*/
  • nathathida
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : n_adireksarn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-12
  • จำนวนเรื่อง : 144
  • จำนวนผู้ชม : 239025
  • จำนวนผู้โหวต : 103
  • ส่ง msg :
  • โหวต 103 คน
<< กรกฎาคม 2013 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 31 กรกฎาคม 2556
Posted by nathathida , ผู้อ่าน : 2075 , 16:48:49 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 9 คน wansuk , redribbons07 และอีก 7 คนโหวตเรื่องนี้

เครดิตภาพโดย: Zone7

เมื่อวานเห็นมีประเด็นเรื่องการใช้เส้นผมและถุงน่องในการกำจัดคราบน้ำมัน เลยลองหาข้อมูลดู ก็เห็นบล็อคของพี่โบเดียมีวีดีโอสาธิตว่าซับน้ำมันได้จริง แต่ขณะเดียวกัน ก็คิดว่าถ้านำมาใช้ในทะเลแล้วถุงน่องรับน้ำหนักมากเกินไป จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร

ซึ่งพอค้นข้อมูลไปเรื่อย ๆ ก็เจอข้อมูลของ NOAA เกี่ยวกับทุ่นกำจัดคราบน้ำมัน http://www.noaa.gov/factsheets/new%20version/boom.pdf ขออนุญาตอธิบายสั้น ๆ ว่า "Boom หรือทุ่นกำจัดคราบน้ำมันมีหลายแบบ แต่ละแบบก็ใช้ประโยชน์ต่างกันไป อย่างไรก็ดี การนำ Boom มาใช้ ไม่ได้หมายความว่าเราจะใช้เป็นทุ่นกั้นหรือกำจัดคราบน้ำมันได้ตลอดไป ต้องมีการเก็บขึ้น เพราะ Boom อาจจะส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลได้

ในส่วนของการใช้เส้นผมบรรจุถุงน่อง เมื่อนำมาเทียบกับ Sorbent boom ก็พบว่า Sorbent boom สามารถดูดซับน้ำมันได้มากกว่า ในขณะเดียวกันก็ดูดซับน้ำได้น้อยกว่า ทำให้การดูดซับน้ำมันมีประสิทธิภาพมากกว่า นอกจากนั้น การใช้งานถุงน่องบรรจุเส้นผมมีข้อจำกัด เพราะเมื่อถุงน่องที่บรรจุเส้นผมดูดซึบน้ำมันจนหนักเกินไป (แล้วเก็บขึ้นไม่ทัน) ก็จะจมลงสู่ใต้ทะเล กลายเป็นขยะในทะเลไป ทาง NOAA เลยแนะนำให้ใช้ถุงน่องบรรจุเส้นผมเฉพาะบริเวณที่เป็นส่วนแห้ง เช่น บนโขดหิน เป็นต้น"

หลังจากนั้น นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงนักวิชาการด้านประมงของไทย ก็เริ่มออกมาให้ความเห็นตามสื่อ เช่น Nation Channel และใน Facebook เป็นต้น

พร้อมกันนั้น ก็มีคนแชร์ว่า คมชัดลึกทีวี และคมชัดลึก ประกาศขอรับบริจาคเส้นผมและถุงน่อง ซึ่งพอเห็นอย่างนี้ ดิฉันก็เลยโทรไปตามเบอร์ 02 ที่ให้ไว้ในประกาศเมื่อวาน พอบอกเจ้าหน้าที่ว่าต้องการชี้แจงเรื่องการรับบริจาคเส้นผม เหมือนคนรับโทรศัพท์ไม่รู้ว่าจะให้คุยกับใคร แล้วก็เหมือนจะรีบวาง ก็เลยได้แต่อธิบายคร่าว ๆ ไปว่า "ถ้าจะใช้เส้นผมและถุงน่อง ขอความกรุณาช่วยใช้เฉพาะริมหาด อย่านำไปใช้ในทะเล เพราะเมื่อถุงน่อง (บรรจุเส้นผม) มีน้ำหนักมากเกินไป จะจมลงไป และกลายเป็นขยะในทะเลได้ ถ้าจะพิจารณาทบทวนเรื่องการรับบริจาคด้วยก็จะดี"

โดยส่วนตัว ถ้าอยากช่วยจริง ๆ ก็ไม่ว่ากันค่ะ แต่ควรหาแนวทางป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ด้วย ไม่ใช่แก้ไขอย่างหนึ่ง แต่ไปเพิ่มปัญหาอีกอย่างหนึ่ง ก็เลยอยากจะย้ำ ว่าขอให้ใช้ถุงน่องเส้นผม "แทนกระดาษซับมัน" คือ ใช้เฉพาะริมหาดเท่านั้น ซับเสร็จ เก็บ แต่ไม่ควรนำไปใช้ในทะเล ไม่ว่าจะป้องกันคราบน้ำมันหรือกำจัดคราบน้ำมัน

และขอปิดท้ายด้วย link จากฐานข้อมูลทางทะเล เรื่อง น้ำมันรั่วไหล มาใส่ด้วย เพื่อให้ทุกคนทำความเข้าใจได้มากขึ้น http://www.mkh.in.th/index.php/2010-03-22-18-05-34/2011-08-24-04-53-01

ขอบคุณค่ะ :)


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
nathathida วันที่ : 18/04/2014 เวลา : 10.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nathathida
I am not a bitch, I just have a low tolerance for bullshit.

คุณครูแสนสุข: หลังจากใช้สารเคมีจับตัวคราบน้ำมันให้จมลงใต้ทะเล ดูด้วยสายตา เกาะเสม็ดก็กลับมาขาว สะอาด เหมือนเดิมค่ะ แต่ด้วยการใช้สารเคมีที่มากเกินความจำเป็น คราบน้ำมันที่ไม่ได้หายไปไหน แค่จมลงไปใต้ทะเล น้ำทะเลก็มีสารพิษมากเกินกว่าจะใช้คำว่า "สะอาด" ค่ะ ส่วนระยะเวลาฟื้นฟูคงไม่ใช่ภายในปีเดียวหรือเร็ว ๆ นี้ค่ะ น่าจะ 10 ปีเป็นอย่างต่ำ (- -')

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ครูแสนสุข วันที่ : 13/04/2014 เวลา : 16.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krusansuk

หลังจากใช้วิธีนี้ไปแล้ว เกาะเสม็ดเป็นอย่างไรบ้างคะ ฟื้นฟู 100% จะใช้เวลาเท่าไหร่คะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
nathathida วันที่ : 02/08/2013 เวลา : 11.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nathathida
I am not a bitch, I just have a low tolerance for bullshit.

คุณ wansuk: จากสถานการณ์ปัจจุบัน โดยส่วนตัวมองว่าถุงน่องบรรจุเส้นผมไม่มีความจำเป็นแล้วนะคะ นอกจากนั้น กระดาษซับมันก็มีประสิทธิภาพดีกว่า เพราะทำมาเพื่อซับน้ำมันโดยเฉพาะ การดูดซับน้ำบนพื้นที่เปียก เช่น หาด หรือโขดหิน แทบจะไม่มีเลย (แล้วกระดาษซับมันก็ยังมีอยู่อีกเยอะ ไม่ได้ขาดแคลนแต่อย่างใด) ในขณะที่ถ้าใช้ถุงน่องบรรจุเส้นผมคงดูดซับน้ำขึ้นมามากกว่ากระดาษซับมัน แถมพอดูดซับแล้วก็คงแยกน้ำมันออกมารีไซเคิลยาก

พูดถึงเรื่องนี้แล้ว จะว่า ปตท. งกก็ว่าได้ แต่ที่เก็บกันทุกวันนี้ ทั้งใช้เครื่องดูดน้ำทะเลขึ้นมาแยกน้ำมันกับน้ำทะเลและกระดาษซับมัน ก็นำน้ำมันไปเข้าโรงกลั่นนะคะ ในส่วนของกระดาษซับมันก็ต้องไปผ่านกระบวนการก่อน ซึ่งถ้าใช้ถุงน่องบรรจุเส้นผมก็ทำไม่ได้ น้ำมันส่วนนั้นก็สูญเปล่าไป

เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ต้องหันไปมองในแง่ของการเตรียมการกำจัดถุงน่องบรรจุเส้นผมปนเปื้อนน้ำมันว่าเขาจะทำอย่างไร เพราะมันก็คือขยะพิษดี ๆ นี่เอง ซึ่งในส่วนนี้ยังไม่ได้ศึกษารายละเอียดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
wansuk วันที่ : 02/08/2013 เวลา : 10.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ หาวิธีการที่เหมาะสม เพื่อบ้านเราค่ะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
nathathida วันที่ : 01/08/2013 เวลา : 12.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nathathida
I am not a bitch, I just have a low tolerance for bullshit.

คุณ 4BANK: พิมพ์ผิดแล้วความหมายเปลี่ยนนี่น่ากลัวมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 nathathida ถูกใจสิ่งนี้ (1)
4BANK วันที่ : 01/08/2013 เวลา : 12.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

ขอโทษทีครับ ผมพิมพ์ ผิด

ถ้าไม่บอก ก็คงไม่รู้ .........

อย่า ให้ทั้งเกาะเสม็ค เสียหาย........

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
nathathida วันที่ : 01/08/2013 เวลา : 10.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nathathida
I am not a bitch, I just have a low tolerance for bullshit.

คุณ redribbon07: ด้วยความยินดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
nathathida วันที่ : 01/08/2013 เวลา : 10.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nathathida
I am not a bitch, I just have a low tolerance for bullshit.

ข้อมูล update: ตามแนวปะการังใกล้ฝั่งยังไม่พบว่ามีปัญหาจากคราบน้ำมันแต่อย่างใดนะคะ แม้จะมีการใช้สารเคมีให้น้ำมันตกตะกอนด้วย แต่เพราะน้ำตื้นเกิน ตะกอนเลยไม่จม แต่ถูกพัดลอยมาติดหาด ปนกับคราบน้ำมันแทน

ส่วนกรณีภาพถ่ายดาวเทียมที่เห็นเป็นกลุ่มคราบน้ำมัน จากที่วนเรือดู ไม่ปรากฏบนผิวน้ำให้เห็น แต่ (อาจจะ) จมตัวอยู่ใต้น้ำเล็กน้อย ตามที่นักวิชาการบอก ก็เลยคิดว่ากลุ่มก้อนดังกล่าวน่าจะเป็นน้ำมันดิบที่ถูกแปลงสภาพด้วยสารเคมีเป็นตะกอนแล้ว แต่ไม่ได้จมลงสู่ก้นทะเล แล้วถูกพัดลอยตามกระแสน้ำมา (เหมือนแพลงตอนบูม)

สถานการณ์ส่วนใหญ่ดีขึ้นแล้วค่ะ ที่เหลือก็เก็บคราบน้ำมันกับตะกอนที่ลอยมาติดหาดให้หมด แต่งานอาจจะเริ่มยากขึ้น เพราะเห็นว่าเมื่อวานกระแสน้ำเปลี่ยน คราบน้ำมันเลยลอยไปอีกหาดใกล้ ๆ กัน เป็นหาดสั้น ๆ แต่ทางลงไปลำบากค่ะ

และจากภาพถ่ายดาวเทียมเช้าวันนี้ โดยส่วนตัว ถ้าหากว่ากลุ่มก้อนดำ ๆ นี้เป็นตะกอนคราบน้ำมันจริง ๆ คิดว่าคงค่อย ๆ จมลงไปเรื่อย ๆ ประกอบกับลอยมาติดหาดเป็นเม็ดเล็ก ๆ สีดำ ๆ ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดเลยดูเหมือนคราบน้ำมันน้อยลง ...ในส่วนของลอยมาติดหาดไม่ค่อยกังวล (ใช้กระดาษซับมันได้ haha) แต่ในส่วนที่จม ปะการังน่าจะเสียหาย (บ้าง) คิดว่าหลังจากนี้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งคงสำรวจแนวปะการังตามแนวเส้นทางของกลุ่มก้อนนี้ด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
redribbons07 วันที่ : 01/08/2013 เวลา : 07.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ



ความคิดเห็นที่ 10 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
nathathida วันที่ : 31/07/2013 เวลา : 23.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nathathida
I am not a bitch, I just have a low tolerance for bullshit.

คุณ 4BANK: ไม่ได้อยากให้ทั้งเสม็ดเสียหายค่ะ งงว่าทำไมถึงคิดอย่างนั้น? แต่ยังไงก็ขออธิบายละกัน เมื่อวานตอนเห็นภาพถ่ายดาวเทียมว่าคราบฟิล์มบาง ๆ ไปถึงคลองแกลง ก็โทรไปถามหัวหน้าสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ว่าได้รับข้อมูลข่าวสารเรื่องให้ระมัดระวังคราบน้ำมันหรือไม่ ไอ้ฟิล์มบาง ๆ ที่ผู้บริหาร ปตท. พยายามพูดถึงนี่ ถ้าลอยไปติดที่ไหน มันก็ทับถมกันเป็นก้อนสีดำเหมือนที่อ่าวพร้าวได้นะคะ โดยส่วนตัว คิดว่าคราบฟิล์มนี้มันก็ลอยไปตามร่องน้ำ กระแสน้ำ อาจจะโดนพัดไปติดในพื้นที่อื่นได้ อย่างน้อยก็น่าจะแจ้งหน่วยงานราชการในพื้นที่ใกล้เคียงให้เตรียมตัวป้องกันไว้น่าจะดีกว่า แต่ปรากฏว่าไม่มีใครรับรู้เรื่องนี้เลย ข่าวก็ออกแต่ว่าควบคุมได้แล้ว บลา บลา บลา ทุกคนก็เชื่อข่าว เลยไม่ได้เฝ้าระวังพื้นที่ของตัวเอง

และเท่าที่ดูภาพถ่ายดาวเทียม ประกอบกับกระแสน้ำ พบว่าเกาะมันรอดแน่ แต่จะข้ามไปเขตจันทบุรีเลย ซึ่งถ้าข้ามจังหวัดแล้ว การประสานงานอะไรต่าง ๆ อาจจะลำบากขึ้น (เข้าใจการทำงานของราชการใช่ไหมคะ) แต่ถ้าข้ามเขตจริง ๆ และทางจันทบุรีมีโอกาสเตรียมรับมือ คราบน้ำมันอาจจะไม่ติดฝั่ง คือ พวกเราก็คิดวิธีป้องกันไว้ อาจจะทำทุ่นไปกั้นคราบน้ำมันแล้วตั้งเครื่องกำจัดกลางทะเล (แต่อาจจะติดคลื่น-ลม ซึ่งตรงนี้ก็ต้องดูกันอีกที แต่พวกเราก็จะช่วยกันป้องกันค่ะ) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับกระแสน้ำด้วย พอดีเมื่อวานเป็นวันที่น้ำเปลี่ยนกระแส แต่ไม่มีใครเดาทางได้ว่าน้ำจะไปทางไหน ก็รอดูตอนเช้าวันนี้ แล้วก็พบว่าคราบฟิล์มนี้มันกลับไปยังเกาะเสม็ด แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็ต้องติดตามเป็นระยะ ๆ เลยพิมพ์ไปอย่างที่ได้อ่านตอนแรกค่ะ

ในส่วนของเสม็ด เท่าที่ทราบมานักดำน้ำที่ทำงานอนุรักษ์ก็ได้รับการบอกกล่าวให้เตรียมตัว เพียงแต่การฟื้นฟูคงต้องทำหลังจากกำจัดคราบน้ำมันให้หมดไปแล้ว (เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครจะได้รับอันตราย) และอย่างน้อยก็ต้องมีการประเมินความเสียหายของใต้ทะเลก่อนด้วย

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
4BANK วันที่ : 31/07/2013 เวลา : 22.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK


ท่าไม้ตายคือ เผา ครับ

อยากให้ทั้งเกาะเสม็ด เสียหาย

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
nathathida วันที่ : 31/07/2013 เวลา : 19.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nathathida
I am not a bitch, I just have a low tolerance for bullshit.

คุณ Chaoying: ด้วยความยินดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Chaoying วันที่ : 31/07/2013 เวลา : 19.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ขอบคุณมากค่ะ ที่ให้ความรู้เพิ่มเติมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
nathathida วันที่ : 31/07/2013 เวลา : 19.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nathathida
I am not a bitch, I just have a low tolerance for bullshit.

ขออนุญาตนำบทความเกี่ยวกับการดำน้ำในแหล่งน้ำปนเปื้อน ที่ใน Facebook "สุขภาพกับการดำน้ำ โดยหมอเอ๋" มาให้อ่านเพื่อทำความเข้าใจด้วยนะคะ เพราะเห็นมีคนนำภาพนักดำน้ำจากศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 จังหวัดระยองมาโพสต์แล้ว

สุขภาพกับการดำน้ำ โดยหมอเอ๋
4 hours ago via mobile

"การดำน้ำ ในแหล่งน้ำที่มีการปนเปื้อน" (diving in contaminate water). ขอ Recycle บทความนี้อีกครั้ง ให้เข้ากับสถานการณ์น้ำมันที่เสม็ด เผื่อนักดำน้ำท่านใด จะไปจิตอาสาดำน้ำสำรวจความเสียหาย. ต้องระวังเป็นอย่างยิ่งครับ. ของเก่าผมเขียนไว้ตั้งแต่เมื่อครั้นน้ำท่วมปี 54 ครับ เนื้อความมีดังนี้ครับ

จากเหตุการณ์ น้ำท่วมครั้งใหญ่ในครั้งนี้ มีนิคมอุสาหกรรม หลายแห่งที่ถูกน้ำท่วม อุปกรณ์เครื่องจักรมากมายต้องจมอยู่ใต้น้ำ ผมเองได้รับการสอบถามมาสองสามครั้งเกี่ยวกับการจะให้ช่วยจัดหา นักดำน้ำหรืิอหน่วยงานที่มีความสามรถ ในการ ดำน้ำลงไปกู้เอาอุปกรณ์หรือเครื่องจักรที่สำคัญนั้นขึ้นมา ....... สิ่งหนึ่งที่หลายคนมองข้ามไปก็คือ การดำน้ำในกรณีดังกล่าวนั้น สิ่งที่ต้องระวังและนึกถึงคือ มันเป็นการดำน้ำ ในแหล่งน้ำที่มีการปนเปื้อน ... ปนเปื้อนอะไรบ้างและมีผลอย่างไรบ้าง จะกล่าวแบบสั้นๆ สรุปๆ นะครับ

ในแหล่งน้ำที่มีการท่วมขังนานๆ เช่นในนิคมอุตสาหกรรม สิ่งที่จะปนเปื้อนลงสู่ในน้ำนั้นมีมากมายครับ ... ตั้งแต่ สารเคมีต่างๆ ,โลหะหนัก เช่น ตะกั่ว ปรอท ฯ , สารกัดกร่อน ทั้งกรดเข้มข้น เบสเข้มข้น , สารก่อมะเร็งนาๆชนิด และหากมีการเน่าเสียของน้ำ หรือมีการปนเปื้อนน้ำจากบ่อบำบัำดน้ำเสียหรือสิ่งปฏิกูล ก็จะมีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อก่อโรคต่างๆอีกมากมายครับ

สิ่งที่ต้องระวังคือ การสัมผัสหรือ รับเอาสิ่งปนเปื้อนเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกาย การสัมผัสผ่านผิวหนัง ดวงตา การสำลักหรือสูดดมผ่านทางปากหรือจมูกลงไปสู่ทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ การไหลของน้ำเข้าสู่หูชั้นนอก เป็นต้น ซึ่งผลที่เกิดขึ้นมีทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ในระยะสั้นเช่น การระคายเคืองผิวหนัง ดวงตา ทางเดินหายใจ ... อาจมีอาการแพ้ อักเสบ อาการผุพองผิวหนังลอกหรือไหม้ ( ถ้าเป็นสารกัดกร่อน ) หรือ อาจมีการติดเชื้ออวัยวะนั้นๆได้ หากมีการสำลัก ก็อาจมีการติดเชื้อทางเดินอาหารหรือทางเดินหายใจ ... หรือ ระบบประสาท ( เช่นเกิดการติเชื้อ เป็นฝีในสมองอย่างเช่นกรณีคุณ บิ๊ก ดีทูบี ) เป็นต้น ส่วนผลระยะยาวเช่น หากรับสารเคมี หรือโลหะหนักอาจมีอาการเจ็บป่วยจากการสะสมของพิษโลหะหนักหรือสารเคมีตามมา และ อาจเกิดมะเร็งได้หากสารนั้นอยู่ในกลุ่มสารก่อมะเร็งด้วย

การป้องกัน อาจจะต้องเริ่มจากคำถามที่ว่า ... มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน ที่จะทำการดำน้ำในแหล่งน้ำนั้น ในสถานการณ์นั้น ... หากรอได้หรือหลีกเลี่ยงได้ น่าจะเป็นการดีที่สุด .... แต่หากมีความจำเป็นจริงๆ อุปกรณ์ที่จะลดการสัมผัสกันน้ำที่ปนเปื้อน น่าจะต้องถูกพิจรณษาเป็นอันดับแรก เช่น Dry suit , diving helmet เป็นต้น และจะต้องมีการเตรียมการ บริหารจัดการเป็นอย่างดี, การคำนึงถึงอุปกรณ์จ่ายอากาศสำรอง, การตรวจเช็คอุปกรณ์ ว่ามีรอยรั่วซึมใดๆ ของอุปกรณ์ป้องกัน อุปกรณ์การหายใจบ้างหรือไม่ทั้งก่อนและหลังการดำน้ำ , การวางแผนล้างกำจัดสิ่งปนเปื้อนหลังทำการดำน้ำ เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า การดำน้ำในแหล่งน้ำที่มีการปนเปื้อนนั้น มีอันตรายแอบแฝงอยู่มากมาย จากตัวคุณภาพของน้ำเอง ยังไม่รวมไปถึง การมองเห็น หรือ สิ่งกีดขวางใต้น้ำ ที่ต้องถูกนำมาพิจรณษด้วยเช่นกัน .... ดังนั้น ก่อนจะตัดสินในลงดำน้ำ คงต้องถามตัวเองถึงความพร้อมและความจำเป็น ในการดำ หากประสบการณ์น้อย อุปกรณ์ไม่เหมาะสม และมีสิ่งปนเปื้อนมากๆ ... การติดต่อหน่วยงานที่มีความรู้ ความชำนาญและมีอุปกรณ์ครบครัน น่าจะเหมาะสมที่สุดครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
nathathida วันที่ : 31/07/2013 เวลา : 18.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nathathida
I am not a bitch, I just have a low tolerance for bullshit.

คุณ 4BANK: ใช่ค่ะ จริง ๆ หลักการแยกน้ำมันออกจากน้ำง่ายมาก ไม่ต้องซื้อ Oil Skimmer มาใช้ก็ได้ค่ะ (ประหยัดงบ) ...พอดีเมื่อวานเห็นภาพถ่ายดาวเทียมแล้ว กังวลว่าคราบน้ำมันจะไปถึงจันทบุรี ก็เลยช่วยกันคิดหาวิธีป้องกัน (และแนวทางแก้ไข) แบบไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไว้ค่ะ ห่วงพะยูน (อ่าวคุ้งกระเบน) กับเต่า (เกาะมัน) แต่ภาพถ่ายดาวเทียมวันนี้กลายเป็นว่ากระแสน้ำพาคราบน้ำมันกลับไปที่เกาะเสม็ด (แต่เป็นอีกด้านของเกาะ) แต่ก็ต้องติดตามเป็นระยะ ๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 BlueHill , วรรณสุข ถูกใจสิ่งนี้ (2)
nathathida วันที่ : 31/07/2013 เวลา : 18.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nathathida
I am not a bitch, I just have a low tolerance for bullshit.

คุณ BlueHill และคุณวรรณสุข: แค่อยากอธิบายให้เข้าใจถึงข้อจำกัดในการนำไปใช้ค่ะ ผู้นำไปใช้จะได้นำไปใช้ในพื้นที่ที่เหมาะสม

ความคิดเห็นที่ 3 nathathida ถูกใจสิ่งนี้ (1)
4BANK วันที่ : 31/07/2013 เวลา : 18.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

น้ำมันอยู่ในน้ำทะเล แยกออกด้วยเครื่อง Oil Skimmer ครับ
เมืองไทยก็ีขาย แค่ concept ว่า น้ำมันมันจะลอย เครื่องนี้แค่แยกน้ำกับนำ้มัน น้ำมันเอาไปใช้ต่อได้

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
วรรณสุข วันที่ : 31/07/2013 เวลา : 17.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/outofstep

คิดว่าประชาชนได้ข้อมูลเพิ่มจะเข้าใจและยินดีทำตามคำแนะนำค่ะ ^^

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
BlueHill วันที่ : 31/07/2013 เวลา : 17.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ข้อมูลเป็นประโยชน์มากครับ

การใช้เส้นผมและถุงน่อง ขจัดคราบน้ำมัน ให้ใช้เฉพาะริมหาด และโขดหิน อย่านำไปใช้ในทะเล เพราะเมื่อถุงน่อง (บรรจุเส้นผม) มีน้ำหนักมากเกินไป จะจมลงไป และกลายเป็นขยะในทะเลได้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน