*/
  • ภาณุมาศ_ทักษณา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-12-13
  • จำนวนเรื่อง : 1872
  • จำนวนผู้ชม : 2469829
  • จำนวนผู้โหวต : 1211
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1211 คน
<< สิงหาคม 2016 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 2 สิงหาคม 2559
Posted by ภาณุมาศ_ทักษณา , ผู้อ่าน : 865 , 15:21:36 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

11272

 

วานนี้ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๙ ผมนำเอาบทความเรื่อง หลัง ตัดกิ่ง-แต่งใบ” ต้นไม้ที่ชื่อทักษิณ เสร็จสิ้นลงแล้ว คสช.ก็ลงมือ “ตัดรากแก้ว – รากฝอย” ทันที !

เป็น บทความที่ผมสนับสนุนนโยบายของ คณะกรรมการรักษาความสงบแห่งชาติเพื่อขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดิน (ครสช.) เมื่อวันที่  ๒๙  กรกฎาคม ๒๕๕๗  ใช่ครับผมพิมพ์ ๒๕๕๗ ไม่ผิด

หลังนำบทความโพสต์ลงในเฟซบุ๊กภาณุมาศ ทักษณา ได้มีมิตรรักแฝนเพจนามว่า คุณแม่ น้องเพลง โพสต์ความเห็นว่า

“เอา แบบจริง ๆ ทุกวันนี้ชาวบ้านยังเรียกร้องหาทักษิณอยู่ คือเขาไม่ต้องคิดอะไรมากเขาบอกว่ารัฐบาลนี้เงินถึงมือยาก ไม่เหมือน ทักษิณ -ยิ่งลักษณ์ ขอ อะไรก็ได้ ฟังมาด้วยตัวเองจากคนใกล้ชิดที่บ้าน”

อ่านความเห็นนั้นแล้ว ผมนึกถึงคำเปรียบเปรยวลีหนึ่ง ซึ่งผมเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ก็คงจะเคยได้ยิน นั่นคือ “นักการเมืองให้ปลา พระราชาให้เบ็ด” เป็นคำเปรียบเปรยที่ทำให้เห็นความจริงของสังคมได้อย่างชัดเจนยิ่ง

11273

เพราะรัฐบาลที่มาจากนักการเมืองในอดีตนั้น ขยันแต่ “ให้ปลา” จนชาวบ้านไม่สนใจ คิดที่จะหาปลากินกันเอง หลายครอบครัวแทบจะกลายเป็นขอทานหรือคนพิการที่ง่อยเปลี้ยเสียขาเพราะทำอะไรไม่เป็นไปแล้ว

ทั้ง ที่ในอดีตอันยาวนาน  ในหลวงทรงพระราชทานแนวพระราชดำริที่ไม่ต่างไปจากเครื่องมือในการทำมาหากิน เอาไว้ให้ชาวบ้านตาม ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ  อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งผมอยากจะบอกว่านั่นคือ “เบ็ดของพระราชา”

แต่ทวา ไม่เคยมีรัฐบาลที่มาจากนักการเมืองรัฐบาลไหน  ให้ความสนใจที่จะนำเครื่องมือในการทำมาหากินซึ่งคือ “เบ็ดของพระราชา” ไปสอนชาวบ้านให้รู้จัก “หาปลา-จับปลา” อย่างจริง ๆ จัง ๆ

จวบ จนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองโดย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เข้ามายึดอำนาจในวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ นั่นแหละ สังคมจึงถูกจัดระเบียบใหม่หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง

ใน ด้านสังคมนั้น นอกเหนือจากรัฐบาลจะตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มาพิจารณาปรับปรุงกฎหมายที่มีอยู่แล้ว ภาคเอกชนเองก็ยังยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือรัฐบาล ด้วยการช่วยแก้บางปัญหาที่อยู่ในความสามารถจะทำได้

11274

เหมือน เมื่อต้นปีนี้ ๒๕๕๙ นี้ ได้มีองค์กรอิสระที่มิได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาล คือ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ สำนักงาน ก.ป.ร. ที่ดูแล ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ในพื้นที่ต่าง ๆ

ได้ร่วมกับ มูลนิธิมั่นพัฒนา มูลนิธิยุวสถิรคุณ และ มูลนิธิบุคคลพอเพียง ในความอุปถัมภ์ของ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งมี ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็น ผู้อำนวยการ

ได้ ร่วมกันคิดหาวิธีที่จะสอนให้ชาวบ้านใช้เบ็ดหาปลา โดยมอบหมายให้ ชมรมคนรักในหลวง ที่มูลนิธิบุคคลพอเพียง ดูแลอยู่ คัดเลือกสมาชิกจากทั่วประเทศ จังหวัดละ ๔ คนมาเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมผู้นำแห่งยุคเพื่อความสุขที่ยั่งยืนขึ้น

๔ องค์อิสระดังกล่าวได้จัดเตรียมผู้ทรงคุณวุฒิสาขาต่าง ๆ มาร่วมหารือเพื่อกำหนดหลักสูตรดังกล่าว เพื่อใช้ตัวแทนเกษตรกรให้มี “ภาวะผู้นำ” ให้รู้จักช่วยเหลือตัวเองและชุมชน จะได้ ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากนักการเมืองอีก

11275

จาก การที่ผมมีโอกาสได้ไปสัมผัสกับการอบรมโครงการผู้นำแห่งยุคเพื่อความสุขที่ ยั่งยืน ที่องค์กรอิสระทั้ง ๔ ต่างร่วมแรงร่วมใจกันทำงานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๙ เป็นต้นมานั้น

ผม พบว่า วิชาการต่าง ๆ ที่คณะวิทยากรนำไปถ่ายทอดและทดสอบตัวแทนเกษตรกรจากชมรมคนรักในหลวงทั่ว ประเทศนั้น มีองค์ความรู้ที่ประกอบด้วยสาระสำคัญจาก ๓ ศาสตร์

คำว่า ๓ ศาสตร์ที่ ดร.อัจฉรา โยมสินธุ์ กล่าว ให้ผู้ร่วมอบรมได้ยินนั้น ท่านขยายความว่า ประกอบด้วย ศาสตร์สากล ศาสตร์ภูมิปัญญาชาวบ้าน และ ศาสตร์ของพระราชา อันได้แก่หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นั่นเอง

โดย เฉพาะ ศาสตร์ของพระราชานั้น ถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง ที่คณะวิทยากรจาก มูลนิธิมั่นพัฒนา และมูลนิธิยุวสถิรคุณ ทุ่มเทให้กับตัวแทนเกษตรกรที่เข้ารับการอบรมอย่างเต็มที่

11276

ทำให้ผมกล้าที่เปรียบเทียบว่า วิทยากรเหล่านั้น กำลังสอนให้ชาวบ้านรู้จัการใช้ “เบ็ดของพระราชาหาปลามาเลี้ยงตัวเองและครอบครัวให้รอดพ้นจากความอดอยากนั่นเอง

สิ่ง ที่เห็นจากการไปสังเกตการณ์ ทำให้ผมก็มั่นใจว่า หลังการปฏิรูปประเทศของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านไปแล้วตามโรดแมปที่วางเอาไว้

เกษตรกร ไทยในชนบทที่เคยตกเป็นเบี้ยล่างของนักการเมืองที่จ้องจะเข้ามาใช้คนไทยเป็น เครื่องมือ คงจะสามารถยืนอยู่บนขาตัวเองได้ และคงจะไม่ยอมให้นักการเมืองหลอกใช้อีกต่อไปครับ !



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน