คนเป็นทุกข์หนี้บัตรเครดิต/สินเชื่อบุคคล/ กำลังหาทางออก
คนเคยเป็นหนี้บัตรเครดิต 10 ใบขึ้นไป รายได้เ พียง เดือนละ 10,000 บาท ใช้เวลา 1 ปี แก้ปัญหา ดังกล่าวอย่างไร มาเล่าประสพการณ์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/newsready
วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤษภาคม 2550
Posted by ความทุกข์หนี้บัตรเครดิต , ผู้อ่าน : 2201 , 14:50:42 น.  
หมวด : กฎหมาย

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ธรรมะ กับกฎหมาย...


ตามพงศ์ ชอบอิสระ

เป็นสิ่งที่มักจะถูกหยิบยกมากล่าวกันอยู่เสมอในวงวิชาการ อย่างไรก็ตาม นักกฎหมายหลายคนไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนและแน่นอนได้ว่า ธรรมะ และกฎหมายเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ ซึ่งแท้จริงแล้วธรรมะและกฎหมายเป็นสิ่งเดียวกันเสมอ ไม่เคยแยกออกจากกันมาตลอด

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ???

คำตอบในเรื่องนี้ สามารถค้นหาได้จากประวัติศาสตร์ของระบบกฎหมายไทย ในสมัยโบราณ โดยเฉพาะในสมัยสุโขทัย และสมัยกรุงศรีอยุธยา กฎหมายก็คือหลักธรรม หรือ ธรรมะ หรืออาจจะกล่าวได้อีกอย่างว่า กฎหมายกับธรรมเป็นเรื่องเดียวกัน แยกจากกันไม่ได้ ประชาชนในสังคมสมัยโบราณปฏิบัติตามหลักธรรมของพุทธศาสนาเปรียบเสมือนเป็นกฎหมายที่ทุกคนต้องประพฤติปฏิบัติตามด้วยความเคร่งครัด ทั้งนี้ กฎหมายที่ถือเป็นแม่บทอันสำคัญก็คือคัมภีร์พระธรรมศาสตร์ หรือ ธรรมสัตถัม ( คัมภีร์พระธรรมศาสตร์ตามแนวของศาสนาพุทธ ) อันมีที่มาจากประเทศอินเดีย ซึ่งมีเนื้อหาเป็นกฎเกณฑ์ธรรมชาติของสรรพสิ่งที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามเพื่อให้ชีวิตดำเนินไปตามธรรมชาติ ส่งผลให้คนทุกคนสามารถมีชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างปกติสุข จึงอาจกล่าวโดยง่ายว่ากฎหมายในสมัยก่อนก็คือเป็นกฎเกณฑ์ที่เป็นหลักธรรมนั่นเอง

แต่ในเวลาต่อมา ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ประเทศไทยมีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงประเทศของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง การปกครอง กฎหมาย ให้สอดคล้องกับความเป็น รัฐสมัยใหม่ ตามแบบของชาวตะวันตก ทำให้การเมือง การปกครอง และระบบกฎหมายของชาติตะวันตกได้เข้ามามีอิทธิพลในประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปรัชญากฎหมายตามแนวของ John Austin ซึ่งเห็นว่ากฎหมายคือคำสั่งทั้งหลายของ รัฐาธิปัตย์ (ผู้มีอำนาจสูงสุดในรัฐ) หรือคำสั่งทั้งหลายของผู้ปกครอง ผู้ว่าการแผ่นดินที่มีต่อราษฎรทั้งหลาย เมื่อไม่ปฏิบัติตามคำสั่งแล้วตามธรรมดาก็จะต้องโทษ หรือ เห็นว่ากฎหมายเป็นเพียงคำสั่งของรัฐาธิปัตย์ ที่ราษฎรทั่วไปต้องปฏิบัติตาม หากราษฎรไม่ปฏิบัติตาม ก็จะต้องมีความผิด จากหลักปรัชญากฎหมายดังกล่าวจึงส่งผลให้แนวความคิดเกี่ยวกับกฎหมายของคนในสังคมไทยโดยเฉพาะนักกฎหมายไทย เปลี่ยนแปลงไป โดยจะเห็นว่ากฎหมายไม่ใช่เรื่องของหลักธรรม ศีลธรรม หรือความยุติธรรม และจะแยกออกจากกันได้อย่างเด็ดขาด ไม่เกี่ยวข้องกัน แม้ในความเป็นจริงแล้ว เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเลยก็ตาม เพราะกฎหมายกับหลักธรรมยังคงเป็นเรื่องเดียวกันอยู่เสมอ

ปัญหาจึงเกิดขึ้น เนื่องจากมนุษย์มีกฎหมายเพื่อเป็นเครื่องมือในการรักษาความสงบเรียบร้อย ความยุติธรรมในสังคม หรือดำรงความสงบสุขในสังคม ให้สังคมดำเนินไปตามธรรมชาติหรือธรรมะ แต่เมื่อนักกฎหมายมองว่ากฎหมายกับหลักธรรม หรือศีลธรรมเป็นคนละเรื่องกัน แยกต่างหากออกจากกันแล้ว ก็ย่อมส่งผลให้การใช้ การตีความกฎหมาย มุ่งแต่จะให้เป็นไปตามตัวบทหรือบทบัญญัติที่เป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น โดยมิได้คำนึงถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายที่จะมุ่งให้เกิดความสงบสุขในสังคม ทำให้เกิดการใช้ การตีความกฎหมายตามลายลักษณ์อักษรที่ไม่ก่อให้เกิดความสงบสุข ความยุติธรรมในสังคม ซ้ำร้าย หากผู้มีอำนาจพยายามใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการแสวงหาประโยชน์ให้กับตนเองแล้ว ย่อมส่งผลร้ายอันมหาศาลต่อประชาชนผู้ไร้ทางป้องกัน

แหล่งอ้างอิง
ศาสตราจารย์ แสวง บุญเฉลิมวิภาส. “ ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (The Thai Legal History) ”. คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรม. พิมพ์ครั้งที่ 6. 2549





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เจ๊กดำ วันที่ : 22/01/2015 เวลา : 21.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/amornkrampff

ขอแชร์เพื่อเป็นความรู้นะคะ ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Freedomheart วันที่ : 20/05/2007 เวลา : 19.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Freedomheart


.มาอ่าน...มาดู...มาศึกษา...............................
...มาเป็นกำลังใจ........................................
...รู้ว่ากำลัง...Post สิ่งดีๆ...ให้เพื่อน..ชาว OKNation/Blog...

...Post เรื่องต่อๆไปนะ.................................
...นับถือ...ในความเสียสละ..............................

...ทานผลไม้เยอะๆ...
...จะได้มีแรงทำงาน...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2007 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]