• อมต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : newslifeok@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 53
  • จำนวนผู้ชม : 138247
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
นักข่าวชีวิต
สิ่งที่คุณค้นหา อาจทั้งชีวิต คุณ..พบได้ที่นี่ อ่านเรื่องราวชีวิตที่น่าสนใจ ประวัติบุคคล ความเป็นมาเป็นไป พอดีพอร้าย ประสบการณ์ตื่นเต้น เร้าใจ เรื่องรัก เรื่องชีวิต เรื่องแนวๆ ชวนฉงน แล้วพบกัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/newslife
วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม 2558
Posted by อมต , ผู้อ่าน : 8123 , 22:03:59 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน แม่หมี โหวตเรื่องนี้

สิ่งมหัศจรรย์ คือ สิ่งที่ทำให้เราทึ่ง อึ่ง อะเมซซิ่ง แปลกใจ ฉงนใจ
 

รวบรวมจากความรู้สึกของความมหัศจรรย์ที่ได้รู้ ได้พบ ได้เห็น
 

มาพบกับ 10 สิ่งมหัศจรรย์ใดบ้างที่อยู่ใน กทม.
 

(โดยไม่เรียงลำดับมากน้อย หรือชอบไม่ชอบ ฯลฯ )

 

 

ขอเริ่มเลย 10 สิ่งมหัศจรรย์ของกรุงเทพฯ 

รายการที่ 1. โทลเวย์ อยู่คู่ฟ้ากรุงเทพมหานคร ไปอีกแสนนาน

ตั้งแต่ปี 2533 จนปัจจุบัน หลายท่านเรียก "แท่งหินศักดิ์สิทธิ์" 

ที่มีอยู่ถึง 500 กว่าแท่งศิลา

 

"การรถไฟฯทุบทิ้ง 411 ตอม่อโครงสร้างโฮปเวลล์ 411 ตอม่อ

เหลือใช้งานแค่ 121 ตอม่อ หลังพบกีดขวางการก่อสร้างรถไฟสายสีแดง "บางซื่อ-รังสิต"
 
ข่าวจาก https://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20120505090847AAN6Gfq

 

"นายวิทวัส คุณาพงศ์ศิริ ผู้อำนวยการโครงการ อิตาเลียนไทยฯ กล่าวว่า

จากการสำรวจฐานรากตอม่อเสาโครงการโฮปเวลล์ส่วนใหญ่ต้องทุบทิ้ง

โดยจะเหลือใช้ได้ประมาณ 10% จากทั้งหมดกว่า 500 ต้น"

ข่าวจาก http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9560000012901&TabID=1&

 

โปรดสังเกต เสาเก่าโฮปเวล ที่อยู่ฝั่งซ้ายบ้าง ขวาบ้าง

ตอนนี้แท่งหินอยู่ทางซ้าย

 

 ย้ายมาขวาแล้ว  แท่งหิน โฮปเวลล์

 

โครงการรถไฟฟ้า สายสีแดง จะเสร็จปี 2562

ตามข่าวคืบหน้าของโครงการ

 

รายการที่ 2. อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

อันเป็นสถานที่เคารพของชาวไทย และเป็นความฝันอันสูงสุด

 ยามฟ้าสว่าง

 

ยามฟ้ามืด

 

รายการที่ 3. ชุดไทย เกิดเหตุกลางกรุงเทพ

เมื่อมีผู้สวมใส่ชุดไทยไปเดินห้าง เป็นกระแสแต่งชุดไทยขึ้นมาเลย

ข่าวจากโพสต์ทูเดย์....... http://bit.ly/1EwmbQ7
"นายกฯ ยัน ไม่บังคับใส่ชุดไทยทุกวันศุกร์ เพียงรณรงค์ให้คนไทยเห็นความสำคัญ
สั่ง ก.เกษตรฯ ดูตามรูปแบบสหกรณ์ 
เวลา 09.00 น. วันที่ 12 พ.ค. ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี"

 

 

และชุดไทยสวย ๆ จากดาราไทยดัง ๆ หลายคู่ นิยมใส่ในวันแต่งงาน

 



ลิเดีย - แมทธิว

 

 
เติ้ล กับ กระแต

 



แป้ง กับ ผู้กองต้อม

 

ใหม่ กับ เวียร์

 

 ไอซ์ กับ แบ้งค์ วงแบล็ควานิลา

 

กบ กับ บรู้ค

 

สงกรานต์ กับ แอฟ ทักษอร

 

 นุ่น กับต้อด ปิติ ภิรมย์ภักดี

 

ตั๊ก บงกช กับเจ้าสัวบุญชัย

 

ป๊อก ปิยธิดา กับ ตั๊ก นภัสกร

 

ยุ้ย กับ โด่ง

 

และอีกหลายคู่ กับภาพชุดไทยสวย ๆ ของชมพู่ อารยา


กับชุดไทยประยุกต์ที่สวยงาม ใส่ได้หลายโอกาส

ที่คนไทยน่าจะชื่นชอบได้

    

 

ชุดไทยบรมพิมาน

 

เห็นชุดไทยสวย ๆ กับคนใส่ทั้งสวย หล่อ

หนุ่มสาวยุคนี้ น่านึกรักความเป็นไทยกันมากขึ้นได้

แล้วทำให้ร่วมสมัยกันแบบคนมีไอเดีย

 

 

รายการที่ 4. ถนนอโศก 

ถนนที่ไม่โศก แต่รถติดมหาศาล หากเร่งรีบก็อาจทำให้โศกได้

ทั้งรถทั้งคนแน่นหนา สาหัสสากรรจ์มาก ในช่วงเร่งรีบ

ทั้งปัญหาสารพัน สะพานลอยหรือมุดใต้ดิน ทางยกระดับพาดผ่าน

 

 

 

 

 

รายการที่ 5. โค้งรัชดา

 

ข่าวจากสื่อที่ฮือฮากันมา  สิ่งของเครื่องเซ่นไหว้

และอุบัติเหตุที่มักเกิดขึ้นประจำ

เป็นเงื่อนงำความเชื่อถือ และเกี่ยวกับขวัญของผู้ใช้รถใช้ถนน

 

 

 

ข่าวจาก http://www.thairath.co.th/content/474876

"จากกรณีเจ้าหน้าที่ทำความสะอาด สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ต้องคอยจัดระเบียบรูปปั้นม้าลาย
ที่ล้ำออกมาบนพื้นผิวการจราจร บริเวณเกาะกลางถนน หน้าสำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก
ซึ่งมีรูปปั้นม้าล้ายเพิ่มขึ้น สัปดาห์ละ 150 ตัว โดยเฉพาะช่วงวันที่ 1 และ วันที่ 16 ของเดือน
รวมถึงวันสอบของ มรภ.ราชภัฎจันทร์เกษม จะมีรูปปั้นชุดไทย เครื่องเซ่นไหว้มากเป็นพิเศษ
บางทีผ้าไทยที่ประชาชนนำมาสักการะ ก็ปลิวไปบนท้องถนน เป็นอันตรายแก่ผู้ขับขี่


 ขณะที่บนสะพานลอยคนข้ามบริเวณดังกล่าว ก็ยังมีการนำรูปปั้นม้าลายและขวดน้ำแดง
มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จุดนี้กลายเป็นความเดือดร้อนของผู้ใช้รถใช้ถนน 


 ข้อมูลจาก สน.พหลโยธิน ระบุมีเจ้าของรถไปแจ้งความถูกขวดน้ำแดงตกใส่รถ 8 ราย
ระหว่างเดือน ต.ค.-ธ.ค. ที่ผ่านมา


 หัวหน้าฝ่ายรักษาความสะอาด และสวนสาธารณะ เขตจตุจักร บอกว่า ถ้าไม่เก็บขวดน้ำ
และรูปปั้นบนสะพานลอยคนข้าม ภายใน 2 อาทิตย์ จะเหลือทางเดินแคบชนิดสวนกันไม่ได้
ทางเขตจึงต้องส่ง จนท.เก็บทุกวัน 


 ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา จนท.เก็บรูปปั้นม้าลายบนสะพานลอยไปหมดแล้ว
ผ่านไป 3 ชม. กลับมาตรวจสอบ พบว่ามีรูปปั้นมาตั้งไว้ 2 ตัว


 แม้เป็นความเชื่อที่ไม่สามารถห้ามกันได้ แต่สิ่งที่ทางเขตกังวล คือ อันตรายจากการวิ่งข้ามถนน
นำเครื่องไหว้ไปบูชา เสี่ยงต่อชีวิต แม้ที่ผ่านมา เคยมีแนวคิดจัดระเบียบ รื้อรูปปั้นม้าลายที่มีมากว่า 40 ปี
ออกให้หมด และติดตั้งป้าย เอาผิดกับผู้ที่นำรูปปั้นมาวางไว้ โดยจะให้หมอดูมาทำพิธี 


 แต่เนื่องจากต้องใช้งบประมาณหนึ่งหมื่นบาท ทางเขตไม่มีงบ จึงต้องยุติโครงการนี้ไว้
และทำได้เพียงขอความร่วมมือประชาชนเท่านั้น  " 

จากข่าว http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReU1EWTRPRGc0TXc9PQ==

 

ศรัทธาและความเชื่อถือ

ต้องใช้วิจารณญาณกัน ก่อนทำอะไรก็ตาม

มีผลต่อคนกรุงเทพเหมือนกัน

 

 

รายการที่ 6. สะพานลอย
 

พื้นที่กรุงเทพฯ มีทางข้ามรวม 4 ประเภทนี้จำนวนกว่า 2,000 แห่ง 

และเฉพาะสะพานลอยคนข้ามมีประมาณ 700 สะพาน

ถือว่าเป็นเมืองที่มีสะพานลอยมากที่สุดในโลก

 

ข่าวจาก http://www.thaibusinesspr.com/m-pr-utcc/

"นายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงมาตรการด้านความปลอดภัย
ในเรื่องการสร้างทางคนเดินข้ามถนนว่า กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญเรื่องของความปลอดภัย
และสะดวกในการสัญจรของประชาชน โดยการสร้างทางคนเดินข้ามถนนนั้นจะพิจารณาจากความจำเป็น
และปริมาณผู้ใช้ แบ่งเป็น 4 ระดับ เริ่มจากทางม้าลาย เมื่อมีคนใช้มากขึ้นจะติดตั้งสัญญานไฟเตือน
ก่อนถึงทางข้าม และหากมีผู้ใช้มากขึ้นจนไม่ปลอดภัยจะติดตั้งสัญญาณไฟคนข้ามอัจฉริยะ
มีไฟเขียว/แดงให้รถหยุดให้คนข้าม แต่ในถนนที่มีการจราจรหนาแน่นกรณีนี้จะส่งผลกระทบให้จราจรติดขัด
ก็จะพิจารณาสร้างสะพานลอยคนเดินข้ามซึ่งส่วนมากจะสร้างในถนน 4 ช่องจราจรขึ้นไป ในสถานที่สำคัญ
โรงเรียน โรงพยาบาล ตลาดย่านชุมนุมชน

ทั้งนี้ในพื้นที่กรุงเทพฯมีทางข้ามรวม 4 ประเภทนี้จำนวนกว่า 2,000 แห่ง
และเฉพาะสะพานลอยคนข้ามมีประมาณ 700 สะพาน
ถือว่าเป็นเมืองที่มีสะพานลอยมากที่สุดในโลก

แต่สะพานลอยคนข้ามก็เป็นปัญหาอุปสรรคกับผู้สูงอายุที่จะต้องเดินขึ้นสะพานที่มีความชัน
กรุงเทพมหานครจึงปรับแบบสะพานลอยคนข้ามให้มีความลาดชันที่เหมาะสมทำให้มีความยาวตลอดทางขึ้นลง
สองฝั่ง 25-40 เมตร กลายเป็นปัญหาเกิดการคัดค้านของผู้ประกอบการริมถนนเพราะต้องปิดบังหน้าร้าน
ซึ่งกรุงเทพมหานครก็ต้องชี้แจงถึงเหตุผลความจำเป็น ซึ่งนี้อีกหลายจุดในกรุงเทพฯยังมีความจำเป็นอีกมาก
แต่ต้องพิจารณาไปตามความจำเป็นเร่งด่วนของสภาพถนน และข้อจำกัดของงบประมาณประจำปี
เพราะหนึ่งสะพานใช้งบประมาณก่อสร้าง 3-5 ล้านบาท

นอกจากใช้งบประมาณของกรุงเทพมหานครแล้ว ในการก่อสร้างสะพานลอยคนข้ามยังมีผู้ประกอบการภาคเอกชน
มีความจำนงบริจาคเงินเพื่อก่อสร้างจะเป็น 2 รูปแบบคือให้ก่อสร้างทั้งสะพานและบริจาคสมทบทุน
ซึ่งกรุงเทพมหานครจะพิจารณาตามความเหมาะสม

 ขณะนี้มีผู้ใจบุญได้ยื่นความจำนงมอบเงินบริจาคเพื่อก่อสร้างสะพานลอยคนข้าม 10 สะพาน อยู่ระหว่าง
สำนักการโยธาพิจารณาความเหมาะสมจุดที่จะสร้างเพราะต้องทำความเข้าใจชี้แจงกับประชาชนด้วย
โดยจะแบ่งดำเนินการ 2 ระยะรอบละ 5 สะพาน พร้อมกันนี้ต้องขอความร่วมมือหน่วยงานสาธารณูปโภค
ที่ติดตั้งสายสัญญานต่างๆพาดผ่านสะพานดำเนินการให้เรียบร้อยไม่กีดขวาง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน " 

ข่าวจากแนวหน้า  http://www.naewna.com/local/57033

ข่าวจาก http://hmongzone.com/video/ck92Tlp0S2NSMEtJ

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดสะพานลอยคนเดินข้าม ถนนวิภาวดีรังสิต 

ข่าวจาก http://www.banmuang.co.th/news/politic/8958

 

กับข่าวคดีเรื่องสะพานลอย

 

พปส.ไล่บี้ "บิ๊กตู่-สุขุมพันธ์"สอบสะพานลอยฉาว

 

รายการที่ 7. ศาลม้าลาย 

ที่มีให้เห็นกันทั่วไปในกรุงเทพฯ แต่ภาพตัวอย่างยกเอามาจาก

ศาลตายาย เมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ เขตนนทบุรี

 

 

 จากข่าว http://www.doolekded.com/pcontent/lottery

"ศาลตายายเมืองทองธานีแห่งนี้แต่เดิม เป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่บริเวณนี้ตั้งอยู่กลางทุ่ง
ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นที่จอดรถ จึงได้มีการตั้งศาลใหม่ขึ้นมาทดแทนศาลเดิม ปัจจุบันสร้างเป็นศาลไม้
ขนาดเล็ก 2 หลัง และศาลปูน 1 หลัง มีประชาชนนำของเซ่นไหว้ รวมทั้งร่มผ้าที่ใช้ในพิธีแห่นาคมากางถวาย
เพื่อกันแดดและฝน  ด้วยความที่ศาลตั้งอยู่ริมทางเดิน มีผู้คนสัญจรมากมายในแต่ละวัน จึงทำให้ประชาชน
มากราบไหว้ขอโชค ขอพร อาจรวมถึงเลขเด็ด เมื่อมีคนสมหวังเริ่มมีผู้นำตุ๊กตาม้าลายมาถวาย 

     ต่อมามีผู้นำม้าลายขนาดใหญ่ขึ้นมาถวาย คาดว่าเป็นผลพวงมาจากโชคลาภที่แต่ละคนบนบานไว้ 
อย่างบรรดาพ่อค้าแม่ขายที่นำสินค้ามาออกงานและต้องการให้สินค้าของตนทำยอดขายได้ดี
นิยมมาบนบานศาลกล่าวที่ศาลแห่งนี้ ยังไม่นับรวมถึงบรรดาข้าราชการน้อยใหญ่ของกระทรวงกลาโหม
ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงที่ต่างยึดศาลตายายแห่งนี้เป็นที่พึ่งทางใจด้วยเช่นกัน

    ขณะเดียวกัน คุณประเสริฐสุข ภูมิสินบูรณะกุล  เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสาร อาคารเมืองทองธานี ที่ระบุว่า
ศาลตายายแห่งนี้ สร้างมาตั้งแต่บริษัทบางกอกแลนด์ บริหารพื้นที่ตั้งแต่เริ่มต้น 

    ต่อมามีประชาชนนับถือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  จนกระทั่งทางเมืองทองเองมีแนวคิดที่จะขยับขยาย และปรับปรุง
โดยหาพื้นที่ใหม่ที่เหมาะสมในบริเวณใกล้เคียง แต่ขณะนี้ติดขัดเรื่องสถานที่ซึ่งยังไม่ลงตัว  และแม้จะเป็น
พื้นที่ของอิมแพ็คแต่เราไม่ได้จัดการอะไร เป็นเพียงการเปิดพื้นที่ให้เท่านั้น

คำถามที่หลายคนสงสัย ใคร่รู้ คือ “ทำไมต้องเป็นม้าลาย? ” 

เจ้าหน้าที่คนเดิมกล่าวว่า เพราะคนที่มาบนเชื่อว่า ม้าลายเป็นสัตว์พาหนะที่จะนำความสำเร็จมาให้
นอกจากนี้บางคนยังเชื่อว่า ม้าลายจะสามารถช่วยให้คนเราก้าวข้ามผ่านความยากลำบากไปได้อย่างสะดวกสบาย
สอดคล้องกับข้อมูลจาก คอลัมน์ สุวรรณภูมิ สังคมวัฒนธรรม ในหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 25 พฤษภาคม 2550
ที่ลงข้อความไว้ว่า

     “ในกรุงเทพฯมีปรากฏการณ์อีกมากมายหลายผีเกิดขึ้นอย่างซับซ้อน เช่น กรณีการบูชาและบนบาน หลวงปู่จันดี
มีมากับการขยายตัวของถนนหนทางที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุและภัยบนท้องถนนเป็นประจำ ชาวบ้านชาวเมืองจึงพากัน
สร้างศาลหลวงปู่จันดีขึ้นในหลายๆ แห่ง แล้วพากันถวาย ม้าลาย ให้เป็นพาหนะ เพื่อใช้สอยในการแก้บน “ม้าลาย”
กลายเป็นสัญลักษณ์ของความปลอดภัยบนท้องถนน เพราะถ้าจะปลอดภัยก็ต้องข้ามถนนที่ทางม้าลาย
ม้าลายเลยกลายเป็นสัตว์สัญลักษณ์เพื่อการแก้บนในมิติใหม่ แทนการใช้รูปสัตว์ที่เป็นช้าง ม้า หรือสัตว์อื่นๆ ที่เคยมีแต่เดิม”

    พราหมณ์ปอ ชำนาญเวทย์ อธิบายเรื่องการตั้งเจ้าที่ หรือศาลพระภูมิ ไว้ว่า ตามธรรมเนียมโบราณไทย เชื่อว่า
สถานที่ทุกแห่งจะต้องมีเจ้าที่คอยปกปักรักษา อาจหมายถึง ผู้ที่ลาลับไปแล้วในบริเวณนั้น

     แล้วสิงสถิตย์อยู่ดูแลตรงนั้น จนกว่าจะพ้นหน้าที่ไปตามกาลเวลา นั่นจึงเป็นที่มาของการตั้งศาลพระภูมิ หรือเจ้าที่
เพื่อให้ผู้ที่อยู่อาศัยในบริเวณดังกล่าวได้เคารพ กราบไหว้ อุปมาอุปไมย ไม่ต่างจากการพาญาติผู้ใหญ่เข้าบ้าน
แต่ญาติผู้ใหญ่เราลงโทษ คือดุด่าด้วยคำพูด แต่ศาลเจ้าที่ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เขาดุด่าด้วยการลงโทษ เราปฏิบัติดี
ท่านก็ให้ศีลให้พร ก่อนทำศาลอะไรก็ต้องคิดให้ดี ว่าเราจะต้องดูแลให้ดี ดูแลไม่ดีเราก็จะมีปัญหา


     ส่วนความเห็นเรื่องที่ว่า ทำไมจึงถวายม้าลาย แทนสัตว์บริวารอื่นๆ พราหมณ์ปอ ชำนาญเวทย์ แสดงความคิดเห็นว่า
“ การแก้บนจะเป็นม้าลายหรือไม่ หรือเป็นยีราฟ อยู่ที่คนไปบน คิดว่าน่าจะเป็นเพราะส่วนใหญ่ที่ทำขายเป็นรูปปั้นไม้ตัวใหญ่ๆ
ม้าธรรมดามันไม่ค่อยมี เขาทำเป็นรูปม้าลาย จึงไปซื้อม้าลายที่ทำขึ้นสำหรับการจัดสวน  ซึ่งถือว่าเป็นม้าเหมือนกัน ถวายได้
ก็ถวาย ส่วนที่จะบอกว่าม้าลาย หมายถึง ความปลอดภัย แล้วแต่คนจะตีความหมาย เพราะถ้าถวายแก่ศาล
ก็เป็นแค่ข้าทาสบริวาร เท่านั้น”

     “มันเป็นความเชื่อเฉพาะบุคคล ส่วนคุณจะบนเรื่องอะไร แล้วแต่ว่าทำเรื่องอะไร ก่อนจะบน คุณต้องคิดให้ดีว่า
คุณทำได้หรือไม่ ไม่ใช่สักแต่บน บนแบบแปลกประหลาดแล้วทำไม่ได้  คิดแบบแนววิทยาศาสตร์คือ ก่อนที่จะลงมือทำ
คิดก่อนว่าเราทำได้หรือไม่ได้”  พราหมณ์ปอ ชำนาญเวทย์ กล่าวทิ้งท้ายให้ข้อคิด

    การบนบานศาลกล่าว  คือ  การขอร้องให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยเหลือในสิ่งที่ตนเองต้องการอยากจะได้  หรืออยากให้เป็นไป 
และเมื่อมีผู้สมหวัง มีคนสมใจ และมีใครสมคิด จึงนำไปสู่การแก้บนด้วยสัตว์บริวารอย่างปรากฏการณ์ม้าลาย ยีราฟ
หรือตุ๊กตาแก้บนอื่นๆนั่นเอง  นาทีนี้ไม่มีใครไม่เชื่อว่า สิ่งศักดิ์มีจริง แต่การที่จะได้มาซึ่งสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเรา
ได้ใช้ความพยายามเต็มที่แล้วหรือยัง   ทิ้งทายฝากข้อคิดจาก

     สำนัก(ข่าว)พระพยอม ประจำวันที่ 23 มกราคม 2549 ไว้ว่า “การบนบานศาลกล่าวก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เป็น
สิ่งที่สังคมไทยยึดติด ขนาดเด็กๆบางคนเวลาจะไปสอบเข้าที่ไหนก็ยังมีการยึดติดกันว่าถ้าอยากสอบได้
ก็ต้องไปบน บานที่โน่นที่นี่ กลายเป็นว่าคนไทยประเทศไทยเรานับถือศาสนาอ้อนวอนกันหรือนี่ ศาสนาพุทธนี่
ไม่มีศาสนาอ้อนวอนนะ เป็นศาสนาที่สอนให้พึ่งตนเอง เป็น “อัตตาหิ อัตโนนาโถ” ตนย่อมเป็นที่พึ่งแห่งตน
ไม่ใช่ว่าจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างโน้นอย่างนี้มาเป็นที่พึ่ง แล้วมันก็พึ่งไม่ได้จริง เป็นของเชื่อลมๆแล้งๆ ”

ผู้ที่ผ่านไปแถวอาคารอิมแพ็ค อารีน่าเมืองทองธานี และสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถ.แจ้งวัฒนะ จ.นนทบุรี
ก็อย่าลืมแวะไปชอโชคขอลาภจากศาลตายายกันนะคะ ซึ่งหากดูจากจำนวนสิ่งของที่แก้บนแล้วยิ่งเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์
และน่า ศรัทธาอย่างมาก โดยเฉพาะบรรดานักเสี่ยงโชคที่เดินทางมาขอเลขเด็ด ไหว้ขอพร ขอโชคกันตลอดทั้งวัน

ศาลแห่งนี้เปิดทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ผู้คนนิยมแก้บนด้วยของเซ่นไหว้ เช่น ผลไม้ ขนมหวาน อาทิ ทองหยิบ ฝอยทอง
ร่มผ้าที่ใช้ในพิธีแห่นาคมากางถวายเพื่อกันแดดและฝน ด้วยความที่ศาลตั้งอยู่ริมทางเดิน โดยเฉพาะม้าลายปูนปั้น
ที่ชาวบ้านเชื่อว่าคุณปู่คุณย่าชอบมาก "

 

 

รายการที่ 8. ทางแยกตัว Y สะพานรัชวิภา

พิศวงที่น่ามหัศจรรย์ กับอุบัติภัย จากถนนในกรุงเทพฯ

 

"ณ บริเวณทางแยกรูปตัววายแห่งนี้ เกิดอุบัติเหตุคร่าชีวิตผู้คนขึ้นบ่อยครั้ง โดยอุบัติเหตุส่วนใหญ่
จะเกิดขึ้นเมื่อผู้ขับขี่ไม่คุ้นเคยกับเส้นทาง เกิดความลังเลในการตัดสินใจว่าจะไปทางไหน หรือ
บางราย ขับรถด้วยความเร็ว และไม่ทราบว่า เป็นทางแยก จนเป็นที่มาของเหตุโศกนาฏกรรมบ่อยครั้ง 
โดยเหตุการณ์ที่เป็นข่าวดังของ สะพานข้ามแยกนี้ คือ เหตุการณ์รถยนต์ประสบอุบัติเหตุตกลงมาจาก
สะพานในช่วงบริเวณต่างระดับที่จะแยกออกไปถนนวิภาวดีรังสิต จนเป็นเหตุให้ น้อง มายด์ พี่สาวมิ้นAF
ลูกสาวของ นายโกวิท วัฒนกุล เสียชีวิตนอกจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ยังมีเหตุการณ์อุบัติเหตุ
จนรถตกทางด่วนและมีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นหลายครั้ง ชาวบ้านในละแวกนั้น เชื่อว่า ผู้คนที่มาเสียชีวิตที่นี่
จะเป็นผีตายโหง หากไม่มีวิญญาณมาแทนที่ ก็ไม่สามารถไปเกิดได้ จึงได้หาตัวตายตัวแทนมาแทนตน
และจะวนเวียนอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ" 

- See more at: http://www.tpa.or.th/writer/read_this_book_topic.php?bookID=2906&read=true&count=true#sthash.Fm7x74P6.dpuf

ข่าวจาก http://www.tpa.or.th/writer/read_this_book_topic.php?bookID=2906&read=true&count=true

 

รายการที่ 9. โค้งทางด่วนพระรามหก

โค้งทางด่วนอันมหัศจรรย์ ที่ต้องระมัดระวังกันให้มาก

กับเรื่องราวและเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น

" ทางด่วนพระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท ก็เป็นอีกจุดที่เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง
ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 2 ม.ค. เมื่อรถตู้โดยสารตกลงมาที่บริเวณหน้าโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย
มีผู้เสียชีวิต 9 รายและบาดเจ็บอีก 7 ราย อีกมากมายหลายเหตุการณ์ เหตุใดที่ผู้คนมากมายต้องขับรถ
มาจบชีวิตลงที่จุดนี้ ประมาท หรือ ตัวตายตัวแทน ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องค้นหากันต่อไป    ด้วยเหตุการณ์
ที่เกิดอยู่บ่อยครั้ง การทางพิเศษก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลย เร่งแก้ไขจุดเสี่ยงที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุซ้ำ
โดยการเพิ่มสัญญาณเตือนภัยและป้ายระบุชัดเจนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียขึ้นอีก"  

- See more at: http://www.tpa.or.th/writer/read_this_book_topic.php?bookID=2906&read=true&count=true#sthash.Fm7x74P6.dpuf

 

 

และสุดท้าย 10 สิ่งมหัศจรรย์ของกรุงเทพฯ ก็คือ

 

รายการที่ 10. สนามบินสุวรรณภูมิ

เป็นสนามบินที่มีความสวยงามในหลายด้าน ตามมาดูกัน

 

 

 

 

และภาพห้องน้ำแบบสวยอย่างไทยวิจิตร งดงาม

จากข่าว  http://wallpaper.thaiware.com/album/7367/

" ส่วนเพดานห้องน้ำจะตกแต่งด้วยไม้ระแนงเป็นซี่ ๆ เชื่อมต่อกัน โดยมีไฟเพดานส่องลงมา
ทำให้เกิดเงาต่าง ๆ คล้ายอยู่ภายใต้แสงของธรรมชาติ และยังมีการติดพัดลมทรงโบราณ
เพื่อให้ความเย็นสบายอีกด้วย" 

 



ดูเพิ่มเติม  http://hilight.kapook.com/view/83535

 

 

 

 

 

 

 

 

จนกระทั่งข่าวสะท้อนอีกแง่มุมหนึ่ง สนามบินสุวรรณภูมิ

 

จากข่าว http://www.thairath.co.th/content/475899

 

"  ฮือฮาในโลกออนไลน์เมื่อวันจันทร์ หลังจากที่มีผู้ใช้นาม โกกิ อากิ ชาวญี่ปุ่น
ที่เข้ามาทำกิจกรรมกุศลในไทยมานานเกือบ 10 ปี โพสต์ลงในเฟซบุ๊ก
ประจานบริการของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และ บริการแท็กซี่ ใน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ประตูสู่ประเทศไทยว่า “สนามบินสุวรรณภูมิคือความน่าอายของประเทศไทย”
โดยโพสต์เป็นภาษาญี่ปุ่นมีคำแปลเป็นภาษาไทย

ความน่าอายนี้ไม่ใช่แต่ชาวญี่ปุ่นอย่าง อากิ จะรู้สึกจนต้องระเบิดออกมาในเฟซบุ๊ก
คนไทยเองก็รู้สึก ผมเองก็เขียนบ่อยครั้ง แต่ก็ไม่เคยมีการแก้ไขจากกระทรวงคมนาคม

คุณอากิมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิเย็นวันอาทิตย์ “ผมมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสายการบินเวียดนาม
ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง แถวผู้โดยสารยาวมาก ถึงจะมีผู้โดยสารเยอะ แต่ด่านตรวจคนเข้าเมือง
ก็ไม่เปิดใช้งานช่องที่ว่างอยู่ สุดท้ายผมต้องรอคิวที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองถึง 30 นาที
(สนามบินนาริตะคนมากกว่าใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที)

ตอนนี้ผมมีปัญหาที่ข้อเท้า ผมต้องเดินลากเท้าเอง ผมมีกระเป๋าสะพายหนัก 15 กิโล
กระเป๋าเดินทางสองใบ ใบละ 20 กิโลที่เต็มไปด้วยของเล่นและขนมสำหรับเด็กๆ
แล้วผมก็เดินมาถึงที่รอคิวแท็กซี่ด้วยความอ่อนเพลีย คิวที่รอแท็กซี่ยาวมาก และแล้วก็เกิดปัญหาขึ้นอีก

ตอนที่เอากระเป๋าขึ้นรถ คนขับก็ขอบัตรคิวรถจากผมไป ที่จริงบัตรคิวผู้โดยสารควรจะเก็บไว้ เผื่อมีปัญหาเกิดขึ้น
ตอนนั้นผมก็เลยรู้สึกแปลกๆ ตอนที่ขึ้นไปนั่งบนรถแล้ว คนขับก็พูดว่า “ไปสะพานควายต้องจ่าย 700 บาท”
ผมว่านี่แปลกๆนะครับ ปกติไปสะพานควายเสียค่ารถเพียงแค่ประมาณ 350 นี่เหมือนการโกงเลยนะครับ
ผมบอกเขาว่า “ใช้มิเตอร์ครับ” แต่คนขับบอกกับผมว่า “คุณเลือกรถใหญ่เอง” ผมก็เลยลงจากรถ
คนขับพูดไม่จริงนะครับ เพราะเราไม่ได้เลือกรถเอง มีพนักงานคอยกดบัตรคิวให้เรา...

ผมตัดสินใจทักท้วงกับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบที่นั่น ผมต้องเดินกลับไปที่รับบัตรคิวแท็กซี่อีก ผมพยายามทักท้วง
กับคนที่รับผิดชอบเรื่องแท็กซี่ตรงนั้น พวกเขาบอกผมว่า “งั้นขอบัตรคิวคืน” แต่ถ้าผมคืนบัตรคิวให้พวกเขา
ผมก็ไม่มีหลักฐาน ผมก็เลยต้องถ่ายรูปไว้ และเจ้าหน้าที่ก็ทิ้งบัตรคิวนั้นไป...”

คุณอากิ เล่าต่อว่า เจ้าหน้าที่พาเขาไปเขียนใบร้องเรียนที่เคาน์เตอร์ มีผู้หญิงนั่งอยู่ 2 คน เขาก็อธิบายอีกครั้ง
ก็ได้รับคำตอบว่า รถใหญ่แพงกว่ารถเล็กเป็นธรรมดา 700 บาทก็ปกติ พวกเขาไม่สนใจคำทักท้วง ไม่อยากทำงาน
ไม่สนใจผู้โดยสาร ทำเหมือนปล่อยไปเถอะ

“...สนามบินสุวรรณภูมิ เป็นสนามบินที่ต้องเสียค่าภาษีสนามบินแพงที่สุด รอแถวตรวจคนเข้าเมืองยาวมาก
ลิฟต์ก็ใช้การไม่ได้ การบริการที่แย่ ผู้โดยสารจะถามข้อมูลเจ้าหน้าที่ก็ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์หรือไม่สนใจ
มีเจ้าหน้าที่แย่แบบนี้ แท็กซี่ไม่กดมิเตอร์และคิดค่าโดยสารสองเท่า มีแท็กซี่แย่แบบนั้น ต่อหน้าชาวต่างชาติ
คนไทยแสดงความแย่ในการบริการแบบนั้น นี่สนามบินแห่งชาติที่เป็นประตูเข้าสู่ประเทศ พวกเขาไม่ใช่
ความน่าอับอายของประเทศไทยเหรอครับ ที่แสดงความขี้เกียจไม่มีนํ้าใจต่อชาวต่างชาติ”

แน่นอนนี่คือ ความอับอายของชาติแน่นอน ไม่เพียงชาวต่างชาติที่ได้รับการต้อนรับแย่ๆแบบนี้
คนไทยเจ้าของประเทศเองก็เจอทุกวัน ไม่รู้เมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
จะกล้าสั่งการให้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีคมนาคม “จัดระเบียบสนามบินสุวรรณภูมิ”
ให้เป็นประตูบ้านที่ดีของประเทศไทยเสียที

โพสต์นี้มีคนกดไลค์และวิจารณ์กันมาก วันจันทร์ที่ผ่านมา คุณอากิ ได้โพสต์ข้อความขอโทษว่า
ที่ตำหนิไม่ใช่เพราะเกลียด แต่ถือไทยเป็นบ้านหลังที่ 2 เพราะเข้ามาทำกิจกรรมการกุศลเกือบ 10 ปีแล้ว
มีความสุขทุกครั้งที่เข้าประเทศไทย คนไทยมีนํ้าใจเชื่อว่าคนไทย 99 คนใน 100 คนเป็นคนดี
แต่มีคนไทย 1 คน ทำให้ภาพลักษณ์คนไทยอีก 99 คนเสียหาย

ก็ขอบคุณอากิที่ช่วยด่าแทนคนไทย ที่จริงมีเรื่องต้องด่ามากกว่านี้เยอะ ทุกวันนี้ผู้โดยสารต้องจ่าย
ภาษีสนามบินคนละ 700 บาทต่อเที่ยวบิน เพื่อบริการเหล่านี้ แต่กลับได้บริการที่แย่ๆทุกวัน
สมควรถูกด่าแล้วครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”                "

http://dictionary.sanook.com

 

จบแล้วกับ 10 สิ่งมหัศจรรย์ของกรุงเทพฯ  

หากมีเพิ่มเติม ก็ว่ากันไป

โลกไม่ได้มีด้านเดียวเสมอไป

เหมือนคนเราที่มีทุกข์ ก็ต้องมีสุข

คละเคล้ากันไป----จบข่าว.

 

ขอบคุณทุกแหล่งข่าวภาพที่นำมาเผยแพร่สู่กัน




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
อมต วันที่ : 16/05/2015 เวลา : 12.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/newslife
ถ้าคุณรู้  คุณเห็น  พบกันที่นี่ ..นิวส์ไลฟ์ กับชีวิตหลากหลาย เรื่องราวอัน.. อมตชีวิต..ไม่รู้จบ หมุนไปไม่รู้สิ้น  ดิ้นมาเกิดแล้วตายกายฝังดิน  ทำดี..คนยินข่าวกล่าวขานเป็นตำนาน  ทำชั่ว..ล่มลาญแหลก..แตกตำ..ไม่นาน

ขอบคุณท่าน พล.ท.นันทเดช ที่มาเยี่ยมเยียน ได้ไปเยี่ยมท่านมาแล้วเช่นกัน ได้ความรู้ ท่านเล่าได้เข้าใจดี

ความคิดเห็นที่ 5 อมต ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 15/05/2015 เวลา : 21.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

แท่งคอนกรีต ถนนนวมินทร์ เกษตร มีบอกหมายเลขด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
อมต วันที่ : 15/05/2015 เวลา : 17.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/newslife
ถ้าคุณรู้  คุณเห็น  พบกันที่นี่ ..นิวส์ไลฟ์ กับชีวิตหลากหลาย เรื่องราวอัน.. อมตชีวิต..ไม่รู้จบ หมุนไปไม่รู้สิ้น  ดิ้นมาเกิดแล้วตายกายฝังดิน  ทำดี..คนยินข่าวกล่าวขานเป็นตำนาน  ทำชั่ว..ล่มลาญแหลก..แตกตำ..ไม่นาน

ขอบคุณความเห็นจากตาเรน นอกจากร้ายแล้ว
คือความบัดซบ อันเป็นความมืดบอดของการคอรัปฯ

ความคิดเห็นที่ 3 อมต ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ตาเรน วันที่ : 15/05/2015 เวลา : 14.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sammaapii
เรียนฟรีจริง ๆ  ขอเชิญแวะเยี่ยมตาเรนที่  >>> http://www.webudon.net

สิ่งดี ๆ ก็คือชุดไทย ๆ สิ่งร้าย ๆ ก็คือการคอรัปชั่น...
กร๊ากกกก..

ความคิดเห็นที่ 2 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อมต วันที่ : 15/05/2015 เวลา : 13.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/newslife
ถ้าคุณรู้  คุณเห็น  พบกันที่นี่ ..นิวส์ไลฟ์ กับชีวิตหลากหลาย เรื่องราวอัน.. อมตชีวิต..ไม่รู้จบ หมุนไปไม่รู้สิ้น  ดิ้นมาเกิดแล้วตายกายฝังดิน  ทำดี..คนยินข่าวกล่าวขานเป็นตำนาน  ทำชั่ว..ล่มลาญแหลก..แตกตำ..ไม่นาน

สักวันสิ่งสวยงามจักบังเกิดในฟากฟ้าเมืองไทย
ต้องช่วยกันใส่ใจดูแล รักษา
ขอบคุณ แม่หมี ที่มาเยี่ยมชม
รักเมืองไทย ใช้ของไทย เที่ยวเมืองไทยกัน ก็สนุกดี

ความคิดเห็นที่ 1 อมต ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 15/05/2015 เวลา : 11.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเพิ่งผ่านไปทางโทลเวย์ยังคุยกับลูกๆเลยว่า มันอะเมซิ่งมาก สโตนเฮ้นจ์เมืองไทย สัญลักษร์แห่งความอัปยศ

ส่วนชุดไทย ชอบมากกับแบบเดิมๆ และชุดที่นำมาปรับให้เหมาะสมกับปัจจุบัน แบบดูแลรักษาง่ายใส่แล้วไม่ร้อน นี่ก็ว่าจะหามาใส่บ้างค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2015 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]


จริงหรือ..คนไทยยอมรับตามที่ศาลโลกวินิจฉัย คราวที่กรมพระยาดำรงฯ ไปเยือนปราสาทพระวิหาร
จริง
8 คน
ไม่จริง
16 คน

  โหวต 24 คน