็นผู้แต่งตั้งพระราชาคณะของศาสนาพุทธในรัฐกลันตัน จวบจนถึงปัจจุบันก็ยังยึดปฏิบัติกันสืบมา

ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าราชสำนักทั้งสองมีความใกล้ชิดระหว่างกันและต่างก็ให้เกียรติซึ่งกันและกันในการให้การยอมรับความเท่าเทียมทางศาสนา

 

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (ชุดดำ) เสด็จร่วมงานพระศพ

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าสวัสดิโสภณกรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์

ณ วัดปิ่นบังอร ที่ปีนัง ค.ศ. 1935

(ภาพจากหนังสือ Siamese in Malaysia: Beyond Sixty Years of Heritage)

 

สยามกับเกอดะห์

ในช่วงที่รัชกาลที่ 5 เสด็จฯ เยือนรัฐเกอดะห์ในหลาย ๆ ครั้งนั้นจะตรงกับรัชสมัยของสุลต่านสองพระองค์คือ สุลต่าน Ahmud Tajuddin และสุลต่านอับดุลฮามิด ( Sultan Abdul Hamid) ราชสำนักเกอดะห์ได้ถวายการต้อนรับรัชกาลที่ 5 อย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติยศ

รัชกาลที่ 5 ก็มิได้แสดงออกว่าพระองค์เหนือกว่าในฐานะผู้ปกครอง ซึ่งทรงให้เกียรติสุลต่านเกอดะห์ด้วยพระมหากรุณาธิคุณฉันมิตร ทั้งยังสนับสนุนกิจการภายในราชสำนักเกอดะห์อีกหลาย ๆ ประการ ราชสำนักทั้งสองจึงมีความใกล้ชิดกันมาตลอดหลายปี

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้พระราชทานบรรดาศักดิ์ “เจ้าพระยา” แก่ Ahmad Tajuddin Mukarram Shah สุลต่านผู้ปกครองรัฐเกอะดะห์ในสมัยนั้น ครั้นรัชกาลที่ 5 ก็ได้พระราชทานบรรดาศักดิ์เจ้าพระยาฤทธิสงครามรามภักดีแก่ สุลต่านอับดุลฮามิดเช่นกัน

อีกทั้งสุลต่านอับดุลฮามิดยังได้อภิเษกสมรสกับหญิงชนชั้นสูงชาวสยาม ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองฝ่ายใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น

 

ตนกู อับดุล ระห์มัน

นายกรัฐมนตรีคนแรกของมาเลเซีย (ภาพจาก wikipedia)

 

หญิงผู้นั้นคือหม่อมเนื่อง บุตรสาวของหลวงนราบริรักษ์ เป็นพระภรรยาคนที่ 8 ของสุลต่าน โดยได้ให้กำเนิดพระโอรสพระองค์หนึ่งคือ “ตนกู อับดุล ระห์มัน” (Tunku Abdul Rahman ) ซึ่งภายหลังได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศมาเลเซีย   

ตนกู อับดุล ระห์มัน ได้เข้ามาศึกษาที่กรุงเทพมหานครฯ ในโรงเรียนเทพศิรินทร์ โดยได้รับพระบรมราชานุเคราะห์จากรัชกาลที่ 5 รวมถึงพระโอรสองค์อื่น ๆ ของสุลต่านเกอดะห์ เช่น Tunku Yusuf และ Tunku Mohammad Jewa ซึ่งทั้งสองพระองค์ได้ศึกษาในโรงเรียนราชวิทยาลัย หรือ King’s College ตรงกับช่วงเวลาที่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ เรียนอยู่ที่นี่เช่นเดียวกัน

แม้ภายหลังรัฐเกอดะห์ รัฐตรังกานู รัฐปะลิส และรัฐกลันตัน จะตกเป็นของอังกฤษไป แต่ความสัมพันธ์ระหว่างสองราชสำนักยังคงแนบแน่นเสมอมา ครั้นเมื่อตนกู อับดุล ระห์มัน พยายามเจรจาต่อรองกับอังกฤษในการแยกประเทศมาเลเซียให้เป็นเอกราชนั้น

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้เสนอความช่วยเหลือทางการเงินและทรงให้กำลังใจตนกู อับดุล ระห์มัน เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าราชสำนักสยามกับเกอดะห์ได้เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันมาตลอดหลายยุคหลายสมัย

สยามได้ให้เกียรติเกอดะห์ฉันมิตร โดยมิได้ถือตัวว่าตนเป็นเจ้าผู้ปกครองที่จะกระทำตัวให้อยู่เหนือกว่าแต่อย่างใด นั่นจึงทำให้เห็นว่าความสัมพันธ์ยังคงแนบแน่นมาจนถึงปัจจุบัน

อ้างอิง: หนังสือ Siamese in Malaysia: Beyond Sixty Years of Heritage โดย Mala Rajo Sathian และ Rosenun Chesof

 

ขอบคุณ ศิลปวัฒนธรรม

สิริสวัสดิ์ภุมวารค่ะ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
vinitvadee วันที่ : 20/11/2019 เวลา : 07.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขอบพระคุณพี่อ้อมค่ะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
vinitvadee วันที่ : 20/11/2019 เวลา : 07.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

4

น้าสิงห์คะ
น่าทึ่งตรงในหลวง ร.๙ ของเรา พระราชทานความช่วยเหลือนี่แหละค่ะ
ขอบพระคุณมากนะคะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 3 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 19/11/2019 เวลา : 15.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ตุนกู อับดุล ระฮ์มัน ผู้นำการเรียกร้องเอกราชและนายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศมาเลเซีย ได้รับยกย่องเป็นบิดาแห่งประเทศมาเลเซียหรือ Bapa of Malaysia มีมารดาเป็นคนไทย ตัวท่านเองก็เคยเรียนที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 2 สำรวจฟ้า ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 19/11/2019 เวลา : 09.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

1

ท่านPT คะ

สมัยก่อนนานมาแล้ว ไปปีนังก็หรูแล้วค่ะ ได้ซื้อร่มสั้นพับสวยๆอยู่ในปลอกงาม
ได้ซื้อเสื้อยืดแขนยาวมีตัวในคอกลมแขนกุดเป็นชุด
ที่เล่านี่ แม่ทำมาแล้วค่ะ
จึงเมื่อไปเรียนซัมเมอร์ครั้งแรก ไปสิงหปุระ ยังเด็กไปใกล้ๆก่อนค่ะ
ขอบพระคุณมากนะคะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 1 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 19/11/2019 เวลา : 09.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

เมืองปีนังใกล้ชิดกับคนไทยมาก สมัยการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕ เจ้านายในราชวงค์เสด็จไปประทับอยู่หลายพระองค์

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]