*/
  • ภาณุมาศ_ทักษณา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-12-13
  • จำนวนเรื่อง : 1872
  • จำนวนผู้ชม : 2533981
  • จำนวนผู้โหวต : 1211
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1211 คน
<< พฤศจิกายน 2012 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 5 พฤศจิกายน 2555
Posted by ภาณุมาศ_ทักษณา , ผู้อ่าน : 1191 , 10:31:39 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ชายแม้น โหวตเรื่องนี้

ผมเขียนคำว่า ยาวพอมสมควร เพื่อเตือนท่านที่ไม่ต้องการอ่านอะไรยาว ๆ จะได้ไม่เผลอเข้ามาอ่านครับ...

หลังจากที่ผมนำเสนอข่าว คุณสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา สั่งจำหน่าย เรื่องการเข้าชื่อแก้ไขร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 (ฉบับที่...)  พ.ศ....ของ นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ กับพวก 30,383 คน

รายละเอียดปรากฏใน http://www.oknation.net/blog/netmom/2012/11/02/entry-2 ,ในเว็บไซด์สำนักข่าวเจ้าพระยา www.chaoprayanews.com และเฟซบุ๊กของผม นั้น

มื่อวันที่ 2 พ.ย.55 ปรากฎว่า เวลา 22.55 น.วันเดียวกัน มีท่านผู้ใช้นามว่า “มุมมืด” ตั้งคำถาม ด้วยเจตนาแลกเปลี่ยนความเห็น ถึงกรณีดังกล่าวอย่างสันติ มิได้แสดงความเห็นด้วยอารมณ์ที่ก้าวร้าว มายังผมดังนี้

เรียนขอความรู้ครับ
วัตถุประสงค์ของเนื้อหานี้ มุ่งไปทางใดครับ ?
สมมุติ..คน กลุ่มนี้ฯ มีเจตนาบริสุทธิจริง ๆ เห็นแก่หลักกฎหมายเพียว ๆ ด้วยหลักวิชาการ ไม่เกี่ยวกับพวกล้มเจ้าเลย แปลได้มั๊ยว่า พวกเขาเล็งเห็น หรือคาดการณ์สิ่งใดก้าวไกลต่างไปจากเรา กล่าวคือ หากไม่ทำดังว่า รังแต่จะนำมาซึ่งความเสื่อมของสถาบันฯ อันเป็นที่รักของคนไทยมาอย่างยาวนาน และมีประวัติศาสตร์ ทั้งนี้ ก็อาจด้วย "คนดีนิ่งเฉย คนไม่ดีครองเมือง" เป็นต้น..
และหากพวกเขาฯ หากพิจารณาเนื้อแท้แล้ว ล้วนเป็นบุคคลที่พิสูจน์ได้ว่าซื่อสัตย์ สุจริต จงรักภักดีเป็นที่ประจักษ์ และอยู่ในข่ายคนดี ...อย่างนี้ เราคิดร้ายกับเขาเกินไปมั๊ย ? ขอบคุณครับ

ผมขอขอบคุณผู้ใช้นามว่า มุมมืด ที่กรุณาตั้งคำถามในลักษณะแลกเปลี่ยนทัศนะที่น่าจะมีประโยชน์สำหรับบุคคลทั่วไป และเข้าใจว่า ก่อนตั้งคำถามผู้ใช้นามว่า มุมมืด คงได้อ่านเรื่องเดิม ๆ ที่มีทัศนะต่อกรณี ม. 112 มาแล้ว

และคงรู้แล้วว่า ผมคือ คนไทนคนหนึ่ง ที่ต่อต้านคนกลุ่มนี้อย่างแข็งขันมาโดยตลอด

ผมจะตอบคำถามของคุณมุมืดในประเด็นแรกที่ถามว่า วัตถุประสงค์ของเนื้อหานี้นี้ มุ่งไปทางใดครับ ? ว่า ผมมีวัตุถประสงค์ในเรื่องนี้ 2 ข้อครับ

1.ต้องการบอกเล่าให้คนไทยผู้จงรักภักดี ที่ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามจะให้ “มีการแก้ไข ม.112” ได้รับทราบความคืบหน้าของเรื่องดังกล่าวว่า เรื่องนี้ตกไปจากสภาฯ แล้ว แปลว่า คงไม่มีการพิจารณาเรื่องนี้ในสภาฯอีก

2. ต้องการบอกให้คนกลุ่มนั้นทราบว่า  เรื่องที่คนกลุ่มนั้นเพียรพยายามที่จะแก้ไขให้ได้นั้น ถูก “ตีตก” ไปแล้ว จึงไม่ควรดิ้นรนที่จะกระทำการใด ๆ อีก เพราะรังแต่จะทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีต่อกันเปล่า ๆ

แต่เท่าที่ทราบมา คนกลุ่มนั้นจะไม่หยุดยั้งเพียงเท่านี้นะครับ ข่าวว่าจะหารือถึงขั้นออกแถลงการณ์ประณามประธานรัฐสภาฯ หรืออย่างไรนี่แหละครับ

ผู้ใช้มุมมืดเปิดประเด็นคำถามว่า สมมติคนกลุ่มนี้ มีเจตนาบริสุทธิ์จริง ๆ เห็นแก่หลักกฎหมายด้วยการนำเสนอสิ่งที่คนกลุ่มนี้ ยื่นต่อประธานรัฐสภา ฯลฯ อย่างนี้ เราคิดร้ายกับเขาเกินไปมั๊ย ?

เรื่องเจตนาว่าบริสุทธิ์ดูได้ไม่ยากครับ ดูจากกิริยาท่าทางที่มีต่อสถาบัน คำพูดคำจาที่เอื้อนเอ่ยถึงสถาบัน หรือข้อความที่คนเหล่านี้แสดงเขียนสถาบันพระมหากษัตริย์ วิญญูชนก็พอมองออกนะครับ ว่ารู้สึกอย่างไรต่อสถาบัน

และหากเจตนาดีจริง เหตุใด เพิ่งจะมีการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ กฎหมายอาญามาตรา 112 กันในช่วงที่เปลี่ยนอำนาจทางการเมืองยุคหลัง ๆ

ทั้ง ๆ ที่บางคน โดยเฉพาะคนที่เป็นหัวหอกในการเดินไปยื่นหนังสือมีอาชีพเป็นครูบาอาจารย์ เรียนรู้เรื่องเหล่านี้มานมนามแล้ว ทำไมจึงไม่กระทำการเพื่อปกป้องสถาบันอย่างที่อ้างกัน

พร้อมกันนี้ ผมขอให้ผู้ใช้นามว่ามุมมืด และท่านอื่น ๆ ที่สนใจเรื่องนี้พิจารณาข้อเสนอของคนกลุ่มนี้ทีละข้อนะครับ ผมมีความเห็นแย้งอยู่ทุกข้อ หากท่านใดเห็นด้วยกับคนกลุ่มนั้นก็เชิญแลกเปลี่ยนความเห็นได้ครับ

1.ให้ยกเลิกมาตรา 112 ออกจากลักษณะว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของราชอาณาจักร

ผมอยากทราบว่า  คนกลุ่มนั้นมีเหตุผลใดหรือ จึงขอยกเลิกมาตรา 112 ออกจากความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของราชอาณาจักร

หากผู้ใช้นามว่า มุมมืด มีอายุเกินกว่า 50 ปีขึ้นไป คงทราบดีว่า

สถาบันพระมหากษัตริย์คือ ศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ ที่ทำให้เกิดความสามัคคีเป็นปึกแผ่นมาอย่างยาวนาน และด้วยพระบารมีของพระองค์จึงทำให้ประเทศชาติมีความมั่นคงและราชอาณาจักรยั่งยืนมาได้จนถึงทุกวันนี้

หากแยกออกจากกันใครจะให้หลักประกันได้ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์และชาติจะมีความมั่นคงได้ต่อไป

หากสถาบันพระมหากษัตริย์ ถูกแยก จากคำว่า ความมั่นคงของราชอาณาจักร ตามความต้องการของคนกลุ่มนั้นสำเร็จ แล้วคนไทยจะเหลืออะไรเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจหรือ ?

2.เพิ่มหมวดลักษณะความผิดเกี่ยวกับพระเกียรติของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และเกียรติยศผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ข้อเสนอที่ 2 ก็ขาดความชัดเจน ดูแล้วคลุมเครือ เหมือนซ่อนนัยบางอย่างเอาไว้ ทำไมไม่บอกละครับว่า ลักษณะความผิดเกี่ยวกับพระเกียรติยศดังกล่าว ประกอบด้วยอะไรบ้าง ?

3.แบ่งแยกการคุ้มครองสำหรับตำแหน่งพระมหากษัตริย์ ออกจากการคุ้มครองสำหรับ ตำแหน่งพระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ข้อเสนอที่ 3 ก็ไม่ต่างไปจากข้อเสนอที่ 2 ครับคือยังไม่ชัดเจนพอ และการเสนอข้อนี้มา ก็เหมือนกับคนกลุ่มนั้นกำลังหมิ่นพระเกียรติยศพระราชินี รัชทายาท หรือ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือเปล่า ?

4.เปลี่ยนบทกำหนดโทษ โดยไม่มีอัตราโทษขั้นต่ำ แต่กำหนดเพดานโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 ปี สำหรับการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ และไม่เกิน 2 ปี สำหรับ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ข้อเสนอที่ 4 นี่ ผมรับไม่ได้จริง ๆ ครับ เพราะเดิม

กฎหมายอาญา มาตรา 112 ระบุว่า "ผู้ ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาต มาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี  รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี"

ข้อย้ำเป็นตัวเลขนะครับ จำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี ครับ

มีเหตุผลอะไรหรือ ที่คนกลุ่มนี้ขอให้ “ไม่มีโทษ หรือ ลดโทษลง”

หรือ คนกลุ่มนี้น่าจะรู้ดีว่า โทษจำคุก 3 ปีนั้น จริง ๆ แล้วอาจไม่ต้องจำ เพราะ ศาลอาจสั่งให้รอลงอาญาก็ได้ หรือหามีโทษจำ จริง ๆ ในที่สุดก็จะได้พระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานอภัยโทษให้ก็ได้ – หรือเปล่า ?

5.เพิ่มเหตุยกเว้นความผิด กรณีแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต

ข้อ 5 นี้ก็คลุมเครือเชื่อไม่ได้ ผมอยากทราบว่าคนกลุ่มนี้มีอะไรมาเป็นตัวชี้วัดตัดสินหรือว่า การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเป็นอย่างไร หรือไม่สุจริตเป็นอย่างไร

อย่าลืมนะครับว่า มีหลายครั้งในระยะหลัง ๆ ที่มีบุคคลบางคน กระทำการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แล้วถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเพื่อดำเนินคดี แต่แกล้งเป็นบ้า เป็นคนโรคจิต เพื่อให้พ้นข้อกล่าวหา อย่างนี้จะเรียกว่า โดยสุจริต หรือไม่สุจริต เล่าครับ ?

6.เพิ่มเหตุยกเว้นโทษ กรณีข้อความที่กล่าวหานั้นได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นความจริง และการพิสูจน์นั้นเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ  

ข้อ 6 นี้ก็เช่นกัน หากได้รับการยอมรับให้มีการแก้ไขเพิ่มเติม ตามที่คนกลุ่มนี้เสนอ  – ถามจริง ๆ ว่าเมื่อเรื่องถึงโรงถึงศาล จะต้องใช้เวลากี่สิบปีจึงจะมีการพิสูจน์ความจริงเป็นความจริง หรือเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ?

และระหว่างที่รอพิสูจน์เรื่องนี้ว่าเป็นความจริงหรือเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ หรือไม่ 

ก็อาจมีผู้นำเรื่องดังกล่าวไปเผยแพร่ขยายผลหรือเผยแพร่ต่อ จนอาจทำให้คนที่ไม่ล่วงรู้ต้นสายปลายเหตุ หรือไม่ทราบว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ทรงมีคุณอันประเสริฐอย่างใดต่อประเทศชาติ หลงเชื่อว่าเรื่องที่กำลังรอการพิสูจน์ “เป็นความจริง” ตามนั้นก็ได้

เหมือนอย่างที่คนบางคนถุกสร้างลงโทษ ก็เที่ยวป่าวประกาศผ่านสื่อของตัวเองซ้ำ ๆ ซาก ๆ ว่าไม่ผิด จนคนกำลังจะเชื่อตามนั้น

ที่สำคัญ คนกลุ่มนั้นไม่ใช่ "คนโง่" คงจะมีฝ่ายกฎหมายคอยให้คำแนะนำ หรือตรวจสอบแล้วว่า เขียนบทความอย่างไร หรือ อภิปรายในหอประชุมอย่างไร จึงจะไม่ผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 หากถูกฟ้องร้องก็จะอ้างขอให้มีการพิสูจน์ความจริงนั่นเอง

7.ห้ามบุคคลทั่วไปกล่าวโทษผู้ที่ทำความผิด ให้สำนักราชเลขาธิการมีอำนาจเป็นผู้กล่าวโทษเท่านั้นแทนพระองค์

ข้อนี้เท่ากับไปเพิ่มภาระให้แก่ สำนักราชเลขาธิการ ซึ่งมีภารกิจมากอยู่แล้วเปล่า ๆ ครับ

ผมก็คิดว่า คงไม่ใช่ “หน้าที่” ของสำนักราชเลขาธิการจะมาคอย “นั่งจับผิด” ใคร อย่างที่พวกนั้นต้องการ

แต่หน้าที่ “จับผิด” คนที่จะล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ควรจะเป็นหน้าที่ของคนไทยผู้จงรักภักดีทุกคนที่สามารถกระทำได้

หากกระทำตามข้อ 7 ก็เท่ากับคนกลุ่มนั้น กำลังลิดสิทธิ์ของคนไทยหรือเปล่า ?

ตามข่าวระบุด้วยว่า เนื้อในของร่างดังกล่าวมี ข้อความสอดคล้องกับร่างแก้ไข มาตรา 112 ของนิติราษฎร์

ผมจึงต้องนำเรื่องนี้มารายงานให้ผู้อ่านทราบครับ ท่านผู้ใช้นามว่า มุมมืด ส่วนผู้อ่านจะคิดอย่างไรก็ขอให้อยู่ในดุลยพินิจของแต่ละท่านนะครับ

ผมอยากเห็นคนไทยที่จงรักภักดีต่อสถาบันอย่างแท้จริง ได้ลุกขึ้นทำหน้าที่อย่างที่ผมทำอยู่นี้อย่างพร้อมเพรียงครับ

เราปล่อยให้คนที่อ้างตัวว่ามีความรู้และมีอาชีพเป็นอาจารย์สนุกสนานกับบิดเบือนความจริงมานานแล้วครับ ลุกขึ้นมาช่วยกันครับ เห็นใครมีพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะไม่ควร ก็เอามาเปิดโปงกันครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มุมมืด วันที่ : 06/11/2012 เวลา : 20.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/katika

เรียนท่านผู้เฒ่าฯ

ไม่เป็นการต่อความยาวฯ เลยครับ
ผมได้ความรู้มากมายเลย

ในแง่คุณทักษิณฯ นั้น เป็นจริงดังที่ท่านผู้เฒ่ากล่าวไว้ และผมเห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่ครับ
แต่คุณทักษิณฯ ยังประกอบไปด้วยเครือข่ายทั้ง มืด-สว่าง , ซ้าย-ขวา , ออกหน้า - ปกปิด , (ตัว)สูง - ต่ำ และรวม ๆ แล้ว ต่อให้เรียกขบวนการ หรือ ปฏิบัติการ หรือ ระบบทักษิณก็ตาม ผลก็คือ กินรวบประเทศไทย หากจะอ่านกันสิว ๆ พวกเขามองไกลไปถึงเปลี่ยนทั้งประเทศทีเดียว...
และก็ไม่ต่างดังที่ท่านผู้เฒ่าได้บรรยายเอาไว้..ถึงเชื่อมโยงมายัง 112

คำถามเดียว ที่อยากขอความรู้ - ความเห็นท่านผู้เฒ่าฯ คือ สมมุติสถานการณ์บ้านเมืองปกติ ไม่มีระบอบทักษิณ ไม่มีนัยอะไรมากมายดังที่ท่านผู้เฒ่าฯ บรรยายไว้ รวมทั้งกฎหมายรั้ว ก็แทบสิ้นผลบังคับแม้จะมีตัวบทอยู่ เพราะพัฒนาการทางสังคม ได้ปฏิเสธอุดมคติเช่นนั้นไปแล้ว โดยปริยายก็ตาม

คำถามคือ สมมุติมีใครสักกลุ่มหนึ่งที่เป็น "นักวิชาการด้านกฎหมาย" มองแง่มุมกฎหมายเพียว ๆ เสนอวิธีคิดบนหลักการและปรัชญากฎหมาย และกล่าวอ้างเหตุผลต่าง ๆ ประกอบพอสมควรแก่เหตุแห่งการเสนอกฎหมายนั้นและอย่างเป็นการเปิดเผยต่อสาธารณะ รวมทั้งอาจอ้างอิงกระแสพระราชดำรัสฯ ที่อาจเกี่ยวข้อง (ซึ่งมีอยู่โดยชัดแจ้ง) เรียนขอความรู้ท่านผู้เฒ่าครับ ด้วยความเคารพนะครับว่า แก้ ม.112 ณ บริบทนั้น พอจะฟังได้มั๊ย ? และไม่เข้าข่ายล้มล้างฯ ได้หรือไม่ ?
คือต้องสมมติฐานนะครับว่า คนไทยทุกคนจงรักภักดี และกตัญญูต่อชาติ - กษัตริย์..

ที่กล่าวมาทั้งหมด มิได้ฟื้นฝอยฯ หรือ จะเอาให้ได้หรืออย่างไร ? เพราะส่วนตัว ผมเองก็เห็น เข้าใจสถานการณ์ไม่ต่างจากท่านผู้เฒ่าฯ เลย
ผมเพียงสนทนา บนสมมติฐานที่ว่า เราสองคนพวกเดียวกัน ทัศนคติตรงกัน และมานั่งแลกเปลี่ยนกันในที่ลับ อย่างเห็นแก่ส่วนรวม ชาติ และสถาบันฯ ครับ

ขอบคุณมากครับ
legalroom99@yahoo.com

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 06/11/2012 เวลา : 16.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ตอบ คุณมุมมืด ครับ

ขอบคุณที่แวะมาแสดงความเห็นเพิ่มเติมครับ แม้ว่าคำถามของคุณจะอ่านเหมือน เรื่องเห็นต่างหรือเห็นตรง เป็นสิทธิส่วนตัวครับ

แต่มีประเด็นที่ผมอยากต่อความยาวสาวความยืด ดังนี้

1.เพราะไอ้ทฤษฎี 3 ล้มนั้น ผมคลับคล้ายคลับคราว่าได้ยินจากลูกผู้ชายชื่อ Big จิ๋ว นั่นตะหาก (ไม่รู้เกี่ยวกันทางใดทางหนึ่งหรือเปล่า ? ผู้เฒ่าฯ อาจให้ความรู้ได้ดี)

คำตอบคือ เมื่อผ่านยุคนั้นไปแล้ว ผมก็ไม่ขอรื้อฟื้นครับขึ้นมาครับ เพราะ "ตัวคนเล่น" เปลี่ยนไปแล้ว แม้จะมี "คนรับไม้" ไปเล่นต่อ

2.ผมเห็นตะเข็บเดียวคือ หากการเสนอข่าว ประกอบไปด้วย "คนหรือเหตุการณ์เป็นข่าว" โดยมี "สื่อ" และมี "ผู้เสนอข่าว"

คำตอบข้อนี้ก็คือ มูลเหตุทั้งมวลละครับ ปมปัญหาที่มี "คน" ผูกขึ้นมา แล้วมี "สือ" นำเสนอเป็นข่าว หรือ บทความ ในลักษณะนำเสนอแต่เพียงด้านเดียว โดยไม่บอกอีกด้านหนึ่งให้อีก "คน" หนึ่งรับทราบ ทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงได้

ตัวอย่างง่าย ๆ ขวบปีแรกที่ ทักษิณ ชินวัตร ถูกยึดอำนาจจากทหาร ผู้คนส่วนใหญ่ทั้งรากหญ้าและไม่รากหญ้าต่างก็เกลียดทักษิณเข้ากระดูก

เพราะพฤติการณ์ "ตีตนเสมอท่าน" เช่น เข้าไปนั่งทำบุญในอุโบสถ วันพระแก้ว หรือ ปล่อยให้ชาวบ้านโบกธงทรงพระเจ้า ระหว่างเดินทางผ่าน

ทั้ง ๆ ที่แง่มุมดี ๆ ของทักษิณก็มีมากมาย ผมยังชื่นชมความทักษิณที่จะเปิดตลาดอินโดจีน ด้วยการตัดคนกลางอย่างสิงคโปร์ หรือ มาเลเซีย ที่เป็น "นายหน้า" ขายสินค้าให้ เขมร ลาว พม่า

ด้วยการเปิดประตูการค้าให้ทั้ง 3 ประเทศซื้อจา่กไทย ด้วยกลวิธีของพ่อค้า

แต่ทักษิณกำหนดบทบาทตัวเองแหลมคมเกินไป จึงได้รับอันตรายอย่างที่ตัวเขาเองก็คาดไม่ถึง

ปีถัดมา ทักษิณ ตั้งหลักได้ ใช้เงิน "สร้างสื่อ" ของตัวเอง หลากหลายรูปแบบ สื่อสิ่งพิมพ์สำหรับคนชั้นกลางในเมือง หรือคนที่ชอบอ่านหนังสือ

วิทยุชุมชนในภูมิภาค แล้วก้าวหน้าไปถึงทำ ทีวี.ผ่านดาวเทียม จากนั้นคนที่รักชอบทักษิณ ก็แจกจานดาวเทียมให้รากหญ้าเพื่อเปิดดูข่าวด้านเดียวจากทักษิณ

ทักษิณใช้ยุทธวิธี "ออดอ้อน" คนรากหญ้าว่าถูกกลั่นแกล้งรังแก จากคนที่อิจฉาตาร้อน ยกตัวอย่าง การเซ็นชื่อให้พจมานไปประมูลที่ดินแข่งชาวบ้านในทำนอง ผัวเซ็นชื่อให้เมียซื้อที่ดินก็มีความผิด

ทั้ง ๆ ที่่กฎหมายห้ามไว้ แต่คนรากหญ้าการศึกษาน้อยไม่รู้ว่ามีกฎหมายนี้ ทุกคนต่างเชื่อ เชื่อ เชื่อ เชื่อ และเชื่อ ว่าทักษิณถูกกลั่นแกล้งรังแก

ขณะเดียวกันบรรดาสื่อกระแสหลัก หนังสือพิมพ์ วิทยุ ทีวี.มีเรื่องให้เล่นร้อยแปด

แต่ "สื่อของทักษิณ" เล่นเรื่องเดียว ทักษิณถูกปล้นทรัพย์สมบัติ ถูกรังแก ทั้ง ๆ ที่กำลังสร้างประชาธิปไตย สร้างมาตรฐานให้คนไทยมีมาตรฐานเดียว

ปีถัดไป ทักษิณเริ่มออกมารณรงค์เรียกร้องความเป็นธรรมให้ตัวเอง ผ่านสื่อของตัวเอง ย้ำแล้วย้ำเล่า ให้คนรากหญ้าฟังด้วยการโฟนอินเข้าไปไปในที่ชุมนุมต่าง ๆ

ขณะเดียวกันก็เขียนทวิตเตอร์เข้าหาคนชั้นกลางที่เล่นอินเตอร์เน็ต จนผมเขียนบทความยุให้คนมีความรู้เขียนตอบโต้เข้าไปเพราะตอนนั้นผมเล่นทวิตเตอร์ไม่เป็น ในที่สุดทักษิณเลิกทวิต

เวลาต่อมา คนที่เคยทำให้ทักษิณเจ็บปวดคือ สนธิ และ สนธิ หมดบารมี แต่ทักษิณยังกลับบ้านไม่ได้ ทักษิณจึงหาเป้าหมายตี เพื่อสร้างความชอบธรรม

ทักษิณเริ่มเล่นงานประชาธิปัตย์ที่ครั้งหนึ่งทักษิณอยากเป็นสมาชิกพรรคนี้ จนประชาธิปัตย์เละเป็นโจ๊ก อภิสิทธิ์ยุบสภา เลือกตั้งใหม่แพ้ราบ

จังหวะนั้น "มือที่มองไม่เห็น" ก็เริ่มแซะให้หินแตก เพื่อแยกแผ่นดิน ต่อบันไดไป "สอยดาว" ที่อยู่บนฟากฟ้า

เริ่มจากให้คนที่มีอาชีพรับจ้างเป็นอาจารย์บิดเบือนประวัติศาสตร์ไทยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงสร้างให้นิสิตนักศึกษาได้เรียนรู้และจดจำผิด ๆ และเผยแพร่ในสื่อต่าง ๆ เท่าที่จะทำได้

การกระทำของคนกลุ่มนี้ ทำให้ผู้จงรักภักดีไม่พอใจ ลุกขึ้นมาต่อต้าน ด้วยการแจ้งความว่ากระทำความผิดตาม มาตรา 112

นั่นแหละครับ ความพยายามล้มล้างมาตรา 112 จึงเกิดขึ้นอย่างที่คุณทราบ

3.ประกอบกับการ "ใช้กฎหมาย" และ "ผู้บังคับใช้กฎหมาย" หรือบ้านเมือง หย่อนยานคุณธรรมเยี่ยงนี้
มิพักต้องพูดถึงองค์ประกอบทั้งมวลแห่งกระบวนการยุติธรรม การเมือง และบริบททางสังคม ณ เวลานี้ให้สลับซับซ้อน เวียนหัว
คำตอบข้อนี้ จึงเป็นหน้าที่ของผู้อยู่ใต้กฎหมายเหมือนกันทุกคน ต้องออกมาทำความเข้าใจกันและกันว่า กฎหมายบางอย่างบางมาตรามีไว้ทำไม

อย่างที่ผมอธิบายง่าย ๆ ว่า กฎหมายอาญามาตรา 112 เหมือน "ฝาบ้าน" ที่ป้องกันลมแดด หรือภยันตรายไม่ให้เข้าถึง "พ่อบ้าน" แต่มีคนกลุ่มหนึ่งพยายาม "พัง"มันเหมือนเคยพัง"รั้วบ้าน" สำเร็จมาแล้ว

เคยอ่านไหมครับว่า ผมเปรียบอะไรเป็น "รั้วบ้าน" บอกให้ก็ได้ครับ ผมเปรียบกฎหมายว่าด้วยการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์คือ "รั้วบ้าน" ครับ

บ้านทุกหลังหากจะปลอดภัยควรมี "รั้วบ้าน" และ "ฝาบ้าน" คุณว่าจริงไหม

แต่วันนี้ เราเหลือแค่ "ฝาบ้าน" ครับ

และ "ฝาบ้าน" กำลังถูกรื้อ

ผมจึงต้องลุกมาป้องกันฝาบ้านไงครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
มุมมืด วันที่ : 06/11/2012 เวลา : 14.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/katika

เรียนท่านผู้เฒ่าฯ
ขอบพระคุณด้วยใจ ฉันกัลยาณมิตรครับ ที่ให้ความรู้ผมและท่านทั้งหลาย ที่แวะเวียนเข้ามาฯ ครับ

ต่อคำตอบ ก็กระจ่างในตัวแล้วครับ และต่อให้ผมเห็นไม่ตรงในบางประเด็น คือ เห็นต่าง ท่านผู้เฒ่าฯ ก็คงไม่หมายว่าผมเป็นพวก "ล้มเจ้า" ดอกนะครับ

เพราะไอ้ทฤษฎี 3 ล้มนั้น ผมคลับคล้ายคลับคราว่าได้ยินจากลูกผู้ชายชื่อ Big จิ๋ว นั่นตะหาก (ไม่รู้เกี่ยวกันทางใดทางหนึ่งหรือเปล่า ? ผู้เฒ่าฯ อาจให้ความรู้ได้ดี)

ว่าตามผม ผมเห็นตะเข็บเดียวคือ หากการเสนอข่าว ประกอบไปด้วย "คนหรือเหตุการณ์เป็นข่าว" โดยมี "สื่อ" และมี "ผู้เสนอข่าว"
ผมอาจเพียงกังวลว่า คนหรือเหตุการณ์บางอย่าง อาจไม่ควรเป็นข่าว
ในเมื่อสังคมแตกแยกมากมายขนาดนี้ เต็มไปด้วยการคุกคามสถาบันฯ หลากหลายรูปแบบ ดูเหมือนเป็นขบวนการและมุ่งผลสำฤทธิ์อย่างเปิดเผยเช่นนี้
ประกอบกับการ "ใช้กฎหมาย" และ "ผู้บังคับใช้กฎหมาย" หรือบ้านเมือง หย่อนยานคุณธรรมเยี่ยงนี้
มิพักต้องพูดถึงองค์ประกอบทั้งมวลแห่งกระบวนการยุติธรรม การเมือง และบริบททางสังคม ณ เวลานี้ให้สลับซับซ้อน เวียนหัว
ก็พบว่า "คนหรือเหตุการณ์ที่เป็นข่าว" ที่อาจไปเป็นปัจจัยเสริมให้สถาบันฯ เดือดร้อนไปด้วย ควรที่ "สื่อ" และ "ผู้สื่อ" พึงเลี่ยงด้วยประการทั้งปวง
มุมมองผม การส่งเสริมให้สถาบันฯ อยู่นอกเหนือความขัดแย้ง รวมถึง การไม่ไปสร้างเงื่อนไข - ปัจจัยให้มดไล่ตามได้ด้วย
ส่วนเรื่องการจับตามอง หรือ เกาะติดขบวนการที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการดำรงอยู่อย่างมีเกียรติ - ศักดิ์ศรีของสถาบันฯ อันมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน มีคุณูปการต่อบ้านเมืองสูงสุดนั้น
ด้วยสัดส่วนที่ปกติ หาก "คนดีไม่นิ่งเฉย ไหนเลยคนชั่วจะครองเมือง" (ได้นาน) ผมยังเชื่อว่า คนดี มีสัดส่วนที่สูงกว่า คนไม่ดี มากยิ่งนัก ไม่งั้นประเทศแย่แน่ ๆ
อาศัยสัดส่วนนี้ สร้างเครือข่ายทางสังคมอย่างจริงจัง รับผิดชอบ และมีเป้าหมายมุ่งตรง

ก็อาจเป็นกลไลหนึ่งก็ได้ครับ

เรียนแลกเปลี่ยนท่านผู้เฒ่าฯ พอหอมปากหอมคอครับ เพราะผม อายุยังไม่ถึง 50 ขวบครับ (ฮา)

ด้วยความขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน