• อมต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : newslifeok@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 53
  • จำนวนผู้ชม : 138347
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
นักข่าวชีวิต
สิ่งที่คุณค้นหา อาจทั้งชีวิต คุณ..พบได้ที่นี่ อ่านเรื่องราวชีวิตที่น่าสนใจ ประวัติบุคคล ความเป็นมาเป็นไป พอดีพอร้าย ประสบการณ์ตื่นเต้น เร้าใจ เรื่องรัก เรื่องชีวิต เรื่องแนวๆ ชวนฉงน แล้วพบกัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/newslife
วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม 2552
Posted by อมต , ผู้อ่าน : 3011 , 13:54:04 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

            ค้นพบหลักฐานชิ้นใหม่....

            เรื่องจริง! ที่เกิดขึ้น...
ปีพุทธศักราช 2501

      ธงชาติไทย..กับอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนปราสาทพระวิหาร..
หลักฐานที่ชาติไทย..คนไทยสามารถแสดงให้ปรากฎต่อชาวโลกได้เช่นกัน

         ณ ช่วงเวลานั้น มีคนไทยกลุ่มหนึ่งหาญกล้ามุ่งหน้าสู่....
ผืนแผ่นดินปราสาทพระวิหาร  ช่วงชายแดนรอยต่อของไทยกับเขมร
 

 

เมื่อปีพุทธศักราช 2501  มีเหตุการณ์พิพาทเกิดขึ้นระหว่างไทยกับกัมพูชา (เขมร)  กรณีเกี่ยวกับอธิปไตยเหนือดินแดนปราสาทพระวิหาร

 

 

เราจึงต้องใช้คำว่า..หาญกล้า  กับพวกเขา..ที่กล้าเผชิญภัย
ข้างหน้า  โดยไม่หวั่นกลัว อะไรจะเกิดขึ้น เมื่อต้องอยู่ในดินแดน
ที่กำลังเกิดเรื่องพิพาทกัน พวกเขากลับมุ่งมั่น ต่อความคิด
ความต้องการ  ด้วยจิตสำนึกรักชาติ  เพื่อบันทึกภาพประวัติศาสตร์ 
เหตุการณ์..ที่เกิดขึ้นเหนือดินแดนปราสาทพระวิหาร  ช่วงเวลานั้น

 

 

พวกเขาเดินทางไปที่นั่น...ดินแดนปราสาทพระวิหาร เพื่อ
ถ่ายทำภาพยนตร์ไทยเรื่อง "แผ่นดินของใคร" (เดิมใช้ชื่อเรื่องว่า
แผ่นดินฉกรรจ์)

 

 ทั้ง ๆ ที่  ณ ช่วงเวลานั้น.....

 พุทธศักราช2501 ไทยกับกัมพูชามีข้อพิพาทกรณี

กรรมสิทธิ์เหนือปราสาทพระวิหาร

 

 วันที่ 4 สิงหาคม  2501 รัฐบาลไทยประกาศสถานการณ์

ฉุกเฉินทางชายแดนไทยด้านกัมพูชา  รวม 5 จังหวัด คือ จันทบุรี สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี

 

 วันที่ 1 ธันวาคม  2501  รัฐบาลกัมพูชาตัดสัมพันธ์ทาง

การทูตกับไทย  หลังจากที่การเจรจาไม่บรรลุผล

 

 ต่อมาเมื่อ วันที่6 ตุลาคม 2502 กัมพูชาได้ยื่นฟ้องต่อ

ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ขอศาลวินิจฉัยให้ไทยถอนกำลังออกจากเขาพระวิหาร  และชี้ขาดเกี่ยวกับอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหาร

 

....15 มิถุนายน พ.ศ. 2505   ศาลโลกได้มีคำตัดสินพิพากษาให้ปราสาทเขาพระวิหาร เป็นของกัมพูชา......

 

           ประเด็นทางกฎหมาย  ตามที่มาจาก มติชนออนไลน์ มีดังนี้

 

          “ ตามคําร้องของกัมพูชาที่สำคัญ  ที่ให้ศาลโลกวินิจฉัยคือประเด็นที่ว่า กัมพูชามีอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนอันเป็นที่ตั้งของปราสาทพระวิหาร

 
           โดยสรุป ไทยแพ้ในประเด็นเรื่องของแผนที่ที่ไทยได้
ร้องขอให้ทางฝรั่งเศสจัดทำขึ้น เพราะไทยขาดผู้เชี่ยวชาญ 
แม้ประเทศไทยจะไม่มีส่วนในการทำแผนที่ แต่ประเทศไทยก็ไม่เคยคัดค้านหรือประท้วงเกี่ยวกับความถูกต้องของแผนที่ ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยมีโอกาสอยู่หลายครั้งที่จะทักท้วงหรือประท้วงถึงความคลาดเคลื่อนหรือความผิดพลาดของแผนที่ 

          ซึ่งศาลโลกเห็นว่า การนิ่งเฉยของประเทศไทยเป็นเวลานานเท่ากับเป็นการยอมรับความถูกต้องของแผนที่แล้ว จะมาปฏิเสธใน
ภายหลังนั้น ไม่อาจกระทำได้

         เหตุผลอีกประการหนึ่งที่ศาลโลกเห็นว่า ประเทศไทยยอมรับอำนาจอธิปไตยของกัมพูชาเหนือที่ตั้งปราสาทพระวิหารก็คือ การที่กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ไปเยือนกึ่งเป็นทางการที่ปราสาทพระวิหาร ในครั้งนั้น กองทหารฝรั่งเศสได้ตั้งกองทหารเกียรติยศรับการเสด็จอย่างเต็มที่ และยังชักธงชาติของประเทศฝรั่งเศสด้วย                               

 

  

ซึ่งศาลโลกเห็นว่า  เท่ากับประเทศไทยยอมรับอำนาจอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหารว่าเป็นของกัมพูชา (ภายใต้
การปกครองของฝรั่งเศส) "

 

 

จริงหรือ..ที่คนไทย...ประเทศไทย        ยอมรับตามที่
ศาลโลกวินิจฉัยถึงการที่กรมพระยาดำรงราชานุภาพเยือนปราสาทพระวิหาร...และธงชาติฝรั่งเศส

 เชิญอ่านได้ ณ บัดนี้...

 

 

 

 


            ย้อนรอยอดีตกลับไปเมือปีพุทธศักราช 2501

 

 

 

 

อ้างเดิม

 

 

 

นัยสำคัญ...ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  

บรรพ 4 ลักษณะ 2  เรื่องกรรมสิทธิ์  หมวด 1 การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์

             มาตรา 1310  บุคคลใดสร้างโรงเรือนในที่ดินของผู้อื่น 

โดยสุจริตไซร้  ท่านว่าเจ้าของที่ดินเป็นเจ้าของโรงเรือนนั้นๆ .........

              และหมวด 2 แดนแห่งกรรมสิทธิ์ และการใช้กรรมสิทธิ์  

ลักษณะ 3 ครอบครอง

             มาตรา 1367  บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินโดยเจตนาจะ

ยึดถือเพื่อตน  ท่านว่าบุคคลนั้นได้ซึ่งสิทธิครอบครอง

             มาตรา 1368  บุคคลอาจได้มาซึ่งสิทธิครอบครองโดยผู้อื่นยึดถือไว้ให้

             มาตรา 1369  บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินไว้  ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลนั้นยึดถือเพื่อตน

             มาตรา 1370  ผู้ครอบครองนั้น  ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าครอบครองโดยสุจริต  โดยความสงบและโดยเปิดเผย

             มาตรา 1371  ถ้าพิสูจน์ได้ว่าบุคคลใดครอบครองทรัพย์สินเดียวกันสองคราว  ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นได้ครอบครองติดต่อกันตลอดเวลา

             มาตรา 1375  ถ้าผู้ครอบครองถูกแย่งการครอบครอง โดยมิชอบด้วยกฎหมายไซร้  ท่านว่าผู้ครอบครองมีสิทธิจะได้คืนซึ่งการครอบครอง  เว้นแต่อีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเหนือทรัพย์สินดีกว่า  ซึ่งจะเป็นเหตุให้เรียกคืนจากผู้ครอบครองได้....

 

            ณ เวลานั้น ปีพุทธศักราช 2501  ได้เกิดข้อพิพาทขึ้นระหว่างไทยกับเขมร  ในการอ้างสิทธิอธิปไตยเหนือดินแดนเขาพระวิหาร

 

กลุ่มชาวไทยจำนวนหนึ่ง เป็นทีมงานสร้างภาพยนตร์ไทย เรื่อง แผ่นดินของใคร กลับฮึกเหิม กล้าหาญ ไม่ย่อท้อ หวั่นเกรงภยันตรายใด ๆ พวกเขาร่วมใจเดียวกัน รักหวงแหนผืนแผ่นดินไทย  พากันเดินทางบุกบั่นฝ่าดินแดนเขาพระวิหาร  เพื่อเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ โดยใช้เวลาเป็นแรมเดือน  ถ่ายทำในสถานที่จริง 

...ณ ดินแดนเขาพระวิหาร  (หลักฐานอ้างจากวันที่ระบุไว้
หลังรูปภาพถ่าย..ธันวาคม 2501)

 

 


เป็นหลักฐานที่บ่งชี้เจตนารมณ์  และสำนึกรักแผ่นดิน  

หนึ่งในหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ไทย


 

 

 

 

ฉลอง  กลิ่นพิกุล  เป็นช่างถ่ายภาพยนตร์ ได้ลำดับภาพฟิล์มหนัง  และเก็บภาพนิ่งเบื้องหลังการถ่ายทำไว้  หลังภาพถ่ายระบุวันเดือนปี  คือ ธันวาคม 2501  ข้ามปีมาจนถึงปี พ.ศ. 2502  การถ่ายทำภาพยนตร์จึงเสร็จสมบูรณ์  ใช้เวลาการถ่ายทำ  เหนือผืนแผ่นดินปราสาทพระวิหาร  ต่อเนื่องกันหลายเดือน 

 

ภาพยนตร์เรื่อง แผ่นดินของใคร  เป็นภาพยนตร์ฟิล์ม 16 มม.  นำออกฉายเป็นทางการเมื่อวันที่  24 พฤศจิกายน 2502   เปิดฉายถึง 4 ธันวาคม พ.ศ. 2502  ที่โรงภาพยนตร์พัฒนากร   

นำแสดงโดย ทักษิณ แจ่มผล    แมน ธีระพล  วิชิต ไวงาน  
เชาว์ แคล่วคล่อง  สมพงษ์ กงสุวรรณ  สุทิน บัณฑิตกุล  
สมชาย ปัญทรางกูร
  แสดงประกอบโดย วิไลวรรณ วัฒนพานิช   ปรียา รุ่งเรือง (ซึ่งต่อมาปรียา  รุ่งเรือง ได้รับฉายาอันโด่งดังว่า นางเอกหนังอกเขาพระวิหาร
และแสดงนำในตำนานภาพยนตร์ไทยเรื่องแม่นาคพระโขนง)

 

หนังพากย์โดย สมพงษ์ พิมพ์พร-สายพิณ และสีเทา

 คณะผู้ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง แผ่นดินของใคร  ได้บันทึกภาพเบื้องหลังการถ่ายทำ เป็นภาพขาวดำ โดยช่างถ่ายภาพยนตร์เรื่องนี้คือ ฉลอง  กลิ่นพิกุล


บุคคลหนึ่งเดียวที่มีแนวคิดเป็นอัตลักษณ์  โดดเด่น  ด้วยวิธีการนำเสนอภาพอย่างอาจหาญ มีหัวคิดก้าวล้ำนำยุค การใช้ความกล้าบ้าบิ่นในการถ่ายทำ เพื่อให้มุมกล้องออกมาสวยงาม  ลักษณะภาพที่ถ่ายทำเป็นมุมกล้องมุมสูง ลักษณะ bird eyes view 
การถ่ายภาพจากมุมสูง  ช่างถ่ายภาพยนตร์คงจินตนาการให้ภาพแสดงออกมา ให้สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามรอบ ๆ บริเวณดินแดนเขาพระวิหาร ทั้งที่ยุคนั้นไม่มีอุปกรณ์  หรือเทคโนโลยีจักรกลเข้าช่วยดังโลกยุค พ.ศ. 2552 

 

 

  ภาพประวัติศาสตร์ไทย ณ ดินแดนปราสาทพระวิหาร 

ถูกจารึกไว้  และเป็นภาพที่หาชมได้ยากยิ่ง 

(ภาพต้นฉบับ ลิขสิทธิ์เฉพาะของ   ) 


ภาพแสดงถึงฝีมือการถ่ายทำด้วยมันสมอง ไอเดียความคิดที่ก้าวหน้า ท้าทาย
เป็นความฉลาดของคนไทยยุคก่อน  ที่เรียกว่าภูมิปัญญาชาวบ้าน

 การถ่ายภาพมุมสูง  โดยการสร้างนั่งร้านไม้ไผ่ สูงเท่ากับตึก 4 ชั้นทีเดียว มีลักษณะลาดเทลงมา รถล้อเลื่อน สามารถชักลากขึ้นลง  ระหว่างพื้นดินด้านล่าง  สู่ยอดบนสุด รถลากบรรทุกช่างถ่ายภาพยนตร์  และผู้ช่วยช่างภาพ  กล้องและอุปกรณ์การถ่ายภาพยนตร์ ช่างภาพต้องใจถึงทีเดียว ไม่กลัวความสูง จึงกล้าบ้าบิ่น ท้าทายความสูงได้ขนาดนั้น

 

 

จากในภาพ ยอดบนสุดของนั่งร้าน  ช่างถ่ายภาพยนตร์ไทยชื่อฉลอง กลิ่นพิกุล 

คนสวมหมวกปีกกลมใบเล็ก เป็นคาเรคเตอร์ประจำตัว  บอกถึงความเป็นตัวเขาได้อย่างชัดเจน กล้า ท้าทาย ไม่หยุดนิ่ง พร้อมก้าวไปข้างหน้า  เป็นเอกลักษณ์เด่นเฉพาะของเขา.. ที่ไม่มีใครเหมือน

  

ฉลอง  กลิ่นพิกุล ช่างถ่ายภาพยนตร์ไทย (คนสวมหมวกปีกกลม)
ยุคก่อนปี พ.ศ. 2500  ฉลองถ่ายรูปกับดารานำชาย
ทักษิณ  แจ่มผล (คนกลาง)  แมน  ธีระพล

 ยังมีภาพเบื้องหลังอีกภาพหนึ่ง ที่บ่งบอกตัวตนของ ฉลอง ได้อย่างชัดเจน ช่างถ่ายภาพยนตร์ผู้กล้า ท้าทายโลก  เป็นภาพที่ ฉลองกำลังนอนเหยียดยาว  ในมือถือกล้องถ่ายภาพยนตร์  เพื่อจับภาพขณะรถถังวิ่งผ่าน  ฉลองกล้าให้รถถังวิ่งเฉียดผ่านตัว  เพื่อการบันทึกภาพให้สมจริงสมจัง  สร้างความระทึกขวัญ ตื่นเต้นและท้าทาย 

 

 

 

และที่สำคัญยิ่ง โดยเฉพาะภาพถ่ายมุมสูงนี้  ยังเป็นภาพประวัติศาสตร์ เป็นหลักฐานสำคัญของชาติไทย เหนือดินแดนเขาพระวิหาร ได้ถูกบันทึกภาพเก็บไว้  เมื่อปีพุทธศักราช 2501  โดยทายาทของฉลอง  เป็นผู้ค้นพบ เมื่อปี 2548 และอนุญาตนำออกเผยแพร่ในคราวนี้เอง 

 ภาพสำคัญภาพนี้ แสดงให้เห็นถึงคนไทยกลุ่มหนึ่ง ที่กล้าหาญ กล้าแสดงออกถึงความภาคภูมิใจในอธิปไตยของไทย  

เหนือดินแดน...........ปราสาทพระวิหาร 

 

(อย่าลืมนะครับ...ณ เวลานั้น พ.ศ. 2501  เขมรยังไม่ยื่นฟ้องศาลโลก 
ยังไม่มีคำตัดสินพิพากษา..15 มิ.ย. 2505  แต่ธงชาติไทย หรือการเข้าใช้ประโยชน์ในสินทรัพย์  ได้มีเกิดขึ้นมานานแล้ว  และอย่างต่อเนื่อง.....!!!!!!)

 

 

 

 

คนไทยกลุ่มนี้ ได้เชิญ ธงชาติไทย ขึ้นสู่ยอดเสาเหนือแผ่นดินปราสาทพระวิหาร  ด้วยความรัก..ผืนแผ่นดินของไทย  และยึดถือในกรรมสิทธิ์ครอบครอง
ดังภาพที่เห็น
  เบื้องล่าง
บนผืนดิน มีดารานักแสดง หนึ่งในนั้น คือ ปรียา  รุ่งเรือง 
ที่เห็น
ฉากด้านหลังคือ ปราสาทพระวิหาร

  บทพิสูจน์ 

 ฉะนั้น ภาพยนตร์เรื่อง แผ่นดินของใคร  ยังมีประเด็นอีกประการที่สำคัญ  เรื่องจิตสำนึก เจตนารมณ์ที่ต้องการถ่ายทอดความรักชาติ 

ความหวงแหนผืนแผ่นดินไทย

 คณะผู้สร้าง  ผู้แสดงและผู้ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ จึงทุ่มเทแรงกาย แรงใจกันเต็มที่ 

 ดารานำ ทักษิณ  แจ่มผล ได้รับรางวัลแสดงนำชายยอดเยี่ยม  จากงานการประกวดตุ๊กตาทอง ปี 2502  จากภาพยนตร์เรื่องนี้  เป็นบทพิสูจน์คุณค่าของหนังไทยเรื่องนี้ 

 


      
 และนี่คือ...บทพิสูจน์ความรักชาติของคนไทย ที่มีตลอดมา
ทุกยุคทุกสมัย


 โครงเรื่อง ภาพยนตร์ไทย แผ่นดินของใคร ถ่ายทำเมื่อ พ.ศ. 2501

 แมนและวิไลวรรณ สองสายลับของทางการ ปลอมตัวเพื่อสกัดกั้นการรุกรานอธิปไตยจากต่างชาติ 

(ขุน สองฟ้า หนุ่มนักขายยาเร่ ) บริเวณชายแดนแต่แท้จริงแล้วเป็นตำรวจที่มาร่วมขบวนการนี้ เพื่อผนึกกำลังแรงสามัคคีต่อต้านผู้ที่คิดร้ายทำลายชาติให้สูญสิ้นไปจากแผ่นดินไทย

 บทส่งท้าย :

หลังจากคำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ เมื่อวันที่  15  มิถุนายน 2505  ตัดสินให้ ปราสาทพระวิหาร ตกเป็นของกัมพูชา โรงภาพยนตร์บรอดเวย์ตัดสินใจนำภาพยนตร์ไทยเรื่อง แผ่นดินของใคร มาเปิดฉายซ้ำวันที่ 14 กรกฎาคม 2505

 

ปัจจุบันฟิล์มภาพยนตร์เรื่องนี้ ยังคงมีหลงเหลือ 

และอยู่ในการบูรณะสภาพโดยเจ้าหน้าที่ของหอภาพยนตร์แห่งชาติ /  พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย  นครปฐม 

 

 

แหล่งข้อมูลจาก..

 

th.wikipedia.org/wiki/แผ่นดินของใคร

 

 

http://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/3/3a/Whitepage.pdf


         http://hilight.kapook.com/view/20151

ทุกความเห็นมีค่า..กว่าที่คิด 

ร่วมกันคิด..คงสมจิตชนะภัยไม่เกินฝัน

ภัยของชาติ..มีมาร่วมฝ่าฟัน

ทุกความฝัน..เป็นจริงได้..ให้โหวตดู..ขอเชิญโหวต!

 

บทความ ภาคภาษาอังกฤษ

 

Part one Discover important evidence.
This land belong to whom

Discover new piece of evidence

Real story that occurred in B.E. 2501


Thai National Flag and the sovereignty over Phra Vihan Temple Territory.

Evident that Thai country…
Thai people can also perform to public of people of the world.

     At that moment, there was one group of Thai valiant to head Phra Vihan Temple Territory over the boundary line between Thai and Cambodia.

       In B.E. 2501; a dispute event occurred between Thai and Cambodia (Khamere).

      In case to concern about sovereignty above Phra Vihan Temple.

       we must define them as valiant for them that dare to adventure ahead without fearing what might happen when they must remain in terrain that was under dispute.

In stead they had ambition to the idea, the need, the conscious of nationalism to record the event which occurred above at Phra Vihan Territory at that moment.  They traveled to that site Vihan Temple Territory to record the Thai film “This land belong to whom” (prior name violent land).

      However, in that time.

 B.E. 2501, Thai and Cambodia had disputed concerning to authority over Vihan Temple.

Dated August 4, B.E. 2501 Thai government declared emergency situation over Thai-Cambodia border.

Included five provinces that is Chanthaburi, Surin, Bhureerum, Srisakhed and Dej Udom Country, Ubon Rachathani Province.

Dated December 1, B.E. 2501 Cambodia government denied diplomacy relationship with Thai after negotiation did not succeed.

Later in dated October 6, B.E. 2502 Cambodia prosecuted to International Justice Court appealing the court to consider Thai to abandon troop out of Phra Vihan Territory and clarified about the sovereignty above Phra Vihan Temple.

      ....June 15, B.E. 2505 World Court had sentenced the decision that Vihan Temple belong to Cambodia.

A Judiciary Issue that came from Matichon on line source as the following “according to the importance appeal of Cambodia that nominated World Court to clarify issue that Cambodia had sovereignty over territory which located the Vihan Temple”.

Briefly Thai defeated in the issue about the map which Thai had urged  French to get up, because Thai lacked the specialist even though Thai had no involvement in map making.

Though Thailand never resisted or protested about  the accuracy of the map. However, Thailand  many changes to argue or protest about inaccuracy or incorrectness of the map.

The World Court viewed that the disregard of Thailand for a long period of time equal to the acception of the correctness of the previous map could not deny later.

Another reason that World Court viewed Thailand accepted the sovereignty of Cambodia over Phra Vihan Temple location. That was the visiting semi-officially of Phraya Dumrong Rachanuphab at Phra Vihan Temple; in that time, French’s army had sent battalion of honor to greed the arrival of him and raised the French’s flag in that occasion.

The World Court viewed that meant Thai accepted the sovereignty over Phra Vihan belong to Cambodia. ( under the French’s colonial rule).

Is it true that… Thai people…. Thailand  accepted as accordingly the World Court had sentenced in the case of Phraya Dumrong Rachanupab visitting Phra Vihan Temple and French’s National Flag.

Invite you to read the following now…

Dating bank in the past to B.E. 2501

Referring previously Significance according to the qualify law of civil and trade.

Charter 4 case 2 about property holding group 1. The acquisition of property.

Section 1310  Any private construct building in land of other with honest intention. 

They clarify that land owner hold the property of that building…….

And group 2  area of property and the usage of property in case 3 holding.

        Section 1367  Any private hold property by the intention for himself that person 

get the property holding right.

            Section 1368 Any private might acquire the right of holding by the conquest 

of another individual.

         Section 1369 Any Private hold a property to give hypothesis before hand that person hold for himself.

            Section 1370 That owner to give hypothesis before hand that own with honest intention by tranquility and disclosure.

            Section 1371 If proof that any private own the same property twice give hypothesis that the person own the property continuously.

            Section 1375 If the owner was snatched the right of holding by unlawful way to give hypothesis that the owner has authority to return holding right. Except the opposition has more authority above the property which is a reason to revoke from previous owner.

        At that moment in B.E. 2501, a dispute occurred between Thai and Cambodia in claiming sovereignty over Phra Vihan Territory.

           A group of Thai which was the film making team of “This land belong to whom ”felt confidence valiant desolate or feared any approaching harm. They were under unanimous mind, loyal to Thai with value. They journeyed adventurously into Phra Vihan Territory to shoot the film by taking monthly of time in real location.

 

         ….At Phra Vihan Territory (evidence referred from date defined behind photograph…
December B.E. 2501)

          It was the evidence which pointed the desire and the faithfulness to homeland, one of the important evidence in Thai history.

          Chalong Klinpikuln who was a film narrator had narrated a film and recorded film shot of film making behind the scene. Behind photograph defined the date that was B.E.2501 continue to B.E. 2502 the film making accomplish. Take time in film making over Phra Vihan Temple Territory  continuously many months.

           The movie “This land belong to whom”in a 16 mm. film sent to project formally in dated November 24, B.E. 2502, projected till December 4, B.E. 2502 in Phatthanakorn Theater.

Lead performer Thaksin Jampol, Man Thiraphon, Vichit Vaignan, Chouw Klaevklong, Somphong Kongsuwan, Suthin Bhunditkul, Somchai Phuntharangkul, minor role actor by Viraiwan Wattanapanich, Preeya Rungruang, ( which later Preeya Rungruang who got a nick name Phra Vihan Chest Actress and a lead performer in Thai legend film, Mae Nark Phra Kanong) Movie dubbed by Somphong, Pimporn-Saipin and Sithouw.

         The film making team of “This land belong to whom”, had recorded behind the scene screen shot in black and white by film photographer in this Chalong Klinpikuln, a person with unique idea. Brilliantly by expressing picture with valiant ways. He had progressive to epic idea use bold way in film shooting to make a panorama view impressive. The type of picture that recorded was made in high view in bird eye view prototype.

           Photography from high view point film, photographer might imagine how the picture would show out to give ability to see scenery picturesque around Phra Vihan mountain territory even though that epic had no apparatus for technology of mechanic to pull the world epic to B.E.2552.

         Historical picture of Thai at Phra Vihan Temple Territory was recorded and difficult to find occasion 

to observe( the original picture was copyright of Anta). Picture revealed photography ability and intelligent
of Thai in the past that called villager intellect.

            High view point photograph by construct bamboo scaffold with high equal to four stories high building with the property of slope down with wheel cart able to tug up and down between ground up to the peak. The wheel cart loaded photographer and assistant photographer, camera and photography device. 

               The photographer must be quite bold, no fear of height to dare enough to challenge that large
amount of height.

      In the picture, peak of the scaffold, a Thai photographer’s  name Chalong Klinpikuln , the man wearing round wing hat as a unique character could express out of his identity clearly. Brave, challenging, motivate ready to move forward was a striking uniqueness of him no one alike him.

           Chalong Klinpikuln, Thai photographer,
(the man wearing round wing hat)
in date before B.E. 2500. 

Chalong posted a picture with lead actor
Thuksin Jampol (in the center) Man Thirapol.

 

            There were still another pictures behind the scene that indicated the identity of Chalong clearly. A brave photographer challenging the world; a picture that Chalong lied down in hand holding film camera to capture pictures during tank ran across. Chalong there to around tank passed closely by him to take pictures with depth, give excitement alertness and challenging.

             And the most important specifically, this high view point photograph was a historical image, was a significant of Thailand over Phra Vihan mountain territory was recorded in B.E. 2501. By the descendant of Chalong had discovered in B.E. 2548, and allowed to publicize in this occasion.

           This important photograph revealed of a group of Thai that dared bold to express the pride in liberty of Thai above territory….Phra Vihan Temple.

           (Do not forget….at that moment 2501 Cambodia did not appeal to World Court neither had any sentences….June 15, B.E. 2505, but Thai’s flag. Either the usage in property had long occurred and continuously….!!!!!).

            These group of Thais had installed Thai’s flag to the top of the pole above Phra Vihan Temple Territory. With loyalty..on Thai nation territory and confiscated in property holding as the picture scene below. On the land had an actor, one of that was Preeya Rungruang seen on the scene behind was Phra Vihan Temple.

            Therefore, the movie “This land belong to whom” still had an important issue another point that was conscious, desire, to express the loyalty and guard with ardent care on Thai territory.

            The construction team, performer and photographer in this film devoted man power and spirit in full ability.

             Lead actor, Thaksin Jampol, received leading merit actor prize from Golden Doll Contest Fair B.E. 2502. From this film was a proof of value of this Thai film.

            And this was…the proof of Thai faithfulness to nation since all epics in all time.

            The plot Thai film “This land belong to whom” recorded in B.E. 2501.

            Man and Viraiwan, two spics of government disguised to intercept the intruding sovereignty from foreign nation.

            (Khoon Song Fha, a wandering medicine man) around frontier, but in reality was a police involved in ban to consolidate power and harmonized to resist the plot of the bandit to destroy the nation to become extinct from Thailand.

            Conclusion

 After the sentence of International Justice Court in June 15,B.E. 2505 sentenced the Phra Vihan Temple belong to Cambodia. Broadway Theater decided to broadcast Thai movie “ This land belong to whom” re-projected in date July 14, B.E. 2505.

             At present, this film still remain and under care taking by National Film Hall officer/ Thai Film Museum Nakorn Phra Tom.

           Information reference……

 

         th.wikipedia.org/wiki/แผ่นดินของใคร

 

 

 

 

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 10/11/2009 เวลา : 12.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

คำตอบสำหรับคำถามว่า "แผ่นดินของใคร " คือ แผ่นนี้เราครอบครองเป็นเจ้าของมานาน แล้วเจ้า(แบบจิกหัว)สีหนุก็ใช้ช่องทางกฎหมายมาแย่งเอาไป แล้วตัวเขาเองก็ขี้โรคทรมานกายใจตลอดมาก่อนม่องเท่ง

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ยากันยุง วันที่ : 29/10/2009 เวลา : 15.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/newgeneration
ส่วนหนึ่งของชีวิต คือ จิตสาธารณะ

ขอบคุณมากค่ะ


ความคิดเห็นที่ 8 (0)
คนโคก วันที่ : 28/10/2009 เวลา : 17.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/samanchon

นี่แหละ ของแท้ เลย เจ้าของบ้านสุดยอดมาก
ข้อมูลพวกนี้ผมยังไม่ทราบมาก่อนเลยครับ
แต่ผมจำได้ว่า ต่อมา ทักษิณ แจ่มผล ได้รับทเป็นผู้ร้ายมาตลอด
ข้อมูลทั้งหมดถูกต้อง ชัดเจน ...
เราเสียพระวิหาร เพราะมีนักการเมืองสมัยนั้น...แอบอุบอิบ...กับฝรั่งเศส ...โดยใช้กฎหมายปิดปาก....
เป็นข้ออ้าง นักการเมืองคนนั้นผมไม่อยากเอ่ยฃื่อ
คิดว่า เจ้าของบ้านคงทราบดีอยู่แล้ว...นะครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 27/10/2009 เวลา : 22.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

ขอบคุณมากครับ..สำหรับเนื้อหา ประทับใจกับเรื่องราวของ คนไทยที่รักชาติ เราคนรุ่นปัจจุบัน ต้องรักชาติให้มากกว่าคนรุ่นก่อน นะครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ลุงตุ่ย วันที่ : 26/10/2009 เวลา : 15.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

สุดยอดเลยครับ
ข้อมูลประวัติศาสตร์ชิ้นนี้
นับถือครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
weera วันที่ : 24/10/2009 เวลา : 22.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/weerausa

เป็นหลักฐานใหม่ที่สำคัญยืนยันว่าเขาพระวิหารเป็นของไทยที่จอมพลสฤทธิ(เขียนไงไม่รู้)บอกว่าสงวนสิทธิ์หากมีหลักฐานใหม่สามารถโต้แย้งกับศาลโลกได้อีก.....ก็อันนี้แหละยื่นศาลโลกไปเลยและเอาไปตอกหน้าไอ้ฮุนเซนด้วยและประกาศให้ชาวโลกได้รู้โดยมิรอช้า...เดี๋ยวผมจะส่งไปให้อาจารย์วัลณิภาได้พิจารณาดู.....

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
lilit วันที่ : 24/10/2009 เวลา : 20.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panprateep
SOUTHERN MAN 

ขอบคุณมากครับ..สำหรับข้อมูลที่นำเสนอ..อ่านแล้วประทับใจกับเรื่องราวของ คนไทยที่รักชาติในสมัยนั้น..ผิดกับคนไทยบางคนในสมัยนี้..ที่ทรยศชาติกันเห็น ๆ


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ครูทิพย์ วันที่ : 24/10/2009 เวลา : 14.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Tip2
Every minute is precious if every minute I have you. ทุกนาทีจะมีค่า หากทุกเวลาฉันมีเธอ 

ขอบคุณที่ชวนมาอ่านข้อมูล...แผ่นดินนี้ของใคร...ข้อมูลนี้ น่าสนใจอย่างมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 24/10/2009 เวลา : 14.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

ขอบคุณครับ
มาเยือนตามที่เห็นคำชวน ในบล๊อกครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Kati วันที่ : 24/10/2009 เวลา : 13.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kati1789

สวัสดีครับ คุณอมตะ

สำหรับข้อมูลนี้ น่าสนใจอย่างมากครับ
สำหรับปรากฎการณ์ในประวัติศาสตร์ไทย
ที่มีการพิสูจน์ให้เห็น พิสูจน์ให้ทราบ ถึงน้ำใจคนไทย
ที่พร้อมจะต่อสู้ และ ต่อสู้ เพื่อพิทักษ์ปกป้องแผ่นดิน
ปกป้องและหวงแหนแผ่นดินของเรา

ด้วยคำถามตัวโตโตว่า "แผ่นดินนี้ของใคร"

ข้อมูลนี้ น่าสนใจอย่างมากครับ
ขอบคุณมากครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]


จริงหรือ..คนไทยยอมรับตามที่ศาลโลกวินิจฉัย คราวที่กรมพระยาดำรงฯ ไปเยือนปราสาทพระวิหาร
จริง
8 คน
ไม่จริง
16 คน

  โหวต 24 คน