*/
  • nayroypc
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-05
  • จำนวนเรื่อง : 280
  • จำนวนผู้ชม : 400185
  • จำนวนผู้โหวต : 358
  • ส่ง msg :
  • โหวต 358 คน
วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน 2552
Posted by nayroypc , ผู้อ่าน : 9732 , 17:15:30 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

         

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาผมตั้งใจจะเดินทางไปไหว้พระในกรุงเทพ ตอนแรกตั้งใจจะไหว้ให้ครบ 9 วัดใน 1 วัน แต่ไปไปมามา คิดว่าคงไม่ทันเพราะเน้นถ่ายรูปไปด้วย อย่ากระนั้นเลย ได้แค่ไหนก็แค่นั้น ทำบุญอยู่ที่ใจ วันหลังไปใหม่ได้ ว่าแล้วก็เริ่มหาข้อมูลว่าจะไปวัดไหนบ้าง เห็นเส้นทางแล้วมีหวังหลงทางแน่ๆ เหลือบไปเห็นพี่บาส crono ออนไลน์ก็เลยได้ทีชวนไปซะเลย พี่บาสก็ใจง่ายจริงๆ รับปากจะไปเป็นไกด์ให้ งานนี้ได้ทั้งไกด์นำทางและไกด์สอนถ่ายรูปในเวลาเดียวกัน

7 โมงครึ่งผมก็นั่งรถตู้จากดอนเมืองมาลงที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อมาต่อรถสาย 8 ไปลงสำเพ็งเพื่อแวะซื้อซองใส่โปสการ์ดก่อน ตอนแรกนัดที่บาสไว้ตอน 8 โมงตรงที่สำเพ็ง แต่ผมไปถึงประมาณ 8 โมง 15 เดินหลงไปพักใหญ่ก็เจอร้านขาย ซื้อมา 2 กิโลในราคากิโลกรัมละ 110 บาท พอซื้อเสร็จก็แวะหาอะไรทานซะหน่อย เหลือบไปเห็นว่าอีกนิดนึงก็ถึงเยาวราชแล้วอย่ากระนั้นเลยส่ง sms ให้เจ้าเที๊ยะรุ่นน้องดีกว่า น้องมันอยู่แถวนี้จะฝากกระเป๋าไว้ซะหน่อยจะได้เดินตัวปลิว แต่น้องมันก็ไม่มี response ตอบกลับ เหลือบไปเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวน่ากินก็เลยแวะทาน ราคาชามละ 30 บาท โค๊กอีก 1 ขวด พอจ่ายเงินพี่เจ้าของก็ยิ้มแย้มทักทายเราอย่างดี ถามเราว่าคนใต้หรือเปล่าเนี่ยหน้าตาใช่เลยดำๆอีกด้วยแถมแบกกระเป๋ามาสองใบ ก็เลยบอกไปว่าผมคน กทม นี่ละครับ กำลังจะไปสนามหลวงต้องขึ้นรถตรงไหนสายไหนครับ แกยิ้มและตบหลังเบาๆบอกว่า ขึ้นทางนี้ละ เดินไปนิดนึงก็จะถึงป้ายรถเมล์แล้วขึ้นสาย 1 ก็ได้นะ อย่าไปทางนู่นละเดี๋ยวเขาพาไปสายใต้ใหม่ 5555  ทำให้ผมรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันเริ่มต้นที่ดีของผมแล้วละเจอคนใจดีแนะนำทางให้อย่างดี  ผมก็ถามเขาว่าตอนมาผมเห็นป้ายวัดชนะสงครามใกล้ๆไปทางไหนเหรอครับ แกบอกว่าที่เห็นน่ะเป็นวัดชัยชนะสงคราม คนละที่กัน ถ้าวัดชนะสงครามจะอยู่แถวบางลำภู ผมก็เลยบางอ้อแต่พี่เขาก็บอกว่าลองเดินไปดูก็ได้ ถึงแยกวัดตึกแล้วก็เลี้ยวขวาก็ถึงแล้ว พอผมเดินไปก็เออแฮะใช่ตามที่พี่เขาบอกจริงๆ สุดท้ายก็ต้องรีบเดินมาขึ้นรถสาย 1 มุ่งหน้าไปสนามหลวง เพราะเริ่มจะสายมากแล้วยังไม่ได้สักวัดเลย

 

         นั่งรถสักพักผมก็มาถึงสนามหลวง ผมเริ่มคุ้นทางละ เพราะเคยมาแถวนี้ตอนงานพระพี่นาง ใจก็นั่งลังเลว่าจะเริ่มวัดไหนก่อนดีระหว่างวัดพระแก้วกับวัดโพธิ์ สุดท้ายใจก็บอกว่าลงวัดโพธิ์ก่อนเลย ผมก็เลยกดกริ่งและลงเดินมาวัดโพธิ์ก่อน







วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือที่รู้จักกันในนาม
“วัดโพธิ์”
เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก เดิมชื่อ “วัดโพธาราม” พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงบูรณะและโปรดเกล้าฯ ให้สร้างประเจดีย์เพื่อบรรจุพระพุทธรูปพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งอัญเชิญมาจากกรุงศรีอยุธยา  ต่อมาใน พ.ศ. 2377  รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะพระเจดีย์ แล้วพระราชทานนามว่า “พระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชญดาญาณ” และทรงสร้าง “พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกนิธาน” เพื่ออุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่ 2 และทรงมีพระราชประสงค์ให้วัดโพธิ์เป็น “มหาวิทยาลัยสำหรับประชาชน” จึงโปรดเกล้าฯให้รวบรวมสรรพวิชาความรู้มาจารึกบนแผ่นศิลาติดไว้บริเวณพระอุโบสถ เพื่อให้ประชาชนมาศึกษาหาความรู้

ที่วัดโพธิ์มี “พระพุทธเทวปฏิมากร” ประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถ ใต้ฐานชุกชี บรรจุพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 1 มีพระวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ที่สวยงามที่สุด และองค์ใหญ่เป็นอันดับ 4 ในประเทศไทย เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนพื้นพระบาทประดับมุก เป็นภาพมงคล 108 ประการ นอกจากนั้น  วัดโพธิ์ยังมีเจดีย์ทั้งสิ้น  99 องค์ ถือว่าเป็นวัดที่มีเจดีย์มากที่สุดในประเทศไทย และมีพระมหาเจดีย์ 4 รัชกาล คือ รัชการที่ 1- 4 แห่งกรุงรัตรโกสินทร์

ในปัจจุบันวัดโพธิ์เปิดอบรมเผยแพร่วิชาการแพทย์แผนโบราณ โดยผู้ผ่านการอบรมจะได้รับใบประกอบโรคศิลป์จากกระทรวงสาธารณสุข
 












 

ที่มา
http://www.9wat.net/wat-palace-3.htm

ผมใช้เวลาอยู่ที่วัดโพธิ์ประมาณ
30 นาที พี่บาสก็โทรมาบอกว่าให้เดินไปก่อนนะกำลังจัดการเจ้าปลวกที่มากินหนังสือการ์ตูนเล่มโปรดของแก จากนั้นผมก็เดินทางมุ่งหน้าไปวัดพระแก้ว ระหว่างทางก็แวะถ่ายกระทรวงกลาโหม พอกำลังจะข้ามถนนก็เห็นศาลหลักเมืองกรุงเทพ อย่ากระนั้นเลยไปไหว้ศาลหลักเมืองเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัวก่อนดีกว่า













ศาลหลักเมือง กรุงเทพ

 

เมื่อครั้งสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีฝังเสาพระหลักเมือง ณ ใจกลางพระนครใหม่ เพื่อความเป็นสิริมงคล ตามความเชื่อที่มีมาตั้งแต่โบราณเมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2326 เสาหลักเมืองสร้างด้วยไม้ชัยพฤกษ์ปิดทองทึบทั้งต้น สูพ้นดิน 108 นิ้ว ส่วนที่ฝังดินยาว 79 นิ้ว ยอดเสาเป็นรูปบัวตูมลงรักปิดทอง มีแผ่นทองคำจารึกดวงชะตาเมือง โดยปัจจุบัน ผู้ที่ต้องการสักการะที่เสาหลักเมืองควรเริ่มจากไหว้พระที่หอพระพุทธรูป จากนั้นไหว้และปิดทองผูกผ้าแพร 3 สี ที่องค์หลักเมืองจำลอง และนำพวงมาลัยเข้าไปถวายที่องค์หลักเมืองจริง จากนั้นจึงไปไหว้และถวายพวงมาลัยองค์เทพารักษ์ทั้ง 5 คือ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง เจ้าพ่อเจตคุปต์ พระกาฬไชยศรี เจ้าพ่อหอกลอง แล้วเติมน้ำมันพระประจำวันเกิดเพื่อสะเดาะห์เคราะห์ เสริมบารมี

 

การเดินทาง  ตั้งอยู่บริเวณมุมด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของสนามหลวง ตรงข้ามพระบรมหาราชวัง ถ.มหาไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร

ที่มา

http://www.moohin.com/ttt-allyear/M004006c010.shtml










 

ผมใช้เวลาอยู่ที่ศาลหลักเมืองประมาณ 20 นาทีอ้อมใจโทรมาคุยเรื่องที่ไปโดนคนรุมด่าในกระทู้ ก็ไม่รู้จะช่วยยังไงได้แต่ปลอบใจเท่านั้นเองครับ สักพักพี่บาสก็โทรมาบอกว่ารออยู่ที่ประตูเข้าวัดพระแก้วฝั่งมหาวิทยาลัยศิลปากร แล้วก็ได้เจอพี่บาสพร้อมกับอวดทรงผมทรงใหม่ 5555 เป็นไงพี่หน้าผมเด็กลงป่ะครับ เอิ๊กๆๆ

วันที่ไปอากาศร้อนมากๆครับแต่ฟ้าสวยเลยได้ภาพฟ้ากรุงเทพมาเยอะเลยครับ ผมกับพี่บาสใช้เวลาอยู่ในวัดพระแก้วนานมากประมาณ 2 ชั่วโมงได้เพราะได้เข้าไปดูพิพิธภัณฑ์วัดพระแก้วด้วยครับได้รับความรู้เยอะมากๆ หากมีโอกาสแวะไปกันนะครับ

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว เป็นพระอารามที่อยู่ในบริเวณพระบรมมหาราชวัง รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2326 เพื่อความสะดวกเวลาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกุศลตามราชประเพณี และเพื่อเป็นที่บรรจุพระอัฐิอายุของพระเจ้าแผ่นดินเจ้านายในราชสกุล ภายในวัดพระแก้วมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิ พระอุโบสถอันเป็นที่ประดิษฐาน“พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร” (พระแก้วมรกต) ที่พระระเบียงมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ที่วิจิตรสวยงามและยาวที่สุดในโลก มีปราสาทพระเทพบิดร ซึ่งเป็นปราสาทยอดปรางค์ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 1- 8 มีพระศรีรัตนเจดีย์ประดับกระเบื้องสีทองทั้งองค์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุมีหอพระราชพงศานุสรณ์เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีหอระฆังที่มีระฆังซึ่งตีมีเสียงดังกังวานดี มีพระบรมราชานุสาวรีย์ประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์กรุงรัตนโกสินทร์และยังมีรูปยักษ์ 6 คู่ เป็นรูปยักษ์ตัวสำคัญจากเรื่องรามเกียรติ์ เป็นปูนปั้นทาสี ประดับกระเบื้องเคลือบสีต่างๆ สูงประมาณ 6 เมตร ตั้งประจำที่ช่องประตูพระระเบียง




























 

ที่มา

http://www.9wat.net/wat-palace-4.htm

เริ่มหิวกันแล้วครับก็เลยแวะหาอะไรทานที่ท่าช้าง เหลือบไปเห็นสุกี้ที่มีเห็ดด้วย ของโปรดผมเลยก็เลยชวนพี่บาสกินสุกี้ ผมกินแห้งพี่บาสกินน้ำ ที่นี่หมดไป 92 บาทครับ  จากนั้นก็มุ่งหน้าไปที่ท่าเตียนเพื่อไปวัดอรุณ ฯ เสียค่าเรือข้ามไปแค่ 3 บาทเท่านั้นเอง วันที่ผมไปกำลังมีงานพระราชทานเพลิงศพเจ้าอาวาสวัดอรุณ "พระธรรมสิริชัย" (บุญเลิศ โฆสโก) ท่านเป็นเจ้าอาวาสรุปที่ 13 ครับ โดยพระราชพิธีครั้งนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพครับ

 


















วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดมะกอก เมื่อ พ.ศ.
2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (พระเจ้ากรุงธนบุรี) เสด็จทางชลมารคจากกรุงศรีอยุธยามารุ่งเช้าที่หน้าวัดมะกอก จึงโปรดเกล้าฯให้ปฏิสังขรณ์ แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “วัดแจ้ง” ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้ทรงปฏิสังขรณ์และพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดอรุณราชวราราม”

ในสมัยกรุงธนบุรีวัดอรุณราชวรารามเคยเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต ก่อนที่จะอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระแก้ว นอกจากนั้นยังมียักษ์ปูนปั้นขนาดใหญ่ 2 ตน ตั้งอยู่หน้าประตูซุ้มยอดพระมงกุฏ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในนาม “ยักษ์วัดแจ้ง”

ภายในวัดอรุณราชวรารามนี้มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิ มีพระปรางค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกสูง 33 วาเศษ ประดับด้วยชิ้นกระเบื้องเคลือบสีต่างๆ ยอดพระปรางค์เป็นนภศูล ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีปรางค์ทิศทั้ง 4 ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประสูติ เทศน์พระธัมมจักร ตรัสรู้ นิพพาน การเดินเวียนทักษิณาวัดรอบพระปรางค์ 3 รอบ โดยเดินเวียนขวา (ตามเข็มนาฬิกา) เพื่อความเป็นสิริมงคล มีพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก” ซึ่งรัชกาลที่ 2 ทรงปั้นหุ่นและพระพักตร์ด้วยฝีพระหัตถ์พระองค์เอง และยังมีพระวิหารที่มีพระบรมสารีริกธาติที่เกศพระพุทธชมภูนุชฯ มีพระอรุณหรือพระแจ้ง ที่รัชกาลที่ 4 ทรงอัญเชิญมาจากเวียงจันทน์












สาวน้อยผู้น่ารัก

 

ผมใช้เวลาอยู่วัดอรุณฯ ประมาณ 1 ชั่วโมงก็เดินทางมุ่งหน้าไปวัดระฆังฯ ต่อโดยถามเส้นทางกับแม่ค้าแถวนั้นก็แนะนำอย่างดีอีกเช่นเคยครับว่าให้นั่งรถตุ๊กๆแบบสองแถวคนละ 5 บาทแล้วบอกให้คนขับจอดที่วัดระฆังฯ หลังจากขอบคุณแม่ค้าแล้วก็ข้ามถนนมาขึ้นรถมุ่งหน้าไปวัดระฆังฯ แป๊บเดียวก็ถึงครับ หลังจากไหว้พระเสร็จแล้วก็ได้สรงน้ำพระและให้อาหารปลา ก่อนจะนั่งเรือข้ามไปท่าช้าง โดยเสียค่าเรือ 3 บาทเช่นเดิมครับ พอข้ามมาถึงพี่บาสก็ชวนไปถ่ายรูปที่สวนสันติไชยปราการ เพราะคิดว่าคงไปวัดอื่นไม่ทันแล้ว ขึ้นรถเมล์ฟรีมาลงที่สวนสันติไชยปราการ นั่งพักยังไม่หายเมื่อยเลยครับ ต้องเปลี่ยน memory card หันไปหยิบกระเป๋ากล้องต้องตกใจทันทีเพราะกระเป๋ากล้องหาย เลยถามพี่บาสไปว่าล่าสุดเราแวะที่ไหน พี่บาสเลยบอกว่าน่าจะเป็นที่เรือนะ ใจผมคิดว่าคงไม่ได้คืนแล้วละ ทั้ง memory card 4 G อุปกรณ์กล้องที่เหลือ ส่วนกล้องผมคล้องไว้ที่คอตลอดและก็ยังมีเงินที่นำมาทำบุญอีกมาณ 100 กว่าบาท พี่บาสเลยตัดสินใจชวนผมกลับไปที่ท่าเรือเผื่อจะมีคนเก็บกระเป๋าไว้ให้ พี่บาสเรียกรถตุ๊กตุ๊ก ราคา 30 บาทไปลงที่ท่าช้าง และรีบเดินไปหาเจ้าหน้าที่ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับยังมีคนใจดีเก็บกระเป๋ากล้องไว้ให้ผมโดยที่ไม่มีอะไรสูญหายเลย ผมขอบคุณเจ้าหน้าที่แล้วตั้งจิตอธิษฐานขอบคุณพระคุณเจ้าทุกองค์ที่ผมไปไหว้มาคิดว่าท่านคงดลบันดาลให้กระเป๋าผมได้กลับคืนมาแน่ๆครับ หลังจากได้ของคืนมาแล้วพี่บาสก็ถามว่าจะไปไหนต่อ ใจผมอยากไปถ่ายรุปหน้าพิพิธภัณฑ์มิวเซียมออฟสยาม พี่บาสก็พาเดินไปทางวัดโพธิ์ แล้วผมก็ได้มาเที่ยวพิพิธภัณฑ์อีกครั้งครั้งนี้เสียเงินครับ แต่จังหวะดีหลัง 4 โมงเขาจะไม่เก็บเงินครับ งานนี้ก็เลยได้เดินชมความงามของพิพิธภัณฑ์อีกครั้งแบบคนน้อยๆไม่มีคนมารบกวน  แถมมีพี่บาสแนะนำการถ่ายรูปอีกต่างหาก เดินจนจะ 6 โมงก็ได้เวลากลับครับ ตั้งใจจะไปดูงานลูกปัดแต่ก็ปิดซะก่อนเลยไม่ได้ดู แล้วผมก็ได้เวลาอำลาพี่บาสเพื่อมุ่งหน้าไปหารุ่นน้องที่นัดไว้ว่าจะให้มันพาไปตะลอนเยาวราชครับ โดยขึ้นรถสาย 53 มุ่งหน้าไปเยาวราชไปลงที่สี่แยกเสือป่า รุ่นน้องให้มารอตรงนั้นและก็พาตะลอนเยาวราชหาของกินจนพุงกาง กว่าจะกลับมาถึงห้องก็ 3 ทุ่มพอดีเลยครับ เป็น trip ที่เมื่อยขามากๆแต่ก็สนุกอย่าบอกใครเลยละครับ



อากาศร้อนแต่ ท ทหารต้องอดทน










พระบรมมหาราชวังงดงามมากๆ



มาขึ้นเรือเพื่อข้ามไปที่วัดอรุณที่ท่าเตียนครับผม



แอบถ่ายคนนำทางผมครั้งนี้ครับ




แม่ชีกำลังไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพเจ้าอาวาสวัดอรุณ ตอนแรกก็งงว่าทำไมพระกับชีมาขึ้นเรือเยอะจัง


 ผู้คนที่สัญจรทางเรือวันนั้นครับ




วัดที่ไปแม้อากาศจะร้อนแต่ฟ้าสวยมากๆครับ



พระประธานวัดอรุณ ฯ




พระปรางค์วัดอรุณ งดงามเสมอ















พระเมรุ




ผู้คนชาวมอญที่มาร่วมงาน



ได้เวลาอำลาวัดอรุณฯ แล้วครับ




รถที่ผมนั่งมาจากวัดอรุณฯ เพื่อมาวัดระฆัง ฯ คนละ 5 บาทก็มาถึงแล้วครับ





พระประธานวัดระฆังฯ



ดอกบัวสำหรับบูชาพระมีทุกวัดไว้คอยบริการคนใจบุญครับ




คุณยายน่ารักมากเลย





มาถึงวัดระฆังแล้วครับผม




แอบถ่ายซะหน่อยรู้ตัวซะงั้น




ขึ้นรถมานั่งพักและเก็บภาพที่สวนสันติไชยปราการครับผม




ป้อมพระสุเมรุ ก็เก็บได้สองภาพก่อน memory หมด




สะพานพระราม 8 ครับเก็บภาพได้ภาพเดียวเพราะดันลืมกระเป๋ากล้องไว้บนเรือพี่บาสเลยรีบพาไปที่ท่าช้างเพื่อไปดูว่ายังมีคนใจดีเก็บกระเป๋าไว้ให้มั้ย




มาเก็บภามมิวเซียมสยามที่ประตูทางเข้าก่อนเดินเข้าไปชมโดยไม่เสียเงินสักบาท

 

ขอบคุณพี่บาสที่พาเที่ยว แนะนำการถ่ายรูป และพาไปเอากระเป๋ากล้องคืนกลับมาได้ ขอบคุณมากๆครับ ถ้าตัวดำก็อย่าว่ากันนะ อิอิ กางร่มให้ก็ไม่เอา เอิ๊กๆๆๆ ก็ผมกลัวดำนี่ครับ

ขอบคุณเจ้าเที๊ยะที่พาตะลอนกินที่เยาวราช ทั้งก๋วยจั๊บแสนอร่อย บะหมี่เป็ดย่างที่หอมหวล ปิดท้ายด้วยน้ำส้มเช้งแสนอร่อยเพราะพี่ไม่เสียตังค์ 555 ไว้จะพาให้ไปตะลอนใหม่นะ





เปลี่ยนผมทรงใหม่ต้นรับหน้าร้อนแต่ทำไมตัดไปตัดมาเหมือนนักโทษเลยหว่าเรา



เอ๊ะกระบอกอันนี้มันคืออะไรน้า




ที่แท้มันก็คือร่มนั่นเอง



สุกี้แห้งแสนอร่อยตรงท่าช้างครับ ชอบเพราะมีเห็ด 3 ชนิด อร่อยๆๆ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 25/04/2009 เวลา : 21.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

ขยันทำภารกิจ ที่ตั้งเป็นพันธกิจจังค่ะ
ตั้งสามอย่าง ว่ายน้ำ อัพบล็อก และฝึกภาษาอังกฤษ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ

.....พันธกิจ สะดุดรัก วันที่ 3 .....
http://www.oknation.net/blog/SingMeuSai/2009/04/25/entry-1

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
กิ๊บส์ วันที่ : 25/04/2009 เวลา : 08.26 น.

นั่งอ่านเพลินๆ ดูรูปเพลิน

มาต๊กกะใจสุดๆตอนเห็นหน้าเพื่อนนี่แหละ 5555

ไม่ได้ล่ะ ต้องหาเวลาไปเที่ยวบางกอกบ้างล่ะ อิอิ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เด็กหญิงหว่านกล้า วันที่ : 24/04/2009 เวลา : 17.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/weed
V.-บทเพลงหัวใจของเด็กเดินทาง-.V : กลุ่มเขียนข้าว

สาธุคับ/ปรางแก้ว

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 24/04/2009 เวลา : 17.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

สุกี้แห้งน่าทานจัง พี่ก็ชอบทานเห็ด

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 24/04/2009 เวลา : 17.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

ถ่ายรูปได้สวยมากๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 24/04/2009 เวลา : 17.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ตามมาไหว้พระ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน