• อมต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : newslifeok@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 53
  • จำนวนผู้ชม : 138274
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
นักข่าวชีวิต
สิ่งที่คุณค้นหา อาจทั้งชีวิต คุณ..พบได้ที่นี่ อ่านเรื่องราวชีวิตที่น่าสนใจ ประวัติบุคคล ความเป็นมาเป็นไป พอดีพอร้าย ประสบการณ์ตื่นเต้น เร้าใจ เรื่องรัก เรื่องชีวิต เรื่องแนวๆ ชวนฉงน แล้วพบกัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/newslife
วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม 2558
Posted by อมต , ผู้อ่าน : 1823 , 16:23:36 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน วรรณสุข โหวตเรื่องนี้

ที่น่าแปลกใจมาก จนต้องนำมาเล่าสู่กัน

เรื่องของการยิงพลุขึ้นฟ้าที่ไม่ธรรมดา

ไม่ใช่ยิงกันเพื่อเฉลิมฉลอง หรือเทศกาลแข่งขัน

ปกติของงานพิธีเผาศพ ก็มี
การจุดพลุสัญญาณ

ตามวิถีในสมัยโบราณ บ้านเรือนผู้คนท้องถิ่นมักอยู่ห่างกัน

จึงใช้เสียงพลุเป็นสัญญาณ อาจจะจุดเมื่อเคลื่อนศพไปที่วัดลูกหนึ่ง

ถึงวัดแล้วยิงอีกลูกหนึ่ง และยิงลูกสุดท้ายเมื่อทำพิธีเผา

แต่ไม่มีข้อจำกัดอันใด จะมีการจุดพลุหรือไม่ก็ได้

การจุดพลุในงานเผาศพ ตามต่างจังหวัดยังนิยมจุดกันอยู่

หรือแม้ในพิธีการใหญ่ ก็ยังมีพิธีทำความเคารพแบบนี้กัน

แต่การนำเอากระดูกคนตายมาตำทำเป็นประทัด

แล้วจุดพลุขึ้นท้องฟ้านั้น  ถือได้ว่าผู้คิดทำขึ้น

ไม่นำเถ้ากระดูกอังคารไปลอยลงแม่น้ำแล้ว

แต่กลับนำเอากระดูกที่เผาแล้วมาตำให้ป่น

ผสมลงเป็นประทัดจุดพลุ ยิงขึ้นท้องฟ้าแทนการลอยอังคาร

ยังไม่ทราบผลพวงจากการนี้  น่าจะเป็นทางเหนือของไทย


จากหนังสือ "เช้าวันใหม่ ในเงามืด : พิมใจ  อินทะมูล"
บรรยายไว้ที่หน้า ๑๒๗ - ๑๒๘ ความว่า

"ทำไมถึงต้องทำอสุภกรรมฐานบนเมรุเผาศพ
 

อาจเป็นข้อพิลึกกึกกือเกินกว่าคนปกติทั่วไปเขาจะทำกัน

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ท่านสอนไว้ในหนังสือว่า

หนึ่ง เราต้องไปเพ่งศพจริง ๆ   สอง เราต้องเข้าถึงความตายจริง ๆ

ต้องไปถึงแหล่งจริง ๆ ทุกวันนี้พิมใจทำจนชินแล้ว

เราใช้วิธีเพ่งในร่างกาย หรือเวลาที่เขาเผาเสร็จแล้ว

มีกระดูกอยู่ เราจะเพ่งกระดูก บางครั้งเราเห็นคนรวยที่เรารู้จัก

ตายไปแล้วกระดูกยังเอาไปไม่ได้

เขายังเอากระดูกมาตำทำเป็นประทัด จุดพลุขึ้นไปอีก

ที่นี่ไม่มีลอยอังคาร แต่จะจุดพลุขึ้นฟ้า

ขนาดกระดูกยังเอามาป่น ไม่เหลืออะไรสักอย่าง

สิ่งที่ได้ไปคือความดีความชั่วเท่านั้นเอง"

 

 

พิมใจ เป็นสาวเหนือจากบ้านดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ที่ชีวิตจริงของเธอคือผู้ติดเชื้อเอชไอวี ที่กล้าแกร่ง

ก้าวสู่ความเป็นนักพัฒนา 
ได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า

และรับรางวัล "คนดีศรีสังคม" กับ
รางวัลอื่นอีกมากมาย

 

ตามความเห็นของเธอ มีแต่ความดีความชั่วที่ติดไปเมื่อตาย

ก็ไม่รู้คนตายวายวางแล้ว  คนที่อยู่จะปลงได้แค่ไหน

ยิงพลุขึ้นฟ้า  ก็ดี แต่หากมีกระดูกเผาผีปนกระจาย

หล่นจากฟากฟ้า หรือลมพัดพาไป

ขออย่าหล่นใส่ชามข้าว สำรับกับของเรา ก็แล้วกัน

 

ข่าวประกอบ : เมื่อคราวข่าวหลวงตามหาบัว "



เผยอัศจรรย์เถ้าที่เผาหลวงตามหาบัวแตกเป็นพลุฟุ้งกระจายขึ้น
ก่อนจะโปรยปรายลงมากลายเป็นละอองเพชร ฮือเก็บไปบูชาโกลาหล

ความข่าว---ปีติ-เถ้าแตกพวยพุ่งละอองฟุ้ง

น.ส.ประภาดา ศิริวัฒนกาล ชาวอุบล ราชธานี วัย 53 ปี

เปิดเผยด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ตื่นเต้น
พร้อมโชว์อัฐิธาตุที่เก็บได้ว่า

เดินทางมาตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค. เพื่อกราบสรีระหลวงตา

พอตกกลางคืนจึงมาจับจองพื้นบริเวณถนนรอบเมรุกับกลุ่มเพื่อนที่เดินทางมาด้วยกัน

เนื่องจากต้องการอยู่ใกล้สรีรสังขารที่เชิญมาไว้ที่จิตกาธาน จากนั้นได้นั่งภาวนาจิต

ฟังเทศนาของหลวงตา ที่เจ้าหน้าที่วัดเปิดผ่านเครื่องกระจายเสียงจนถึงวันพระราชทานเพลิงศพ

"ขณะนั่งอยู่อากาศร้อนมาก แต่พอฟังเทศนาของหลวงตา ที่สอนเราว่า ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน
จึงคิดว่าร้อนแค่นี้ทนได้และเราก็ทนได้จริงๆ พอถึงช่วงเผาจริงถามว่าอยากขึ้นไปไหม ก็อยาก
แต่เข้าใจว่าเราเป็นผู้หญิงขึ้นไม่ได้ จึงนั่งฟังธรรมเทศนา ขององค์หลวงตาต่อไป

กระทั่งประมาณเกือบตี 2 จู่ ๆ กลับมีเสียงดังมาจากเชิงตะกอน บนเมรุ
เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าเถ้าของหลวงตาพุ่งขึ้นไปฟุ้งอยู่เต็มท้องฟ้า เป็นเม็ดๆ
เกิดมาฉันไม่เคยเห็นมาก่อน เสียดายที่หยิบกล้องมาถ่ายรูปไว้ไม่ทัน
เพราะฉันเห็นชัดเจนเนื่องจากเมรุและบริเวณถนนรอบเมรุเปิดไฟอยู่"
น.ส. ประภาดา กล่าวและว่า จากนั้นเวลาประมาณ 03.00 น.
เถ้าอัฐิหลวงตาก็ส่องประกายคล้ายเพชร จึงรู้ว่าเป็นอัฐิธาตุ
เป็นสิ่งที่สัมผัสได้จริง คิดว่าตัวเองโชคดีมาก
เพราะถ้าไม่มา ก็จะไม่รู้ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง


ด้านยายปู ดำกาฬ ชาวลำปาง วัย 87 ปี กล่าวถึงอัฐิธาตุหลวงตาว่า
ช่วงนั่งอยู่บริเวณเมรุ นั่งมองเปลวไฟอยู่ จู่ๆ เห็นอัฐิหลวงตาระเบิดจากจิตกาธานคล้ายพลุ
ก่อนท้องฟ้าจะเต็มไปด้วยละอองสีทอง ระยิบระยับ
ก่อน ตกลงพื้นกลายเป็นประกายเพชรในเวลาต่อมา
คนที่นั่งด้วยกันยังพูดเหมือนกันว่าบารมีหลวงตาแผ่ไปถึงศิษย์ทุกคน
บางคนโชคดีได้อัฐิขนาดใหญ่มองเห็นเป็นก้อนกลมๆ ตนเก็บได้ส่วนหนึ่ง
แต่ยังไม่แน่ใจเพราะว่าตามองเห็นไม่ชัด อย่างไรก็ดี จะเก็บไปบูชาที่บ้าน
เนื่องจากหินทุกก้อน ทรายทุกเม็ดในวัดแห่งนี้ เป็นสิ่งที่คู่ควรแก่การเคารพสักการะ 

 

https://www.youtube.com/watch?v=DCztrvrgoPc

ข่าวกรองเตือนภัย
พลุและดอกไม้ไฟ อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

แสงสีเสียงตระการตาของพลุและดอกไม้ไฟนานาชนิดบนท้องฟ้า
ที่ทุกคนล้วนชื่นชมในความสวยงาม ซึ่งในความสวยงามนั้นก็แฝงไปด้วยอันตรายเช่นกัน
เนื่องจากพลุและดอกไม้ไฟมีส่วนประกอบที่เป็นวัตถุระเบิดสามารถทำให้เกิดอันตรายได้
หลายปีที่ผ่านมาจะพบว่ามีผู้ที่ได้รับอันตรายจากพลุและดอกไม้ไฟจำนวนไม่น้อย
การบาดเจ็บที่สำคัญคือ การบาดเจ็บที่มือ ตา ใบหน้า และลำตัว จนกระทั่งถึงแก่ชีวิตได้ 
จากสถิติของการบาดเจ็บจากการสัมผัสควันไฟและเปลวไฟ ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบน
พบว่า ส่วนใหญ่เดือนพฤศจิกายนจะเป็นช่วงที่มีผู้บาดเจ็บมากที่สุด

จึงขอประชาสัมพันธ์และให้ข้อเสนอแนะแก่ประชาชน ดังนี้

๑. การเล่นอย่างไม่ถูกวิธี หรือเล่นตามลำพังโดยไม่มีการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้ปกครอง
อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้เล่น และผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ดังนั้นผู้ปกครองควรดูแลอย่างใกล้ชิด
อธิบายให้ความรู้แก่บุตรหลานเกี่ยวกับอันตรายของพลุและดอกไม้ไฟ โดยให้ปฏิบัติตามคำแนะนำ
ที่ติดไว้ในฉลากอย่างเคร่งครัด รวมทั้งตักเตือนให้เล่นอย่างระมัดระวังและถูกวิธี

๒. การเล่นอย่างผาดโผน เช่น จุดดอกไม้ไฟใส่ฝูงชน หรือโยนดอกไม้ไฟใส่กัน อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
โดยระยะปลอดภัยในการยืนดูพลุ คือ ๑๐ เมตรขึ้นไป และไม่ควรยื่นหน้าหรืออวัยวะต่างๆ เข้าใกล้ดอกไม้ไฟที่จุดแล้ว
หากดอกไม้ไฟดับไปก่อนที่จะระเบิด ไม่ควรจุดซ้ำในทันที ควรทิ้งไว้ประมาณ ๑๕ นาที รวมทั้งเตรียมน้ำไว้ใกล้ ๆ
ทุกครั้งที่เล่นดอกไม้ไฟ เพื่อจะได้ดับไฟได้ทันหากเกิดเพลิงไหม้ ทั้งนี้ ไม่ควรจุดพลุใกล้สายไฟ หรือในอาคารบ้านเรือน
เพราะจะทำให้เกิดเพลิงไหม้บ้านเรือนได้รับความเสียหายได้ ซึ่งนอกจากทำให้เกิดอันตรายแล้วยังถือเป็นการกระทำที่
ผิดกฎหมายอีกด้วย

๓. การรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยนำพลุและดอกไม้ไฟ เก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากางเกง หรือการเก็บไว้ในที่ร้อน
และแสงแดดส่อง จะทำให้เกิดการเสียดสี จนเกิดเป็นประกายไฟ และระเบิดทำให้เกิดอันตรายได้

แนวทางการป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นจากพลุและดอกไม้ไฟที่ดีที่สุด ได้แก่ การงดเว้นที่จะเล่นพลุและดอกไม้ไฟ
หรือควรเล่นอย่างถูกวิธี เพราะนอกจากจะมีความสวยงามแล้ว ยังแฝงไว้ด้วยอันตรายอันร้ายแรงอีกด้วย

ดังนั้นถ้าไม่อยากให้งานกลายเป็นโศกนาฏกรรม ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเล่นพลุและดอกไม้ไฟ ให้มากยิ่งขึ้น

โปรดระมัดระวังกันในทุกมิติด้วย ตามข่าวตามเหตุที่แจ้งกันมา

 

cr: หนังสือ "เช้าวันใหม่ ในเงามืด : พิมใจ อินทะมูล"

http://dpc10.ddc.moph.go.th/epinorth/view.php?ct_id=46

http://www.poonporn.com/stories/story000167.html

http://www.onab.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=4357:-11-qq-&catid=62:2009-06-13-17-55-08&Itemid=245




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อมต วันที่ : 16/05/2015 เวลา : 14.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/newslife
ถ้าคุณรู้  คุณเห็น  พบกันที่นี่ ..นิวส์ไลฟ์ กับชีวิตหลากหลาย เรื่องราวอัน.. อมตชีวิต..ไม่รู้จบ หมุนไปไม่รู้สิ้น  ดิ้นมาเกิดแล้วตายกายฝังดิน  ทำดี..คนยินข่าวกล่าวขานเป็นตำนาน  ทำชั่ว..ล่มลาญแหลก..แตกตำ..ไม่นาน

จริงอย่างคุณวรรณสุขกล่าว ที่ห่วง และควรรอบคอบคือเรื่องฟืนไฟ
ไหม้บ้านกันไปสด ๆ ร้อน ๆ กับข่าวไม่นานนี้เอง

ความคิดเห็นที่ 1 อมต ถูกใจสิ่งนี้ (1)
วรรณสุข วันที่ : 14/05/2015 เวลา : 10.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/outofstep

ไม่ได้กลัวหรือรังเกียจอัฐิแต่อย่างใด ห่วงเรื่องไฟเรื่องพลุ(โคมยี่เป็งด้วย) มากกว่า จุดเท่าที่จำเป็นกันดีกว่าเนอะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2015 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]


จริงหรือ..คนไทยยอมรับตามที่ศาลโลกวินิจฉัย คราวที่กรมพระยาดำรงฯ ไปเยือนปราสาทพระวิหาร
จริง
8 คน
ไม่จริง
16 คน

  โหวต 24 คน