• อมต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : newslifeok@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 53
  • จำนวนผู้ชม : 138408
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
นักข่าวชีวิต
สิ่งที่คุณค้นหา อาจทั้งชีวิต คุณ..พบได้ที่นี่ อ่านเรื่องราวชีวิตที่น่าสนใจ ประวัติบุคคล ความเป็นมาเป็นไป พอดีพอร้าย ประสบการณ์ตื่นเต้น เร้าใจ เรื่องรัก เรื่องชีวิต เรื่องแนวๆ ชวนฉงน แล้วพบกัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/newslife
วันพุธ ที่ 6 มกราคม 2553
Posted by อมต , ผู้อ่าน : 1296 , 21:25:42 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

        เริ่มต้นบทสนทนาในวันสบาย ๆ

วันแรกที่พบหนุ่มน้อยหน้าใสคนนี้  สะดุดตามากกับใบหน้าอันหล่อเหลา คมคาย ผิวขาว จมูกโด่ง ริมฝีปากหยักแดง คิ้วดำเข้มได้รูป  และสะดุดใจย้ำอีกทีกับคำทักทายกัน คราพบกันอีกครั้งเป็นหนที่สอง  เมื่อต้องติดต่องานกับเขาทางด้านคอมฯ

        ..เขาทักทายเป็นกันเอง ณ เวลาช่วงต้นฤดูหนาวว่า  “...พี่ หนาวไม๊...ผมไม่ค่อยสบาย  เจ็บคอ  วันนี้ ผมเลยต้องใส่เสื้อหนาวหนา ๆ สวมหมวกมาด้วย” เราถามกลับทันทีว่า "แต่งแบบนี้น่ะ ’เดิร์นมาก สไตล์เกาหลีเลย  ไม่ต้องให้หนาว วัยรุ่นก็ใส่กัน” 

        เขายืนยันกับเราอีกว่า “..ผมไม่สบาย  ต้องทานน้ำมาก ๆ เสียงแห้ง” 

        เลยเป็นทีของเรา..ให้ถามถึงชีวิตของเขา  ว่ามีเรื่องราวที่พอจะเป็นสาระให้ผู้คนได้เก็บเกี่ยวสิ่งดี ๆ เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยได้บ้างไหม

        ..ไม่น่าเชื่อว่า..ชีวิตของคนแต่ละคนนั้น ล้วนผ่านบทเหตุการณ์มากมาย น่าสนใจ ให้ค้นหาคำตอบ มีรูป เรื่อง ฯลฯ

       

ตีกรอบประเด็นความคิดปุถุชน

ความคิดที่เขามีนั้น เป็นได้ว่านั่นเป็นส่วนหนึ่งที่สังคมต้องยอมตอบรับจินตนาการของเยาวชนคนหนุ่มสาว ยุคปี 2010

        มีจำนวนของเยาวชนเกินกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ต่างมีแม่แบบที่ตนยึดไว้เป็นไอดอลใช้เป็นบทนำร่องสู่อนาคต สร้างกระแสพลังดึงดูดมหาศาล ทำให้เยาวชนเหล่านั้น  สามารถตั้งต้นและวางเป้าหมายวาดหวังชีวิตก้าวสู่อนาคตอันรุ่งโรจน์ และใช้วิถีทางการสมัครแข่งขันประชันแสดงความสามารถในเวทีเดอะสตาร์ จึงเป็นอีกวิถีหนึ่งที่เยาวชนบางกลุ่มนิยมใช้เป็นฐานสู่อนาคตที่สดใส

        ผู้ที่สมหวังติดอันดับสุดยอดของเดอะสตาร์  แน่นอนที่ชื่อเสียง  ฐานะ  การงาน  เงิน  จะไหลหลั่งโหมกระหน่ำเข้าสู่ชีวิต  หลายคนทุ่มเทมากมาย  ในหลาย ๆ ทางเพื่อให้ได้รับเสียงโหวต 

        เดอะสตาร์ หนึ่งเดียวที่เป็นผู้ประสบความสำเร็จ  สังคมสามารถติดตามข่าวรู้เห็นความเป็นไปในชีวิตเขาได้

        ส่วนผู้พลาดหวัง  ที่มีนับหลายพันคน หมื่นแสนหรือล้านคน  สังคมไม่อาจล่วงรู้  ติดตามความเป็นไปของพวกเขาได้  เพราะไม่มีสื่อใดนำเสนอ....       แต่ผู้พลาดหวังตกรอบ ไม่ได้รับคัดเลือกจากเวทีเดอะสตาร์  เขาคิด เขาทำอะไรต่อ เมื่อไม่สมหวังกับสิ่งที่ฝัน 

        การรอคอยที่เวิ้งว้าง เลื่อนลอยไกลออกไปทุกที  มีผู้คนมากมายแย่งชิงตำแหน่งเดอะสตาร์อันเป็นสุดยอดหนึ่งเดียว ในเกมการท้าชิงดวลความสามารถ 

        นิวส์ไลฟ์จึงขอนำเสนอสาระ เรื่องราวของคนที่พลาดหวังจากเวทีเดอะสตาร์  บุคคลซึ่งสังคมไม่คิดติดตามถามข่าว  แต่เพื่อให้สังคมได้มีมุมมองอีกด้านหนึ่ง    ผลกระทบจากกระแสสังคมมีอิทธิพลอันรุนแรงต่อความคิดของเยาวชนไทยอย่างไรบ้าง

         คนผู้นี้ เป็นเพียงเยาวชน 1 ในจำนวนหลายพันคน หรืออาจมากกว่าพัน ที่สมัครเข้ารับคัดเลือก ให้ได้ก้าวเดินเข้าไปบนเส้นทางการแข่งขันชิงชัยร่วมรายการเดอะสตาร์  รายการที่สร้างนักร้องนักแสดง ให้โดดเด่นโลดแล่นอยู่บนฟ้าเมืองไทย ติดอันดับให้เห็นความสามารถอยู่หลายชื่อ หลายคน

        แต่ไม่มีชื่อของเขา “พู”  จึงเป็นผู้ที่ นิวส์ไลฟ์ ติดตามถามเรื่อง มาเล่าที่นี่ที่เดียว

 

        เข้าเรื่องเล่าของ “พู”..

ตอน 1

เขาเริ่มต้นเล่าเรื่องว่า... “ผม ชื่อ พู มีพี่น้อง 6 คน ผมเป็นน้องคนเล็กสุด เรียนชั้นประถมที่ โรงเรียนคลองเกลือและผมเป็นนักวิ่งของโรงเรียน

        ตอนอยู่ชั้น ป.4  มีคุณครูท่านหนึ่งชวนผมไปเล่นยูโด ผมสนใจจึงตกลงไปซ้อม ลองดูว่าตัวเองไหวหรือไม่ ปรากฏว่า..สบายครับ ผมก็เลยเล่นต่อ ๆ มา จนจบชั้น ป.6 ผมไม่ต้องไปสอบเข้าที่ไหนแล้วครับ เพราะผมเป็นนักกีฬาของโรงเรียน  สามารถเข้าเรียนต่อชั้นมัธยมฯ ที่โรงเรียนราชวินิต ได้เลย  เพราะเป็นโรงเรียนที่ผมไปซ้อมยูโดไง

        และผมเคยไปแข่ง ยูโดที่ ม.รังสิต ได้ที่ 1 ด้วยนะ

        ผมเรียนยูโดมา 4 ปี พอจบชั้น ม.3  แล้ว  เข้าเรียนต่อที่ โรงเรียนพานิช เอสแบค   ช่วงเรียนที่นี่  ผมคิดอยู่นานนะครับว่า ....เลิกเรียนแล้ว จะหาอะไรทำตอนเย็นดีกว่า พอดีเป็นคนชอบกีฬาอยู่แล้ว  ผมเลือกสนใจกีฬาเทควันโดครับ ผมเห็นใครต่อใครกำลังฮิตพอดี 

        ผมจึงไปสมัครเรียนที่โรงยิมทวีศิลป์ เทควันโด ของครูเข้ม  ที่รังสิต เลยเมืองเอกไปครับ  เรียนได้เดือนกว่า ๆ  ก็เลิก  เพราะเดินทางไกลมาก ๆ 

        เลิกเรียน 3 โมงเย็น ผมต้องไปรอพ่อที่โรงงาน  พ่อไปส่งผมเรียนเทควันโดตลอด  แถวนั้นมีวัยรุ่นเยอะครับ พ่อผมเป็นห่วง เริ่มเรียนเทควันโด 5 โมงเย็น – เลิก 3 ทุ่ม  เป็นอะไรที่หนักครับ ไม่ใช่เพราะเล่นกีฬานะครับ แต่หนักกับการเดินทางของผมครับ หนักมากจริง ๆ  กว่าจะกลับถึงบ้านเกือบ 4 ทุ่ม กลับมาผม..สลบ !  เข้านอนเลยครับ ไม่ได้อาบน้ำด้วยนะ

   

ตอนรวนร่ายหาที่ใหม่    

ผมเลยเลิกเรียน แล้วเผอิญครับ เผอิญจริง ๆ มีโรงยิมของโค้ชชินครับ (โค้ชชินเป็นคนเกาหลี)  มาเปิดที่หมู่บ้านผม โฮ...ผมรู้สึกว่าเป็นอะไรที่วิเศษมากครับ เพราะใกล้บ้านมาก ๆ เลย  พ่อไม่ต้องเสียค่าน้ำมันรถมอเตอร์ไซด์ไปส่งผมอีกแล้ว 

        ผมเรียนกับโค้ชชิน นานประมาณ 3 ปี  ได้ไปแข่งหลายรายการ ที่มหาวิทยาลัย เซนต์จอห์น

        และโรงเรียนกีฬาวิทยาเขตอ่างทอง  ผมไป 2 ครั้งเลย ครั้งแรกได้เหรียญเงินครับ   

ครั้งที่สอง ผมฟิตมาดีเลยได้เหรียญทองครับ

        ช่วงนั้นผมรู้สึกว่าผมดังพอควร  เพื่อนของผมพากันหันมาสนใจเล่นกีฬาบ้างครับ  เห่อไงครับ พูดตรง ๆ 555 

        พอดีโค้ชชินต้องกลับเกาหลีครับ  ช่วงนั้นคนในหมู่บ้าน ไม่ค่อยให้ความนิยมเทควันโดด้วย   มีแต่พวกผมและเพื่อนพี่น้อง ประมาณ 7 คน  ที่เรียนกันอย่างเอาจริงเอาจัง ทั้งบวกกับค่าเช่าที่ในหมู่บ้าน เรียกเก็บแพงมาก ในที่สุดโค้ชชินจึงตัดสินใจปิดโรงยิม  กลับเกาหลีไปครับ

        โค้ชชินบอกกับพวกผมว่า ถ้าจะขึ้นเงินค่าเรียน เพื่อเอาเงินกับพวกเธอนะ เราปิดโรงยิมดีกว่า  

        ผมบอกไม่เป็นไร ขึ้นเท่าไร ผมก็เรียน แต่มีบางคนใน 7 คนนี้  พอฟังแล้ว  เขาก็ไม่มาเรียนเลยครับ  เพราะอะไรผมไม่ทราบเหมือนกัน

        จากนั้นจึงดูเหมือนโค้ชชินปล่อยผมลอยแพเลย 5555   ผมเรียนได้ 3 ปี  โรงยิมก็ปิด   ผมคิดในใจว่า เอาอีกแล้ว ตอนเย็นทำอะไรดีนะ

        ต่อมามีคนชวนผมไปเรียนเทควันโดอีก   คราวนี้ได้เรียนฟรี   เพราะพี่ที่อยู่แถวบ้านของผม   เขาเปิดสอนเทควันโดที่บ้าน  แม้สถานที่เรียนแคบไปหน่อย บางทีเตะกัน หัวไปติดรั้วเลยก็มี  

        ปัจจุบันนี้ ผมยังไปเรียนบ้างครับ พี่เขาไปเปิดโรงยิมที่ใหม่ ห้องใหญ่เบ้อเริ่มเลย อยู่แถวปากเกร็ด เลยจากโรงพยาบาลแม่น้ำไปนิดเดียว เลี้ยวซ้ายถึงเลยครับ 

        ชีวิตในวัยเรียนของผม เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดครับ มีทั้งพ่อและแม่ให้กำลังใจผมมาเสมอครับ ทำให้ผมประสบความสำเร็จ อะไรหลาย ๆ อย่าง

        ผมไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัย   เพราะทางบ้านไม่สนับสนุน  ทั้งผมเองก็ไม่อยากเรียนแล้ว  อยากทำงานเก็บเงินมากกว่า

ตอนทำงาน                

ผมไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมหลาย ๆ คนอยากกลับไปเรียนอีก

        ผมเริ่มทำงานครั้งแรก ที่โรงภาพยนตร์เมเจอร์ครับ (เมเจอร์รังสิต)

        ครั้งที่สอง ที่โรงงาน ไอซีไอ

        ครั้งที่สาม ซีพี

        ครั้งที่สี่ คือปัจจุบัน  ผมทำงานที่ร้านในห้างโลตัส  ให้บริการรับทำนามบัตร ตรายาง และอะไรอีกหลายอย่างที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 

        ผมทำงานที่ไหน  ส่วนมากมีปัญหาทุกที่เลยครับ เหอะ ๆ ไม่รู้เป็นอะไรนะครับพี่   ผมทำดีแค่ไหนก็ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครเชื่อเลย !! แค่นี้ล่ะครับผม”

        นี่ละเรื่องราวของชายหนุ่มผู้นี้  เขายังบอกด้วยว่าตอนทำงานที่ซีพี  ก็มีเรื่องไม่ถูกกันกับหัวหน้างานที่เป็นทอม  ซึ่งไม่เคยเข้าใจเลยว่าเขาทำงานมากแค่ไหน  ดีแค่ไหน หัวหน้าทอมผู้นี้ไม่เคยพอใจหรือชอบพอเขาเลย 

        เราเลยวิเคราะห์สรุปเองว่า คงเพราะเขาเป็นแมน ที่สุดหล่อจนทอมอดอิจฉาเอาไม่ได้  นั่นเอง

       

ตอนท้าย…  

ชีวิตของคนเรา  ล้วนต้องฝ่าฟันอุปสรรคขวากหนาม  หากมุมานะบากบั่น ขยัน อดทน ต้องมีสักวันที่ไปถึงฝั่งฝัน  แม้หนทางแสนยาวไกล  หากหัวใจมุ่งมั่น  เริ่มก้าวเดินไปทีละก้าว นับจาก 1 2 3 ... ต่อไปเรื่อย ๆ ถึงร้อย พัน หมื่น แสน ย่อมเป็นไปได้แน่นอน

        ชีวิตของเด็กหนุ่มชื่อ “พู”  มีทุนชีวิตที่ดี  ทั้งหน้าตา บุคลิก ที่รูปงามหล่อเหลาต้องตาผู้คน  ทั้งความสามารถเฉพาะตน ที่บ่มเพาะมาแต่เด็ก  กับการเล่นกีฬา  ทำให้เขามีหน่วยก้านรูปร่างแมน  รวมทั้งหัวใจที่ใฝ่ฝันเอาดีด้านการแสดง         ไม่แน่ว่าสักวัน...สังคมอาจรู้จัก “พู” ในอีกฐานะหนึ่ง  ฐานะของนักแสดงที่ให้ความบันเทิงกับผู้ชม หรือผู้ที่ได้ฟังพูร้องเพลง

        (เราแอบกระซิบกับพูว่า ถ้าถึงวันนั้นจริง อย่าลืมตอบแทนเลี้ยงข้าวพี่นะ...เพราะเราจะเป็นกำลังใจให้เยาวชนต่อสู้ในวิถีทางที่ถูกต้อง  จะเป็นวิถีใดก็ตาม  เพราะเป้าหมายของคนนั้นต่างกัน  ขอเพียงให้เป็นคนที่ดีของสังคมก็แล้วกัน)

        เราถามเขาอีกว่า  เมื่อพลาดหวังจากเดอะสตาร์  แล้วคิดยังไง จะทำอะไรต่อ...พูบอกว่า  ผมก็ทำงานไป  เก็บเงินไป  มีหลายคนที่กว่าจะชนะ  เขาสมัครเดอะสตาร์ตั้งหลายหน  กว่าจะได้รับคัดเลือก  และตอนนี้ผมก็จะซุ่มซ้อมร้องเพลง  หัดเต้นบีบอย  ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ผมสามารถทำได้ดี 

        การเต้นบีบอย  ต้องใช้กำลังมาก  ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้

        (แน่นอน พูมีฐานรากของนักกีฬา  ที่แข็งแรง และใจแข็งแกร่งพากเพียรนี่นา)

        และผมจะไปสมัครเดอะสตาร์อีก  จนกว่าถึงวันที่ผมได้รับคัดเลือก  คงต้องสมัครอีกหลายครั้ง  ผมจะเตรียมตัวให้ดีกว่าเดิม  คราวก่อนผมตกรอบไป  เพราะคนสมัครเยอะมาก  ผมไปแต่เช้า  กว่าจะถึงคิวผมร้องก็ดึกมาก  ยอมรับว่าเสียงผมแห้งเลย  คงเพราะเหนื่อย  เพลีย 

        พูไม่สิ้นหวัง....คงมีเยาวชนไทยอีกมากมายหลายคน  ที่ซุ่มซ้อมร้องเพลง  เต้นรำ  หรือฝึกกีฬา  หลากหลายกิจกรรมที่พวกเขาวัยเยาวชน  เต็มใจสู้สุดกำลัง  ฝึกฝนตนเองในทางที่ถูกต้อง  ดีงาม  เพื่อมีอนาคตดังใจฝัน

เข้าตอนสรุป..สู้ต่อไป สู้ สู้ และซู่....

ประเพณี  กรอบวัฒนธรรม หยั่งฝังรากลึกมายาวนาน  เมื่อโลกเปลี่ยนไป  หลายสิ่งเป็นสิ่งที่ลูกหลานเยาวชนไทย  ชอบในความเป็นสากล 

        สังคมต้องให้โอกาสรับฟัง  คิดด้วยใจที่เปิดกว้าง  ไม่ว่ากิจกรรมนั้น  อาจเป็นทางเดินคนละแนวกับยุคเก่าก่อน 

        รอยต่อระหว่างยุค  จำเป็นต้องเชื่อมต่อประสานกันอย่างแยบยล  ในความเก่ากับใหม่  ต้องมีสิ่งที่เชื่อมรวมเข้ากันได้  ศิลปินเป็นผู้จรรโลงโลก  เป็นผู้ระบายสีสันให้โลกงาม  และสดสวยด้วยสีที่หลากหลายอันตระการตา  ก่อเกิดความงามวิจิตร  ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีที่มีอยู่หลากหลาย ต่างชาติเผ่าพันธุ์ ไม่อาจคัดเลือกได้เพียงหนึ่งเดียวอันเป็นที่สุด  เพราะในความหลายหลาก มีความงามเด่นเฉพาะตัวเฉพาะตน

        เยาวชนผู้พลาดหวังเดอะสตาร์  อาจมีความโดดเด่นเป็นของเฉพาะตน  ไม่ว่าเรื่องใด  ในคนแต่ละคนจะมีนิยาย นิยาม  เรียงร้อยเป็นเล่มเรื่องที่น่าอ่านของแต่ละบุคคลไป  ไม่มีใครน่าสนใจเป็นที่สุดเพียงหนึ่งเดียว

        เพราะคนทุกคน  มีความเป็นเอกเฉพาะตน  โดยตน  และเพื่อตน  เป็นฝันที่ต้องก้าวไปตามที่หัวใจตัวกำหนดไว้

        อย่าลืมเปิดโอกาสให้เยาวชนใกล้ตัวท่านได้โลดแล่นไปตามความฝัน  เพื่อสร้างโลกสวย ด้วยวิถีอันถูกต้องดีงามนะ.




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
จักรวาล วันที่ : 10/01/2010 เวลา : 11.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawitkhaenkhan


อย่างไรก็ต้องไปต่อครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]


จริงหรือ..คนไทยยอมรับตามที่ศาลโลกวินิจฉัย คราวที่กรมพระยาดำรงฯ ไปเยือนปราสาทพระวิหาร
จริง
8 คน
ไม่จริง
16 คน

  โหวต 24 คน