*/
  • ภาณุมาศ_ทักษณา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-12-13
  • จำนวนเรื่อง : 1872
  • จำนวนผู้ชม : 2469837
  • จำนวนผู้โหวต : 1211
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1211 คน
<< ตุลาคม 2016 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 11 ตุลาคม 2559
Posted by ภาณุมาศ_ทักษณา , ผู้อ่าน : 797 , 09:37:08 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

7

ภาณุมาศ ทักษณา

หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันเสาร์ที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๙ โดยนักข่าวชื่อ วจนา วรรลยางกูร กับ สรวิศ รุ่งเลิศมณีพงศ์ สัมภาษณ์ ภัทรภร ภู่ทอง และ รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธ์ เผยแพร่ใน เซ็คชั่น เสาร์ประชาชื่น

ผู้ถูกสัมภาษณ์ทั้งสองคนนั้น คนหนึ่งเป็นนักวิจัยและทำหนังสารคดี อีกคนหนึ่งเป็นอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ “หาข้อมูล” เกี่ยวกับผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ ๖ ตุลา ๑๙

ชื่อรายงานของบทสัมภาษณ์คือ “คนตายมีชื่อ” ตามหาข้อมูลที่หายไปใน ๖ ตุลา ๑๙ โดยผู้ถูกสัมภาษณ์ได้บอกเล่าถึงการทำงานเพื่อหาข้อมูลต่างๆ ซึ่งก็ได้บ้างไม่ได้บ้างด้วยเหตุการณ์ผ่านมานานแล้ว

ผู้สัมภาษณ์ถามผู้ถูกสัมภาษณ์ตอนหนึ่งว่า จากการไปพูดคุยญาติผู้เสียชีวิตยังต้องการคำสำนึกผิดไหม ? คำตอบคือ ไม่มีครอบครัวไหนต้องการสิ่งนี้และเขาไม่เห็นประโยชน์อะไร – สรุปคือแทบไม่ได้อะไรจากการวิจัย

ผมสนใจคำถามสุดท้ายที่ว่า “สิ่งที่คนรุ่นหลังควรเรียนรู้จากเหตุการณ์นี้ ?” ซึ่ง รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์จากรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ตอบคำนี้น่าสนใจมากว่า

“ประเด็นสำคัญที่เราอยากจะฝากให้กับคนรุ่นหลังก็คือ ๑.การจัดการกับความแตกต่างหลากหลายทางความคิดทางการเมือง ไม่ควรจบลงด้วยการใช้ความรุนแรง

8

๒.ความรุนแรงที่อัปลักษณ์เช่นนี้ เกิดขึ้นได้ผ่านกระบวนการสร้างความเกลียดชังผ่านสื่อ ทั้งของทางราชการ สื่อมวลชนเสรีทั่วไป และมวลชนด้วยกันเองซึ่งไม่ได้ใช้เวลานาน เพียง ๓ ปีหลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาเท่านั้นเอง”

อาจารย์พวงทองบอกว่า “ถ้าเราจะป้องกันไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เราต้องตระหนักว่ามนุษย์มีศักยภาพที่จะก่อความรุนแรง แล้วเวลาที่มันก่อตัวขึ้นมาเราจะมองไม่เห็นมันหรอก

ตอนที่เราด่าอีกฝ่ายว่าเป็นศัตรูของชาติ เป็นวัชพืช เป็นเนื้อร้ายที่ต้องกำจัดทิ้ง เรารู้สึกว่านี่เป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แต่จริง ๆ แล้ว มันจะพัฒนาไปสู่ความรุนแรงทางกายภาพได้ในที่สุด

9

๓.ความรุนแรงโดยรัฐ ต่อให้รัฐมีอำนาจทั้งทางกฎหมายและอำนาจทางกำลัง แต่รัฐเองจะต้องถูกควบคุมด้วยสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน รัฐไม่มีสิทธิที่จะใช้กำลังเกินกว่าเหตุในการทำลายชีวิตของประชาชน อย่างที่เกิดขึ้นมาหลายกรณีในสังคมไทย”

อยากบอกว่านี่คือ ประเด็นสำคัญของบทสัมภาษณ์นี้ ที่ผมอยากให้ “คนรุนหลัง” ที่อาจมีคำถามได้อ่านเพราะเป็นข้อสังเกตที่ดีมาก โดยเฉพาะในข้อ ๒ คือกระบวนการสร้างความเกลียดชังนั้น

ผมเห็นด้วยกับอาจารย์พวงทองอย่างยิ่ง และทุกวันนี้ สื่อมวลชน ทั้งของรัฐ ของเอกชน และมวลชนซึ่งก็คือคนไทยด้วยกันเอง ก็ยังกระทำการให้คนไทยเกิดความเกลียดชังกันอยู่ตลอดเวลาครับ

โดยเฉพาะ สื่อมวลชนที่ชอบนำความเห็นแย้งของนักการเมืองที่ถูกยึดอำนาจไปถามผู้บริหารประเทศ เหมือนต้องการให้ทั้งสองฝ่ายโกรธกันไม่หยุดหย่อนนั้น ผมว่าอันตรายมากนะครับ

หากเราไม่สามารถสลายพฤติกรรมการสร้างความเกลียดชังดังกล่าวระหว่าง ผู้นำรัฐบาลกับฝ่ายการเมือง หรือมวลชนกับมวลชนให้หมดไปจากสังคมไทย ผมเชื่อว่าความรุนแรงที่มีการเมืองเป็นต้นเหตุก็คงจะเกิดขึ้นอีก

และหากจะเกิดขึ้นจริง ผมเข้าใจว่า “จะรุ่นแรงอย่างที่สุด” ไม่ต่างจากเกิดกลียุคในบางประเทศอย่างแน่นอน เพราะความเกลียดชังดังกล่าวเหมือนเกิดจากคนไทยไม่ใช่คนชาติเดียวกันเข้าไปทุกทีแล้วครับ !

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน