• อมต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : newslifeok@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 53
  • จำนวนผู้ชม : 138247
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
นักข่าวชีวิต
สิ่งที่คุณค้นหา อาจทั้งชีวิต คุณ..พบได้ที่นี่ อ่านเรื่องราวชีวิตที่น่าสนใจ ประวัติบุคคล ความเป็นมาเป็นไป พอดีพอร้าย ประสบการณ์ตื่นเต้น เร้าใจ เรื่องรัก เรื่องชีวิต เรื่องแนวๆ ชวนฉงน แล้วพบกัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/newslife
วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม 2552
Posted by อมต , ผู้อ่าน : 1735 , 18:53:56 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตอนที่ 2  ทวงสิทธิแผ่นดินของเรา 

 

ปี พ.ศ. 2501  การถ่ายทำภาพยนตร์ไทย เรื่อง แผ่นดินของใคร  มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเขาพระวิหารโดยตรง  ได้ถ่ายทำนอกสถานที่    และถ่ายทอดบรรยากาศบนเขาพระวิหารแทบตลอดทั้งเรื่อง   น่าเสียดายที่มีบางตอนบางส่วนไปพาดพิงกรณีพิพาท  จึงถูกเจ้าหน้าที่เซ็นเซอร์ในยุคนั้น ตัดภาพ ออกไป

            15  มิถุนายน พ.ศ. 2505 ศาลโลกได้มีคำตัดสินพิพากษา ให้ปราสาทเขาพระวิหาร เป็นของกัมพูชา

 

            ประเด็นทางกฎหมาย  ตามที่มาจากมติชนออนไลน์ มีดังนี้    ตามคําร้องของกัมพูชาที่สำคัญที่ให้ศาลโลกวินิจฉัย  คือประเด็นที่ว่ากัมพูชามีอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนอันเป็นที่ตั้งของปราสาทพระวิหาร

 

            โดยสรุปไทยแพ้ในประเด็นเรื่องของแผนที่ที่ไทยได้ร้องขอให้ทางฝรั่งเศสจัดทำขึ้น  เพราะไทยขาดผู้เชี่ยวชาญ  แม้ประเทศไทยจะไม่มีส่วนในการทำแผนที่ แต่ประเทศไทยก็ไม่เคยคัดค้านหรือประท้วงเกี่ยวกับความถูกต้องของแผนที่ ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีโอกาสอยู่หลายครั้งที่จะทักท้วงหรือประท้วงถึงความคลาดเคลื่อนหรือความผิดพลาดของแผนที่

          
โอกาสที่จะประท้วงความไม่ถูกต้องของแผนที่ เช่น กรณีการเจรจาทำสนธิสัญญาทางไมตรี พาณิชย์และการเดินเรือกับประเทศฝรั่งเศสที่ทำขึ้นใน
ปี ค.ศ.
1925-1937 แต่ไทยก็มิได้ทักท้วง

           ซึ่งศาลโลกเห็นว่า การนิ่งเฉยของประเทศไทยเป็นเวลานาน  เท่ากับเป็นการยอมรับความถูกต้องของแผนที่แล้ว จะมาปฏิเสธในภายหลังนั้น ไม่อาจกระทำได้ 

           เหตุผลอีกประการหนึ่งที่ศาลโลกเห็นว่า  ประเทศไทยยอมรับอำนาจอธิปไตยของกัมพูชาเหนือที่ตั้งปราสาทพระวิหาร   ก็คือการที่กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ไปเยือนกึ่งเป็นทางการที่ปราสาทพระวิหาร ในครั้งนั้น กองทหารฝรั่งเศสได้ตั้งกองทหารเกียรติยศรับการเสด็จอย่างเต็มที่ และยังชักธงชาติของประเทศฝรั่งเศสด้วย 

          ซึ่งศาลโลกเห็นว่า เท่ากับประเทศไทยยอมรับอำนาจอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหารว่าเป็นของกัมพูชา(ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส)


           นอกจากนี้ สาเหตุอีกประการหนึ่งที่ไทยแพ้คดีอาจเป็นผลมาจากการตั้งรูปคดีที่ผิดพลาดมา ตั้งแต่ต้น แทนที่ประเทศไทยจะปฏิเสธความผิดพลาดของแผนที่ ควรรับประเด็นเรื่องแผนที่ แล้วยกข้อต่อสู้ว่า ในกรณีที่ข้อความในสนธิสัญญาที่ให้ใช้ "สันปันน้ำ" แย้งกับ "แผนที่" ในกรณีนี้ให้ถือว่าข้อความในสนธิสัญญามีค่าบังคับเหนือกว่า
 

           ฝ่ายไทยเสนอว่า หากพิจารณาตามสนธิสัญญาที่สยามทำกับประเทศฝรั่งเศส (ขณะนั้นประเทศฝรั่งเศสปกครองกัมพูชา) เมื่อปี ค.ศ.1904 ซึ่งตามสนธิสัญญาจะใช้ "สันปันน้ำ" (watershed) ปราสาทพระวิหารจะอยู่ฝั่งไทย แต่หากพิจารณาตามแผนที่ ปราสาทพระวิหารจะอยู่ฝั่งกัมพูชา

 

 

          จากบทส่งท้าย ได้กล่าวสรุปเหตุผลที่แท้จริงที่ประเทศไทยเสียปราสาทพระวิหารคือ การยอมรับความคลาดเคลื่อนของแผนที่อันเป็นผลมาจากการทำแผนที่ฝ่ายเดียวของ เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศส ซึ่งศาลโลกเห็นว่า หลังจากที่ทำสนธิสัญญาประเทศสยามอยู่ในฐานะที่จะคัดค้านความไม่ถูกต้องของ แผนที่ได้หลายครั้ง แต่ก็มิได้คัดค้าน จึงปิดปากประเทศสยามว่าต่อมาจะปฏิเสธความไม่ถูกต้องของแผนที่ไม่ได้ ............ ที่มา  มติชนออนไลน์

            จนถึง ณ ปัจจุบันนี้  เวลาล่วงเลยผ่านปีพุทธศักราช 2505 ถึงปัจจุบัน พ.ศ. 2552  เป็นเวลารวม 47 ปี มีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย  อันเกี่ยวข้องกับดินแดนพิพาทเขาพระวิหาร  สรุปย่อดังนี้

 

ที่มา.. http://th.wikipedia.org/wiki/

 

พ.ศ. 2472 สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เยือนปราสาทพระวิหาร

พ.ศ. 2479 ไทยขอปรับปรุงเขตแดน แต่ฝรั่งเศสผัดผ่อน

พ.ศ. 2482 ไทยขอปรับปรุงเขตแดนกับฝรั่งเศสอีกครั้ง แต่ตกลงกันไม่ได้

พ.ศ. 2484 อนุสัญญาโตเกียว ทำให้ดินแดนที่เสียไปเมื่อ ร.ศ. 123 และ 

ร.ศ. 126 บางส่วน รวมถึงปราสาทพระวิหารกลับมาอยู่ในดินแดนไทย

พ.ศ. 2489 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการยกเลิกอนุสัญญาโตเกียว  โดยสนธิสัญญาประนีประนอม  โดยมีอเมริกา  อังกฤษ และเปรูเข้ามาไกล่เกลี่ย

พ.ศ. 2492 ประเทศไทยเข้าครอบครองปราสาทพระวิหาร     โดยใช้หลัก  สันปันน้ำเป็นเส้นแบ่งพรมแดน ระหว่างนี้มีการประท้วงจากฝรั่งเศส 3 ครั้ง

พ.ศ. 2493   กัมพูชาเป็นเอกราชจากฝรั่งเศส

 

พ.ศ. 2501   กัมพูชาเรียกร้องให้ไทยคืนปราสาทพระวิหาร

พ.ศ. 2502   กัมพูชาฟ้องร้องต่อศาลโลก

พ.ศ. 2505  วันที่ 15 มิย. 2505 ศาลโลกตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา ด้วยเสียง 9 ต่อ 3

 

พ.ศ. 2509   ไทย - กัมพูชาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอีกครั้ง หลัง  
                   หยุดชะงักไป 3 ปี

พ.ศ. 2513   กัมพูชาเปิดเขาพระวิหารให้นักท่องเที่ยวขึ้นชมจากฝรั่งไทย

พ.ศ. 2518   ปิดเขาพระวิหาร เนื่องจากเขมรแดงยึดอำนาจ และเกิดสงคราม

                  กลางเมือง

พ.ศ. 2535   เปิดเขาพระวิหารให้ขึ้นชมอีกครั้ง เมื่อพรรคประชาชนกัมพูชา

                  ของฮุนเซนชนะการเลือกตั้ง

พ.ศ. 2536   ปิดเขาพระวิหาร   เนื่องจากกำลังเขมรแดงยึดครองพื้นที

                  เขาพระวิหาร

 17 กรกฎาคม 2544 นายโส  มารา  ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชา  และ ประธานคณะกรรมการเพื่อดูแล  และพัฒนาการท่องเที่ยวปราสาทเขาพระวิหาร (ฝ่ายกัมพูชา) ถูกปลดออกจากตำแหน่ง เนื่องจากได้ลงนามในบันทึกการประชุมความร่วมมือในการพัฒนาเขาพระวิหาร ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ระหว่างไทย-กัมพูชาเมื่อ1 มิถุนายน 2544

 

จากกฎหมายไทย ดังที่กล่าวในตอนที่ 1 หลักฐานสำคัญ แผ่นดินนี้ของใคร

http://www.oknation.net/blog/newslife/2009/10/23/entry-1 

 

มีนัยประการหนึ่งที่สอดคล้อง เรื่องการเข้าถือครองสิทธิ  อันเป็นช่วงเวลาที่เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน  ตามกฎหมายไทย มาตรา 1371 ถ้าพิสูจน์ได้ว่าบุคคลใดครอบครองทรัพย์สินเดียวกันสองคราว ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้น ได้ครอบครองติดต่อกันตลอดเวลา

            ประเทศไทยเรา  จะถือเอาการประกาศอธิปไตยเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสา  เหนือดินแดนเขาพระวิหาร เมื่อธันวาคม พ.ศ. 2501  โดยทีมงานสร้างภาพยนตร์ประวัติศาสตร์   เรื่อง แผ่นดินของใคร    ดังปรากฏหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์  ทั้งรูปภาพถ่าย  และฟิล์มภาพยนตร์        มาเชื่อมต่อกับบันทึกฯ ที่ลงนามโดยนายโส  มารา     เมื่อ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2544  แสดงการยอมรับสิทธิของประเทศไทยที่มีในดินแดนเขาพระวิหาร

            คงเป็นอีกคราวถึงเวลาหรือยัง  ที่จะเป็นจริงได้ ดังคำปราศรัยของ ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์  ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับคดีปราสาทพระวิหาร ได้กล่าวแถลงทางวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์  เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2505  ความตอนท้ายกล่าวว่า พี่น้องชาวไทยที่รัก ในวันหนึ่งข้างหน้าเราจะต้องเอาปราสาทพระวิหารกลับคืนมาเป็นของชาติไทย ให้จงได้ 

 

 

แถลงการณ์ (หน้า 2 ต่อ...)

 

 

แถลงการณ์ (หน้า 3..)

 

 

(ที่มาข้อมูลจาก... http://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/3/3a/Whitepage.pdf)

 

            ถ้าถือเอาปีพุทธศักราช 2501  ล่วงมาถึงปี พ.ศ. 2544  อีกครั้ง ที่มีเหตุการณ์ระหว่างไทยกัมพูชา โดยนายโส มารา ข้าราชการผู้ใหญ่ฝ่ายกัมพูชาได้ลงนามในบันทึกการประชุมความร่วมมือในการพัฒนาเขาพระวิหารให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ระหว่างไทย-กัมพูชา เมื่อ 1 มิถุนายน 2544 

            เราจักถือเอากฎหมาย มาตรา 1371 นับเวลาจากปี พ.ศ. 2501 การเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสาเหนือดินแดนเขาพระวิหาร โดยทีมงานถ่ายทำภาพยนตร์ไทย แผ่นดินของใคร คราวที่ 1 และปี พ.ศ. 2544 มาถือเป็นช่วงต่อเนื่องคราวเดียวกันได้แล้วไซร้   

            ในประเด็นกรณีหากไทยค้นพบหลักฐานใหม่นั้น การยื่นขอรื้อฟื้นคดีพิพาทเขาพระวิหารฯ  เพื่อพิจารณาทบทวนคำพิพากษาของศาลโลก   มีอายุ ความ 10 ปี  ตามสิทธิที่รัฐบาลในยุค พ.ศ. 2505 ได้แจ้งสหประชาชาติขอสงวนสิทธิการนี้ไว้ในอนาคต ที่ไทยจะเรียกร้องเอาปราสาทพระวิหารกลับคืนมาได้  โดยอาศัยกระบวนการทางกฎหมายที่มีอยู่  หรือที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง

             หากนับอายุความเริ่มจาก ปี 2544 ที่ไทยได้รับการยอมรับสิทธิ  โดยการลงนามบันทึกการประชุมฯ จากฝ่ายกัมพูชา มาถึงปัจจุบัน  นับได้ 8 ปี เศษแล้ว  กับการค้นหาหลักฐานสำคัญ  ที่ต้องยื่นเป็นหลักฐานใหม่เพื่อทวงสิทธิของไทย  หรือหลักฐานอื่นใดก็ตามที่สามารถแสดงสิทธิของไทย

 

ถึงเวลาหรือยัง......ประเทศไทย.    

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 10/11/2009 เวลา : 12.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

การดำเนินการทวงสิทธิ์คงมีปัญหา มิฉะนั้น จะมีการดำเนินการไปนานแล้ว แต่ก็คิดๆกันไว้ก็ดี เพราะอาจจะเห็นช่องทางที่ดีก็ได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ยากันยุง วันที่ : 29/10/2009 เวลา : 15.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/newgeneration
ส่วนหนึ่งของชีวิต คือ จิตสาธารณะ

สงสารประเทศไทยค่ะ

มาเยี่ยมเยียนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
weera วันที่ : 26/10/2009 เวลา : 10.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/weerausa

ผมไม่เห็นด้วยกับคห.ที่1 เนื่องจากว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องอธิปไตยของประเทศเรามีประเทศมีเขตแดนมีเอกราชไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใครเขมรมีอำนาจอะไรมารุกรานไทยมาปล้นเอาดินแดนไทยที่มีเขาพระวิหารแบบหน้าด้านๆเขาพระวิหารเป็นของเราอยู่แล้วแต่ไหนแต่มาประชาชนสองฝั่งก็ไปมาหาสู่กันปกติมีความสุขแต่พอมีสีหนุมาปกครองเขมรก็หาเสียงขี้โกงเอาดินแดนนี้ไปมาถึงฮุนเซนก็ขี้ตู่จะเอาดินแดน4.6ตารางก.ม.รอบๆเขาไปอีก...วิญญูชนอย่างเราๆจะให้มองว่าช่างมันเต๊อะอย่างนั้นหรือ....

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
musicddd วันที่ : 25/10/2009 เวลา : 19.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musicddd

ผมมีความเห็นว่า เรื่องใดที่ศาลโลกตัดสินไปแล้ว เราแพ้ไปแล้วมันก็ควรจบแค่นั้น ส่วนพื้นที่ทับซ้อน ก็เจรจากันว่าจะตกลงกันอย่างไรให้ชัดเจน หาคนกลางมาไกล่เกลี่ย ควรจบได้แล้ว ความจริงพื้นที่ตรงนั้นมันก็เป็นของคนในท้องที่ ที่เขาอยู่กันมานานเน คนสองประเทศชายแดนใช้ชีวิตอยู่กันอย่างมีความสุข เหมือนพี่เหมือนน้อง อยู่แล้ว ผมว่าคนในเมืองนี่แหละจะไปทำให้คนในพื้นที่เดือดร้อน อย่าไปยึดติดว่าเป็นของกู เพราะว่ามันไม่ใช่ของใครทั้งนั้น ผมก็เชื่อของผมอย่างนี้แหละครับ ด้วยความเคารพ และอยากเห็นคนพื้นที่ที่อยู่ตรงนั้นใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข...ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]


จริงหรือ..คนไทยยอมรับตามที่ศาลโลกวินิจฉัย คราวที่กรมพระยาดำรงฯ ไปเยือนปราสาทพระวิหาร
จริง
8 คน
ไม่จริง
16 คน

  โหวต 24 คน