*/
  • nathathida
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : n_adireksarn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-12
  • จำนวนเรื่อง : 144
  • จำนวนผู้ชม : 239221
  • จำนวนผู้โหวต : 103
  • ส่ง msg :
  • โหวต 103 คน
<< สิงหาคม 2013 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 2 สิงหาคม 2556
Posted by nathathida , ผู้อ่าน : 1362 , 13:16:24 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน wullopp , market และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

เครดิตภาพจาก Nation Channel ค่ะ

ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุด จะเห็นว่าตะกอนคราบน้ำมันที่แพร่กระจายเมื่อ 2-3 วันก่อนได้จมลงสู่ใต้ทะเลเกือบหมดแล้วนะคะ

ที่ใช้คำว่า "ตะกอนคราบน้ำมัน" เนื่องจากมีสมาชิกไปวนเรือดูด้วยตาเปล่าในบริเวณที่ภาพถ่ายดาวเทียมโชว์ว่ามีคราบน้ำมัน แต่ไม่เห็น ประกอบกับเมื่อสอบถามนักวิชาการ นักวิชาการบอกว่า คราบดังกล่าวอยู่ใต้ผิวน้ำลงไป ไม่ได้อยู่บนผิวน้ำ ถ้าจะมองต้องใช้แว่น polarized มองถึงจะเห็น ก็เลยถามไปยังหัวหน้าสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งอธิบายว่า "คราบน้ำมันเมื่อจับตัวกับสารเคมีเป็นตะกอน จะยังไม่จมลงไปใต้ทะเลโดยทันที" เลยเข้าใจว่าคราบน้ำมันที่ภาพถ่ายดาวเทียมจับได้ คือ ตะกอนน้ำมันที่โดนสารเคมีจับตัวแล้ว แต่ยังไม่จมลงไปใต้ทะเล แล้วโดนกระแสน้ำพัดมาเรื่อย ๆ ระหว่างนั้นก็ค่อย ๆ จมตัวลงไป มันเลยน้อยลงเรื่อย ๆ ค่ะ

และนี่คือคำอธิบายจากหัวหน้าสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ศูนยศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากรพระราชดำริเพิ่มเติมค่ะ

นายฐกร ค้าขายกิจธวัช: "คราบน้ำมันดิบที่ถูกสารเคมีสเปรย์คุมแล้วจะค่อย ๆ จมลงสู่พื้นท้องทะเลอย่างช้า ๆ เนื่องจากขนาดจะค่อยข้างเล็กคล้ายตะกอนขนาดเล็กสีดำ จะมีการเคลื่อนตัวตามกระแสน้ำระยะหนึ่ง ใกล้หรือไกลตามความแรงของกระแสน้ำในแต่ละบริเวณ สิ่งมีชีวิตใด ๆ ที่อาศัยอยู่หน้าดินน่าจะรับผลกระทบอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่มีการหายใจโดยการดึงน้ำไปที่เหงือก สารประกอบคราบน้ำมันจะเข้าแทรกซึมบริเวณเหงือกแล้วจะตายในเวลาต่อมาขึ้นอยู่รับไว้มากหรือน้อยเพียงใด โอกาสตายสูงมาก ถ้าหนีทันก็ยังพอรอดต่อไปได้ แต่ปะการังน่ะซิ หนีก็ไม่ได้ แถมยังไม่มีกลไกปิดป้องตัวเองคล้ายหอยสองฝา โดนเมื่อใดก็เมื่อนั้น การสร้างเมือกปกป้องโพลิบของตัวเองคงไม่สามารถทำได้ตลอดเวลา น่าสงสารจริง ๆ

ภาวนาให้มีคลื่นลมที่รุนแรงพอมาเขย่าเอาคราบน้ำมันหลุดไปบ้าง ปะการังอาจจะรอดได้บ้าง แต่ที่จะรอดก็คงคางเหลืองแน่นอน"


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
nathathida วันที่ : 04/08/2013 เวลา : 12.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nathathida
I am not a bitch, I just have a low tolerance for bullshit.

คุณ BlueHill: การเก็บคราบน้ำมัน ถ้าจะเอาให้หมด เหลือผลกระทบกับชายฝั่งน้อยมาก ๆ คงต้องใช้เวลาเป็นปี เพราะยังมีน้ำมันที่ซึมอยู่ใต้ทรายอีกจำนวนมากค่ะ (ต้องทำเหมือนที่เห็นรูปจากกรณีอ่าวเม็กซิโก ซึ่งต้องพลิกหน้าทรายขึ้นมาทำความสะอาดจนกว่าจะหมดค่ะ)

แต่ถ้าจะเอาแบบซุกไว้ใต้พรม เหมือนที่ ปตท. กำลังทำอยู่ อีก 2-3 วันก็คงเสร็จ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
BlueHill วันที่ : 04/08/2013 เวลา : 08.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เมื่อวานไปอ่าวพร้าวมา
ยังเห็นคราบน้ำมันตามกองหินโสโครก
จำนวนไม่มาก แต่ก็ไม่น้อย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
nathathida วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 20.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nathathida
I am not a bitch, I just have a low tolerance for bullshit.

เพิ่มเติม: สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลอีกประเภทที่ได้รับผลกระทบ ก็คือ หอยสองฝาทั้งหลาย เพราะเวลาพวกมันกินอาหาร ก็จะดูดตะกอนเข้าไปด้วย และแม้มันรับรู้ถึงสิ่งผิดปกติแล้วปิดฝา ก็จะได้แค่ชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
nathathida วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 20.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nathathida
I am not a bitch, I just have a low tolerance for bullshit.

คุณ wullopp: เรื่องการป้องกันและบำบัดน้ำมันรั่วไหลมีมาตรฐานที่ใช้กันอยู่ทั่วโลกอยู่แล้ว (เหมือนกับที่ประเทศไทยมีกฎหมายมากมาย แต่ขึ้นอยู่กับผู้ปฏิบัติว่าจะทำตามหรือเปล่า) เคยลง link เรื่องน้ำมันรั่วไหลไว้ในบล็อค "ขอร้องเรื่องการใช้เส้นผมกับการซับคราบน้ำมัน" แล้วค่ะ

และขออธิบายเพิ่มเติมว่า เมื่อมีการใช้สารเคมีกับคราบน้ำมันแล้ว ก็คงไม่สามารถป้องกันผลกระทบต่อมีชีวิตใต้ทะเลได้ พวกที่จะผลกระทบจากตะกอบคราบน้ำมัน ยกตัวอย่าง เช่น ปูที่ฝังใต้พื้นทรายและปูที่ไม่สามารถว่ายน้ำได้ พวกนี้จะหายใจเอาตะกอนเข้าไปอุดตันเหงือกจนสุดท้ายหายใจไม่ออกตาย, ปลาหน้าดินทุกชนิด เพราะกินตะกอนเข้าไปด้วย และปลากลางน้ำที่กินแพลงตอนเป็นอาหาร เช่น ฉลามวาฬ หรือกระเบนราหู (Manta Ray) เพราะจะนึกว่าตะกอนเป็นแพลงตอน ค่ะ สิ่งเดียวก็คือ ปตท. และผู้ที่เกี่ยวข้องต้องอธิบายเรื่องพวกนี้ให้ประชาชนทราบ และหลีกเลี่ยงอาหารทะเลจากภาคตะวันออก เพราะการที่ภาพถ่ายดาวเทียมจับภาพตะกอนคราบน้ำมันไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่ามันจมลงไปถึงพื้นทรายใต้ทะเลแล้ว มันอาจจะลอยตามกระแสโดยอยู่กลางน้ำก็ได้

ส่วนเรื่องที่ 2 นอกจากที่อินโดนีเซียแล้ว ยังรั่วที่ออสเตรเลียด้วยค่ะ เราว่าไม่ใช่เรื่องกลั่นแกล้งหรอก เห็นภาพข่าวท่อน้ำมันที่รั่วของ ปตท. แล้ว ยับเยินมาก ท่อเหล่านี้ต้องมั่นดูแลรักษาตามชั่วโมงการใช้งาน ไม่ต่างจากของอื่น ๆ ค่ะ แต่จากสภาพท่อ โดยส่วนตัวคิดว่า ปตท. มองว่าท่อพังแล้วค่อยเปลี่ยน ที่สำคัญ ปตท. ประเมินสถานการณ์นี้ต่ำเกินไป ก็เลยปัญหา

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
wullopp วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 11.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

เรื่องนี้น่าสนใจมากๆ ครับ _______________ เรื่องแรก คือ ปตท. และสถาบันการศึกษา ควรรีบถือโอกาสนี้ (พลิกวิกฤติเป็นโอกาส) _____________ นำเสนอ หรือจัดสัมมนาแนวทางการป้องกัน-บำบัดน้ำมันรั่วไหล _____________________________ เรื่องที่สอง คือ ปตท.สผ. เพิ่งมีปัญหาน้ำมันรั่วไหลที่อินโดนีเซีย __________________ บางที อาจเป็นเพราะระบบไม่ดี_______________ และที่ลืมไม่ได้ คือ อาจมีขบวนการ กลั่นแกล้ง ทำร้าย ปตท. เนื่องจากเป็นรัฐวิสาหกิจชั้นนำของอาเซียน ________________ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุใด, ขอให้เหตุการณ์นี้ผ่านพ้นไป โดยทุกคนทุกฝ่ายเดือดร้อนน้อยที่สุด มีโอกาสปรับปรุง พัฒนา ให้ดีขึ้นได้มากที่สุดครับ _____________ เรียนมาด้วยความเคารพ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน