*/
  • ภาณุมาศ_ทักษณา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-12-13
  • จำนวนเรื่อง : 1872
  • จำนวนผู้ชม : 2534160
  • จำนวนผู้โหวต : 1212
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1212 คน
<< พฤศจิกายน 2012 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 15 พฤศจิกายน 2555
Posted by ภาณุมาศ_ทักษณา , ผู้อ่าน : 4601 , 10:32:01 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน Maira , ดงละดอน และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

 คุณไชยันต์ ไชยพร มีสถานะทางสังคมเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เคยฉีกบัตรเลือกตั้งต่อหน้าสื่อมวลชนในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2549 ในแนวทางอารยะขัดขืนมาแล้ว

นอกจากนี้ คุณไชยันต์ ยังเป็นคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เขียนบทความในคอลัมน์ ร้อยแปดวิถีทัศน์

และได้นำบทสัมภาษณ์ นายใจ อึ้งภากรณ์ อดีตอาจารย์จากคณะและสภาบันเดียวกันที่ตีพิมพ์เผยแพร่มาแล้ว 2 ตอน

วันนี้ 15 พ.ย.55 คุณไชยันต์ นำบทสัมภาษณ์ตอนจบ มาตีพิมพ์ในคอลัมน์ของเขา

และแสดงความเห็นท้ายคอลัมน์ถึงเจตนาที่นำบทสัมภาษณ์ค้างเก่าที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Way เมื่อปี 2551 มาลงจนครบ

คุณไชยันต์ ทิ้งท้ายตอนหนึ่งว่า

“โดยเฉพาะในส่วนที่ว่า ที่ผ่านมาจวบจนถึงปัจจุบัน สถาบันฯถูกคนบางกลุ่มนำไปใช้สอย ฉกฉวย...เพื่อที่จะปกป้องอภิสิทธิ์ อำนาจของตัวเอง” !

ผมถือว่านี่เป็นคำถามที่แหลมคมยิ่งนัก จึงนำเรื่องนี้มา “ถามต่อ” ว่าคนส่วนใหญ่คิดอย่างไรในประเด็นนี้

และเพื่อให้เห็นแนวคิดของ นายใจ อึ้งภากรณ์ มารายงานให้ทราบก่อนนะครับ

ผู้ถาม ถามถึงบทบาทของสถาบันกษัตริย์ในช่วงวิกฤติของบ้านเมือง อาจารย์มองว่าท่านไม่ทำอะไร นอกจากดูให้จบแล้วรอให้นิ่ง แล้วจึงเลือกออกมาแสดงพิธีกรรม บทบาทเช่นนี้ขัดแย้งพิธีกรรม ที่บอกว่าห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ?

นายใจตอบว่า ไม่ขัดรัฐธรรมนูญเลย เป็นบทบาทที่เราคาดหวังว่าสถาบันกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญควรจะทำ แล้วจริงๆ ไม่ใช่ว่า เป็นการกระทำของสถาบันกษัตริย์อย่างเดียว

คือเวลา .. เช่น 14 ตุลา 2519 หรือ พฤษภา 2535 เมื่อมันมีความปั่นป่วนในการต่อสู้ มันถึงจุดจุดหนึ่งที่นายทหารชั้นสูงที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวโดยตรง นักธุรกิจ ข้าราชการชั้นสูง ก็มาคิดกันว่า ไม่ไหวแล้ว เผด็จการต้องออกไป ถึงจะแก้ปัญหา

มติร่วมบอกว่าไม่ไหวแล้ว เป็นสิ่งที่ถูกถ่ายทอดไปยังสถาบันพระมหากษัตริย์ผ่านทางองคมนตรี แล้วเราก็เลยเห็นสถาบันกษัตริย์ออกมาตอนนั้น

ผมเชื่อเลยว่า มีการปรึกษาหารืออย่างกว้างขวางมากกว่าองคมนตรี ปรึกษานายทหาร ข้าราชการ นักธุรกิจ ซึ่งอันนี้ก็เป็นบทบาทที่เราคาดหวังไว้สำหรับสถาบันกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ

เพียงแต่ว่ามันมีการสร้างภาพ มีการเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ว่าไม่ได้เป็นอย่างที่ผมว่า

ถาม  อาจารย์วิเคราะห์ว่า สภาพข้อเท็จจริงของประเทศไทยมีความจำเป็นที่จะต้องมีสถาบันฯหรือไม่ ?

นายใจตอบว่า  คิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมี คือประเทศไทยไม่ได้แตกต่างจากประเทศอื่น สหรัฐฯก็ไม่มี มีอะไรเกี่ยวกับประเทศไทยที่พิเศษ

แล้วอีกอย่างที่ทำให้ผมคิดอย่างนี้ก็คือ สถาบันกษัตริย์ในสังคมเรา ได้เปลี่ยนแปลงวิวัฒนาการตลอดเวลา สถาบันกษัตริย์ในเวลานี้ไม่เหมือนสถาบันฯ ในสมัย ร.5

สมัย ร.5 ก็ไม่เหมือน ร.3 สมัย ร.3 ก็ไม่เหมือนอยุธยา แล้วก็สมัยนี้ ก็ไม่เหมือนสมัยจอมพล ป. เพราะฉะนั้น มันไม่ใช่อะไรที่คงที่ตลอดเวลา มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

จะมีหรือไม่มีก็ได้ ถ้าถามว่า ถ้าไม่มีคนจะไปทำงานทุกวันมั้ย ก็ไปทำ จะประกอบธุรกิจมั้ย ก็ประกอบ มันแล้วแต่ว่า...คือมันมีวิธีการที่จะแก้ไขวิกฤติ

คือเราต้องกลับไปตั้งคำถามว่า ประเทศที่มีสถาบันกษัตริย์เป็นประมุข หน้าที่ของประมุขคืออะไร หน้าที่ของประมุขก็คือการเป็นจุดรวมของชาติ เป็นสิ่งที่ค้ำแนวคิดจารีตนิยม อนุรักษนิยม

มีความหวังว่าจะแก้ปัญหาในช่วงวิกฤติ ทีนี้ถามว่า สถาบันอื่นทำได้มั้ย ก็น่าจะทำได้ ในฝรั่งเศส เยอรมนีก็ไม่มี ก็ทำได้ คือเราจะไปฟันธงว่าจะต้องมีตลอดเวลา

มันก็ไม่ตรงกับโลกของความเป็นจริง ไม่ตรงกับปรัชญาวิพากษ์วิธีของที่คนเชื่อ และไม่ตรงกับปรัชญาศาสนาพุทธด้วย คือทุกอย่างล้วนตั้งอยู่และดับไป”

และคำถามอื่นที่ผมขอตัดออกเพราะเกรงว่าเรื่องนี้จะยาวไป

และเชื่อว่าคำตอบเพียงเท่านี้คงทำเห็นจุดยืนของ นายใจ อึ้งภากรณ์ ที่ต้นปี 2552 เขาถูกแจ้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

แล้วในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 นายใจ ซึ่งเป็นบุคคลสองสัญชาติ (ไทย-อังกฤษ) ได้เดินทางออกจากประเทศไทย เพื่อหลบหนีการดำเนินคดีในประเทศไทย โดยอ้างว่าจะไม่ได้รับความยุติธรรม

ในฐานะพสกนิกรผู้จงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์สืบเนื่องมาอย่างยาวนาน

ขอตอบ คุณไชยันต์ ไชยพร ในประเด็นที่ถามนายใจ อึ้งภากรณ์ว่า

สังคมประเทศยังจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทุกหมู่เหล่า

เพราะประเทศไทยมิได้กำเนิดมาจากพวกยาจกพเนจรที่รอนแรมมาพบแผ่นดินผืนนี้แล้วก่อตั้งประเทศเหมือนสหรัฐอเมริกาหรืออีกหลายประเทศ

แม้ว่าในอดีตแผ่นดินไทยนี้จะมีผู้ครอบครองกระจัดกระจายอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ

แต่มิใช่ด้วยเดชะพระบารมีของพระมหากษัตริย์ดอกหรือ ผู้คนเหล่านั้นจึงถูกหล่อหลอมให้เป็น “คนไทย” มาได้จนถึงวันนี้

ผมยอมรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ที่จะต้องพัฒนาไปตามกระบวนการที่มนุษย์สรรสร้าง

แต่สำหรับประเทศไทยที่ “รากเหง้า” ฝั่งลึกมาเนิ่นนานนั้น ผมไม่เห็นด้วยจะมีการเปลี่ยนแปลงแบบหุนหัน

เพราะการเปลี่ยนแปลงแบบหุนหัน จะเป็นการหักหาญน้ำใจคนไทยที่ยึดมั่นในจารีตประเพณีที่สืบต่อกันมาครับ

หากการเปลี่ยนแปลงจะเป็นไปในลักษณะ “ค่อย ๆ ปรับ ค่อย ๆ เปลี่ยน” อย่างนั้นผมเห็นด้วย

และที่ผ่านมาในทุกทศวรรษ คนไทยรุ่นใหม่ ๆ ต่างก็เห็นแล้วว่า ประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความทันสมัยในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การเมือง หรือสังคมวัฒนธรรม

แต่จำเป็นละหรือ ที่ระหว่างการปรับเปลี่ยนประเทศไทยไปสู่สากลนั้น

คนไทยโดยเฉพาะคนที่มีการศึกษาสูงกว่าคนอื่น ๆ จะต้องทำลายรากเหง้าของความเป็นไทยให้สูญไป

ด้วยการพูด เขียน หรือการกระทำอื่นใด เพื่อให้ "คนไทยรุ่นใหม่" ลืม จนกระทั่งไม่รู้จัก สถาบันพระมหากษัตริย์

ผมทราบดีถึงความห่วงใยของคนรุ่นใหม่ ที่มองว่าวันนี้

ยังมีคนบางกลุ่ม ฉกฉวยหรือแอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์ไปปกป้องอำนาจหรือสิทธิ์ประโยชน์อื่น ๆ อยู่

แต่ถ้าเทียบกับในอดีตเหมือนที่นายใจ อึ้งภากรณ์ หยิบยกมาอ้างถึงคือยุคจอมพลสฤษดิ์ หรือ จอมพล ป.ไล่มาถึงยุค 14 ตุลาฯ หรือพฤษภา 35 แล้ว

ในฐานะที่ผมเป็น นักข่าวมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2519 ผมเห็นพัฒนาการของการที่มีบุคคลบางกลุ่ม แอบอ้างสถาบันฯเพื่อประโยชน์ส่วนตนว่า ได้ลดน้อยลงเป็นลำดับ

และบางคนก็ถูกลงโทษตามกฎหมายไปแล้ว

ที่ผมเชื่อว่าการแอบอ้างสถาบันฯลดลง ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการศึกษายุคปัจจุบันที่ทำให้คนไทยเริ่มหูตาสว่างขึ้น

อีกทั้งยุคนี้เป็นยุคที่ “การสื่อสาร” เข้ามาบทบาทต่อสังคมไทยอย่างใกล้ชิดกว่าสมัยก่อนที่มีเพียงหนังสือพิมพ์ วิทยุ หรือ โทรทัศน์

แต่ปัจจุบันการสือสารสามารถทะลุทะลวงเข้าไปได้ทุกซอกหลืบ และทุกวินาทีที่คนต้องการรู้ข่าวสาร

ด้วยเหตุนี้ กลุ่มคนที่ต้องการแอบอ้างสถาบันฯ เพื่อประโยชน์ตน จึงย่อมตระหนักรู้ว่า จะผลีผลามทำอะไรเหมือนคนยุคก่อน ๆ ไม่ได้อีกแล้ว

นอกจากนี้ในทางกฎหมาย รัฐสภาไทยก็ได้มีการปรับปรุงกฎหมายต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนของสังคมมาโดยตลอด หากคนไทยเห็นว่าคนกลุ่มใดแอบอ้างสถาบันฯไปใช้ประโยชน์ก็สามารถใช้กฎหมายลงโทษได้

ผมไม่อยากให้นักวิชาการอย่าง นายใจ อึ้งภากรณ์ หรือคนอื่น ๆ นำเอาประเทศไทยไปเปรียบเทียบกับชาติอื่น ๆ ครับ

เพราะแต่ละชาติต่างก็มีที่มา หรือจุดกำเนิด ตลอดจนวิวัฒนาการที่ต่างกัน

ประเทศไทยเกิด และดำรงอยู่ได้ ก็ด้วยเดชะพระบารมีของสถาบันพระมหากษัตริย์ 

พระบารมีของสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงปกป้องคุ้มภัยให้คนไทยผู้จงรักภักดีดำเนินชีวิตมาอย่างอบอุ่นและยาวนาน

ผมจึงอยากขอร้องนักวิชาการไม่ว่าสถาบันใดก็ตาม

กรุณาอย่านำเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นหัวข้อวิพากย์วิจารณ์เลยครับ

ทุกวันนี้ มีเรื่องที่น่าสนใจและน่าศึกษามากมายหลายเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและความเป็นอยู่ของคนไทยและประเทศไทย

อยากให้นักวิชาการหันไปให้ความสนใจความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุน ที่ผันตัวเองไปเป็นนักการเมือง และตั้งใจที่จะโกงกินประเทศไทยให้สิ้นชาติมากกว่าที่เป็นอยู่

หลังจากนั้นขอความกรุณา ชี้ภัยที่คนไทยจะได้รับจากนักการเมืองที่มาจากกลุ่มทุนกลุ่มต่าง ๆ อย่างแข็งขัน

หากไม่จงรักภักดีสถาบันฯ ก็คงไม่มีใครไปบังคับพวกคุณได้

แต่ขอเถอะครับ อย่าไดัรวมหัวกันโค่นล้มเลยครับ !

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12 ดงละดอน ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 15/11/2012 เวลา : 20.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ตอบ คห.ที่ 11 คุณดงละคอน

เมื่อก่อนนี้ ผมมักจะมองคนพวกนี้ในแง่ดี

ว่าคงเป็นพวกมีปมด้อย จึงต้องการสร้างป่มเด่น มาชดเชย

แต่เมื่อได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับจิตวิทยา(ไม่ได้อ่านขณะเรียนนะครับ เพราะผมไม่เคยเรียน แต่อาศัยอ่านจากห้องสมุด)

ผมพบว่า คนที่มีปมด้วย สามารถสร้างปมเด่นลบปมด้อยตัวเองได้หลายวิธี

แต่ไอ้พวกนี้เหมือนคนขี้อิจฉาครับ จึงต้องออกมากระทำการเหมือน "แก้แค้น" อะไรบางอย่าง

จะว่าไปแล้วก็น่าสงสารนะครับ

และผมก็พยายามมองพวกมันอย่างนั้นแหละครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ดงละดอน วันที่ : 15/11/2012 เวลา : 17.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yaya2508

ไม่ใช่คนไทยในสายเลือดแน่นอน
และอาจจะไม่ใช่คน ไอ้พวกนี้

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 15/11/2012 เวลา : 15.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ตอบ คห.ที่ 6 คุณ skyhitry

ต้องถือว่าเป็นความใจกว้างของ กรุงเทพธุรกิจ นะครับ

ที่พร้อม ที่จะเป็น เวทีประชาธิปไตย ให้ผู้คนมาร่วมแสดงความเห็นครับ

เหมือนหนังสือพิมพ์บางเล่มที่พรรคพวกหลายคนไม่อ่านเพราะเชียร์ทักษิณและเสื้อแดง

ผมก็ยังอ่านอยู่ เพราะต้องการรู้เขารู้เราครับ

เหมือนกรณีนี้ หากกรุงเทพธุรกิจไม่เปิดคอลัมน์ให้คุณไชยันต์ ไชยพร

เราจะรู้หรือว่า เขากำลังทำอะไรกันอยู่

ขอบคุณที่แวะมาอ่านและแสดงความเห็นครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 15/11/2012 เวลา : 15.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ตอบ คห.ที่ 5 คุณต้นหญ้าในป่าใหญ่

ผมก็อยากให้นักวิชาการกลุ่มนี้ ถามและตอบแบบนั้นแหละครับ

ไม่ใช่เอาแต่ได้อย่างที่ทำกันอยู่ครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 15/11/2012 เวลา : 15.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ตอบ คห.ที่ 4 คุณสิงห์นอกระบบ

ผมไม่ทราบว่า นักวิชาการเหล่านี้

เรียนตำราประวัติศาสตร์ชาติไทย

เล่มเดียวกับคนไทยทั้งประเทศหรือเปล่า

น่าแปลกนะครับ ที่คนเหล่านี้มองไม่เห็นสิ่งที่พวกเราเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 15/11/2012 เวลา : 15.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ตอบ คห.ที่ 2 คนปทุมรักสุขภาพฯ

ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นนะครับ

ทุกวันนี้สังคมไทยมีปัญหาเยอะแยะที่ต้องการความกระจ่างทางวิชาการ

อย่างกรณีจำนำข้าว ที่นักการเมืองเถียงกัน

นักวิชาการก็น่าจะให้ข้อมูลแก่ชาวบ้านครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
skyhitra วันที่ : 15/11/2012 เวลา : 14.20 น.

ผมติดตามข้อเขียนของ ไชยันต์ ไชยพร ในกรุงเทพธุรกิจบ่อยๆ

อย่างเรื่องนี้ก็ copy เก็บไว้ทั้ง 3 ตอน รู้สึกนายคนนี้เมื่อก่อนขึ้นเวทีเสื้อเหลือง แต่ระยะหลังมักอ้างว่าไปสัมภาษณ์เสื้อแดง แล้วเอาความคิดของพวกนี้มาลง

อย่างความคิดของใจรัญต่อสถาบันฯ ถ้าเอามาลงทั้งดุ้นคงไม่เหมาะ เลยเขียนเป็นการถามตอบ แล้วมาสรุปว่ามีเหตุผลในการชักจูงคนหรือเปล่า

ในกรุงเทพธุรกิจยังมีนักวิชาการแดงอีกคนชื่อสมชาย มาแนวเดียวกับนิติเร็ด

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ต้นหญ้าในป่าใหญ่ วันที่ : 15/11/2012 เวลา : 12.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ponder

..ถ้าไม่มีคนจะไปทำงานทุกวันมั้ย..
ตอบ-ก็คงจะมีคนไปโกงชาติทุกวันเหมือนเดิม.

ถามกลับ-นายใจนั้นหากไม่มีพ่อไม่มีเเม่มีเเม่เเล้วเกิดมาได้ไหม

ถามกลับ-หากไม่มีเอกลักษณ์ไทยไม่มีวัฒนธรรมไทย คนไทยสังคมไทยจะเป็นอะไร ผมว่าคงอยู่กันต่อไปได้-เเต่คงสับสนเเตกเเยกเเบบทุกวันนี้-ซึ่งเป็นสิ่งที่นักการเมืองชอบ-ชอบการปกครองบนความขัดเเย้ง

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 15/11/2012 เวลา : 11.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

700กว่าปี
เป็นเมืองขึ้นพม่า 2 ครั้ง ผ่านยุคล่าอาณานิคมมาได้เพียงชาติเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จนถึงอินเดียใต้
โดนระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 2 จนเละเทะหมด วันี้เราเจริญติดอันดับต้นๆ ของเอเชีย
ไม่ใช่ฟลุ๊คครับ แต่เพราะการทรงงานอย่างหนักและชาญฉลาดของบูรพมหากษัตริย์แทบทุกพระองค์จนปัจจุบัน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 15/11/2012 เวลา : 11.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ตอบ คห.ที่ 1 คุณ fahsaisai

ขอบคุณครับ

อยากบอกว่า หลังอ่านบทความนั่นจบ

ผมต้องนั่งทำใจให้สงบ แล้วจึงลงมือเขียน

ระหว่างเขียนอารมณ์ผมตีบตันอย่างที่สุด

หลายครั้งผมต้องหยุดเพื่อป้ายน้ำตาตัวเองครับ

ผมอยากรู้จริง ๆ ว่านักวิชาการเหล่านี้ หัวใจพวกเขาทำด้วยอะไรหรือ

จึงทำอย่างนั้นทั้ง ๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระประชวรอย่างนี้

หากจะให้ผมเดินไปกราบเท้าทีละคนแล้วพวกคุณจะหยุดทำร้ายพระองค์

ผมก็พร้อมนะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 15/11/2012 เวลา : 11.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

นักการเมืองขี้โกงมีเยอะมาก นักวิชาการและผู้ที่เกี่ยวข้อง ควรเอาเวลาไปอัดพวกโกงบ้านโกงเมืองดีกว่า ยิ่งมาพูดถึงเรื่องสถาบันฯ พวกขี้โกงชอบเลยละครับ เพราะได้เบี่ยงเบนประเด็น การโกงบ้านโกงเมือง ของพวกเขา(มัน)

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
fahsaisai วันที่ : 15/11/2012 เวลา : 11.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fahsaisai
ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติไทย

เขียนได้สะใจและตรงใจผมมากๆเลยครับหัวหน้า โดยเฉพาพะประโยคนี้
"ผมไม่อยากให้นักวิชาการอย่าง นายใจ อึ้งภากรณ์ หรือคนอื่น ๆ นำเอาประเทศไทยไปเปรียบเทียบกับชาติอื่น ๆ ครับ
เพราะแต่ละชาติต่างก็มีที่มา หรือจุดกำเนิด ตลอดจนวิวัฒนาการที่ต่างกัน
ประเทศไทยเกิด และดำรงอยู่ได้ ก็ด้วยเดชะพระบารมีของสถาบันพระมหากษัตริย์ พระบารมีของสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงปกป้องคุ้มภัยให้คนไทยผู้จงรักภักดีดำเนินชีวิตมาอย่างอบอุ่นและยาวนาน"

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน