• naychang
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : naychangcivil@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-22
  • จำนวนเรื่อง : 117
  • จำนวนผู้ชม : 148855
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8 คน
naychang
วิทยาศาตร์ เทคโนโลยี
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/naychang
วันอังคาร ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553
Posted by naychang , ผู้อ่าน : 7750 , 19:19:18 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บ่อกรอง
หัวใจของบ่อปลา
กฎข้อที่ 3 :   ระบบกรองสำคัญที่สุด

     
บ่อปลา
ที่อยู่ ........ บ้าน ....... หรือสวรรค์ของปลา 
กฎข้อที่ 1 :  บ่อปลาเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน
กฎข้อที่ 2   :   บ่อปลาสำหรับปลา

 
                                อย่าทำให้บ้านหรือสวนอันสวยงามของคุณดูแปลกไปด้วย วัสดุแปลกปลอมที่เรียกว่า บ่อปลา เข้ามารุกล้ำความสวย , หรือสไตล์ที่คุณได้บรรจงเลือกไว้ จัดไว้ เป็นอย่างดี บ่อปลาควรถูกออกแบบให้มีรูปแบบที่สอดคล้องกลมกลืนกับตัวบ้านหรือสวน   แนวคิดบางอย่างที่อยากเสนอไว้เป็นทางเลือกประกอบการตัดสินใจ

                                ทำเลที่ตั้ง :   บ่อปลาควรอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ไกลจากตัวบ้านมากนัก น่าจะเป็นส่วนที่ใกล้กับมุมสบาย ๆ ที่ใช้พักผ่อนเอกเขนกยามว่าง ไม่ว่าจะเป็นกาแฟยามเช้า, ช่วงพักผ่อนกลางวัน หรือตอนแดดร่มลมตก ควรเป็นมุมที่มีร่มเงาให้นั่งพัก ชื่นชมกับบรรยากาศ หรือเสียงน้ำไหลได้ เป็นมุมโปรด มุมหย่อนใจของสมาชิกในครอบครัว  โปรดอย่าลืมว่า คุณจะใช้เวลากับที่ตรงนี้วันละหลายครั้ง ครั้งละนาน ๆ

                                รูปทรงของบ่อ :  บ่อฟรีฟอร์ม จะให้ความเป็นธรรมชาติมากว่า ดูอ่อนโยนและเข้ากับสวนได้ง่าย แต่มีค่าก่อสร้างที่สูงกว่ามาก เทคนิคการก่อสร้างไม่เหมาะกับบ่อขนาดกลางหรือใหญ่ อีกทั้งควบคุมการไหลเวียนของน้ำได้ยากและไม่ดี บ่อทรงกลมและทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส เป็นอีกแบบที่ควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากการไหลเวียนของน้ำไม่ดี จะมีผลกับตะกอนต่าง ๆ ทำให้น้ำขุ่นได้ง่าย บ่อทรงตัวแอล (L) หรือทรงรองเท้าบู้ท ก็ให้ผลทำนองเดียวกัน

                                บ่อที่ดีควรมีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ลบมุมทั้ง 4 ให้ป้าน สัดส่วนของบ่อนั้น เมื่อเทียบความยาวของ  ด้านกว้าง ด้านยาว ตัวเลขที่นิยมกันมักเป็นประมาณนี้   2.5 : 4 , 3 : 4 , 3 : 5 , 4 : 6 เป็นต้น หากว่าที่ดิน ที่ว่างของคุณไม่เป็นไปตามนี้ ก็ค่อยปรับแต่งกันอีกทีภายหลัง

                                อย่างไรก็ตามบ่อที่กว้างมากเกิน อาจสร้างปัญหา เรื่องการชื่นชมปลา และการตักปลาขึ้นมาได้ 

                - ความลึกของบ่อ : ถ้าคุณต้องการทำบ่อสำหรับมือสมัครเล่น ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย ความลึก 80-100 ซม. เป็นของคุณ ด้วยความลึกระดับนี้ ปลาของคุณสามารถอยู่ได้อย่างมีความสุขพอประมาณ มีอัตราการเติบโตปานกลาง รูปทรงอาจเสียไปบ้างโดยเฉพาะกับปลาตัวเมีย หรือปลาที่ตั้งท้อง การก่อสร้างที่ความลึกนี้ ค่าใช้จ่ายไม่มากนัก และก็ให้ผลตอบแทนตามสมควร ความลึก 1.2-1.5 เมตร สำหรับผู้ที่คาดหวังอะไร ๆ อยู่บ้าง ด้วยความลึกนี้การบริหารจัดการน้ำจะทำได้ง่ายขึ้น หมายถึงปัญหาน้ำขุ่น น้ำเหลือง จะถูกจัดการได้ง่ายขึ้น อุณหภูมิของน้ำในบ่อจะไม่แกว่งขึ้น-ลงตามเวลา ปลาจะมีความสุขมากขึ้น เติบโตได้ดี และโอกาสที่รูปทรงจะเสียหายลดลงไป อย่างไรก็ดี ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มที่ต้องการเรื่องของคุณภาพ ความลึก 1.8-2.2 เมตร น่าจะเป็นสิ่งที่คุณแสวงหา ด้วยความลึก 2 เมตรนี้ แรงกดของน้ำจะช่วยให้ปลาสร้างกล้ามเนื้อที่สวยงาม และปลามีพื้นที่ในการว่ายน้ำมากขึ้น หากประกอบกับอาหารและคุณภาพน้ำที่ดี สีสันและผิวพรรณจะดูผุดผาดเปล่งปลั่งขึ้นอย่างมาก ค่าก่อสร้างที่ความลึกนี้สูงขึ้นเนื่องจากความยากและความแข็งแรงของงานโครงสร้าง ความลึกที่มากกว่า 2.2 เมตรนี้ อาจมากเกินความจำเป็นและทำให้คุณมองเห็นปลาของคุณได้ยากขึ้น
.
                - องค์ประกอบของบ่อ : น้ำตก , ศาลา , ธารน้ำไหล สวนไม้น้ำที่ต้องออกแบบให้สอดคล้องกับบ้านและสวนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องเตรียมไว้ก่อนลงมือทำบ่อปลา   น้ำตกให้เสียงน้ำที่ให้บรรยากาศพักผ่อน สบาย ๆ ริมบ่อและเป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลน้ำ แต่เสียงที่ดังเกินไปอาจรบกวนเพื่อนบ้านในยามค่ำคืนหรืออาจรบกวนบรรยากาศสงบ ๆ ริมบ่อของคุณได้หากมากเกินไป น้ำตกมักมากับค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นสำหรับปั๊มพ์น้ำ และให้ระวังหินที่แหลมหรือมีคมที่อาจทำให้ปลาของคุณเป็นแผลได้ โครงสร้างของน้ำตกเป็นเรื่องสำคัญ อย่ามองข้ามเรื่องนี้ เนื่องจากน้ำหนักของหินและน้ำ รวมกันมีปริมาณไม่น้อย ควรใช้ผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบและก่อสร้าง  ศาลากลางน้ำ ส่วนพักผ่อนริมน้ำ บริเวณใต้ศาลามักเป็นที่พักผ่อนของฝูงปลาเช่นกัน ศาลาที่ออกแบบไว้ไม่ดี จึงมักเป็นที่ซ่อนของปลาทั้งฝูง ทำให้คุณไม่เห็นปลาที่คุณเลี้ยงไว้ อีกทั้งเสาของศาลามักกีดขวางการไหลของน้ำ ทำให้เกิดจุดอับของกระแสน้ำอีกด้วย

                - หลังคา และร่มเงาของอาคาร ที่ช่วยบ่อปลาคาร์พควรได้รับแดดวันละ 30-70
% ของเวลาในแต่ละวัน แสงแดดมีประโยชน์หลายประการ ทั้งช่วยฆ่าเชื้อโรคและเชื้อราบางส่วน ทำให้ตะไคร่น้ำสังเคราะห์แสงได้ จนถึงช่วยให้ปลามีสีสันสดใสขึ้นโดยเฉพาะสีแดง นอกจากนี้แล้วหลังคายังช่วยลดปริมาณน้ำฝนที่จะไหลลงบ่อ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายสาเหตุที่ทำให้น้ำขุ่น น้ำเสีย หรือปลาป่วยได้ง่ายขึ้น     ให้หลีกเลี่ยงบ่อปลาที่รับน้ำฝนจากหลังคาหรือชายคาบ้านโดยตรง ควรมีรางน้ำฝนรับน้ำที่ชะหลังคา อย่าให้ไหลลงมาที่บ่อปลา เรื่องนี้สำคัญมาก

                - พื้นที่โดยรอบ    รอบบ่อปลาหรือไม่ไกลกันนัก ควรมีพื้นที่ที่แห้งและกันฝน  เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ เช่น ปลั๊กไฟ , ปั๊มพ์ลม เป็นต้น    ควรหลีกเลี่ยงต้นไม้ใหญ่ เนื่องจากรากของไม้ใหญ่อาจมาระรานบ่อปลาของคุณวันใดวันหนึ่งในอนาคต ต้นไม้ที่มีใบร่วงมาก, ดอกหรือผลที่เป็นยาง เช่นไผ่, ปีบ, มะม่วง , จามจุรี ไม่ควรอยู่ในรัศมีของบ่อ อาจต้องอาศัยทิศทางลมประกอบด้วย ไม้บางอย่างมีพิษอยู่ในตัวเช่น ยูคาลิปตัส, สะเดา ฯลฯ ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน

กฎข้อที่ 2   :   บ่อปลาสำหรับปลา
                                ในพื้นที่ อาณาเขตของบ่อปลานั้น    เป็นพื้นที่ที่ถูกออกแบบให้ปลาอาศัยอยู่อย่างมีความสุข
 สุขภาพแข็งแรง และปราศจากโรคภัย ไม่ได้ออกแบบให้คนเลี้ยงโดยตรงสักเท่าไหร่
                                บ่อปลาที่ออกแบบสำหรับปลา จะช่วยให้เลี้ยงปลาได้ง่ายขึ้น
                                การจัดวางก้อนหิน, ขอนไม้, กระถางต้นไม้น้ำ หรือแม้แต่ปั๊มพ์น้ำและท่อต่าง ๆ ในบ่อปลา ทั้งหมดนี้เป็นไปเพื่อความสุขของคนเลี้ยง แต่อาจสร้างอันตราย หรือก่อให้เกิดปัญหาในอนาคตได้อย่างไม่สิ้นสุด
                                แม้ว่าปลาคาร์พ จะมีนิสัยสุภาพไม่คึกคะนอง มักว่ายน้ำไปเรื่อย ๆ รอบบ่อ นั่นเป็นภาวะปกติ เมื่อตกใจ, เครียด หรือเกิดอารมณ์ขึ้นมา ปลาคาร์พจะว่ายปรูดปราดรวดเร็ว แตกตื่นเหมือนแก๊งค์มอร์เตอร์ไซด์เจอด่าน บรรดาท่อ, กระถาง และ/หรือ อื่น ๆ พวกนี้มักเป็นสาเหตุให้ปลาเกิดบาดแผล เสียหายได้ อีกทั้งของพวกนี้มักต้านทิศทางการไหลของน้ำ และเก็บตะกอนไว้ที่ข้างใต้ หมักหมมเป็นที่สะสมของของเสียและแบคทีเรีย
                                จริงอยู่ที่ในแหล่งน้ำธรรมชาติเองก็มีก้อนหิน, ขอนไม้พวกนี้อยู่ แต่ด้วยพื้นที่ที่ใหญ่โตไม่จำกัดขนาดเหมือนบ่อปลา อีกทั้งพื้นที่กว้างขวางทำให้ปลาเลือกได้ว่าจะอยู่ในโซนใด ไม่เหมือนกับในพื้นที่เล็กของบ่อปลา ปลาคาร์พหรือแม้แต่ปลาทองเองก็ตาม โดยธรรมชาติแล้วไม่ใช่ปลาที่อาศัยอยู่ตามขอนไม้หรือโขดหิน และที่สำคัญที่สุด ในธรรมชาติหากปลาตัวไหนเกิดบาดแผล เจ็บป่วยก็เป็นไปตามระบบห่วงโซ่อาหาร ไม่ได้เป็นปลาแพง ๆ ของเราแต่อย่างใด
                     
      เป็นเรื่องที่กล่าวกันเล่น ๆ ว่าอุปกรณ์ในระบบกรองแพงพอกับค่าก่อสร้างบ่อปลา เรื่องนี้แม้จะกล่าวกันเล่น ๆ แต่ก็เป็นเรื่องจริงเรื่องหนึ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้
                                การทำบ่อปลานั้น เป็นแนวคิดที่ฝืนธรรมชาติเป็นอย่างมาก ในธรรมชาตินั้น สัดส่วนความหนาแน่นของปลาต่อปริมาณน้ำมีน้อยมาก อีกทั้งระบบนิเวศนวิทยา และห่วงโซ่อาหารที่สมบูรณ์ได้ทำหน้าที่บำบัดของเสีย เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน แต่ในบ่อปลาความต้องการที่สูงกว่าขีดของระบบนิเวศน์ เช่น น้ำใน, ใสแบบ CRYSTAL CLEAR WATER  , ปลาจำนวนมาก , อาหารปลาโปรตีนและไขมันสูง ฯลฯ ทำให้บ่อปลาต้องมีบ่อกรอง และบ่อกรองต้องตอบสนองความต้องการของคนรักปลาได้
                                การลงทุนกับบ่อกรอง จึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ และที่สำคัญกว่านั้น บ่อกรองที่ดีนอกจากทำให้น้ำใสแล้ว ยังทำให้ปลาสวย สุขภาพแข็งแรง ไม่ป่วย และลดภาระหรือแรงงานในการล้างบ่อไปได้มาก
                                นอกจากการลงทุนกับระบบกรองแล้ว การทำความเข้าใจกับระบบกรองจึงเป็นเรื่องที่อยากแนะนำให้เสียเวลาให้มากเข้าไว้ เพราะว่าปลาสวยที่เลี้ยงในน้ำไม่ดี สวยได้ไม่นาน
                                เมื่อพูดถึงการกรอง ขออนุญาตทำความเข้าใจกันก่อนว่าการกรองนี้มิได้หมายถึงการกัก การแยกกาก แยกตะกอนออกตามที่เข้าใจกัน หากหมายถึงการบำบัดน้ำและของเสีย เป็นการทำให้น้ำที่ใช้แล้วกลับไปคุณภาพดีเหมือนน้ำใหม่ หรือดีกว่าน้ำใหม่ เพื่อกลับไปสู่บ่อปลา เลี้ยงปลาให้มีคุณภาพและสุขภาพดี
 
                                ระบบกรอง แยกได้เป็น 3 กลุ่มหลัก
1. กรองกายภาพ , PHYSICAL OR MECHANICAL FILTRATION
                                หน้าที่คือกรอง , กักเศษตะกอนใหญ่ ไม่ให้เข้าไปสู่ระบบกรองขั้นตอนถัดไป
2. กรองชีวภาพ , BIOLOGICAL FILTRATION
                                การย่อยสลายของเสียด้วยกระบวนการชีวภาพ ซึ่งเป็นหน้าที่ของแบคทีเรียนานาสายพันธุ์ และตะไคร่น้ำ ร่วมกันย่อยสลายหลายขั้นตอนจนของเสียต่าง ๆ แปรสภาพกลายเป็นของไม่เสีย หรือสลายไปตามธรรมชาติ การกรองชีวภาพนี้มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่มากแต่ไม่มีค่าใช้จ่ายในระยะยาว
3. กรองเคมี , CHEMICAL FILTRATION
                                การบำบัดน้ำด้วยคุณลักษณะต่าง ๆ ของสารต่าง ๆ เช่น หินซีโอไลท์ที่ดูดซับแอมโมเนีย , ผงถ่านที่จัดการกลิ่นและก๊าซบางชนิด ตลอดไปจนถึงหลอด UV และ OZONE   เนื่องจากราคาแพงและค่าใช้จ่ายในการใช้งานสูง จึงมักใช้กับระบบที่เล็กหรือชั่วคราว หรือถูกเลือกใช้ในกรณีเฉพาะบางอย่าง
 
                                โดยทั่วไปแล้ว การออกแบบจะเน้นที่การทำงานของระบบกรองชีวภาพ ให้ทำงานได้ประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้น้ำที่ผ่านการกรองมีคุณภาพดีที่สุด การทำงานของแบคทีเรียในระบบกรองนั้นค่อนข้างซับซ้อน แต่ก็พอจะกล่าวกันแบบง่าย ๆ สรุปกันพออ่านได้อย่างนี้
1. แบคทีเรีย ต้องการที่อยู่อาศัย หรือที่เรียกกันว่ามีเดีย , MEDIA เพื่อสร้าง BACTERIA COLONY
วัสดุกรองที่พรุนเป็นรู หรือมีพื้นที่ผิวให้แบคทีเรียอยู่อาศัยได้มากจึงเป็นประโยชน์ต่อระบบกรอง
2.  ปริมาณออกซิเจน บรรดาแบคทีเรียฝ่ายธรรมะ ที่ช่วยย่อยสลายของเสียในระบบกรองนั้น ใช้
ออกซิเจนในการดำรงชีพและทำงาน การทำให้มีออกซิเจนอย่างเพียงพอ มากพอให้แบคทีเรียมีสุขภาพดี ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นอีกเรื่องที่สำคัญในอีกมุมหนึ่ง แบคทีเรียกลุ่มมาร ที่เป็นต้นตอของโรคภัยไข้เจ็บและน้ำเสีย อาศัยอยู่ในที่ที่ออกซิเจนน้อยหรือไม่มีออกซิเจน ถ้าเราทำให้ระบบกรองไม่มีจุดอับและมีปริมาณออกซิเจนมาก ๆ พวกมารนี้ก็ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ เป็นการทำให้บ่อปลาและปลามีสุขภาพดีขึ้นโดยทางอ้อม
 
        กฎข้อที่ 4   ออกซิเจนในระบบกรองสำคัญมาก
 
3. จำนวนรอบที่น้ำไหลผ่านระบบกรองต่อวัน หากน้ำเสียไหลผ่านหมุนเวียนเข้าระบบกรองได้วันละ
มากครั้ง ปริมาณของเสียที่อยู่ในน้ำจะถูกบำบัดได้เร็วขึ้น บ่อยขึ้น ปริมาณของเสียในบ่อปลาจะลดลงตามค่าเฉลี่ย สำหรับสภาพน้ำและบ่อแบบทั่วไป จำนวนรอบที่มากกว่า 15 รอบต่อวัน อาจถึง 24 รอบต่อวัน จะให้ผลที่ดีกว่าระบบที่มีรอบกรองต่อวันน้อย
4. ระยะเวลาที่น้ำอยู่ในระบบกรอง หรือระยะเวลาที่แบคทีเรียมีโอกาสได้ย่อยสลายของเสียในน้ำ เปรียบเหมือนความเร็วของสายพานในร้านซูชิ หากสายพานเลื่อนปรู๊ดปร๊าด จะหยิบกินสักจานก็คงยาก คงไม่ทัน เวลที่น้ำอยู่ในระบบกรองนี้ ยังเผื่อแผ่ความสำคัญไปถึงเวลาให้ตะกอนน้อยใหญ่ได้ตกตะกอนลงมาข้างล่าง ลดปัญหาน้ำขุ่นได้อย่างง่าย ๆ 15 นาที เป็นตัวเลขที่เค้าว่ากันว่าเป็นเวลาขั้นต่ำที่ต้องทำให้ได้

http://www.klickaquatech.com/index.php?w=4&p=allaboutkoi_detail&id=74

การทำหินน้ำล้น น้ำตก น้ำพุ

1.การทำหินน้ำล้น
มีหลักการทำคร่าวๆดังนี้
1. หาอ่างใหญ่ๆ กลมๆ ที่ไม่ต้องมีลวดลาย กันน้ำออก ราคาถูกๆ เอามาฝังดินลงไปทั้งอ่าง ให้ขอบอ่างเสมอกับดินระดับสนามหญ้า
2. หากระถางที่มีรูตรงกลางที่ก้นกระถาง มาวางคว่ำไว้ตรงกึ่งกลางอ่าง ให้มีความสูงเท่ากัน หรือสูงเกินขอบอ่างสัก 1 - 5 นิ้ว
3. เอาตาข่ายพลาสติกที่เป็นสีๆ อาจจะมีสีดำ เขียว น้ำเงิน ก็ได้มาตัดให้เกินขอบบ่อที่ฝังดินไว้แล้ว โดยถ้าพับขอบได้ก็จะดีขึ้น เป็นการเสริมแรง
4. ใส่ปั๊มน้ำสำหรับตู้ปลาลงไปในกระถางที่วางคว่ำ ปั๊มขนาดที่เหมาะสม คือไม่เล็กเกินไป ราคาทั่วไปน่าจะราวๆ 200 กว่าบาท (ถ้าเป็นแบบ 100 กว่าบาทจะแรงไม่พอ) ปั๊มนี้ต้องต่อท่อเอสล่อนไว้แล้ว ความยาวท่อ คือ เมื่อวางปั๊มเข้าที่แล้ว ท่อต้องสูงขึ้นมา จะอยู่ระดับอีก 1 นิ้วจะถึงปากโอ่งที่น้ำจะล้นออกมา
5. เอาเหล็กเส้นเล็กๆหน่อย มาตัดยาวประมาณ 8 - 10 นิ้ว แล้วงอส่วนกลางของเหล็กให้เป็นรูปตัว V เอาเหล็กนี้กดทะลุแผ่นพลาสติกโดยรอบขอบบ่อ ให้แผ่นพลาสติกตึงมากๆ เหล็กนี้จะทำหน้าที่เหมือนสมอบกของเต้นท์
6. เอาโอ่งน้ำผุด ที่ตอนนี้ควรจะเจาะบริเวณกลางก้นโอ่งไว้แล้ว มาวางคร่อมท่อเอสล่อนที่ต่อมาจากปั๊มด้านใต้
7. ใช้ดินน้ำมันยารูที่ก้นโอ่งให้แน่น
8. เอาหินแม่น้ำหรือ หินกรวดสีต่างๆตามชอบ โรยทับแผ่นพลาสติกสีๆ ให้หมด
9. เติมน้ำในบ่ออันล่าง และในโอ่งให้เต็ม เมื่อเต็มแล้วก็เดินเครื่องได้เลยค่า

2.น้ำตก
มีหลักการทำคร่าวๆดังนี้
1. หลักง่ายๆคือ ต้องเตรียมพื้นที่ให้เข้ากับขนาดน้ำตก และบ่อ ที่ต้องการ
2. นอกจากบ่อด้านหน้า น้ำตกแล้ว ยังต้องทำบ่อพักอีก 1 บ่อ ซึ่งระหว่างบ่อด้านหน้า กับบ่อพักน้ำ ต้องมีแผ่นกรอง สำหรับกันเศษใบไม้
3. ในบ่อพักน้ำนั้น ก็จะมีปั๊มน้ำ 1 ตัว ขนาดประมาณ 1.5 Hp (แรงม้า) โดยต่อท่อขึ้นไปที่ด้านหลังของกำแพงน้ำตก ใช้วีว่าบอร์ดเป็นตัวพักน้ำ แล้วแทงเข้ามาในกำแพงเลยก็ได้
4. เวลาเดินเครื่อง น้ำตกจะไหลลงมายังบ่อรับน้ำด้านหน้า แล้วไหลไปยังท่อเข้าสู่บ่อกรอง พอกรองเสร็จก็ไปที่บ่อพักน้ำด้านล่าง แล้วปั๊มน้ำก็จะปั๊มน้ำขึ้นมาพักที่บ่อพักน้ำด้านบน อีกทีหนึ่ง สุดท้ายน้ำก็ไหลออกมาเป็นน้ำตกเช่นเดิม (เช่นนี้ไปเรื่อย) เสร็จละค่า

3. น้ำพุ และอื่นๆ
ทีนี้เราก็ทราบหลักการทำงานคร่าวๆของ โอ่ง หรือ หินน้ำล้น และน้ำตกเทียมกันไปแล้ว เมื่อเราต้องการทำน้ำพุ ก็เพียงแค่ดัดแปลงส่วนปลายของแหล่งจ่ายน้ำ เช่น
- ถ้าตั้องการแบบน้ำพุ ก็ใส่ หัวน้ำพุ ที่มีขายตามร้านจัดสวนน้ำ (อันใหญ่หน่อย)หรือร้านตู้ปลาทั่วๆไป (อันเล็ก) ก็จะได้เป็นน้ำพุ
- ถ้าต้องการให้น้ำไหลเป็นเส้นสาย แบบแผงๆ (ตามรูป) ก้อดัดแปลงตรงท่อส่งน้ำ โดยเจาะรูห่างกันระยะตามต้องการ
- ต้องต้องการเป็นแบบน้ำไหลออกมาแบบปกติ ผ่านทางรูปปั้น ที่เจาะช่องให้น้ำออกไว้แล้ว ก็แค่นำปลายท่อน้ำใส่ในช่อง ให้โผล่หัวออกมาเล็กน้อย เพื่อให้น้ำออก

โดยมีหลักการนำน้ำกลับมาใช้หมุนเวียนซ้ำๆ คล้ายกับ น้ำตก หรือ อ่างน้ำล้น
เพิ่มเติม เกี่ยวกับตัวกรอง อีกเล็กน้อย
1. ผนังบ่อกรอง ถ้าเป็นไปได้ ควรเป็น คอนกรีตเสริมเหล็ก ผสมสารกันซึม ผิวภายในฉาบปูนขัดมัน
2. กรณี เลี้ยงปลาในบ่อพักน้ำด้วย อาจมีบ่อกรองมากกว่า 1 บ่อ ก็ได้
3. วัสดุที่ใช้ในการกรอง อาจจะเป็นพวกเศษปะการังบ้าง เส้นใยกรองบ้าง อันนี้ไม่ทราบรายละเอียดมากนักค่ะ




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน