• อมต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : newslifeok@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 53
  • จำนวนผู้ชม : 138274
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
นักข่าวชีวิต
สิ่งที่คุณค้นหา อาจทั้งชีวิต คุณ..พบได้ที่นี่ อ่านเรื่องราวชีวิตที่น่าสนใจ ประวัติบุคคล ความเป็นมาเป็นไป พอดีพอร้าย ประสบการณ์ตื่นเต้น เร้าใจ เรื่องรัก เรื่องชีวิต เรื่องแนวๆ ชวนฉงน แล้วพบกัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/newslife
วันอังคาร ที่ 9 มีนาคม 2553
Posted by อมต , ผู้อ่าน : 2876 , 17:02:05 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ชะนี

          มีการใช้คำว่า “ชะนี” เรียกแทนตัวฝ่ายหญิง  ไม่ขอยืนยันหรือปรากฏทราบว่าเป็นผู้ใดที่บัญญัติศัพท์เรียกแทนนี้  แต่จะขอกล่าวถึงเรื่องราวอันน่าสนใจ  ความวุ่นวายโกลาหลทางครอบครัว  จิต  และวิถีชีวิต  และสังคมที่เป็นไปอย่างสับสนอลหม่าน 

          เรื่องวุ่นวายทางการบ้าน  ลุกลามจนถึงการเมือง  ย่อมสอดคล้องต่อกัน  เป็นไปตามพื้นฐานธรรมชาติ  อันเป็นปฐมบทของสรรพสิ่งนั้น  รวมถึงปัจจัยเสริมอื่น ๆ ที่ผสมผสานต่อกัน

          ชะนี มีความเป็นไปทางธรรมชาติอย่างไร  เป็นเรื่องที่น่าสนใจพอควร  ทำไมจึงเหมาะจะมาเรียกแทนหญิง  แล้วหากจะเรียกแทนชายว่าอะไรดี  ส่วนที่มีครึ่งส่วน  หญิงและชายในตัวเอง  จะเป็นอะไรดี  ม้าน้ำ  ตัวผู้ที่ออกลูกไม่ได้  แต่ก็ต้องเลี้ยงลูกโดยธรรมชาติ  หรือไส้เดือนที่ผสมพันธ์กันได้ในตัวเอง  หรือศัพท์อื่น ๆ คงต้องตามใจผู้คิด  และผู้ใช้  สำคัญแต่ว่า...คำนั้น จะฮิตติดปากไหม  เท่านั้นเอง

          ชะนี มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “Gibbons” จัดเป็น ไพรเมตส์ (Primates) เช่นเดียวกับมนุษย์ แต่เป็นพวก เอปส์ (Apes) หรือ มนุษย์วานร ซึ่งไม่มีหาง 

          ไพรเมตส์ (Primates) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมพวกที่เจริญที่สุด (Primates มีรากศัพท์มาจากภาษาลาติน ว่า Primus ซึ่งแปลว่า ปฐม หรือที่หนึ่ง หรือผู้นำ ซึ่งมีนัยว่าสัตว์ที่อยู่ในลำดับไพรเมตส์นี้ เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือสัตว์ทั้งมวล)

          ไพรเมตส์แบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ มนุษย์ (Humans) เอปส์ (Apes) ลิง (Monkeys) และโพรซีเมียน (Prosimians) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกที่หากินกลางคืน เช่น ลิงลม (Lorises)  ลีเมอร์ (Lemurs)  เป็นต้น

 

          ลักษณะที่ใช้แบ่งแยกเอปส์ที่มีวิวัฒนาการใกล้เคียงกับมนุษย์ออกจากลิง คือ เอปส์มีสมองและรูปร่างที่ใหญ่กว่า รวมถึงลักษณะลำตัวที่ตั้งตรง ช่วงอกกว้าง มีลูกในจำนวนที่น้อยกว่าลิง และไม่มีหางเหมือนลิง (ด้วยความที่ไม่มีหาง ทำให้บางคนเรียกเอปส์ว่า ลิงไม่มีหาง ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ลิง เพียงแต่มีหน้าตาคล้ายลิง) นอกจากนี้เอปส์จะใช้การมองด้วยสายตา มากกว่าการใช้จมูกสูดดมกลิ่น 

          ชะนีจัดเป็นพวกเอปส์ ในกลุ่ม Lesser Apes มีขนาดเล็ก รูปร่างผอมบาง แขนยาว เขี้ยวยาว และระบบการจัดเรียงของฟันเหมือนกับพวก Great Apes
 
          ทางวิทยาศาสตร์ เอปส์แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

          1.  เอปส์ขนาดใหญ่ หรือ Great Apes (Family Pongidae) ได้แก่ กอริลล่า ชิมแปนซีและโบโนโบ (ปิ๊กมี่ชิมแปนซี) และพวกอุรังอุตัง (กลุ่มนี้ถือว่ามีความใกล้เคียงกับมนุษย์มาก)

          2.  เอปส์ขนาดเล็ก หรือ Lesser Apes (Family Hylobatidae) ได้แก่ ชะนี และเซียแมง (Siamangs)  

          เมืองไทยมีชะนีทั้งหมด 4 ชนิด คือ ชะนีมือขาว (White-handed Gibbon: Hylobates lar) ชะนีมือดำ (Agile Gibbon or Dark-handed Gibbon: Hylobates agilus) ชะนีมงกุฎ (Pileated Gibbon: Hylobates pileatus) และเซียแมง (Siamang: Hylobates syndactylus)  

         


 

          ชะนีจัดอยู่ในกลุ่มของเอปส์  มีลักษณะทางสังคมแบบผัวเดียวเมียเดียว (Monogamous Social System) คล้ายกับคนเรา

          การติดตามศึกษาพฤติกรรมทางสังคมของชะนีในช่วงแรกจึงเป็นการศึกษาเชิงประชากร ความสัมพันธ์ของสมาชิกในกลุ่มและต่างกลุ่ม การส่งเสียงร้อง การจับคู่ การแยกครอบครัว เป็นต้น

          ปี 2539 จึงเริ่มโครงการจัดตั้งแปลงถาวรเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพืชและสัตว์ เน้นเรื่องพืชอาหารชะนี ขึ้นมาอีกหนึ่งโครงการ โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากโครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโยบายการจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย (BRT)

          “จากการติดตามสังเกตพฤติกรรมชะนีมาตลอดหลายปี ก็อดไม่ได้ที่จะเอาเรื่องของชะนีมาเล่าสู่กันฟัง โดยสิ่งที่กำลังจะเล่าให้ฟังนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับชะนีเพียงกลุ่มเดียวที่เราทำการศึกษา ไม่สามารถเหมารวมว่าพฤติกรรมต่างๆ เหล่านี้จะเป็นตัวบ่งบอกถึงพฤติกรรมของชะนีทั้งโลก ดังนั้นจึงต้องขอออกตัวไว้ก่อนว่าไม่อนุญาตให้อ้างอิงหรือกระทำการใดๆ กับข้อความต่อไปนี้ในเชิงวิชาการ”  



          ในการติดตามชะนีซึ่งเป็นชะนีมือขาว เราได้แบ่งกลุ่มชะนีออกเป็นหลายกลุ่มด้วยกัน โดยตั้งชื่อตามตัวอักษรภาษาอังกฤษ ชะนีกลุ่มที่เราเฝ้าตามกลุ่มแรกคือ      

          กลุ่ม A  ซึ่งแต่เดิมมีสมาชิก 4 ตัว คือ

                   แม่ชื่อ แอนโดรเมดา (Andromeda)

                   พ่อชื่อ เฟียเลส (Fearless)

                   ลูกชายคนโตที่เพิ่งบรรลุนิติภาวะชื่อ อามาเดอุส (Amadeus)

                   ชะนีเด็กชื่อ อารัน (Aran) ...วันหนึ่งในราวเดือนกันยายน 2540 อารันหายไปอย่างไร้ร่องรอย เราคาดเดาได้อย่างเดียวว่ามันน่าจะตายไปแล้ว โดยไม่ทราบสาเหตุ

                   น้องเล็กชื่อ อากีรา (Akira)

         

          ชะนีตัวแม่ แอนโดรเมดา ชอบมีชู้ และแสดงกริยาให้ท่ากับตัวผู้กลุ่มอื่นอยู่เป็นประจำ โดยแต่ละครั้งก็จะใช้เทคนิคต่างกันไป วิธีที่เราเห็นบ่อยๆ คือ ยุทธการนกต่อ ซึ่งจะใช้ในยามที่ชะนี 2 กลุ่มโคจรมาอยู่ใกล้กัน

          ชะนีกลุ่มตรงข้ามจะให้ชะนีหนุ่มฉกรรจ์ (Subadult) มาล่อตัวพ่อเฟียเลสไป   พอเฟียเลสหลงกลวิ่งไล่ตาม ตัวผู้ฝ่ายตรงข้ามก็จะแอบเข้ามาตีท้ายครัว เข้าหาแอนโดรเมดาซึ่งไม่มีท่าทีปัดป้องปฏิเสธแม้แต่น้อย

          บางครั้งน้องเล็กอากีราเองก็ทนไม่ได้ พยายามที่จะเข้ามาพัวพันกั้นขวาง แต่แม่ก็จะผลักไสไล่ส่งให้ไปไกล ๆ

          ประมาณเมษายน 2541 ลูกชายคนโตอามาเดอุส  ชอบพอกับชะนีสาวจาก กลุ่ม B ชื่อ เบรนดา (Brenda) และได้ตัดสินใจแยกกลุ่มออกไปอยู่ด้วยกันที่ กลุ่ม T

              

บทย่อ : ละครชีวิตของชะนี

ปี 2539      กลุ่ม A  :  แอนโดรเมดา  vs  เฟียเลส =  อามาเดอุส  ( vs  เบรนดา กลุ่ม B )  +  อารัน  +  อากีรา

ปี 2541      กลุ่ม T  :  อามาเดอุส (กลุ่ม A)   vs   เบรนดา  (กลุ่ม B)

                 กลุ่ม  B  :  ชะนีแก่ตัวผู้ บาร์ด  บัว  ฯลฯ

                 กลุ่ม C   :   คาสซานดา   vs   คาสสิอุส   =   ไซราน่า  +   คริสโตเฟอร์   +   ซิเคียว   +   ชูส์

พ.ย. 43    กลุ่ม A   :   แอนโดรเมดา  vs   คริสโตเฟอร์  (กลุ่ม C) vs  เฟียเลส

ปี 2544      กลุ่ม A   :   แอนโดรเมดา  เหลือตัวเดียว

ปี 2544      กลุ่ม T  :  อามาเดอุส (A)  vs  เบรนดา (B)  ย้ายเข้า  :  เฟียเลส (A)  +  อารัน (A)  +   อากีร่า  (A)

เม.ย. 44     กลุ่ม T   :    เบรนดา (B)   vs  เฟียเลส (A)   ย้ายออก   :   อามาเดอุส  ไปอยู่กับชะนีสาวสีขาวถิ่นอื่น

  ก.ค. 44    กลุ่ม T  :  เบรนดา (B)  vs   อามาเดอุส (A)  ย้ายออก  :   เฟียเลส  ไปอยู่กับกลุ่ม E

ส.ค. 44      กลุ่ม T   :  เบรนดา (B)    vs   เฟียเลส (A)  ย้ายออก   :   อากีร่า  (A)  ไปอยู่กับกลุ่ม E  และ H

มิ.ย. 44     กลุ่ม E :  บาร์ค (C) VS  อีมานูเอล   ย้ายเข้า : ไซราน่า (C)    

                ต่อมา ก.ค. 44  บาร์ค VS  ไซราน่า และถูกอีมานูเอลขับไล่

15 ก.ย. 44  กลุ่ม E  :  บาร์ค (C)  VS  อากีร่า (A)  ร้องคู่ (DUET) ประกาศอาณาเขตผัวเมีย   ย้ายเข้า    :   อากีร่า (A)    

                ต่อมา ก.ย. 2544 อากีร่าถูกอีมานูเอลขับไล่ข้ามฝั่งน้ำไป

 ต.ต. 43  กลุ่ม R   :   อีเลียส (E)  บุกรุกมาเข้ากลุ่ม R

                 ธ.ค. 43  พบศพ แอกชั่นเบบี้  ชะนีพ่อตัวเดิมของกลุ่ม R  ถูกฆ่า

                27 พ.ย. 44  ชะนีทารก ลูกแอกชั่นเบบี้  ถูกฆ่า

                16  ม.ค. 45   แม่ชะนีให้กำเนิดสมาชิกใหม่

 

          ต่อมาในช่วงตุลาคม 2543 หนุ่มฉกรรจ์จาก กลุ่ม C ชื่อ คริสโตเฟอร์ (Christopher) เริ่มเข้ามาติดพันแอนโดรเมดา ตัวแม่ของกลุ่ม A จนเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกันนั้น แอนโดเมดรา ก็ใจอ่อนยอมคริสโตเฟอร์ในที่สุด ส่วนเฟียเลสก็ได้แต่เฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ มีบางครั้งที่เข้าร่วมทำกิจกรรมกับครอบครัว หาเห็บหมัด ทำความสะอาดร่างกาย ...ตัวผู้ทั้งสองตัวต่างตัวต่างอยู่ ไม่มีการต่อสู้กัน พวกมันดำเนินชีวิตอยู่ในลักษณะนี้ 

          จนกระทั่งเดือนเมษายน 2544 เฟียเลส (ตัวพ่อ กลุ่มเอ) ได้ตัดสินใจออกจากกลุ่มไปอยู่กับกลุ่ม T

          ต่อมาในเดือนสิงหาคม 44 น้องนุชสุดท้อง อากีราก็เริ่มหายไปจากฝูง (คาดการณ์ว่าเข้ากับพ่อเลี้ยง คือ คริสโตเฟอร์ไม่ได้)

          ในช่วงแรก มันออกมาอยู่กับพ่อและพี่ชายที่กลุ่ม T  ประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วย้ายไปอยู่กับกลุ่ม E อีกหลายครั้ง  จากนั้นก็ทำตัวเป็นเด็กมีปัญหามาอยู่ตัวเดียวแถวเส้นทาง NH ในอาณาเขตของกลุ่ม H จากการที่อากีราซึ่งเป็นตัวเมียตัวเดียว  ที่แยกออกจากกลุ่มแม่โดยที่ยังไม่มีคู่ ทำให้สมาชิกของกลุ่ม A ตอนนี้เหลือเพียงแค่ แอนโดรเมดา ผู้เป็นแม่ของกลุ่ม A  เท่านั้น

          สมาชิกของกลุ่ม C  เกือบทั้งหมดย้ายตามคริสโตเฟอร์มาอยู่ที่กลุ่ม A ของ แอนโดรเมดา และที่กลุ่ม C  ก็มีตัวผู้จากที่อื่นมาอยู่แทน 
          กลุ่ม T  เป็นกลุ่มชะนีที่มาจากกลุ่ม A  และ  B

          เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2544 ดร. วอเรน  พบชะนีทารกขนสีน้ำตาลในกลุ่มนี้ ประมาณอายุว่าน่าจะเกิดในเดือนสิงหาคม 2543 แต่หลังจากที่ เฟียเลส พ่อของกลุ่มเอได้ย้ายเข้ามาอยู่ในกลุ่มนี้ในเดือนเมษายน 2544 ชะนีทารกตัวนั้นก็หายไป ราวปลายเมษายนอามาเดอุสออกจากกลุ่มไป และถูกพบว่ามันอยู่กับชะนีตัวเมียสีขาวแถวขอบตะวันตกของมอสิงโต

          ดังนั้น เฟียเลส จึงเข้ามาแทนที่อามาเดอุส ซึ่งเป็นคู่ตัวเดียวของเบรนดา จนกระทั่งอามาเดอุสกลับมาขอคืนดีกับเบรนดาในเดือนกรกฎาคม เฟียเลส ผู้พ่อจึงเสียสละเริ่มแยกจากกลุ่มไปในบางครั้ง หรือบางครั้งก็ไปอยู่รวมกับกลุ่ม E

          กลุ่มบี เพื่อนบ้านติดกันกับกลุ่ม A หลังจากที่เบรนดาออกเรือนไปแล้ว สมาชิกในครอบครัวก็เหลือ 3 ตัว อยู่กันแบบเรียบง่าย สิ่งที่เรารู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับครอบครัวนี้ก็คือน้องของเบรนดาที่ไม่ทราบเพศในตอนแรก และตั้งชื่อให้ว่า บัว (Bua) กลับกลายเป็นเพศชาย

            

          กลุ่ม C กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีการเปลี่ยนแปลงมากทีเดียว เนื่องจากปัจจุบันสมาชิกเกือบทั้งหมดได้ย้ายไปอยู่กลุ่มเอ และมีตัวผู้จากกลุ่มอื่นเข้ามาอยู่แทน แต่ก่อนหน้าที่จะมีตัวผู้ตัวใหม่เข้ามานั้น กลุ่ม C  มีสมาชิกคือ

          แม่ชื่อ คาสสานดรา (Cassandra)

          พ่อชื่อ คาสสิอุส (Cassius)

          ลูกสี่ตัวคือ ชะนีสาวชื่อ ไซรานา (Cyrana) ชะนีหนุ่มชื่อ คริสโตเฟอร์ (Christopher) ชะนีเด็กชื่อ ชิเคียว (Chikyu) และทารกชื่อ ชูส์ (Choos)

 

 

         

           ในเดือนพฤศจิกายนปี 2543 คริสโตเฟอร์ที่หลงเสน่ห์แอนโดรเมดาก็ย้ายไปอยู่กลุ่ม A ส่วนไซรานาออกจากกลุ่มไปอยู่กับกลุ่ม E ในเดือนมิถุนายน 2544 จากนั้นปลายปี 2544 ก็มีตัวผู้กลุ่มอื่นเข้ามา  คาสสิอุสจึงหนีไปอยู่กินกับแอนโดรเมดาที่กลุ่ม A และชิเคียวก็ตามพ่อและพี่ชายมาอยู่ในฮาเร็มของแอนโดรเมดาด้วยในเวลาถัดมาอีกไม่นานนัก

          กลุ่ม E กลุ่มนี้เป็นกลุ่มรวมชะนีจรจัด ต่างกลุ่ม ต่างสปีชี่ส์ มี บาร์ด (Bard) ชะนีแก่ตัวผู้จากกลุ่ม B ซึ่งถูกชะนีจากกลุ่ม C ชื่อ เชต (Chet) ไล่ออกมานานมาแล้ว และมีชะนีมงกุฎเพศเมียชื่อ อีมานูเอล (Emanuelle) อยู่ด้วยกัน ต่อมาไซรานาจากกลุ่ม C กับอากีราจากกลุ่ม A  ได้มาอยู่ด้วยเป็นครั้งคราว โดยไซรานาเริ่มมาเมื่อต้นกรกฎาคม 2544 โดยที่อีมานูเอลได้พยายามขับไล่เธอออกไปจากกลุ่ม

          แต่ในที่สุดไซรานาก็ได้ผสมพันธุ์กับบาร์ด

          ครั้งสุดท้ายที่เห็นไซรานาในกลุ่ม E คือเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมปีเดียวกัน ส่วนอากีราได้แยกออกจากกลุ่มแม่มาอยู่ที่กลุ่มนี้เป็นระยะเวลาสั้น ๆ ในกลางเดือนสิงหาคม 2544

          และได้ร้องคู่กับบาร์ดเมื่อวันที่ 15 กันยายน (ปกติชะนีจะร้องคู่ หรือ Duet เพื่อประกาศอาณาเขต โดยตัวพ่อกับแม่จะทำหน้าที่นี้ ส่วนชะนีเด็กจะร้องแต่จะเป็นการหัดร้องมากกว่า) จอมแสบอีมานูเอลก็พยายามไล่เธอออกจากฝูงเช่นเคย แต่ไม่สำเร็จ จนวันที่ 27 กันยายน ก็เกิดเหตุการณ์เดียวกันนี้อีกที่ใกล้กับบ้านพักเจ้าหน้าที่อุทยานฯ บริเวณห้วยลำตะคอง อากีราถูกอีมานูเอลไล่ข้ามฝั่งน้ำไป และก็ไม่มีใครเห็นอากีราอีกเลย

          กลุ่ม R เป็นกลุ่มที่เต็มไปด้วยปริศนาฆาตกรรม หลังจากที่ชะนีหนุ่มห้าวจากกลุ่มอี ชื่อ อีเลียส (Elias) ได้บุกรุกเข้ามาในพื้นที่กลุ่ม R  เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2543 ประมาณสองเดือนให้หลัง  เราพบซากศพของ แอกชันเบบี (Actionbaby) ชะนีตัวพ่อเดิมของกลุ่ม สันนิษฐานว่า มันน่าจะถูกฆ่าตายในราวปลายเดือนพฤศจิกายน โดยที่อีเลียสตกเป็นผู้ต้องสงสัย หนึ่งปีต่อมา ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2544 ชะนีทารกอายุ 1 ปี ลูกของแอกชันเบบี ก็ถูกฆ่า ซึ่งฆาตกรโหดคงเป็นเจ้าอีเลียสตัวเดิม แม้จะมีชะนีถูกฆ่าตายไปถึงสองตัวในกลุ่ม แต่แม่ชะนีก็ได้ให้กำเนิดสมาชิกใหม่ไม่ทราบเพศในวันที่ 16 มกราคม 2545 เราก็ต้องเฝ้าติดตามชะตาชีวิตของชะนีน้อยตัวใหม่นี้กันต่อไป

          คณะฯ ผู้ติดตามศึกษาได้เล่าให้ฟังนี้ เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของสังคมชะนีในเขาใหญ่เท่านั้น ยังมีชะนีกลุ่มอื่นๆ อีกหลายกลุ่มที่ทางคณะฯ ยังคงติดตามสังเกตพฤติกรรมทางสังคม  และคงนำเรื่องราวมาเล่ากันอีก

          อาจเป็นเพียงแง่มุมหนึ่งที่สะท้อนอะไรบางอย่าง  ให้มนุษย์ได้ตระหนัก  และยอมรับความเป็นธรรมชาติของสรรพสิ่ง ที่ไม่มีวันที่เราจะฝืน หรือกำหนดได้  นับรวมได้ถึงก้นลึกแห่งจิตใจ  ความทะยานอยาก  กิเลส  ตัณหา  อวิชชา  อนุสัย  และภัยพิบัติทางจิต  และทางโลก  ย่อมเป็นไปตามกรรม  และตามธรรม (ที่ยึดถือปฏิบัติกัน)  แล.

 

ขอบคุณที่มา  :  เรื่อง ตีแผ่ชีวิตชะนี  โดย อนุตตรา    ถลาง  ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ  และวิชาการดอทคอม

                       http://nanasarathai.brinkster.net/040709/chanee.htm




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]


จริงหรือ..คนไทยยอมรับตามที่ศาลโลกวินิจฉัย คราวที่กรมพระยาดำรงฯ ไปเยือนปราสาทพระวิหาร
จริง
8 คน
ไม่จริง
16 คน

  โหวต 24 คน