*/
  • nayroypc
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-05
  • จำนวนเรื่อง : 280
  • จำนวนผู้ชม : 413829
  • จำนวนผู้โหวต : 359
  • ส่ง msg :
  • โหวต 359 คน
วันอาทิตย์ ที่ 3 มกราคม 2553
Posted by nayroypc , ผู้อ่าน : 2610 , 12:20:15 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน



ภาพตะวันขึ้นที่โขงเจียมยามเช้าครับผม

 

 

6 โมงเช้าแล้วเหรอเนี่ย เสียงนาฬิกาปลุก แล้วทำไมมันแสบตาจังหว่า  อ้อลืมไป ไม่ได้นอนปิดไฟนี่เอง ไม่ได้การละเดี๋ยวไปถ่ายรูปตะวันขึ้นที่โขงเจียมไม่ทัน ว่าแล้วก็ล้างหน้าแปรงฟันแล้วก็รีบเดินจ้ำอ้าวไปที่สวนสาธารณะโขงเจียมตรงข้ามสถานีตำรวจโขงเจียมทันที

ไม่ได้ตื่นเช้าแบบนี้มานานมากๆแล้วครับ อากาศยามเช้าของต่างจังหวัดช่างสดชื่นเสียจริงๆ เดินไปก็เห็นมีคนมาวิ่งออกกำลังกายกันแต่เช้า เดินไปมองไปที่แม่น้ำโขงดวงตะวันยังไม่ขึ้น แสดงว่าน่าจะยังทัน ถ่ายรูปไปถ่ายรูปมาเดินมามองไปเห็นเจ้ามะหมาตัวนึง เดินมาทักทายมาเลียแข้งเลียขาเรา คราวนี้พอเราเดินไปไหนมันตามตลอดเลยครับ ว่าแล้วก็เดินลงไปตรงที่จอดเรือซะหน่อยลงมาถ่ายรูปเรือและก็มองดูว่า ดวงอาทิตย์จะขึ้นตรงไหนนะ มองไปอ้าวท่าทางจะขึ้นตรงริมฝั่งนั่นเลย (มารู้ตอนหลังว่าคือหลังวัดโขงเจียมนั่นเอง) ไม่ได้การแล้วผมเลยรีบจ้ำอ้าวโดยมีเจ้าหมาน้อยวิ่งตามไปด้วย ไปถึงจุดๆนึงเจ้าหมาน้อยก็เก็บ point ตัวเองโดยการฉี่เพื่อจะหาทางกลับที่เดิมให้ถูก

เดินมาเรื่อยๆก็จะผ่านร้านอาหารริมโขงหลายสิบร้านเลยครับ เห็นคุณยายเตรียมของเพื่อใส่บาตรยามเช้า ทำให้เรานึกถึงสมัยเรายังอยู่ระยอง ตอนเช้ายายจะปลุกให้มาใส่บาตร แต่พอเรามาทำงานที่กรุงเทพบรรยากาศเหล่านั้นมันกลับไม่มีแล้วครับ คิดถึงยายผมจัง




ภาพบน บรรยากาศริมฝั่งโขงที่โขงเจียมยามเช้าครับผม
ภาพล่าง เจ้ามะหมาที่ผมพูดถึงครับ กลายมาเป็นเพื่อนเที่ยวโขงเจียมของผมไปทันที




ริมแม่น้ำโขงที่โขงเจียมก่อนตะวันจะออกมาอวดโฉม



โขงเจียมยามเช้าหลังจากแสงแรกของวันออกมาอวดโฉม ริมแม่น้ำโขงยามเช้างดงามไม่แพ้กันครับ


เดินมายังไม่ถึงหลังวัดเลยครับตะวันโผล่มาอวดโฉมซะก่อนนี่ขนาดรีบวิ่งแล้วนะครับ ได้แค่เก็บภาพตะวันริมโขงเจียมแค่นี้เอง  ตรงจุดที่ผมถ่ายจะเป็นจุดชมแม่น้ำสองสีครับ คือเป็นจุดเชื่อมกันของแม่น้ำโขงกับแม่น้ำมูล มีคนพูดว่า โขงสีปูน มูลสีคราม ก็คือจุดตรงนี้นี่เอง แต่เสียดายผมไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ชมเพราะแสงตอนเช้ายังมองสีน้ำไม่ออกครับ  ยืนถ่ายรูปสักพักแสงแดดอ่อนๆยามเช้าไม่ร้อนมากนัก เห็นแปลงปลูกผักตรงแม่น้ำโขงก็เลย ลงไปดูและเก็บภาพมาให้ชมครับ ทำให้เรารู้ว่าชาวบ้านเขาอยู่กันง่ายๆไม่ต้องไปซื้อผักที่ตลาด ปลูกกันกินเองแบบนี้ได้เลยในช่วงที่น้ำโขงลด

ไม่ว่าผมจะไปไหนเจ้าหมาน้อยก็ตามผมตลอดเลยแต่พอจะเอากล้องซูมถ่ายมัน มันเหมือนจะรู้ไม่ยอมมองกล้องเลยครับ ก็เลยได้แค่แอบถ่ายตลอด ขากลับผมเดินเรียบริมแม่น้ำโขงอีกเช่นเดิม ผ่านร้านค้าและไปถึงบ้านที่คุณยายรอใส่บาตร พระสงฆ์มารับบิณฑบาตแล้วครับ บ้านนี้ลงมาใส่บาตรพร้อมกันเลย ทำให้ได้เห็นวัฒนธรรมไทยดีๆที่เดี๋ยวนี้แทบไม่หลงเหลืออยู่แล้วครับ มีน้องหมาเดินนำหน้าพระด้วยนะครับ เห็นแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้เหมือนกัน 

มาถึงลานกีฬา เห็นคุณยายมาออกกำลังกาย เจ้าหมาน้อยที่มากับผมวิ่งเข้าไปประจบและไปเลียแข้งเลียขาคุณยาย จนคุณยายพูดว่าเจ้าชู้จริงนะ มากับเจ้าของยังมาทำเจ้าชู้อีก ผมก็อดหัวเราะไม่ได้ ก็เลยตะโกนบอกไปว่าไม่ใช่หมาผมหรอกครับคุณยาย ผมก็เจอแถวนี้ละครับ อิอิ

ได้เวลาอำลาเจ้าหมาเพราะผมตั้งใจจะเดินไปที่ตลาดเช้าของโขงเจียม แต่เจ้าหมาก็ยังคงวิ่งตามผมไปอีก ไม่รู้จะห้ามอย่างไร ก็เลยปล่อยให้มันตามไปด้วย ตลอดเส้นทางมันฉี่เก็บ point ตลอดเลยครับ เดินไปเรื่อยก็ไปถึงตลาด ตลอดเส้นทางเราได้เห็นอะไรที่ทำให้เราได้นึกถึงอดีตได้เยอะเลยครับ ได้เห็นเด็กนักเรียนเดินไปโรงเรียนตอนเช้า ได้เห็นเด็กน้อยออกมาทิ้งขยะหน้าบ้าน ได้เห็นคนรอใส่บาตรยามเช้า ได้เห็นเด็กนักเรียนรอรถประจำมารับที่หน้าบ้าน ได้เห็นคุณแม่มาส่งเด็กรอขึ้นรถประจำ ได้เห็นคนวิ่งออกกำลังกายยามเช้า ได้เห็นร้านค้ากำลังเปิดร้านเพื่อขายของ ทำให้อดนึกถึงสมัยเด็กไม่ได้ครับ เหตุการณ์แบบนี้เราเคยเจอสมัยเด็ก แต่พอเราโตขึ้นเราไม่เคยตื่นเช้าขนาดนี้และได้เห็นบรรยากาศแบบนี้อีกเลย



ภาพบน คุณยายเตรียมของตักบาตรยามเช้า อีกวิถีชีวิตที่สามารถมองเห็นได้ตามต่างจังหวัด
ภาพล่าง ทั้งครอบครัวของคุณยาย ร่วมตักบาตรยามเช้า เห็นแล้วมีความสุขจังครับ




ภาพบน พระภิกษุกำลังเดินบิณฑบาต มีเจ้าถิ่นเดินคุมหน้าให้ด้วย
ภาพล่าง เด็กน้อยกำลังแบกกระเป๋านักเรียนเพื่อไปเรียนหนังสือครับ




ภาพบน แปลงผักริมแม่น้ำโขง ยามน้ำโขงแห้งก็มีการปลูกผักรับประทานเอง
ภาพล่าง รถทัวร์กรุงเทพ - โขงเจียม ป 2 ไม่รู้ใช้เวลากี่ชั่วโมงกว่าจะเดินทางมาถึงนะเนี่ย


มาถึงตลาดเช้าโขงเจียมแล้วครับ คนเยอะเหมือนกันนะเนี่ย เจ้าหมาน้อยยังคงตามมาถึงตลาด ผมเดินชมตลาด 1 รอบ ไม่กี่นาทีก็เดินครบแล้วครับเพราะตลาดไม่ใหญ่มากๆนัก ตั้งใจมาหาของกินแต่ดันมีแต่ของสดขาย ว่าแล้วเห็นปาท่องโก๋ขายสองเจ้า เห็นเจ้านี้มีคนซื้อเยอะก็เลยซี้อปลาท่องโก๋มา 5 บาท ได้มา 7 ตัวแน่ะครับ แต่หาเจ้าหมาน้อยไม่เจอซะงั้นหนีไปไหนก็ไม่รู้ แต่พอกำลังจะเดินกลับเห็นมันยืนรอตรงทางเข้าตลาด ก็เลยควักมือเรียกมันเพื่อกลับด้วย เหมือนมันจะรู้นะครับวิ่งมาหาผมทันที ผมก็เลยให้ปลาท่องโก๋มันกินไปสองตัว แบ่งๆกันในฐานะเป็นเพื่อนเที่ยวยามเช้า ผมเดินไปที่ไปรษณีย์โขงเจียมเพื่อส่งโปสการ์ดชุดแรก 49 ใบที่ตู้ด้านหน้าที่ทำการไปรษณีย์

เดินกลับมาถึงที่พัก เจอคุณตาเดินออกกำลังกายยามเช้า คำทักทายจากคุณตา ไปถ่ายรูปมาเหรอหลายชาย มันอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ ก็เลยบอกว่าไปถ่ายรูปมาครับ ไปถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นมาที่หลังวัดครับ คุณตาก็ถามกลับมาว่าแล้วไปทันมั้ย อากาศเย็นมั้ย ไปตลาดมาหรือเปล่า ทุกคำถามที่ถามมาเหมือนเป็นความผูกพันกันอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ ตอนนั้นเองมั้งครับที่ทำให้เราเริ่มหลงรักโขงเจียมและเริ่มหลงหลักสีแบ อย่างจับใจ

จากนั้นก็กลับไปที่พักเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำรอพี่ทรงมารับตอน 9 โมง เจ้าหมาน้อยยังคงตามมาส่งถึงที่เลยครับแถมยังไม่ยอมกลับด้วยนอนรอที่หน้าห้องผมอีกต่างหาก มาถึงห้องก็นอนเขียนโปสการ์ดถึงเพื่อนๆอีกชุดนึงก่อนจะอาบน้ำแต่งตัวรอพี่ทรงมารับ 9 โมงครึ่งพี่ทรงมาถึง ออกมาจากห้องยังเห็นเจ้าหมานอนรออยู่ พอมันเห็นผมมันวิ่งมาหาผมเลย ผมก็เลยพูดกับมันไปว่า ต้องกลับแล้วนะ ไม่รู้เมื่อไรจะได้มาเที่ยวใหม่ ขอบใจมากๆนะที่พาเที่ยวแม้จะเวลาสั้นๆ ไม่รู้นะครับใครอาจหาว่าผมบ้าที่ผมพูดกับหมา แต่ถ้าคุณได้เจอมันคุณจะหลงรักมันเหมือนผม ตอนที่พิมพ์อยู่ก็ยังคิดถึงมันนะ บ่อยครั้งที่คิดถึงมันแล้วคำพูดที่ว่า มีหมาเป็นเพื่อน ดีกว่ามีเพื่อนหมาๆ มันผุดมาตลอดเลยครับ

เอากุญแจไปคืนเจ้าของและก็ได้เวลาอำลาเจ้าของสีแบ คุณยายนอนอยู่ข้างบ้านก็เลยเดินไปหา และกล่าวว่าคุณยายผมกลับแล้วนะครับ หากมีโอกาสผมจะกลับมาพักใหม่นะครับ คุณยายลุกขึ้นมาและอวยพรให้เดินทางปลอดภัย ผมนะแทบจะร้องไห้เลยเห็นคุณยายท่านนี้แล้วคิดถึงยายผมจังเลย คำอวยพรของผู้เฒ่าผู้แก่ไม่ว่าจะเป็นใครหากใครได้ยินก็คงจะดีใจเหมือนที่ผมเจอ แล้วเราจะกลับมาใหม่สีแบ โขงเจียม

 



พระอุโบสถวัดโขงเจียมครับผม พอดีไปตอนเช้าพระอุโบสถจึงยังไม่เปิดครับ





ทั้ง 4 ภาพเป็นบรรยากาศของตลาดสดโขงเจียม ยามเช้าครับ คึกคักไม่ใช่เล่น



ภาพบน ไปรษณีย์โขงเจียมครับ จุดเริ่มต้นของการเดินทางมาถึงโขงเจียมของผม

ภาพล่าง บรรยากาศที่ผมกำลังเดินทางไปชมตะวันขึ้นที่โขงเจียม ภาพแรกของวันที่ผมกด shutter ของวันที่ 3 ครับ



ภาพบน บรรยากาศริมเขื่อนสิรินธร
ภาพล่าง เส้นทางระหว่างเดินทางเข้าตัวเมืองอุบลราชธานี เส้นทางนี้เรียบและเป็นทางตรง พี่ทรงบอกว่าคนจะขับรถเร็วมากๆ จึงจะมีด่านตรวจหลายจุด ต้องระวังกันด้วยนะครับ

 

พี่ทรงพาผมกลับอีกเส้นทางเพื่อให้ได้เห็นเส้นทางสวยๆของเขื่อนสิรินธร พี่ทรงพาเข้าไปชมเขื่อสิริธรแต่เสียดายแดดเริ่มจะแรงแล้วก็เลยถ่ายภาพออกมาไม่ค่อยสวยเท่าไร ขับไปเรื่อยๆตรงบริเวณที่เป็นแพริมแม่น้ำสวยดีนะครับเสียดายไม่ได้ให้พี่ทรงจอดรถถ่ายรูป แล้วรถก็มาถึงอำเภอพิบูลมังสาหาร พี่ทรงก็ถามกิจกรรมวันนี้ที่ผมตั้งใจไว้ ก็สรุปได้ว่าพี่ทรงจะติดธุระช่วงบ่าย 4 โมงต้องไปอำนาจเจริญและจะกลับมาตอนทุ่มตรง ให้ผมเที่ยวไปได้เลยโดยไม่ต้องทานข้าวเดี๋ยวพี่ทรงจะมาเลี้ยงตอนเย็น พี่ทรงบอกคร่าวๆว่าเดี๋ยวจะพาไปวัดหนองป่าพง ไปกินกาแฟและก็จะเลี้ยงเนิ้อย่างโคขุน ก่อนจะไปส่งในตัวเมืองก่อนบ่ายโมงเพราะพี่ทรงมีประชุมตอนบ่ายโมงตรง

 

***********************

สถานที่แรกที่พี่ทรงได้พามาก็คือ วัดหนองป่าพง เพื่อมาสักการระหลวงพ่อชา และชมความงามของเจดีย์บรรจุอัฐิของหลลงพ่อชา พอเข้าไปในวัดหนองป่าพง อยากจะบอกว่าเงียบสงบมากๆครับ หากมีโอกาสได้มานั่งสมาธิหรือปฏิบัติธรรมที่นี่ผมว่าคงได้บุญเยอะแน่ๆเลย

 

ขอนำประวัติเจดีย์บรรจุอัฐิหลวงพ่อชา มาบอกกล่าวสักเล็กน้อยครับ (ข้อมูลจาก http://guideubon.com/news/view.php?t=18&s_id=19&d_id=16)

 

เจดีย์บรรจุอัฐิหลวงพ่อชา ซึ่งเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมผสมผสาน ระหว่างสถาปัตยกรรมอีสานกับ ล้านช้าง โดยศิษยานุศิษย์หลวงปู่ชา สุภัทโธ ได้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐิหลวงปู่ชา ซึ่งท่านได้มรณภาพเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2534 เวลา 05.20 น. ณ โรงพยาบาลสรรพสิทธิ์ประสงค์ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี



ภาพบน เจดีย์บรรจุอัฐิหลวงพ่อชา
ภาพล่าง เจดีย์เล็กบรรจุอัฐิหลวงพ่อชา



ความงดงามของ เจดีย์บรรจุอัฐิหลวงพ่อชา





ข้อความดีๆ จากหลวงพ่อชาสำหรับการเตือนสติครับ

 

***********************

จากนั้นพี่ทรงก็ขับรถพามาทานกาแฟที่ร้านบ้านเฉลียง อยู่ที่ปั้ม ปตท ถนนเลี่ยงเมือง  หลายคนอาจเข้าใจว่าร้านนี้เป็นของวงเฉลียงหรือเปล่า ขอบอกว่าไม่ใช่นะครับ ปกติผมเป็นคนไม่ค่อยชอบกาแฟสักเท่าไร เพราะทานทีไรแล้วจะตาค้างนอนไม่หลับสักที แต่งานนี้ขอสักแก้วก็แล้วกันครับ สำหรับร้านนี้เมื่อประมาณสองปีก่อนเคยมีปัญหาเรื่องชื่อร้านที่ไปตรงกับวงเฉลียงแถมโลโก้ก็เหมือนกันอีก ใครอยากรู้เรื่องราวลอง google ดูนะครับแล้วจะรู้ว่ามีปัญหาอย่างไร ผมขอไม่กล่าวถึงในนี้นะครับ แต่ขอบอกว่ารสชาติกาแฟเขาอร่อยดีครับ

หลังจากชิมกาแฟเรียบร้อยแล้ว ก็ไปทานเนื้อย่างโคขุนที่ร้าน โชกุโดเอน ซึ่งอยู่ในปั้ม ปตท เช่นเดียวกันครับ ตอนเข้าไปยังไม่มีลูกค้าเลยสักคน คงเพราะยังไม่เที่ยงดีนั้นเอง งานนี้ไม่รู้จะทานอะไรพี่ทรงก็เลยสั่งให้ทั้งหมด เป็นเนื้อย่างนั่นละครับแต่มีเนื้อหลายแบบผมก็ไม่รู้มันแตกต่างกันอย่างไร พี่ทรงบอกว่าเคยมาทานแล้วเนื้อมันนุ่มมากๆ แต่จานแรกที่สั่งมาเนื้อไม่นุ่ม พี่ทรงเลยสั่งอีกจานที่เนื้อนุ่มกว่า พิมพ์ไปก็นึกถึงรสชาติที่อร่อยของเนื้อร้านนี้อยากกลับไปทานอีกจังครับ อิอิ

มื้อนี้พี่ทรงเลี้ยงผมอีกแล้วครับ จะทำอย่างไรพี่ทรงก็ไม่ยอมให้ผมจ่ายเลย ยกเว้นกาแฟที่เพิ่มชิมไป ซึ่งถ้าเทียบแล้วมันเทียบกันไม่ได้เลยจริงๆ ขอบคุณพี่ทรงมากๆเลยครับ



แวะชิมกาแฟที่ร้านบ้านเฉลียง กันครับ


 

มาทานเนื้อย่างที่ร้านโชกุโดเอนกันครับ เนื้อนุ่มน่าทานมากๆครับ

ตอนนี้ขอจบแค่นี้ก่อนนะครับเดี๋ยวตอนที่สองจะพาไปเที่ยวในเมืองอุบล เป็นตอนจบแล้วละครับ

ก่อนจบแอบถ่ายป้ายในห้องน้ำตอนแวะเข้าห้องน้ำที่ปั้ม ปตท ถนนเลี่ยงเมืองครับอ่านแล้วก็ฮาดีเลยเก็บภาพมาให้สาวๆได้อ่านกัน อิอิ

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ATTS37 วันที่ : 03/01/2010 เวลา : 12.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/worawut

ชัดเจนครับ ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน