*/
  • ภาณุมาศ_ทักษณา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-12-13
  • จำนวนเรื่อง : 1872
  • จำนวนผู้ชม : 2525166
  • จำนวนผู้โหวต : 1211
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1211 คน
<< สิงหาคม 2012 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 30 สิงหาคม 2555
Posted by ภาณุมาศ_ทักษณา , ผู้อ่าน : 1163 , 11:31:19 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน พี่โบเดีย โหวตเรื่องนี้

 

         ผมเพิ่งทราบว่าต้นสายปลายเหตุที่มีการวิพากษ์วิจารณ์คำว่า รักวัวให้ผูกรักลูกให้กอด นั้น

       จุดเริ่มต้นมาจาก ข้อเสนอของ รศ.ดร.สายสุนี จุติกุล ที่ปรึกษาด้านสตรี เด็ก เยาวชน การศึกษาและพัฒนาสังคม สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในการประชุมคณะกรรมการการศึกษาปฐมวัยแห่งชาติ

        และในที่ประชุมซึ่งมี คุณสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานฯ คุณเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ เลขาธิการสภาการศึกษา ได้ออกมาเปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบตามนั้น

        ทั้งนี้ที่ รศ.ดร.สายสุรี เสนอให้ปรับแนวคิดทัศนคติสุภาษิต รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี เป็น รักวัวให้ผู้รักลูกให้กอด(อย่าตี) เพราะต้องการสร้างศักยภาพของครอบครัว วัฒนธรรม เปลี่ยนความคิดค่านิยม เพื่อให้เกิดความอบอุ่นในครอบครัว

         ผมเข้าใจว่าเรื่องนี้คงไม่ถูกวิพากษ์วิจาณ์ในทางลบ หากเป็นการเสนอตรงจาก รศ.ดร.สายสุรี ไปยัง สภาการศึกษาแห่งชาติ โดยไม่มี คุณสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษา เข้าไปแทรกอยู่ด้วย

         ว่ากันตรง ๆ คือ ที่มีเสียงคัดคัานกันให้ระงมนี่ ส่วนหนึ่งเพราะมีภาพของ รมว.ศึกษา ทาบอยู่ในสภาการศึกษาแห่งชาติอยู่ด้วยนั่นแหละ คือ คนเราหากไม่ชอบขี้หน้ากันซะแล้ว ต่อให้เสนออะไร ๆ ดีไม่ดี ก็ต้องถูกมองว่าไม่ดีไปหมด

         ดูจากเจตนารมณ์ของ รศ.ดร.สายสุรี แล้วผมเข้าใจว่าท่านมีเจตนาดีต่อสังคมไทยจริง ๆ ไม่ได้คิดแก้ไขสุภาษิตให้ผิดเพี้ยนไปหรอกครับ

         เพราะสังคมไทยทุกวันนี้ "การตี" กลายเป็นเรื่องโหดร้าย หาใช่การตีเพื่อสั่งสอนเหมือนสมัยก่อนแล้วละครับ

         อย่าว่า ครูตีลูกศิษย์ เลยครับ ต่อให้พ่อแม่ตีลูกก็เช่นกัน... ส่วนใหญ่มักตีด้วยอารมณ์เกือบจะทั้งสิ้น อย่างน้อยก็อารมณ์หมั่นไส้ หรือไม่ก็อารมณ์พาล อย่างที่โบราณเรียก ตีวัวกระทบคราด นั่นแหละ

         ผมเห็นด้วยกับการแสดงความรักลูกด้วยการกอดครับ...

         ที่เห็นด้วยเพราะผมเคยได้รับความรู้จาก อาจารย์ ดร.โสภณ ภูเก้าล้วน (หากท่านได้อ่านพบหรือญาติท่านอ่านพบ กรุณาเรียนให้ท่านทราบว่า ผมยังระลึกถึงท่านอยู่เสมอ เพราะท่านทำให้ผมรู้จักตัวเองดีขึ้น)

         จำได้ว่าในการเข้ารับการอบรมหลักสูตรที่สอนให้รู้จักตัวเองของอาจารย์ ดร.โสภณ ที่กำแพงแสน นานมาแล้ว อาจารย์ ดร.โสภณ ได้เล่าให้ฟังถึง "การสัมผัส" หรือ "การกอด" ให้ได้รับทราบว่า

          สาเหตุที่มีข้อห้าม(ขององค์กรใดขออภัยผมจำไม่ได้จริง ๆ)ไม่ให้มีการ "ทดลอง" กับมนุษย์ แต่ในมีการทดลองทางวิทยาศาสตร์ในสัตว์แทนนั้น

          เนื่องจากในอดีตวงการแพทย์ของสหรัฐอเมริกาได้มีการทดลองความเจริญเติบโตทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจของมนุษย์ที่ได้รับ "การสัมผัส" หรือ "การกอด" กับมนุษย์ที่ไม่ได้รับการสัมผัสหรือการกอดว่าจะเป็นอย่างไร

          ในการทดลองดังกล่าว ได้นำทารกแรกเกิด เพศเดียวกัน เกิดวันเวลาเดียวกัน และมีเลือกกรุ๊ปเดียวกันมาเลี้ยงพร้อม ๆ กัน

          โดยคนแรกปล่อยให้มารดาเลี้ยงด้วยนม ด้วยการใช้มือสัมผัสลูก และกอดลูก (เหมือนที่เรา ๆ ท่าน ๆ ได้รับการเลี้ยงดูตอนเด็ก ๆ นั่นแหละครับ)

          กับคนที่สอง ปล่อยให้อยู่อย่างธรรมชาติ ถึงเวลาก็มีคนไปป้อนนม และดูแลทำความสะอาดให้ โดยผู้เลี้ยงจะสวมถุงมือยาง เพื่อไม่ให้ผิวหนังสัมผัสกับเด็กคนนั้น ให้นมเสร็จ ก็ปล่อยให้นอน อึ-ฉี่ ก็มาทำความสะอาด

           ผลของการทดลองปรากฎว่า พัฒนาการของเด็กสองคนต่างกันลิบลับ เด็กที่ได้รับการสัมผัสและกอดจากแม่เจริญวัยได้ดีกว่า

           เด็กที่ถูกปล่อยให้เติบโตตามธรรมชาติ จนในทีุ่สุดเด็กที่ไม่ถูกสัมผัสจะกลายเป็นเด็กพิการ

           หลังจากเรื่องนี้ปรากฎเป็นข่าว จึงมีการห้ามปรามไม่ให้มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์กับมนุษย์อีกเลย

           (ผมได้ยินเรื่องนี้มานานแล้ว ที่เล่าไปอาจข้ามหรือตกหล่นรายละเอียดไปบ้าง ท่านผู้ใดมีข้อมูลเต็ม ๆ จะกรุณาเสริมก็จะเป็นพระคุณครับ)

           นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของผลดีที่ได้จากการสัมผัสหรือการกอดครับ

           อีกหนึ่งตัวอย่าง คือการสัมผัสมือระหว่างกันของชาวต่างชาติ ผมเคยอ่านพบที่ไหนก็ลืมไปแล้ว เขาบอกว่า การได้สัมผัสมือระหว่างเพื่อนกับเพื่อนหรือคนที่รู้จักกัน ทำให้ความสัมพันธ์กระชับกันดีขึ้น

           หรือที่พี่น้องชาวมุสลิมมีความรักที่แนบแน่นต่อกันก็น่าจะมาจากการสัมผัสมือกัน และโอบกอดกันเช่นเดียวกันครับ

            หรือสามี ภรรยา บุตร ที่มักจะโอบกอดกันก่อนไปทำงาน ไปเรียน หรือเมื่อกลับมาพบกันที่บ้าน ก็ช่วยทำให้ความรู้สึกของมวลสมาชิกมีความอบอุ่น.. เขาว่ายังงั้นนะครับ

            แต่คนในแถบถิ่้นบ้านมักจะใช้วิธียกมือไหว้ เช่นผู้น้อยไหว้ผู้ใหญ่ หากใกล้ชิดกันหน่อยผู้ใหญ่ก็อาจจะรวบมือที่กำลังพนมของผู้น้อยมากุม หรือกอดนิดหน่อย

            ผมระลึกถึงการทดลองทางวิทยาศาสตร์ และการสัมผัสแบบถูกเนื้อต้องตัวกันของคนหลาย ๆ ชาติแล้ว

            ผมสนับสนุนแนวคิดของ รศ.ดร.สายสุรี จุติกุล ที่จะให้คนไทยได้มีโอกาสสัมผัสหรือกอดกันมากขึ้น

            แต่ก็คงไม่ต้องถึงกับไปเปลี่ยนสุภาษิตที่มีมาอย่างยาวนานว่า รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี เป็น รักวัวให้ผูกรักลูกให้กอด หรอกครับ

            ก็เสนอให้มีสุภาษิตใหม่ว่า รักวัวให้ผูกรักลูกให้กอด อีกประโยคหนึ่งก็ได้นี่ครับ

            แล้วก็ปล่อยให้พ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กเลือกเอาว่าจะใช้วิธีไหน...

            แต่ผมว่าในภาวะเศรษฐกิจถดทอด ชักหน้าไม่ถึงหลัก พ่อแม่ผู้ปกครองต้องหาเช้ากินค่ำนี่ คงหาคนที่ปฏิบัติแบบใหม่คือ รักวัวให้ผูกรักลูกให้กอด ได้ยากครับ

            ขนาดจะพบปะพูดคุยกันในแต่ละวันจะมีเวลาหรือเปล่าก็ไม่รู้..

            ผมจึงใช้วิธีจับลูก-เมีย ใส่รถไปเที่ยวด้วยกันทุกวันอาทิตย์ เพื่อที่จะมีเวลาพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็น และ หยิก ๆ หยอก ๆ กันไงครับ..... อิอิ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 31/08/2012 เวลา : 10.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ตอบ คห.ที่ 7 คุณแม่หมี

เป็นคำตอบที่อ่านแล้วชื่นใจครับ

การเลี้ยงลูกผมคิดว่าไม่ได้อยู่ที่การตีหรือการกอดเท่านั้น

อยู่ที่ความจริงใจจากพ่อแม่ที่มีต่อลูกคือ

รักและเมตตาลูก

มีแค่นี้จะตีหรือไม่ตี จะกอดหรือไม่กอด เรื่องเล็กครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 31/08/2012 เวลา : 10.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ตอบ คห.ที่ 5 - 6 บ่าวขี้เมี้ยง

ขอบคุณที่แวะมาขำครับ

ความคิดเห็นที่ 7 ภาษาไทย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 30/08/2012 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ครอบครัว..การกอดเป็นการแสดงความรัก ถ้าลูกทำผิดจะลงโทษก็ให้อยู่ในความถูกต้องและมีการตกลงกันก่อนหน้าแล้วว่า ถ้าลูกทำผิดแค่ไหนมีมาตรการลงโทษแค่ไหน

ไม่จำเป็นต้องตี มีวิธีอีกมากมาย เมื่อจบการลงโทษแล้วก็ควรกอดลูกเพราะการกอดแสดงให้เห็นว่า เมื่อลูกเข้าใจแม้ทำผิด,ก็ให้อภัย....พ่อแม่ก็ยังคงรักลูกเหมือนเดิม

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
บ่าวขี้เมี่ยง วันที่ : 30/08/2012 เวลา : 13.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nampol
อยู่ในสายลม....อยู่ที่โค้งรุ้งทอ.... @ ผู้ชายสีน้ำทะเล

ความคิดเห็นที่ 1 +
....................
ขอเปลี่ยนเป็น

รักเมียให้จิก
รักกิ๊กให้กอด

ได้เป่า

หุหุ
++++++
ขออนุญาต ขำนะครับ 5555555+

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
บ่าวขี้เมี่ยง วันที่ : 30/08/2012 เวลา : 13.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nampol
อยู่ในสายลม....อยู่ที่โค้งรุ้งทอ.... @ ผู้ชายสีน้ำทะเล

555555555+

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 30/08/2012 เวลา : 12.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ตอบ คห.ที่ 1 คุณศุภศรุต

ไม่กลัวโดนหยิก ก็เชิญ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
fahsaisai วันที่ : 30/08/2012 เวลา : 12.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fahsaisai
ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติไทย

วันนี้หัวหน้าอารมณ์ดี มีหยิก ๆ หยอก ๆ ด้วย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พี่โบเดีย วันที่ : 30/08/2012 เวลา : 11.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/borderline

ลูกสมัยนี้ เป็นลูกบังเกิดเกล้า ไปแล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 30/08/2012 เวลา : 11.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

ขอเปลี่ยนเป็น

รักเมียให้จิก
รักกิ๊กให้กอด

ได้เป่า

หุหุ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน