*/
  • ภาณุมาศ_ทักษณา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-12-13
  • จำนวนเรื่อง : 1872
  • จำนวนผู้ชม : 2483080
  • จำนวนผู้โหวต : 1211
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1211 คน
<< กันยายน 2016 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 27 กันยายน 2559
Posted by ภาณุมาศ_ทักษณา , ผู้อ่าน : 936 , 10:37:55 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน TheSuphan โหวตเรื่องนี้

11491

 

วานนี้ 26 กันยายน 2559 ผมเขียนเรื่อง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม “หมอที่มีคุณค่าทางการเมือง” ซึ่งนักการเมืองรุ่นเดียวกันบางคนเทียบไม่ได้ ! ปรากฏว่าได้รับความสนใจพอสมควร

 

ในบทความนั้น ผมอ้างคำให้พูดของหมอวรงค์ตอนหนึ่งว่า “เล่นการเมืองมา 10 ปีเห็นชาวนาจนอย่างไรก็ยังจนอยู่อย่างนั้น ทางแก้คือไม่ควรให้ชาวนาทำหน้าที่ปลูกข้าวอย่างเดียว แต่ต้องสอนให้ชาวนาขายข้าวของตัวเองด้วย”

 

ผมเขียนไว้ในวงเล็บว่า “พรุ่งนี้ ผมจะตอบหมอวรงค์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า สิ่งที่หมอวรงค์พูดถึงนั้น ได้มีองค์กรหนึ่งกำลังดำเนินการอย่างขมีขมันและมุ่งมั่นที่จะให้บรรลุผลนะ ครับ”

 

วันนี้ผมขอตอบหมอวรงค์และท่านผู้มีเกียรติว่า สิ่งที่หมอวรงค์คิดและแสดงความเป็นห่วงเป็นใยนั้น ใช่จะมีหมอวรงค์เท่านั้นที่คิดเท่านั้น

 

แต่อาจารย์จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้รับใช้เบื้องพระยุคลบาทในตำแหน่ง เลขาธิการสำนักพระราชวังเมื่อสองวันก่อน

ก็เป็นห่วงชาวนาครับ

 

เมื่อปี 2557 ท่านจึง “ลงมือทำ” ด้วยการมอบภารกิจให้มูลนิธิฯ ในความอุปถัมภ์ของ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และหน่วยงานงานอื่นที่สนองพระราชดำในหลวงอยู่จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อช่วยชาวนาขึ้น

 

เท่าที่ผมทราบจากข่าวและมีโอกาสได้ “ตามไปดูงาน” มูลนิธิในอุปถัมภ์ อันได้แต่ มูลนิธิมั่นพัฒนามูลนิธิยุวสถิรคุณ และ มูลนิธิบุคคลพอเพียง ทำให้ทราบว่าแต่ละมูลนิธิฯต่างก็ “แบ่งงาน” กันทำอย่างดียิ่ง

 

วัตถุประสงค์ของทั้ง 3 มูลนิธิฯ มีเหมือนกัน คือการนำ “ศาสตร์พระราชา” ไปสอนชาวบ้านในทุกสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น เด็กเยาวชน ครู คนทั่วไป รวมทั้งเกษตรกรชาวไร่ชาวนา “ให้รู้จักช่วยตัวเอง”

 

โดยทั้ง 3 มูลนิธิฯ ต่างก็มี “กลุ่มเป้าหมาย” ในการนำศาสตร์พระราชาเข้าไปพัฒนาคนอย่างชัดเจนยิ่ง เช่น

 

มูลนิธิมั่นพัฒนา มีโครงการพลังปัญญา รับสมัครบุคคลเข้ารับการอบรมในหลักสูตรของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับเกษตรกรชาวไร่ชาวนานั้น

 

โครงการพลังปัญญาจะสอนให้ชาวนารู้จักตัวเองจะได้พัฒนาไปสู่การมีชีวิตที่ดีกว่า ไม่ใช่สักแต่ว่าปลูกข้าวเป็นอย่างเดียว แต่สอนให้ต้องรู้จักแปรรูปและขายเป็น

 

วันนี้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย อาจมีร้านค้าที่ชื่อ “พลังปัญญา” ปรากฏขึ้นตามชุมชนต่าง ๆ เพื่อรวบรวมสินค้าจากสมาชิกที่ผ่านการอบรมในโครงการพลังปัญญามาวางขายให้เห็นบ้างแล้ว

 

นอกจากนี้ มูลนิธิมั่นพัฒนา ยังมีโครงการให้ความช่วยเหลือชาวนา “ที่ทำนา อยู่ในที่นาพระราชทาน”5 จังหวัดคือ อยุธยา นครปฐม ปทุมธานี นครนายก และฉะเชิงเทรา ในชื่อ “โครงการโมเดลนาข้าวของสำนักงานทรัพย์สินฯ” อีกด้วย

 

ขณะที่ มูลนิธิยุวสถิรคุณ ก็ส่งวิทยากรจาก ศูนย์สถานศึกษาพอเพียง ไปให้ความช่วยเหลือและพัฒนานักเรียนและครูในโรงเรียนที่มีปัญหา ตาม “โครงการการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”

 

ซึ่งโครงการนี้จะสอนให้ครูและนักเรียน ตลอดจนบุคลากรทางการศึกษาที่ว้าวุ่นอยู่กับปัญหานานัปการให้หลุดพ้นจากปัญหาจนสามารถดำรงตนได้ ด้วยการยึดหลักคุณธรรมอยู่อย่างพอเพียงและเรียนรู้การทำบัญชีครัวเรือน และอื่น ๆ

 

ส่วน มูลนิธิบุคคลพอเพียง ซึ่งมี ชมรมคนรักในหลวง อยู่ทั่วประเทศก็จัดให้มี “โครงการฝึกอบรมผู้นำแห่งยุคเพื่อความสุขที่ยั่งยืน” โดยคัดเลือกตัวแทนจากจังหวัดต่าง ๆ มาเข้าหลักสูตร ซึ่งรุ่นแรกเพิ่งจบหลักสูตรไปเมื่อกลางเดือนกันยายน 2559

 

ขอเรียนหมอวรงค์และท่านผู้มีเกียรติว่า งานที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มอบหมายให้แต่ละมูลนิธิฯดำเนินการนั้น ใช้ว่าแต่ละมูลนิธิฯ จะต่างคนต่างทำนะครับ แต่จะมีการประสานการทำงานกันอย่างเหมาะสมยิ่ง

 

เช่น โครงการฝึกอบรมผู้นำแห่งยุคเพื่อความสุขที่ยั่งยืน ที่มูลนิธิบุคคลพอเพียงเป็นเจ้าภาพนั้น ก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีจาก มูลนิธิมั่นพัฒนา และ มูลนิธิยุวสถิรคุณ ในการส่งวิทยากรมาร่วมบรรยายในวิชาที่เกษตรกรควรรู้

 

รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ(สำนักงาน กปร.)เปิด ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในส่วนภูมิภาค

 

เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมในโครงการฯ ได้เรียนรู้ดูงานจากของจริง เช่น การทำปุ๋ยหมัก การปลูกและตอนกิ่งมะนาว การทำสบู่น้ำหอม และอื่น ๆ ที่นำไปประกอบอาชีพเสริมได้ โดยมีวิทยากรที่ชำนาญการในแต่ละสาขาคอยให้คำอธิบายและตอบคำถามต่าง ๆ อีกด้วย

 

หมอวรงค์และท่านผู้มีเกียรติคงจะเคยได้ยินวลีที่ว่า “นักการเมืองให้ปลา พระราชาให้เบ็ด” ซึ่งหมายถึงรัฐบาลที่มาจากนักการเมืองมักช่วยชาวนาด้วยการแจกเงิน แจกสิ่งของ ซึ่งเปรียบได้เหมือน “ให้ปลา”

 

ทว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทาน “ศาสตร์พระราชา” คือความรู้ต่าง ๆ ที่มีอยู่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเปรียบไปก็เหมือน “เบ็ด” ที่จะใช้หาปลา

 

แต่ที่ผ่านมา แทนที่รัฐบาลที่มาจากนักการเมืองจะ สอนให้ชาวนาใช้เบ็ด คือพาชาวนาไปเรียนรู้ดูงานตามศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ที่มีอยู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศที่มีอยู่มากมายหลายอย่าง

 

เช่น โครงการตามพระราชประสงค์ โครงการหลวง โครงการในพระบรมราชานุเคราะห์ ไปจนถึงโครงการตามพระราชดำริ แต่รัฐบาลที่มาจากนักการเมืองชุดแล้วชุดเล่ากลับไม่นำพา

 

ด้วยเหตุนี้ อาจารย์จิรายุ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จึงได้ดำเนินการผ่านมูลนิธิฯต่าง ๆ ซึ่งผมอยากเรียกกิจกรรมนั้นว่าเป็น การสอนให้ชาวนาใช้เบ็ด(ศาสตร์พระราชา)ในการตกปลา นั่นเอง

 

และนี่คือคำตอบที่ผมติดค้าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เอาไว้วานนี้ ซึ่งผมเชื่อว่า หากการเมือง “นิ่ง” คือไม่มีนักการเมืองเลว ๆ เข้ามาชี้นำข้าราชการชั่วให้ร่วมมือโกงชาติโกงแผ่นดินไปอีก 5 ปี

 

คนไทยในสาขาอาชีพต่าง ๆ ที่ผ่านการฝึกอบรมโดยวิทยากรจากโครงการต่าง ๆ ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ทั้งตามที่ผมเรียนให้ทราบที่กล่าวมาแล้ว

 

และผ่านกิจกรรมของเครือข่ายอนาคตไทย อันได้แก่ โครงการที่มีชื่อว่า “อย่าให้ใครหาว่าไทย…”อีกมากมายหลายอย่างคงจะสามารถพัฒนาตัวเองให้เป็นคนไทยที่เข้มแข็งขึ้น

 

รู้จักป้องกันตัวเองไม่ให้คนเลวในคราบของนักการเมืองหรือข้าราชการรวมหัวกันหลอกลวงให้หลงเชื่อด้วยอามิสสินจ้างเหมือนที่ผ่านมาอย่างแน่นอนครับ…

 

ในฐานะสื่อที่มีข้อจำกัดในการเผยแพร่ไปยังมวลชน ผมขอกราบขอบคุณ อาจารย์จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มา ณ ที่นี้เป็นอย่างสูงครับ !



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 28/09/2016 เวลา : 10.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ผมเข้าใจว่า ท่านคงควบสองตำแหน่งไปอย่างนี้มังครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อารยา วันที่ : 28/09/2016 เวลา : 04.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"

ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์คนใหม่น่าจะสานต่อภารกิจเดิมได้ดีไม่น้อยไปกว่ากัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน