*/
  • นักเดินทางตัวเขื่อง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nokbin_3340@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-07-10
  • จำนวนเรื่อง : 427
  • จำนวนผู้ชม : 379636
  • จำนวนผู้โหวต : 1313
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1313 คน
<< มีนาคม 2016 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 17 มีนาคม 2559
Posted by นักเดินทางตัวเขื่อง , ผู้อ่าน : 2629 , 15:25:33 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 10 คน ลาดพร้าวซอยสิบสอง , หมูอวย และอีก 8 คนโหวตเรื่องนี้

 

ณ เ ว ล า ห นึ่ ง @ วัดภูพร้าว

 

เสียงพี่ชาย..ดังมาจากมาด้านหน้าของรถตู้ ที่ he กับสารถีของ he

ขับมารับสามสาวจากตัวเมืองอุบลฯ กลับจากปากเซ ที่ด่านช่องเม็ก..(ดี๊ดี)

แต่บอกว่า..เดี๋ยวจะพาไปวัดวัดหนึ่ง ระหว่างที่รถวิ่งกลับจากด่านฯ เพราะเป็นส้นทางขากลับที่เราจะผ่านอยู่แล้ว

โห เราฟังดังนั้น..โอ้ย..ขี้เกียจจะแย่..อยากจะให้ถึงที่พักไวๆ กลับช้าไปกันใหญ่ ต้องถึงค่ำมากแน่ๆ 

แต่พี่ยังย้ำอีกว่า.. หากมาอุบลฯ แล้ว ไม่แวะวัดนี้ถือว่า..มาไม่ถึงนะ

..อ้าว..เหรอ..ไม่ทันได้ฟังคำตอบจากพวกเราเลยว่า..อยากแวะหรือไม่..พี่ชายสั่งให้สารถีเลี้ยวป๊าดขับขึ้นเขาไปทันใด

 

 

ณ เ ว ล า ห นึ่ ง @ วัดภูพร้าว

 

กลับจากป า ก เ ซ..ออกจากด่านช่องเม็ก ก้อค่อนข้างเย็นมาก และจะต้องเดินทางไปในตัวเมืองอุบลนั้น เส้นทางก้ออีกยาวไกล หรือประมาณอีก ชั่วโมงกว่าๆ เห็นจะได้ แต่หลังจากเที่ยวสามน้ำตกในปากเซ ไม่เหนื่อยมากนัก แต่ก้ออยากรับกลับที่พัก เพื่อการพักผ่อน ด้วยเสื้อผ้าหลังจากเปียกฝนในน้ำตกตาดเยืองในปากเซมาเมื่อตอนขากลับ ทำให้ยิ่งอยากจะให้ถึงที่พักให้ไวที่สุด

..แต่ตามที่บอกค่ะ..พี่ชายต้องพาแวะไหว้พระ..ยามเย็นอีกหนึ่งวัดก่อนเข้าเมือง..ก้อ..ต า ม นั้ น ..ค่ะ

 


 


 

สัก 2 กม. ไม่ไกลนักแต่เส้นทางที่ขับรถขึ้นไปนั้นกำลังทำถนน ทำให้รถสวนกันออกจะยากสักหน่อย ทำให้กว่าที่พวกเราจะขึ้นไปถึง แสงยามเย็นก้อเริ่มอ่อนล้าลงเรื่อยๆ ทำให้เราต้องรีบ..เดินเร็วๆ แต่ทันใดนั้น เมื่อเห็นโบสถ์อันงดงามปะทะกับแสงระเรื่อๆ เรืองรองเป็นสีชมพูอมส้มในยามเย็นนั้น ทำให้พวกเราต้องอึ้งกับภาพที่เห็น...

 

 

เนื่องจากวัดตั้งอยู่บนเขาสูง จะมองเห็นทัศนียภาพและเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดทุกทมุมมอง  เพราะจะมองเห็นวิว 360 องศา บริเวณด้านหลังพระอุโบสถจะเห็นแม่น้ำโขงและวิวทิวทัศน์ของทางฝั่งลาว ด่านช่องเม็ก รวมทั้งอ่างเก็บน้ำที่ อยู่บริเวณเชิงเขาคล้ายกับทะเลสาป และในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน เราสามารถเห็นพระอาทิตย์ดวงโต แต่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่อาทิตย์ได้ตกไปสะก่อนที่เราไปถึง อีกทั้งได้เห็นแสงสวยๆ น้ำจรดฟ้าจากเขื่อนสิริธรได้อย่างงดงามมากๆ เป็นความสวยงามทุกมุมมอง..เลยล่ะค่ะ

 

 

 

ณ เ ว ล า ห นึ่ ง @ วัดภูพร้าว 

 

..เราได้ขึ้นไปกราบพระ องค์พระสวยมาก พอดีกับเวลาใกล้ค่ำ ไฟได้ส่องสว่างจากองค์พระออกมาอย่างสวยงามมากๆ ค่ะ

และเรา..ยังพอมีเวลาเดินกินลมชมวิวได้อีกสักเล็กน้อย กับทุกๆ ภาพ..ที่ได้เห็น..สุดยอดจริงๆ ค่ะ..ทั้งวัด ทั้งโบสถ์ และวิว 360

งดงาม..ตามท้องเรื่องที่พี่ชายบอกไว้..ว่า ถ้าได้เห็น..แล้วจะบอกว่า..เสียดายถ้าไม่ได้มา

 

 

 

 

และอีกหนึ่งความมหัศจรรย์ของวัดนี้คือ พระอุโบสถเรืองแสง หรือ ต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสงหลังโบสถ์ หากเราได้มาถ่ายภาพในเวลา เย็นถึงค่ำหน่อยๆ จะได้เห็นความงดงามของต้นไม้เรืองแสง แต่เป็นที่น่าเสียดายอีกนั่นล่ะ ว่าเราใช้เวลาอยู่ที่นี่ได้เพียงน้อยนิดเกินไป

ไม่สามารถเก็บภาพตอนโบสถ์เรืองแสงให้ชมเองได้ เลยต้องขออนุญาตนำภาพสวยจากเว็บไซต์ด้านล่างมาเผื่อแผ่ชาวโอเคกันค่ะ

http://www.iloveubon.com/index.php/en/varieties/47-unseen-thailand

 

 

 

เรืองแสงได้อย่างไร... (ข้อมูล: จากอินเตอร์เน็ต)

การออกแบบโบสถ์นี้เป็นฝีมือการออกแบบของช่างคุณากร ปริญญาปุณโณ ผู้ลงมือติดโมเสกแต่ละชิ้นด้วยตัวเอง โดยมีแรงบันดาลใจมาจากต้นไม้แห่งชีวิต ในภาพยนตร์เรื่องอวตาร โดยใช้สารเรืองแสง หรือ สารฟลูออเรสเซนต์รอบต้น  คุณสมบัติของสารฟลูออเรสเซนต์จะรับแสงพระอาทิตย์ ในตอนกลางวัน พร้อมกับที่ศิลปกรรมชิ้นนี้ ได้หันหน้าไปทางทิศตะวันออก หรือหันข้างไปทางทิศตะวันตก ก็เลยเหมือนเป็นฉากกั้น พลังงาน ในช่วงเวลาตอนกลางวัน แล้วจะฉายแสงออกมาในตอนกลางคืน คือเป็นการคายพลังงานออกมา  ตัวอุโบสถมีต้นแบบมาจาก วัดเชียงทอง ประเทศลาว เสาแต่ละต้นลงลวดลายด้วยมือ โดยรอบนอกเป็นลายดอกบัวและสัตว์ทั้งหลายตามคติบัว 4 เหล่า ทางเข้าเป็นต้นสาละ

 

 

 

หัวใจหลักของการทำพุทธศิลป์ คือ การนำเสนอ งานศิลปะที่เกิดจากความสงบ ความเพียร ความอดทน และวิสัยทัศน์ งานแต่ละชิ้นต้องคิดจากความคิดอันวิจิตรและขบคิดมาก่อนทั้งสิ้น อย่างแนวคิดการจำลองให้วัดเป็นเขาพระสุเมรุ  ตรงกลางของพระอุโบสถ เป็นที่ตั้งของพระประธาน แต่เดิมที่คล้ายกับพระพุทธชินราช ในจังหวัดพิษณุโลก แต่มีการนำเพียงส่วนรัศมีออกไป เพื่อให้แลดูกลมกลืนกันยิ่งขึ้น พร้อมกับได้ทำฉากหลังเป็นต้นโพธิ์ โดยเบื้องบนติดด้วยแผ่นพระทอง

 

 

ขอบอกเลยว่า..ประทับใจมากมาก

แม๋.. ถ้าหากว่าเราไม่ได้ไปกราบพระ และชมความงดงามของโบสถ์และวิวทิวทัศน์ของวัดแห่งนี้แล้วละก้อ

คง..ต้องบ่นว่า...เสียดายเอามากๆ หากใครเดินทางไปท่องเที่ยวเมืองอุบล

..อย่าลืมแวะไปชมความงดงามของวัดนี้ให้ได้นะคะ หากไม่ได้ไป ถือว่าไปไม่ถึง..อุบลราชธานี..นะ จะบอกให้..  ^__^

 

 

การเดินทาง

 ตัววัดอยู่ห่างจากตัวจังหวัดอุบลราชธานีราว 70 กม. หากเดินทางจากจุดเริ่มต้นที่ตัวจังหวัด ให้ตรงไปยังเส้นทางไป อ.พิบูลมังสาหาร เมื่อถึง อ.พิบูลมังสาหารแล้วจะมีสามแยกไฟแดง ให้เลี้ยวซ้ายไปทาง อ.สิรินธร ขับตรงไปยังเส้นนั้นซึ่งสามารถไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวอย่างพัทยาน้อย ทะเลน้ำจืดคนอุบล หรือเขื่อนสิรินธร ซึ่งอยู่ระหว่างทางได้ วัดจะอยู่ก่อนถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองช่องเม็ก ราว 3 กม. ทางซ้ายมือ จะมีป้ายบอกทางเข้าวัดที่ถนนใหญ่เลย โดยเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกราว 2 กม.