*/
  • ภาณุมาศ_ทักษณา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-12-13
  • จำนวนเรื่อง : 1872
  • จำนวนผู้ชม : 2533287
  • จำนวนผู้โหวต : 1211
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1211 คน
<< พฤศจิกายน 2012 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 15 พฤศจิกายน 2555
Posted by ภาณุมาศ_ทักษณา , ผู้อ่าน : 1008 , 20:22:25 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน นายยั้งคิด , แม่หมี และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

ด้วยข้อจำกัดในเรื่องการให้คำสำหรับชื่อเรื่อง ผมจึงขออนุญาตคุณ feng_shui เจ้าของเรื่อง

“มองทศวรรษหน้าวงการนักเขียนไทย : นักเขียนหรือนักอ่าน ใครคือผู้กำหนดทิศทาง”

รายละเอียดอยู่ในนี้ http://www.oknation.net/blog/buzz/2012/11/15/entry-1

ด้วยการย่นย่อชื่อเรื่องเหลือเพียง มองทศวรรษหน้า : นักเขียนหรือนักอ่านกำหนดทิศทางหนังสือ ? นะครับ

และขอนำความเห็นมาแสดงที่นี่ เพราะหากตอบใน Blog ของคุณ feng_shui ก็คงจะยาวหลายบรรทัด

ก่อนแสดงความเห็น ผมขอขอบคุณ Blogger feng_shui ที่ทำหน้าที่ “นักข่าวอาสา” ของ OKNATION ได้อย่างแข็งขัน ด้วยการเดินทางไปฟังการอภิปรายหรือสังเกตการณ์ได้อย่างน่าชื่นชม

เหมือนกับรายงานเรื่องนี้ ที่คุณ feng_shai จับประเด็นสำคัญและถ่ายภาพบุคคล ตลอดจนบรรยากาศในงานมารายงานให้ทราบได้อย่างครบถ้วน

สำหรับคำถามว่า ทศวรรษหน้า นักเขียนหรือนักอ่าน ใครคือผู้กำหนดทิศทาง นั้น

ในความเห็นของผมคือ “สำนักพิมพ์” และ "ผู้จัดจำหน่าย"  ครับ

เหมือนที่วงการเพลง ที่ “ค่ายเพลง” ต่าง ๆ เป็นผู้กำหนดรูปแบบและแนวในการนำเสนอให้

นักแต่งเพลงในสังกัด และนักร้องในสังกัด ต้องทำตามคำสั่ง (ฮา)

เหมือนที่วงการหนัง ที่ “บริษัทผู้สร้างหนัง” กำหนด

ให้ ผู้เขียนเรื่องหรือผู้กำกับการแสดง ว่า ต้องเขียนเรื่องแนวไหน ใช้ดาราคนไหนแสดงนำ โดยที่ผู้กำกับการแสดง แทบจะไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ หากยังต้อง “มีงานทำ” (ฮา)

ที่ผมตอบแบบนี้ เพราะทราบมาว่าเดี๋ยวนี้  ศิลปกรรมร่วมสมัยของไทย ไม่ว่าจะเป็น หนัง เพลง หรือ นวนิยาย

ได้กลายเป็น “สินค้า” อีกอย่างหนึ่ง ที่ต้องเข้าสู่กระบวนการทางการตลาด

คือ ต้องมีการรีเสิร์ซกันล่วงหน้า ว่าผู้บริโภคต้องการอะไร หรือประเภทไหน (ว๊าววว์)

ต่างจากสมัยก่อนที่นักเขียนนวนิยาย สามารถถ่ายทอดจินตนาการได้อย่างอิสระ

สามารถคิดและเขียน  หรือสร้างสรรค์ในสิ่งที่ตนเองคิดว่า สามารถสร้างความสุขให้แก่ผู้อ่านได้อย่างเอกอุ

จนนักเขียนบางคน สามารถทำให้นักอ่านไปยืนรอหน้าโรงพิมพ์ หรือหน้าสำนักพิมพ์ที่ทำหน้าที่พิมพ์งานเขียนของนักเขียนคนนั้นเป็นแถวยาวเหยียด

หรือ บริษัทสร้างหนังบางบริษัท หรือผู้กำกับการแสดงชื่อดังบางคน

ต้อง “จองเรื่อง” ของนักเขียนชื่อดัง ในนิตยสารที่ตีพิมพ์นวนิยายเรื่องดังกล่าวตั้งแต่เห็น “ชื่อเรื่อง” ทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าเนื้อเรื่องเป็นอย่างไรก็มี

นั่นคือพยานหลักฐานว่า ในอดีตนักเขียนเป็นผู้กำหนดทิศทางของหนังสือว่าควรจะไปในแนวไหน โดยที่สำนักพิมพ์ หรือนิตยสารแทบจะไม่สามารถ “ชี้นิ้ว” สั่งได้

ต่างจากยุคนี้ ที่เหมือนกับวงการวรรณกรรมตกต่ำ เพราะเจ้าของสำนักพิมพ์ ที่รับพิมพ์เรื่องของนักเขียน สามารถ “กำหนดทิศทาง” ให้นักเขียนว่า น่า หรือ ควรจะเขียนเรื่องแนวไหนมานำเสนอ

ทั้งนี้ บางสำนักพิมพ์ก้าวหน้าถึงขึ้นทำโพลล์จากผู้อ่านว่า อยากอ่านเรื่องทำนองไหน รัก ๆ ใคร่ ๆ หรือ จักร ๆ วงศ์ ๆ หรือ เรื่องบู้ก็ต้องยิงกันทุก ๆ 5 บรรทัด (ฮา) แล้วให้นักเขียน เขียนตามสั่ง

ผมเขียนอย่างนี้ ไม่ได้หมายความว่า นวนิยายที่ผมเขียนไม่มีสำนักพิมพ์ไหนสนใจซื้อไปพิมพ์นะครับ แต่ผมยังเขียนไม่เสร็จ หรือถึงเสร็จแล้วก็ไม่เคยคิดที่จะขายสำนักพิมพ์ไหน

ผมตั้งใจเขียนนวนิยายตามที่บรมครูในวงการนักเขียนพูดว่า นักเขียนควรมีนวนิยายของตัวเองสักเรื่องหนึ่ง หลังจากเขียนเรื่องสั้น หรืออะไรต่ออะไรมาเยอะแล้ว

และที่ผมเขียนเพราะผมต้องการ “ส่งเข้าประกวด” ชิงรางวัล จากองค์กรที่จัดประกวดนวนิยายครับ

แต่เมื่อทราบว่า กรรมการในการตัดสินบางคนมาจาก สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ที่ผมไม่ศรัทธา

เพราะรู้ว่าขั้นตอนคัดเลือกกรรมการในระยะหลัง ๆ เป็นอย่างไร ผมจึงล้มเลิกความคิดนั้น - ฮา

(ใครอยากเป็นใหญ่ในสมาคมนักเขียน ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นนักเขียนมาก่อน ติดต่อเป็นการส่วนตัวได้ ผมมีวิธีทำครับ)

จะใช้ยุทธวิธีที่ “ครู”อาจินต์ ปัญจพรรค์ เคยทำให้อดีตคือ เขียนเอง พิมพ์เอง ขายเอง ก็คงจะไม่ได้แล้วครับ

เพราะยุคนี้วงการสิ่งพิมพ์หนังสือประเภทวรรณกรรม หากไม่ผ่าน “สำนักพิมพ์” ที่รับจัดจำหน่าย

ก็เจ้งตั้งแต่ยังไม่พิมพ์แล้วครับ คุณ Feng_shui (ฮา)

ผมจึงบอกว่า ผู้กำหนดทิศทางของหนังสือคือ สำนักพิมพ์ อย่างไรเล่าครับ (แท่ม แท้ม - ฮา)



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ดินสอดำบ่าวภูสวาง วันที่ : 17/11/2012 เวลา : 12.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poolsawang
บ่าวภูสวาง

นักเขียนคือผู้สร้างสรรค์ นายทุนคือผู้จำหน่าย คนอ่านคือผู้บริโภค ผู้อ่านไม่ซื้อ นายทุนเจ๋ง นักเขียนเท่าทุน
นายทุนเป็นผู้กำหนด นักเขียนเขียนตามนายทุน นายทุนจำหน่าย ผู้อ่านชอบและซื้อ นายทุนรอด นักเขียนได้เคดิต ผู้อ่านได้ความสุข
นายทุน+ตลาด+ผู้อ่าน+นักเขียน=ศิลปะตลาด

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 16/11/2012 เวลา : 19.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ผมเคยอ่านเรื่องของหัวหน้าในหนังสือยอดขายดีอย่าง 'ต่วยตูน'นะครับ จึงเชื่อว่าหัวหน้าต้องคุ้นกับวงการหนังสืออยู่อย่างแน่นอน ไม่ใชแค่ผู้สื่อข่าวอย่างเดียว

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
แม่หมี วันที่ : 16/11/2012 เวลา : 15.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ชัดเจน

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 16/11/2012 เวลา : 09.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ตอบ คห.ที่ 5 คุณซันญ่า

เคยมีมิตรรักแฟนเพลงใน OK แนะนำผมเหมือนกันครับ ว่าให้เอาเรื่องที่เขียนลงใน อะไรต่อมิอะไรบุ๊ค ๆ นั่นน่ะ

แบบว่าใครอยากอ่านก็จ่ายค่าเรื่องแล้วอ่านได้เลย

แต่ความด้อยปัญญาของผม ผมทำไม่เป็นครับ

เดี๋ยวจะลองเอา บทนำเรื่อง ดับฝันมายาวี มาลงชิมลางใน OKNATION ดูก่อนครับว่าเรตติ้งเป็นยังไง

หากมาไม่ถึงล้าน เอ๊ย ไม่ใช่ นั่นมันคำขวัญของ เสธ.อ้าย พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ เค้า - ฮา

หากมีคนอ่านไม่ถึงร้อย เลิกเผยแพร่ - ฮา

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 16/11/2012 เวลา : 09.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ตอบ คห.ที่ 4 นายแพทย์สวรรณกาญจนะ

ในสังคมโลกที่เจริญแล้วในทุกด้าน.. ที่คุณหมอบอกว่า

" ถ้านักเขียนดังระดับโลกเช่นคนที่แต่งแฮรี่พอตเตอร์
เธอคงกำหนดแนวเธอได้" นั้นเป็นความจริงครับ

และที่สำคัญอยู่ที่เนื้อหาและแนวหนังสือที่นักเขียนแต่ละคนสร้างขึ้นจนเป็น เอกลักษณ์ เฉพาะตน

ยกตัวอย่าง สมัยพี่อาจินต์ ปัญจพรรค์ เขียนเรื่องสี้นชุดเหมืองแร่ กี่เล่ม กี่เล่มก็ขายหมด

หรือยุคอาจารย์วสิษฐ เดชกุญชร เขียนนวนิยายสืบสวนไม่ว่าเรื่องอะไร คนก็ตามซื้ออ่าน

หรือ ชาติ กอบจิตติ หรือ วินทร์ เลียววารินทร์ เขียนอะไรก็มีคนตามอ่าน เพราะเขามี "แฟนประจำ" อยู่แล้ว

แต่นักเขียนรุ่นใหม่ที่ยังไม่มีชื่อเสียง สำนักพิมพ์เขาไม่กล้าเสี่ยงซื้อไปพิมพ์หรอกครับคุณหมอ

สำหรับเรื่องที่ผมเขียน ผมไม่ได้เขียนเพื่อขายเอาเงินมาเลี้ยงชีพ ผมเขียนเพราะผมอยากเขียนนวนิยายสักเล่มหนึ่ง ฝากไว้เป็นอนุสรณ์ในวงการ

เหมือนที่ผมเขียนเรื่องให้ ต่วย ตูน ผมก็ไม่ได้มุ่งหมายที่ค่าเรื่องนะครับ

แต่การเขียนเรื่องแล้วได้ลงตีพิมพ์ใน ต่วย ตูน ผมถือว่าเป็นเรื่องของเกียรติยศ ของการเป็นนักเขียนครับ

เพราะผมทราบมาว่า บ.ก.ของต่วย ตูน คือ พี่วาทิน ปิ่นเฉลี่ยว ใช่จะรับเรื่องของคนหน้าใหม่ได้ง่าย ๆ

การเขียนเรื่องให้ ต่วย ตูน ผมจึงต้องคิดและเขียนในแนวที่ ต่วย ตูน

เอ.. หรือว่า เอาเรื่องที่ผมเขียนทั้งไว้

มาทยอยลงใน OKNATION ไปทีละตอนเลยดีไหมครับ คุณหมอ

อิอิ

ความคิดเห็นที่ 8 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 16/11/2012 เวลา : 09.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ตอบ คห.ที่ 3 บ.ก.ชาลี

อีกหน่อยเมืองไทยก็เป็นอย่างเมืองนอกครับ สำนักพิมพ์คงต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน เพราะ ผู้จัดจำหน่ายตั้งสำนักพิมพ์ พิมพ์หนังสือเองกันมากขึ้น

และต่อไปสำนักพิมพ์ของผู้จัดจำหน่ายก็อาจจะม่องเท่งเหมือนกันครับ

ไม่ใช่ผู้อ่านกำหนดทิศทางหนังสือนะครับ

แต่ผู้อ่านไม่ซื้อเพราะ หนังสือแพงเกินเหตุต่างหาก - ฮา

(ขอบคุณ บ.ก.ที่นำเรื่องนี้เป็นเรื่องแนะนำครับ)

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 16/11/2012 เวลา : 09.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

สวัสดีครับ มิตรรักแฟนเพลง ขอเข้ามาตอบต่อนะครับ (ตะกี้ตอบพี่ตาเรนเสร็จได้เวลาเดินทางออกจากบ้านไปทำงานพอดีครับ)

ตอบ คห.ที่ 2 คุณ feng_shui

เห็นด้วยกับการบ่มเพราะการรักการอ่านให้รุ่นลูกครับ..

อย่างผมนี่ สมัยลูกสาวสองคนยังเล็ก ๆ จนโตเป็นสาว เธอทั้งสองจะเห็นว่า หากไม่ปลูกต้นไม้ เล่นกับแมว

ผมจะหยิบหนังสือ "อ่านหนังสือ" มาอ่านทันที บนโต๊ะอาหารเวลาล้อมวงทานข้าวพร้อมกัน ผมก็จะอ่านหนังสือพิมพ์รายวันไปด้วย (ซึ่งตอนเ็ด็กเคยถูกแม่ดุเหมือนกันว่าเวลากินข้า่วไม่ควรอ่าน)

หรือบางทีก็อ่านหนังสือนวนิยายไทย หรือหนังสือแปล ที่บ้านผมมีหนังสืออยู่ในทุกห้อง ไม่่ว่าจะห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือแม้แต่ห้องน้ำ

เป็นพ๊อกเก็ตบุ๊คที่หยิบฉวยอ่านได้ทันที และจะมีสมุดโน๊ตเล็มเล็ก ๆ อยู่ใกล้ ๆ สำหรับ "จด" สิ่งที่น่าจำ (ผมเรียกสมุดนั้นว่า "เจอะจด" )

ด้วยวิธีการดังกล่าว ก่อนหน้านี้บ้านผมจึงเป็นนักอ่านหนังสือทั้งบ้าน

แต่วันนี้ แทนการอ่านหนังสือบ้านผมเล่นไอแพดกันทั้งบ้านไปแล้ว - ฮา

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 16/11/2012 เวลา : 07.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ตอบ คห.ที่ 1 พี่ตาเรน

เห็นด้วยใช่ม้า 555

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ซันญ่า วันที่ : 16/11/2012 เวลา : 07.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

พอมีอีบุ๊ค และ อีเบย์ อเมซอน ดอทคอม ซันญ่าไม่ต้อง ออเด่อร์หนังสือ มา เกิน 10 ปีทีเดียวค่ะ ท่านผู้เฒ่า ........
ยามได้อ่าน ปลายน้ำหมึก ที่ คมคาย จะไม่เชื่อ คนเขียนบทความ เท่านั้น ทำให้ค้นข้อมูล จาก แหล่งจริงๆ ที่มาที่ไป
และก็ ทำให้มอง การนำเสนอของ เจ้าของ นามปากกา หรือตัวจริง ผู้เขียน บทความ และ เรื่องราวแต่ง เติม บันเทิงก้แยกออก วิชาการ ก็ รัีบเอา .........จากที่ เห็น และ พยายาม หาความรู้ ไม่ต้องเอา ตามๆ กันไป เหมือนคน เดินทาง ตามเส้นทาง จริง แต่ ทุกคน ไปคนละจุดหมาย
.
.

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ วันที่ : 16/11/2012 เวลา : 07.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctornursethailoyalty
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อแพ้Honesty is the best policy.

เดินตามรอยพี่มาอ่าน
เรื่องแต่ละเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจ
ได้ในชีวิตปัจจุบันก็ต้องพึ่งสื่อ
มีรางวัลเป็นตัวโปรโมท
ส่วนว่าทิศทาง
ว่านักเขียนหรือสำนักพิมพ์เป็นผู้กำหนด
ถ้านักเขียนดังระดับโลกเช่นคนที่แต่งแฮรี่พอตเตอร์
เธอคงกำหนดแนวเธอได้
ผมว่าการอยู่ในสภาวะปัจจุบัน
เอาคนละครึ่งๆ
เรื่องที่มีประเด็นอาจอยู่ในทที่ง่ายๆไม่ซับซ้อน
รออ่านนวนิยายพี่อยู่ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
BlueHill วันที่ : 15/11/2012 เวลา : 21.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ในต่างประเทศ สำนักพิมพ์ซี้หม่องเท่งไปเกือบหมดแล้วครับ เหลือแต่รายใหญ่ๆ

สำนักพิมพ์ก็โดนพฤติกรรมของผู้บริโภคกำหนดทิศทางเหมือนกันครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
feng_shui วันที่ : 15/11/2012 เวลา : 21.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

นั่นคือส่วนหนึ่งที่ทำให้เราต้องช่วยกันหันกลับมาดู มาร่วมรับรู้และปลูกฝังบ่มเพาะทิศทางของหนังสือให้กับรุ่นลูก หลานเนอะคะ อย่างแรกก็คือการรักการอ่าน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ตาเรน วันที่ : 15/11/2012 เวลา : 20.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sammaapii
เรียนฟรีจริง ๆ  ขอเชิญแวะเยี่ยมตาเรนที่  >>> http://www.webudon.net


แมนคัก ๆ..ฮา..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน