คนเป็นทุกข์หนี้บัตรเครดิต/สินเชื่อบุคคล/ กำลังหาทางออก
คนเคยเป็นหนี้บัตรเครดิต 10 ใบขึ้นไป รายได้เ พียง เดือนละ 10,000 บาท ใช้เวลา 1 ปี แก้ปัญหา ดังกล่าวอย่างไร มาเล่าประสพการณ์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/newsready
วันจันทร์ ที่ 28 พฤษภาคม 2550
Posted by ความทุกข์หนี้บัตรเครดิต , ผู้อ่าน : 1081 , 21:40:36 น.  
หมวด : กฎหมาย

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หลักธรรมสำหรับสถานการณ์ในไทย (19) : บุคคลผู้ใดสร้างสันติ ผู้นั้นเป็นสุข
โดย ผู้จัดการออนไลน์28 พฤษภาคม 2550 19:02 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

คนไทยเราโชคดี ที่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงรักห่วงใยปวงประชาราษฎร์ ในยามที่มีเรื่องที่อาจจะนำไปสู่ความเดือดร้อน พระองค์ก็ทรงเตือนสติทุกฝ่าย ให้ระลึกถึง “ความรักความสามัคคี” ที่จะทำให้ประเทศไทยผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ ไม่นำพาประเทศไปสู่ความล่มจม
       

       เป็นความจริงในทุกระดับขององค์กรว่า “ความรัก ความสามัคคี” เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรนั้นๆมีพลัง ครอบครัวที่รักกัน ห่วงใยดูแลกัน จะมีความสุขและความเข้มแข็ง
       
       กิจการที่เพื่อนร่วมงานรักกัน มองกันในแง่ดี เชื่อในส่วนดีของกันเสมอ ทำงานโดยยึดความสำเร็จของกิจการและทีมงานเป็นที่ตั้ง ไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก จะเป็นองค์กรที่พนักงานทำงานอย่างมีความสุข และมีความเข้มแข็งก้าวหน้า
       
       ในระดับประเทศ ยิ่งเห็นชัดว่า ความรักความสามัคคีทำให้ประเทศชาติเข้มแข็ง มีพลัง ตามประวัติศาสตร์ทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมา เราต้องเสียกรุงแต่ละครั้ง ก็เริ่มต้นจากเหตุความแตกแยก
       
       มีหลักธรรมอยู่ว่า “บุคคลผู้ใดสร้างสันติ ผู้นั้นเป็นสุข เพราะพระเจ้าจะทรงเรียกเขาว่าเป็นบุตร”
       

       โดยทั่วไปแล้ว ทุกคนย่อม “รักสันติ” ไม่อยากให้ตนเองต้องมีเรื่องกังวลใจ หวาดหวั่น หรือความเดือดร้อน แต่คนเราไม่ได้ถูกสร้างมาให้อยู่เพียงตัวคนเดียว เราถูกสร้างมาให้เป็นดังอวัยวะของกายเดียวกัน “สันติส่วนตัว” “ส่วนบุคคล” จึงยังอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาของส่วนรวมได้ เพราะหลายคนคิดว่าความรักสันติก็คือ “ฉันรักสันติแล้วนะ
       ถ้ามีปัญหากับใคร ฉันจะยึดหลักว่า ฉันไม่ไปสร้างปัญหาให้เขาแล้ว อย่ามาสร้างปัญหากับเราก็แล้วกัน” ถ้าสร้างปัญหากระทบฉัน ก็อย่าหาว่าการโต้ตอบนั้น ไม่รักสันติก็แล้วกัน หากคิดเช่นนี้ ก็เป็นเพียง “รักสันติ” แบบ “รอที่จะเลิกสันติ” เสียมากกว่า
       
       สิ่งสำคัญ คือให้ทุกคนรักสามัคคีกัน “สร้าง” สันติให้เกิดขึ้นในสังคม ไม่ก่อนกวนสันติสุขของส่วนรวม รักชาติ รักกันและกัน มากกว่ารักเพียงตนเอง และมีความอดทนที่จะรักกัน และรณรงค์ส่งเสริมความรักต่อกันเสมอ
       

       หากมีปัญหากัน และพร้อมจะโต้ตอบ แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน จะเป็นการ “สร้างสันติ” หรือไม่ ? คนที่มีจิตใจสูง จะมีความพร้อมจะให้ความรัก ให้อภัย รักได้แม้ผู้ยังไม่น่ารัก ไม่โกรธได้แม้น่าจะโกรธ จึงเป็นการสร้างสันติได้อย่างแท้จริง
       
       ยิ่งรู้ว่ามีผู้ไม่ประสงค์ดีต่อประเทศชาติ พยายามสร้างความปั่นป่วน ทั้งภายใน และในต่างประเทศ เรายิ่งต้องรักกัน สามัคคีกัน
       
       ผู้ไม่ประสงค์ดีเขาหวังอะไรบ้าง ? เราต้องไม่ทำให้เขาทำสำเร็จ
       
       เขาหวังจะทำให้เราหวาดหวั่น เราต้องไม่หวั่นไหว
       
       เขาหวังจะให้เราทะเลาะกัน โทษกันว่าปล่อยให้เกิดเหตุร้ายได้อย่างไร เราต้องยิ่งรักสามัคคีกัน ช่วยกันทำให้เกิดความเข้าใจดีต่อกัน ลดความขัดแย้ง และความระแวงกัน ไม่ถูกทำให้เกิดความแตกแยก
       

       เขาหวังจะให้เราหงุดหงิด เป็นทุกข์ เราต้องทำใจให้เข้มแข็ง ทำจิตใจให้ยังเป็นสุขได้ เขาวางระเบิดตู้โทรศัพท์ อย่าช่วยกันขยายอานุภาพของพวกเขาที่จะทำให้เราเป็นทุกข์ใจได้
       
       ผมเคยเป็นผู้ดูแลสวัสดิการกองเชียร์ฟุตบอลประเพณี จุฬา-ธรรมศาสตร์ (ได้รับเกียรติ ให้ดูแลการบริการน้ำและขนมปังกองเชียร์) เวลาที่เราเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามเข้มแข็ง เข้าขั้นคุกคามเรามากขึ้น เราก็ยิ่งรู้สึกต้องรักกัน สามัคคีกัน ให้กำลังใจกัน และลงมือช่วยเหลือกันมากขึ้น ตราบที่เรายังรู้สึกรักสถาบันเพียงพอ ยิ่งสถานการณ์ลำบาก เรายิ่งต้องรักกัน
       
       และโดยที่การสูญเสียสันติ คือความโกรธ ความแตกแยก ความหวาดกลัว ความกระวนกระวาย ผมรู้สึกว่า “การสร้างสันติ” นั้น ก็คือการไม่ทำให้สิ่งที่ตรงข้ามกับสันตินั้นเกิดขึ้น ได้แก่
       
       1. ไม่โกรธ ไม่แตกแยก = เพิ่มเติมความรัก : คนแต่ละคนมีความเห็นในแต่ละเรื่องไม่เหมือนกัน อย่าให้การคิดต่างกัน ต้องนำไปสู่ความโกรธกัน โดยเฉพาะอย่าให้ใครทำให้รู้สึกแตกแยก ในความหลากหลาย คนไทย 65 ล้านคนก็คงยากที่จะทำให้มีความเห็นเดียวกันหมด เมื่อเห็นต่างกันก็ถกกันด้วยเหตุด้วยผล เอาหลักฐานและความจริงมาเปิดเผยกันอย่างโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนตัดสินในใจได้
       
       คนไทยพึงหนักแน่น อย่าทำให้คนเชื่อไปว่า “การเมืองเป็นเรื่องของอำนาจของผู้ชนะ กลุ่มผู้ชนะคือผู้ถูก กลุ่มผู้ชนะคือผู้เขียนประวัติศาสตร์” หากคิดเช่นนั้น ก็จะมีแต่การแก่งแย่งกันเป็นผู้ชนะ เราจึงควรที่จะไม่ปล่อยให้ใครทำให้เกิดความแตกแยก อย่าให้เป็นเรื่องที่กลุ่มหนึ่งชนะอีกกลุ่มหนึ่งจึงจะเป็นผู้ถูก แต่ขอให้เป็นเรื่องคุณธรรม ความถูกต้อง และเหตุผล จึงจะทำให้บ้านเมืองอยู่ในความสงบร่มเย็นได้ โดยที่ “ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีสุข” หากยังรู้สึกมีความโกรธ อยากแตกแยกพรรคแยกพวก ก็ขอให้ “เพิ่มเติมความรัก” สันติและความสุขก็จะเกิดขึ้นทั้งส่วนตัวและส่วนรวม
       
       2. ไม่กลัว ไม่กระวนกระวาย = เข้มแข็งและกล้าหาญ : ความกระวนกระวาย คือปัญหาที่รบกวนจู่โจมให้เกิดขึ้นได้ง่ายในจิตใจเราทุกคน และก็เป็นสิ่งที่ป้องกันและแก้ไขได้ง่ายเช่นเดียวกัน ผมเสียใจที่เช้าวันจันทร์ เราก็ได้เห็นข่าวการวางระเบิด 7 จุดที่หาดใหญ่ แต่ผมก็ดีใจที่ตลาดหุ้นยังขึ้นได้ แม้ดูแล้วมูลค่าการซื้อขายจะลดต่ำลงเพราะคนยังรอคอยจับตามองผลการพิพากษาคดียุบพรรค
       
       แต่การที่ตลาดหุ้นขึ้น ทำให้เห็นว่าคนไทยเรา และนักลงทุนทั้งจากในประเทศหรือต่างประเทศที่ลงทุนในตลาดหุ้นไทยเข้มแข็งมากขึ้น เป็นสัญญาณที่ดีครับ เพราะถ้าเราไม่ตื่นตระหนกกัน ก็จะเปรียบประดุจการมีป้อมปราการที่คุ้มครองจิตใจและเศรษฐกิจของเราที่เข้มแข็ง อานุภาพระเบิดของพวกวายร้ายก็จะจำกัดแค่ทรัพย์สินบางส่วนเหล่านั้นเท่านั้น ไม่สามารถทำร้ายเศรษฐกิจไทยได้ ขอปรบมือเป็นกำลังใจกับทุกท่านที่จะหนักแน่นเข้มแข็ง และให้พวกวายร้ายที่หวังก่อกวนความสงบเพื่อทำลายชาตินั้นไม่สามารถทำร้ายบ้านเมืองเราได้
       
       แต่ก่อนนี้ ในการต่อสู้เพื่อปกป้องชาติ ต้องใช้มีด ดาบ ต่อมาเป็น ปืน ระเบิด จะสู้กับผู้ไม่หวังดีต่อชาติ บ้านเมือง ก็ต้องไปจับอาวุธสู้กัน เดี๋ยวนี้ คือสงครามจิตวิทยา สร้างความแตกแยก สร้างความกังวลใจ เราคนไทยจะร่วมใจกันต่อต้านไม่ได้เชียวหรือ ?
       
       ในฐานะผู้จงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคนหนึ่ง ไม่เคยเห็นความกังวลพระทัยขนาดนี้มาก่อน ผมจับความสำคัญได้ 2 ประการใหญ่ๆจากพระราชดำรัสของพระองค์ คือ
       
       1) ในสภาวะเช่นนี้ ตัดสินใจทางใด ก็ดูจะเดือดร้อนได้ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ผมหวังว่า แต่ละคนพึงลดอัตตาลง รักกันให้มาก รักชาติให้มาก นักการเมืองทุกคนก็มักจะพูดว่า “รักชาติ รักประชาชน เห็นประโยชน์ส่วนรวม ยิ่งกว่าส่วนตน” ก็ขอให้เป็นจริงดังที่พูด
       
       2) จะมีการตัดสินอย่างไร เราก็ไม่มีสิทธิเป็นผู้ตัดสิน เรามีสิทธิเพียงตัดสินในใจของเรา ผมจึงเห็นว่า เป็นพระราชดำรัสที่เปี่ยมด้วยความรักห่วงใยพสกนิกรของพระองค์เป็นอย่างยิ่ง เพราะเชื่อว่า ไม่ว่าพรรคใด ที่ถูกผลกระทบ หากผู้นิยมพรรคนั้นๆ ไม่ยอมรับคำพิพากษา ก่อความวุ่นวาย เรื่องราวก็จะบานปลายเดือดร้อน พระองค์เองผู้เป็นสถาบันประมุขสูงสุดของประเทศ ยังตรัสว่า “เราก็ไม่มีสิทธิตัดสิน ตัดสินได้เพียงในใจ”
       
       เราเป็นประชาชนคนไทย จึงควรเคารพกติกา น้อมรับคำตัดสิน และช่วยกันประคับประคองบ้านเมืองไปสู่การเลือกตั้ง เข้าระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างปรกติเสียที บ้านเมืองก็จะสงบร่มเย็น มีสันติสุข และเศรษฐกิจไทยจะได้รุ่งเรืองยั่งยืนต่อไปครับ
       
       มนตรี ศรไพศาล
       (montree4life@yahoo.com)




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
รัฐศิริ วันที่ : 29/05/2007 เวลา : 06.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rutdy

คนไทยทุกคนควรหันหน้ามาพัฒนาประเทศให้รุ่งเรืองมิใช่มาขัดแย้งต้อสู้เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ณ เวลานี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ปลิวลม วันที่ : 28/05/2007 เวลา : 22.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pliewlom

พระปรีชามากล้น และคุณวิเคราะห์ได้ดี

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2007 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]