• อมต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : newslifeok@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 53
  • จำนวนผู้ชม : 138407
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
นักข่าวชีวิต
สิ่งที่คุณค้นหา อาจทั้งชีวิต คุณ..พบได้ที่นี่ อ่านเรื่องราวชีวิตที่น่าสนใจ ประวัติบุคคล ความเป็นมาเป็นไป พอดีพอร้าย ประสบการณ์ตื่นเต้น เร้าใจ เรื่องรัก เรื่องชีวิต เรื่องแนวๆ ชวนฉงน แล้วพบกัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/newslife
วันอังคาร ที่ 17 พฤศจิกายน 2552
Posted by อมต , ผู้อ่าน : 12645 , 14:55:43 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เขาหาเงิน 4 ล้าน ใน 5 ปี ได้ยังไง......อิทธิพลของชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้..

ใครๆ เรียกเขาว่าเฮียเลี้ยง ที่จริงเขาชื่อมานะ นามสกุล เจริญพร  ที่มีตัวตนจริง ชีวิตจริง  พิสูจน์ได้ว่าเป็นเรื่องจริง..ตามคำเล่าของเขาว่า..เพียง 5 ปี เขาล้างหนี้ติดธนาคารเกือบ 3 ล้าน ได้หมด  แถมมีเงินเหลือเก็บอีกส่วนหนึ่ง

ชีวิตเขาจึงน่าสนใจ  ตรงที่ 5 ปี เขาล้างหนี้เกือบ 3 ล้าน แถมมีเงินเหลือเก็บออมมากพอควรทีเดียว  เขาไม่ได้ชื่อสมหวัง  แต่พ่อแม่ตั้งชื่อเขาว่า มานะ  เจริญพร  ที่เขาบอกตัวเองเสมอว่า..ต้องมานะก่อน  ความเจริญ..จึงตามมา

แน่นอน ที่มานะ บอกว่าต้องมานะ ขยัน อดทน ซื่อสัตย์ เขายึดมั่นหลักการนี้มาตลอด  ตามชื่อจริงของเขา  ที่พ่อแม่ตั้งให้  และสอนไว้  แม้ชีวิตต้องลำบากลำบน  ก่อนถึงวันนี้..ที่ประสบความสำเร็จ 

ไม่ใช่แค่โชคช่วย  เพราะทุกครั้งที่มานะประสบปัญหา  ก็มักมีโอกาสตามมา  ให้เขาขบคิดตัดสินใจเสมอ

เขาเป็นลูกคนจีนแต้จิ๋ว  เกิดที่ลพบุรี  เข้ามาทำงานกรุงเทพ  แต่ดันมาได้เมียสาวสวยเป็นคนชลบุรี ชื่อ วรรณี  ครอบครัวของภรรยามีอาชีพค้าขาย

ส่วนชีวิตเขาเริ่มต้นจากการช่วยญาติทำทัวร์ที่ลพบุรี  ขับรถเดินทางพาทัวร์ไปทั่วประเทศ  พร้อมกับชิมไปทุกที่  ทำให้เขามีพื้นฐานของการทำอาหารได้อร่อย  เพราะได้พบเห็นมาหลายร้านอาหาร  และด้วยความชอบชิม

เมื่อเขาได้วรรณีเป็นคู่ชีวิต เธอชอบค้าขาย  เดิมวรรณีขายขนมหวาน ไอศกรีมมาก่อน  จนวันหนึ่ง วรรณีอยากเปลี่ยนมาขายอาหาร  ด้วยความที่ห่วงเมีย มานะไม่อาจปล่อยให้เธอทำตามลำพังได้  จึงหันเหชีวิตมาขายข้าวมันไก่ แทนทำทัวร์ 

ทุกอย่างไม่ง่ายเลย  รายได้ที่เคยได้ง่าย แต่มานะก็ใช้คล่องตามไปด้วย  ไม่มีเงินเหลือเก็บ  ทั้งที่บางทีได้ค่าทิปมากกว่าค่าตัว  แต่เมื่อมีชีวิตครอบครัวแล้ว  มานะก็ห่วงเมีย  มากกว่าจะทิ้งให้วรรณีทำคนเดียว  แล้วเขาต้องเดินทางรอนแรมต่างจังหวัดห่างกัน

เมื่อมานะต้องเปลี่ยนอาชีพจากทัวร์มาขายข้าวมันไก่  เขาต้องลงมือทำเอง  ในขั้นตอนที่ต้องใช้แรง  และใช้ชิม  โดยงัดเอาประสบการณ์การท่องทัวร์ทั่วไทย  มาใช้ในการทำอาหาร ให้มีรสชาติถูกปาก  มากคุณค่า พร้อมบริการมีน้ำใจมาประกอบ 

ย้อนกลับไป 10 ปี ก่อน  มานะและภรรยา  ได้เรียนรู้วิธีทำข้าวมันไก่จากเฮียเลี้ยง  ซึ่งเป็นพี่ชายของภรรยา เฮียเลี้ยงขายข้าวมันไก่อยู่ในตลาดชลบุรีอยู่แล้ว

เป็นข้าวมันไก่สูตรไหหลำ  ที่มาของสูตร ก็คือที่บ้านเดิมภรรยาของมานะ เพื่อนบ้านอยู่ติดกันเป็นหนุ่มจีนไหหลำ  มีวิชาติดตัวคือการทำข้าวมันไก่  เมื่อมาอยู่เมืองไทย ยังหาลูกเมียไม่ได้เสียที จึงคิดกลับไปเมืองจีน  แต่ก่อนกลับเห็นเพื่อนบ้านคือเฮียเลี้ยง ซึ่งเป็นพี่ชายของภรรยามานะ  เป็นคนมีน้ำใจคอยช่วยเหลือต่าง ๆ   เพื่อนบ้านจีนไหหลำคนนี้ จึงสอนเฮียเลี้ยง  ให้ทำข้าวมันไก่ และบอกสูตรเด็ดเคล็ดลับไว้ให้  จึงเป็นที่มา  ข้าวมันไก่ เฮียเลี้ยง  สูตรไหหลำ ตลาดชลบุรี

มานะกับภรรยา ฝึกฝนการทำข้าวมันไก่ จนชำนาญการ จึงพากันไปเริ่มต้นขายข้าวมันไก่  แถวท่าอากาศยานดอนเมือง  ก็มีเจ้าหน้าที่การท่าฯ  มาซื้อกินทุกวัน เมื่ออร่อยติดใจ  ถึงขนาดชักชวนให้ไปขายที่ศูนย์อาหารการท่าฯ  เสนอให้พื้นที่ขายฟรี  เสียค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยแค่พันบาทต่อเดือน  เป็นค่าบริการอุปกรณ์ จานชามช้อน  และค่าล้าง เท่านั้น

มานะบอกว่าเขาไปขายได้ 2 เดือน  มีกำไรถึงวันละ 2,000 บาท  แต่เมื่อมาปรึกษากับภรรยาแล้ว  เขาคิดว่าศูนย์อาหารการท่าฯ เป็นพื้นที่ปิด มีลูกค้าจำนวนตายตัว  เปิดขายได้เฉพาะวันทำการ  หยุดวันเสาร์อาทิตย์ ทำให้เขาขายได้เพียง 20 วันต่อเดือน 

ด้วยความขยันมานะ ตามชื่อ  เขาจึงหาทำเลใหม่ที่เป็นพื้นที่เปิด  ด้วยฝีมือการทำข้าวมันไก่ที่มีอยู่พอตัว ตัดสินใจร่ำลาการท่าฯ  ออกไปขายทำเลใหม่  โดยยึดหลักว่าตกปลาในหนองน้ำ  ก็ได้ปลาแค่เต็มข้อง  หากออกสู่ทะเล..อาจจับปลาได้เป็นลำเรือ  เมื่อลงหลักปักฐานมีเมียสวยแล้ว  ต่อไปก็ต้องมีลูก  เขาต้องหาเงินให้มากขึ้นเพื่อรองรับครอบครัวที่ต้องขยายในอนาคต

แต่การออกทะเลครั้งนี้ คือความเสียง  เดือนแรกยอดขายไม่แน่นอน  จากกำไรที่เคยได้วันละ 2,000 กลับกลายเป็นขายได้วันละ 2,000 บางทีก็ไม่ถึง  ยังไม่หักทุนกับค่าใช้จ่าย  หากเขาก็อดทนทำต่อ  เมื่อตัดสินใจแล้ว  จึงต้องเดินหน้าต่อไป  จนกว่าจะถึงเส้นชัยชีวิต

ครั้งนั้นฟ้ายังไม่ช่วยให้มานะได้ถึงฝั่งฝัน เมื่อค้าขายพอมีลูกค้าประจำ เจ้าของพื้นที่กลับกดดันให้มานะจ่ายค่าเช่าที่เพิ่มอีกหลายเท่า  กว่าที่เคยจ่าย  มานะเลยต้องบอกลา

วิกฤติครั้งนี้ กลับสร้างโอกาสให้กับมานะ มีลูกค้าใจดี มองเห็นความขยันของมานะ  รู้ว่ามานะถูกไล่ที่ค้าขาย  จึงเสนอขายตึกให้มานะ ราคาล้านเจ็ด  มาบอกวันศุกร์  มานะขอเวลาคิด2 – 3 วัน  ถึงวันจันทร์มานะคิดว่าจะไปตกลงซื้อ  แต่โชคไม่อำนวย  มีคนมาตัดหน้าเสนอซื้อตึกหลังนี้ไป 2 ล้านกว่า  เป็นใครก็ต้องเลือกขายคนที่ให้ราคามากกว่า

ตึกห้องนั้นมานะก็อดซื้อไป  แต่เจ้าของตึกไม่วายเป็นห่วงมานะไม่มีที่ขายข้าวมันไก่  เลยกระซิบบอกมานะว่า มีเจ้าของห้องข้าง ๆ อยากขาย แต่ไม่ประกาศบอกใครว่าขาย  เพราะกลัวกระทบกระเทือนกิจการที่ทำอยู่  มานะเลยโชคดีที่หาตึกได้  แต่เป็นโชคร้ายที่ราคาพุ่งเป็น 3ล้านกว่า 

มานะตัดสินใจ  มองดูที่ทางทำเล  เส้นทางไปมาใกล้ห้าง  คิดแล้วยังไงก็รุ่ง  เลยต้องรวบรวมเงิน  ทั้ง ๆ ที่ไม่มีเงินสดในมือเลย  อย่างน้อยต้องมีเงินเป็นล้าน เอาไปดาวน์ตึก แล้วเอาตึกเข้าแบงค์  เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน

มานะทำอย่างไรต่อไป  ทั้งที่เขาไม่มีเงินสดมากพอ  เขาตัดสินใจขายรถตู้ที่มีอยู่สองคัน  เป็นรถทำมาหากินใช้ทำทัวร์  ที่เขาบอกว่าเป็นทรัพย์สินที่ขายง่ายหน่อย  แต่ขายรถแล้ว ก็ยังไม่พอ ได้เงินไม่กี่แสน  ยังไม่พอวางเงินดาวน์ตึกห้องนี้  ที่เจ้าของขาย 3 ล้านกว่า  เขาต้องหาเงินให้ได้ 1 ล้าน ถึงจะพอ

การตัดสินครั้งสำคัญ มานะขายบ้าน  แต่บ้านไม่ใช่ขายง่ายเหมือนรถ  คราวนี้มานะต้องพึ่งพี่สาวของภรรยา  ขอให้ช่วยซื้อบ้านของเขาไว้ก่อน  แล้วนำเงินที่ขายรถ  มารวมกับเงินที่ขายบ้าน  จึงได้เงินก้อนใหญ่ พอที่จะนำไปดาวน์ตึกราคา 3 ล้านกว่า นั้นได้ 

หลังจากตัดสินใจซื้อตึก  เพื่อเปิดร้านขายข้าวมันไก่  จากรถเข็นมาเป็นตึก  ทำให้มานะต้องเหนื่อยยิ่งขึ้น  สำหรับเงินค่าใช้จ่ายที่ต้องผ่อนธนาคาร  ที่เป็นภาระตามมา

มานะขายข้าวมันไก่ได้ประมาณหนึ่งปี  หลังจากซื้อตึก  ก็มีเงินเก็บก้อนหนึ่ง  เคราะห์หามยามซวยทั้งประเทศ  เกิดไข้หวัดนกระบาด  ผู้คนไม่กล้ากินไก่

วิกฤติไข้หวัดนกครั้งนี้  เขาขาดทุน 1 ปี เต็ม ๆ รายได้ไม่พอจ่าย ทั้งค่าลูกน้อง  ค่างวดผ่อนส่งธนาคาร ค่าข้าว ค่าไก่ และอื่น ๆ อีก

หากเขายังไม่หันเหเปลี่ยนใจไปทำอย่างอื่น  แต่นำเงินเก็บจากการขายข้าวมันไก่ในปีแรก  ออกมาใช้จนแทบหมดบัญชี

จนเวลาผ่านไป  ผู้คนหันกลับมากินไก่กันอีก 

ชีวิตเริ่มพลิกชะตาเริ่มเปลี่ยน  มานะสู้อดทนขายข้าวมันไก่ต่อไป  อย่างต่อเนื่อง  ต้องต่อสู้ยามเหตุการณ์พลิกผัน  ด้วยความมานะ บากบั่น สมชื่อ 

ทั้งมีภรรยาเคียงข้าง คอยช่วยเหลือทั้งกำลังกายและให้กำลังใจ ความมีน้ำใจต่อลูกน้อง บริวาร  ที่มานะไม่เคยทอดทิ้ง แม้คราวอับจนเคราะห์ร้าย  ทุกคนจึงพร้อมกันร่วมแรงสามัคคี ต่อสู้ชะตา  พลิกฟื้นชีวิต

ผ่านมาได้ 10 ปี จนถึงปัจจุบัน ที่มานะพลิกชีวิตมาเป็นพ่อค้าขายข้าวมันไก่  แม้ไม่มีเกียรติ ยศถาบรรดาศักดิ์ แต่มานะสามารถตั้งหลักปักฐานได้อย่างมั่นคง ด้วยใจ และสายตาของคนสู้ชีวิต 

บทสรุปของชีวิตพ่อค้าขายข้าวมันไก่  2 ปีแรกของการค้า  เขาต้องดิ้นรน และหาเข็มหลักปักทำเลค้าขาย  ต้องตั้งต้นตั้งแต่เป็นเพียงพ่อค้ารถเข็นขายข้าวมันไก่  ถูกไล่ที่  ทั้งที่ก่อนหน้ามีคนมาเชื้อเชิญให้ที่ขายฟรี  ในการท่าอากาศยานฯ  แต่การตัดสินเดินหน้า  พร้อมเผชิญกับทุกปัญหา  เพื่อหาทางก้าวต่อที่ต้องดียิ่งกว่า 

มานะ พยายามอดทน  อดออม  การนำเอาประสบการณ์ที่มี มาบ่มเพาะเป็นศิลปะเชิงการค้า แนวความคิดในขั้นตอนการผลิตสินค้า ที่ต้องเลือกแต่สิ่งทีดี  มีคุณภาพ  และการสั่งสมต่อยอดให้กับการบริการที่มีน้ำใจ จึงทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้น จากปากต่อปาก 

การใช้หลักการควบคุมบริหารร้าน  ดูแลลูกจ้างคนงาน  มานะใช้ความเมตตา  ความอดทน  จนปัจจุบันมานะมีลูกน้อง 9 คน  ยังไม่รวมลูกเล็กเด็กแดงของคนงาน  ที่ต้องพักพิงตามมาอยู่ด้วยเป็นครอบครัว

อีก 5 ปี จึงเป็นห้าปีที่มานะอดออม ส่งเงินผ่อนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย  ชำระค่าตึกราคา 3 ล้านกว่า  ให้กับธนาคาร 

จนกระทั่งมานะปลดหนี้ได้สำเร็จ เพียง 5 ปี ตึกสูงห้าชั้น  ห้องหัวมุม ริมถนน แถวย่านแจ้งวัฒนะ  ใกล้ศูนย์ราชการ ย่านทำเลที่ดีที่สุดในยุคนี้ ที่มีมูลค่าปัจจุบัน ราคาตึกห้องนี้อาจเกิน 10 ล้าน  จึงเป็นของมานะ  โดยสมบูรณ์ 

และนับต่อมาอีก 2 ปี จนถึงปัจจุบัน  มานะก็ยังคงเป็นพ่อค้าขายข้าวมันไก่  เหมือนที่เคยเป็น  ใส่เสื้อยืด  นุ่งกางเกางขาสั้น ตื่นนอนตีสี่  ต้มไก่วันละ 30 ตัว  เอาไก่ไปต้มน้ำให้ได้ 3 เดือด  ปรุงข้าวมัน วันละ 1กระสอบ เกือบ 50 กก.  ด้วยสองมือที่มานะ  อดทน  ขยัน  และซื่อสัตย์ต่อตนเอง  เปิดร้านทุกวัน  เจ็ดโมงเช้า ถึงสี่โมงเย็น  มานะยังคงตื่นก่อน  นอนทีหลัง..ลูกน้อง เหมือนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

แล้วถ้าบังเอิญคุณไปทานข้าวมันไก่ร้านนี้  คุณจะพบมานะ..ที่ใคร ๆ พากันเรียกเขาว่า เฮียเลี้ยง ตามชื่อร้าน ที่เขาตั้งขึ้นเพีอให้เกียรติพี่เขย  เฮียเลี้ยง..ที่วันนี้เป็นเจ้าของตึกราคาหลายล้าน  มีเงินเก็บอีกเท่าไร ไม่รู้ แต่อาจมากกว่าคนไปนั่งกินข้าวมันไก่  มานะยังคงยืนสับไก่  พร้อมวรรณี ภรรยาที่เป็นผู้ตักข้าวมันใส่จาน เหมือนเดิม เมื่อสิบปีก่อน  หากวันนี้มานะกับวรรณี ไม่เดินเสริฟ  เป็นลูกน้องนำมาวางที่โต๊ะให้ลูกค้าแทน

สิ่งที่เปลี่ยนไปในวันนี้ คือผลตอบแทนที่มานะได้รับ หลังจาก 5 ปี ที่มานะสามารถปลดหนี้ธนาคาร จำนวนเงินต้นเกือบ 3 ล้าน ยังไม่รวมดอกเบี้ย มานะปลดหนี้หมดได้สำเร็จ 

 

ฉะนั้น เวลานับจากนี้ไป  จึงเป็นเวลาที่มานะเก็บเงินอย่างเดียว  กับจำนวนของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าและแววตาของมานะที่เด็ดเดี่ยว เขาพูดออกตัวว่า “...ผมไม่เคยให้ใครสัมภาษณ์  เพราะผมยังไม่พร้อม  หากมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น  ผมทำไม่ไหว  ผมอยากทำเท่าที่เป็นอยู่นี้  ให้ดีที่สุด  ไม่ใช่ลูกค้ายิ่งมากขึ้น  แล้วทำชุ่ย ๆ ออกไป  หรือของหมดก่อนลูกค้าเดิม  ที่เดินทางไกล ๆ มาซื้อ  แต่อดกิน

ขายข้าวมันไก่  ทำให้ผมได้ดูแลครอบครัวได้ใกล้ชิด  มีเงินมากแล้วได้ประโยชน์อะไร ..

ผมไม่อยากเจอเรื่องแบบนั้น  ที่ผมคุยชีวิตตัวเองให้คุณฟัง..เพียงเพราะ…

ผมอยากบอก..อยากให้กำลังใจ  คนเราต้องมานะ  ต้องสู้ชีวิต...และมีสติ  รอบคอบ  ทั้งต้องรู้จักความพอดี  ชีวิตทุกคนก็อาจประสบโชค  ประสบความสำเร็จได้.. เหมือนผม”

จบคำพูดของมานะ...สิ่งที่ได้จากร้านข้าวมันไก่  คงไม่ใช่เพียง..ร้านนี้อร่อย...ช.ชวนให้มาชิมกันนะ.....

แล้วคุณล่ะ..ได้อะไรจากการชวน..มากินข้าวมันไก่ที่ร้านนี้บ้าง !

 

 

                           

                            

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
feng_shui วันที่ : 17/11/2009 เวลา : 18.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

สมชื่อจริงๆค่ะ


.

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เจ้าอารมณ์ วันที่ : 17/11/2009 เวลา : 16.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pimeiei
http://www.jaoarom.com

มานะสมชื่อ

และยังทำให้เรารู้สึกได้ว่า

หากต้องการจะได้สิ่งใดมา

เราต้องพยายามและมุ่งมั่นตั้งใจให้ถึงที่สุด

ที่สำคัญสู้ ๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 17/11/2009 เวลา : 15.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

ยอดเยี่ยม
นับถือ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
JURAPOND วันที่ : 17/11/2009 เวลา : 15.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jurapond

ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวแห่งกำลังใจ
ได้แนวคิดดี ๆ และมีกำลังใจข้นเยอะเลยค่ะ
จะมาะนะ..และอดทน สู้และฝ่าฟันอุปสรรคไปให้ได้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]


จริงหรือ..คนไทยยอมรับตามที่ศาลโลกวินิจฉัย คราวที่กรมพระยาดำรงฯ ไปเยือนปราสาทพระวิหาร
จริง
8 คน
ไม่จริง
16 คน

  โหวต 24 คน