• นายยอร์ค
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : newyork@smart2work.net
  • วันที่สร้าง : 2007-01-17
  • จำนวนเรื่อง : 15
  • จำนวนผู้ชม : 20085
  • ส่ง msg :
  • โหวต 6 คน
York
สวัสดีครับ ในแต่ละวันมีเรื่องราวดีๆที่น่ามองมากมาย เลยอดไม่ได้ที่จะเก็บสารพัดสารพันเรื่องราวรายทางเอามาฝากกันครับ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/newyork
วันพุธ ที่ 14 มีนาคม 2550
Posted by นายยอร์ค , ผู้อ่าน : 1922 , 16:54:16 น.  
หมวด :

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หมายเหตุ : อ่าน Blog ของคุณเผย วีณารัตน์ เอ่ยถึงเรื่อง Sex ว่ายังไม่มีใครเขียน เลยนึกถึงต้นฉบับ Pocket Book อันหนึ่งที่ถูกรวบรวมเล่มตีพิมพ์จำหน่ายโดย สยามอินเตอร์บุ๊คส์ เมื่อพฤศจิกายน 2547 แต่เรื่องราวส่วนหนึ่งยังเห็นเกิดขึ้นในสังคม  แม้ข้อมูลไม่ร่วมสมัยแล้วแต่ยังน่าจะมีประโยชน์กับหลายๆคน  ขอนำมาเผยแพร่ผ่าน Blog และขอสงวนลิขสิทธิ์เนื้อความทั้งหมดเพื่อการอ่านใน Blog นี้เท่านั้นด้วยครับ

////////////////////////////////////

2.เซ็กส์  ในที่ทำงาน

 

                คุณผู้หญิงท่านใด  คิดว่าที่ทำงานคือสถานที่ปลอดภัย  จากการรุกรานทางเพศบ้าง?

                แล้ว..คุณผู้ชายท่านใด  คิดว่าที่ทำงานของท่าน  ไม่มีใครจะมาคุกคามทางเพศต่อท่าน?

                หากใครเชื่อมั่นเช่นนั้น  ผมอยากจะบอกว่า  คุณกำลังตั้งอยู่ในความประมาทอย่างรุนแรง  และอาจตกเป็นเหยื่อได้ตลอดเวลา

                เรื่องราวของเซ็กส์ในที่ทำงาน  เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทุกวี่ทุกวัน  ทั้งแบบที่เหยื่อรู้ตัว  ทั้งแบบที่เหยื่อไม่ทันระวังตัว  ทั้งแบบที่เหยื่อจวนตัว  และทั้งแบบที่เหยื่อไม่รู้ตัว

                หลายคนอาจจะมองว่า  ที่ทำงาน  เป็นสถานที่ปลอดภัยรองจากบ้าน  แต่หาได้เป็นเช่นนั้นไม่  เพราะหากตราบใดที่ทำงานยังคือการรวมกันของคน ที่มาจากหลายพ่อ  หลายแม่  ย่อมที่จะไม่สามารถเอาอะไรมาเป็นเครื่องรับรอง  หรือการันตีได้เลยว่าที่ทำงานนั้นๆ ปลอดจากเซ็กส์ 100 เปอร์เซ็นต์

                และถ้าหากเราจะมองในมุมที่กว้างไปกว่าออฟฟิศ  มองในมุมของแวดวงทำงาน  ซึ่งบางลักษณะงาน  ไม่ได้มีออฟฟิศเป็นเรื่องเป็นราว  แต่อาจจะเป็นงานที่เปลี่ยนที่ทำงานไปเรื่อยๆ  ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ถึงเรื่องเซ็กส์  ที่จะเกิดขึ้นในแวดวงงานนั้นๆ

                เซ็กส์ในแวดวงงาน  ไม่ได้เกิดขึ้นกับคนไม่มีการศึกษา  แต่ส่วนใหญ่ผู้ที่ทำให้เกิดมีเรื่องเซ็กส์ในที่ทำงาน  หรือแวดวงงาน  มักจะเป็นคนมีการศึกษา  และมีหน้าที่การงานที่ดี  แล้วกระทำต่อเหยื่อที่ด้อยกว่า

                ข่าวฉาวแห่งปี 2546  ที่สะท้อนให้เห็นถึงกลิ่นคาวของเซ็กส์ในแวดวงงาน  ที่ถือว่าฉาวระดับโลก  เป็นที่สนุกปากของบรรดาสื่อทั้งใน  และต่างประเทศ  คือข่าวเซ็กส์ของราชวงศ์อังกฤษ 

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส  มกุฎราชกุมารแห่งราชวงศ์อังกฤษ  ถูกกล่าวหาว่าทรงมีความสัมพันธ์ทางเพศ  กับข้าราชบริพารชายผู้หนึ่ง  ข่าวนี้ทำเอาราชบัลลังก์ถึงกับสั่นสะเทือน

                ทางโฆษกของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส  ออกมาปฏิเสธข่าวเสียงแข็ง  ขณะที่อดีตข้าหลวงของพระองค์พยายามปกปิดข่าว  ด้วยการยื่นร้องต่อศาลสูง  ให้สั่งกวาดสื่อที่ลงข่าวจนเกลี้ยงแผง  แต่ปรากฏว่าข่าวนี้รั่วถึงสื่อนอกประเทศ  ก็ยิ่งช่วยกระพือข่าวแบบมันปากกันไป

                ข่าวเซ็กส์ในที่ทำงานรายนี้อาจจะยากต่อการยืนยัน  แต่ที่ยืนยันได้ดี  คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระดับโลกเช่นเดียวกัน  เป็นเหตุการณ์ “อมของหลวง”  ของนักศึกษาฝึกงานในทำเนียบขาว  กับผู้ที่คุกคามทางเพศต่อเธอ  ซึ่งมียศถาบรรดาศักดิ์ระดับผู้นำโลก  อย่างประธานาธิบดี บิล  คลินตัน

                โมนิกา  ลูวินสกี  นักศึกษาฝึกงานวัย 21 ปี  ที่เข้าไปทำงานในทำเนียบขาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2538  เป็นเวลาปีครึ่ง  และด้วยเหตุที่น้องลูวินสกี  มีรูปร่างอวบอัด  เข้าตาผู้นำโลกอย่างคลินตัน  จนเป็นเหตุให้การคุกคามทางเพศเกิดขึ้น  กับคนที่มีหน้าที่การงานอันทรงเกียรติระดับโลก  ซึ่งเป็นระดับที่ใครๆคิดว่าไม่น่าจะเกิด  แต่...ก็เกิดไปแล้ว

                แต่เรื่องอย่างนี้  แม้หลายคน  จะบอกว่าตบมือข้างเดียวไม่ดัง  ก็คงต้องบอกว่า  คนที่น่าจะหยุดตบมือ  น่าจะเป็นฝ่ายที่บรรดาศักดิ์เหนือกว่า  แต่กรณีนี้  กลับเป็นผู้ที่ลงมือตบซะเอง

                ลินดา  ทริปป์  เพื่อนสาวของลูวินสกี  ที่คอยเป็นที่ปรึกษาปัญหาหัวใจ  อดรนทนไม่ได้กับปัญหาการถูกรุกรานทางเพศของเพื่อนสาว  หลังจากที่เธอย้ายไปอยู่เพนตากอน  จึงร่วมกับ  เคนเนต  สตาร์  อัยการอิสระและเอฟบีไอ  หว่านล้อมให้ลูวินสกี  ยอดเปิดปาก  โดยเสนอความคุ้มครองให้หากเธอร่วมมือ

                เรื่องนี้จึงแดง  ส่งกลิ่นคาวข้ามโลก  เมื่อลูวินสกี  ให้การว่า  เธอและท่านประธานาธิบดี  มีความสัมพันธ์ทางเพศกันถึง 10 ครั้ง  ในทำเนียบขาว  โดยเธอเป็นผู้ทำออรัลเซ็กส์ให้  แต่ไม่มีการร่วมประเวณีแต่อย่างใด

                เล่นเอาพี่บิล  คลินตัน  ถึงกับระส่ำ  ออกมาปฏิเสธปากแข็งในตอนต้น  แต่ในที่สุด  ก็ยอมรับกับอัยการจากสำนักงานที่ปรึกษาอิสระ  ว่าเขาได้มีความสัมพันธ์กับน้องลูวินสกีจริง  เป็นเหตุให้คลินตัน  โดนเข้าสู่กระบวนการถอดถอนจากตำแหน่งในเวลาต่อมา

                การไต่สวนเริ่มจาก 7 มกราคม 2542  แต่แล้วในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2542  เขาก็รอดพ้นการถอดถอนอย่างหวุดหวิด

                นี่เป็นเรื่องเซ็กส์  ในที่ทำงาน  ระดับโลก 

ถามว่า..แล้วในเมืองไทยล่ะ  มีมั้ย?  ตอบได้เต็มปากเต็มคำเลยครับ  มี  และ มีเยอะ ด้วย

                ระดับรัฐมนตรีของไทย  ก็ไม่น้อยหน้า  อย่างกรณีของอดีตรมช.มหาดไทย   ที่ถูกสาวกรมโยธา  แจ้งความเมื่อ 13 มกราคม 2545  ว่าพาเธอเข้าโรงแรมแล้วข่มขืน  เธอถึงขั้นเก็บหลักฐานเป็นทิชชูเช็ดคราบอสุจิไว้ยืนยัน  แต่แล้วในที่สุด  เรื่องโอละพ่อ  กลายเป็นการสมยอม  และฝ่ายชายอ้างว่าสาวขอให้ช่วยเหลือเรื่องเงิน

                แต่ไม่ว่าจะเป็นข้อเท็จจริงด้วยเหตุผลไหนก็ตาม  ก็อยากจะชี้ให้เห็นว่า  กามา  ไม่ได้ละเว้นวัย  และหน้าที่การงาน  เรื่องเซ็กส์พร้อมจะเกิดขึ้นเสมอ  เมื่อโอกาสเหมาะเจาะมาบรรจบ

                ห่างกันไม่กี่เดือน  17 กันยายน 2545  หนังสือพิมพ์มติชน  เปิดฉากรายงานข่าว  เรื่องราวของนักข่าวสาว  ถูกนักการเมืองระดับบิ๊กของพรรคฝ่ายค้าน หลอกว่าจะให้ข่าวพิเศษ  โดยพาเข้าห้องสวีทชวนดื่มไวน์  แล้วหมายเคลมให้อยู่หมัด  บนชั้น 28 ของโรงแรมดังย่านรัชดา 

นักการเมืองคนดังกล่าว  ฟ้องกลับหนังสือพิมพ์ในเครือมติชน  ฐานหมิ่นประมาท  และทำให้เสียชื่อเสียง  แล้วในที่สุดเรื่องราวก็จบลง  ด้วยการยอมงอนง้อขอให้นักการเมืองคนดังกล่าวถอนฟ้อง

กลางปี 2546  ก็เช่นกัน  นักข่าวสาวของสถานีโทรทัศน์  เธอถูกคุกคาม  จากบิ๊กสีกากี  โดยที่ลิ่วล้อของผู้ใหญ่ระดับนายพลคนนี้  เป็นผู้นัดหมาย  และหยิบยื่นข้อเสนอเป็นผลประโยชน์ตอบแทนให้  เพื่อแลกกับการมีความสัมพันธ์กันฉันชู้สาว  ซึ่งเรื่องราวก็ไม่มีบทสรุปใดที่ชัดเจน  นอกจากการออกมาปกป้องของฝ่ายที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำ  ด้วยการขู่ฟ้องหมิ่นประมาทกับผู้ที่กล่าวหาทุกคน

สังคมไม่มีโอกาสได้รับรู้เรื่องราวจริงเท็จ  ในกรณีเหล่านี้  ว่า จริง  หรือ เท็จ    เพราะมักจะไม่ค่อยมีความสิ้นสุดของคดีมาให้เห็น  แต่คนที่เป็นเหยื่อโดยตรง  ต้องสูญเสียความรู้สึกหลายอย่างไปแล้ว  อย่างหนึ่งที่พิสูจน์ได้ชัดเจนกว่าก็คือ  การคุกคามของคนระดับบิ๊กในประเทศไทย  มักจะจบลงด้วยเรื่องโอละพ่อ  ยอมความ  หรือ เลิกลากันไปเงียบๆ

                ผู้ที่อ้างตัวเป็นคุณหมอท่านหนึ่ง  ออกมาแสดงความเห็นต่อเรื่องราวในวงราชการ  กระทรวงสาธารณสุข  ผ่านเวบบอร์ดของเวบไซท์แห่งหนึ่งว่า  รู้สึกเลวร้ายพอดู  กับความฟอนเฟะของระบบราชการ  ที่โรงพยาบาลย่านเมืองกาญจน์ที่ท่านอยู่  ต้องมีการจัดหาพยาบาลสาวๆ  ไว้คอยส่งไปต้อนรับบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่จากกระทรวง  ยามที่ไปตรวจเยี่ยม  ประมาณว่าต้องส่งไปบำรุงบำเรอกันบนแพ  หรือตามรีสอร์ทต่างๆ

                นี่เป็นระดับกระทรวง  ระดับบริหารประเทศ  ยังมีการทำกันขนาดนี้  ในระดับที่เล็กลงมาล่ะ  ไม่ได้น้อยหน้ากันหรอกครับ  ตัวอย่างเช่น  วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2547  นางสาว ทิพย์  นามสมมุติ  อายุเพียง 18 ปี  เป็นนักศึกษาของสถาบันอาชีวะแห่งหนึ่งในจังหวัดระนอง  ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจว่า  ถูกปลัดอำเภอเมืองระนองพยายามปลุกปล้ำข่มขืน

                เริ่มต้นจากการที่เธอไปฝึกงาน ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองระนอง  และคุณพี่ปลัดใจดี  ก็ชวนเธอไปทานข้าวเที่ยง  จากนั้นออกอุบายว่าลืมแท่นชาร์ตโทรศัพท์ที่ห้องพัก  ขอแวะไปเอาแท่นชาร์ตแบตฯ  พอถึงที่พัก  ก็ชวนขึ้นไปบนห้อง

                แม้ว่าน้องหนูรายนี้จะไหวทัน  ไม่ยอมขึ้นไปด้วย  ในที่สุดพี่ปลัดก็ล็อกแขนลากขึ้นไป  แล้วพยายามปลุกปล้ำถอดเสื้อผ้า  กอดจูบ  จับของลับ  แม้ว่าจะส่งเสียงร้อง ก็ไม่มีใครได้ยิน  ในที่สุดเธอต้องถูกขังไว้ในห้อง

                คุณพี่ปลัดย้อนรอยกลับมาหมายข่มขืน  เธอต่อสู้ขัดขวาง  เลยถูกชกเข้าที่หน้าท้องจนระบม  แล้วจากนั้นจึงนำเธอไปส่งที่เพื่อนบ้าน 

ด้วยความกลัวต่อการฝึกงาน  จึงไม่กล้าบอกใคร  แต่แล้วก็ตัดสินใจบอกผู้อำนวยการวิทยาลัยให้ทราบ  หลังเกิดเหตุทางอำเภอ  ส่งคนไปเจรจากับเธอหลายครั้งให้ยอมความ  แล้วจะให้เงินก้อนชดใช้  แต่เธอไม่ยอม  และตัดสินใจแจ้งความ

คดีอย่างนี้  อาจจะโหดร้ายต่อผู้ถูกกล่าวหา  ถ้าจะด่วนสรุปผลถูกผิดเอาเองก่อนการถึงศาลพิจารณา  แต่การที่ผู้หญิงสักคน  ตัดสินใจเดินไปแจ้งความ  ย่อมจะต้องแบกหน้าฝ่าความอายไปอย่างสาหัสพอดู  ซึ่งหากเรื่องไม่มีมูล  เธอจะทำเช่นนั้นให้ขายขี้หน้าประชาชี  เพื่ออะไร?

แม้ว่าเรื่องนี้จะไม่ยิ่งใหญ่ขนาดน้องลูวินสกี  แต่การเป็นนักศึกษาฝึกงาน  ก็พร้อมจะเป็นเหยื่อกับบรรดาผู้ที่อยู่ในองค์กรต่างๆ   โดยไม่เลือกว่าที่นั่นจะเป็นสถานที่ราชการอันทรงเกียรติ  หรือบริษัทเอกชนอันหน้าสนใจเข้าทำงาน  ก็อาจจะเกิดเหตุเช่นนี้ได้เสมอ

งานบางประเภท  แม้จะไม่มีออฟฟิศเป็นเรื่องเป็นราว  ก็ใช่ว่าจะหลีกหนีเรื่องการคุกคามทางเพศไปได้  ผมเองเคยมีญาติ  ที่ประกอบอาชีพค้าขายตามตลาดนัด  โดยจะมีรถเจ้าประจำ  พาบรรดาแม่ค้าไปตามที่ต่างๆ  ซึ่งเจ้าของรถมีกิตติศัพท์เป็นคนเจ้าชู้  แม้ว่าจะมีลูกมีเมียแล้วก็ตาม

ในที่สุดข่าวคราวการเป็นคนชอบคุกคามผู้ร่วมรถ  ก็ปรากฏผลกระจ่างชัด  เพราะญาติของผม  ได้ลูกชายมาเป็นเครื่องพิสูจน์ 1 คน

อาชีพบางอย่าง  อาจจะไม่โดนคุกคามจากคนร่วมงาน  แต่ลักษณะงานกลับพาไปโดนคุกคามอย่างคาดไม่ถึงเช่นกัน 

นักศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง  ผู้หารายได้พิเศษจากการรับสวมใส่ชุดแมสคอต  ที่เป็นรูปหุ่นต่างๆ  อาจจะเป็นตัวการ์ตูน  หรือรูปโลโก้ของสินค้านั้นๆ  เปิดเผยถึงการถูกคุกคามแบบไม่มั่นใจว่า  นั่นเป็นความตั้งใจ  หรือไม่เจตนา  ของบรรดาผู้คนในชุมชนที่เธอต้องออกไปปฏิบัติงาน

บ่อยครั้งที่เธอจะถูกจับหน้าอก  เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นผู้หญิง  หรือเป็นผู้ชาย  บางทีก็โดนจับอย่างแรง  ดังนั้นวิธีที่เธอจะป้องกันตัวเองได้  คือการที่ต้องระวังตัวตลอดเวลา  ต้องคอยแกว่งแขน  และยืนกอดอกเอาไว้

แต่ถึงแม้จะปกป้อง  ระแวดระวัง  เช่นนั้นแล้วก็ตาม  บางครั้งก็ยังโดนบางคน  จับที่อวัยวะเพศ  เพียงต้องการพิสูจน์เพศเท่านั้นเอง

ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้  สำหรับพนักงานสวมใส่แมสคอต  ไม่ว่าจะหญิง  หรือชาย  พร้อมที่จะถูกคุกคาม  ลวนลาม  ได้อย่างง่ายๆ  หากไม่ระวังตัว  หรือแม้แต่จะระวังอย่างมากแล้วก็ตาม

จากเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคม  ในแวดวงการทำงาน  ในระหว่างคนที่ทำงานด้วยกัน  หรือในลักษณะที่ต้องเกี่ยวข้องกันในเชิงการทำงาน  ทำให้ผมต้องกลับมานั่งนึกย้อนหลัง  กับเรื่องราวของคนใกล้ตัว  รวมทั้งตัวผมเอง  ที่บ่อยครั้ง  ก็เผลอไปเป็นผู้ที่คุกคามทางเพศกับคนที่เกี่ยวข้องกันในที่ทำงาน  หรือแวดวงทำงาน  อย่างไม่ได้ตั้งใจ

แม้ว่าสิ่งที่ผมเผลอทำลงไปนั้น  จะไม่ได้ถึงขั้นเป็นสมภารที่กินไก่วัดก็ตาม  แต่การที่ใช้วาจาบางอย่าง  การแสดงกิริยาบางอย่าง  ก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่านั่นคือ  เรื่องของเซ็กส์ในสำนักงาน

และหากนำเรื่องราวของบรรดาเพื่อนฝูง  หรือเพื่อนร่วมงาน  ตลอดจนลูกน้องของผม  มาลำดับเหตุการณ์ต่างๆดู  ในที่สุดผมคิดว่า  เรื่องราวเหล่านี้จะเป็นอุทาหรณ์  สำหรับผู้หญิงทุกคน  ที่จะมองหาแนวทางป้องกันตัวเอง  ให้รอดพ้นจากการเป็นเหยื่อของเซ็กส์ในสำนักงาน

เรื่องทุกเรื่องในที่นี้เป็นเรื่องจริง  ที่ผมคงต้องขอใช้ชื่อสมมุติทั้งหมด  เพื่อป้องกันการกระทบกับอนาคตของผู้ใดให้บังเกิดความเสียหาย   ผมเพียงแค่อยากให้มองเป็นกรณีศึกษา  ถึงเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นจริงบนโลกใบนี้

ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงคิวของเรา  ที่จะเป็นเหยื่อ  ถ้าเราจะสามารถนำเรื่องราวที่เคยบังเกิดในสังคมนี้  มาเป็นข้อคิด  และเตรียมหาทางป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ  เราก็จะสามารถรอดพ้นจาก  ภัยทางเพศ  ที่จะบังเกิดในสถานที่ ที่เราต้องใช้เวลาอยู่ทำกิจกรรมมากที่สุดในแต่ละวัน  นั่นคือ  ที่ทำงาน

//////////////////////////////////




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน