• นายยอร์ค
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : newyork@smart2work.net
  • วันที่สร้าง : 2007-01-17
  • จำนวนเรื่อง : 15
  • จำนวนผู้ชม : 20085
  • ส่ง msg :
  • โหวต 6 คน
York
สวัสดีครับ ในแต่ละวันมีเรื่องราวดีๆที่น่ามองมากมาย เลยอดไม่ได้ที่จะเก็บสารพัดสารพันเรื่องราวรายทางเอามาฝากกันครับ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/newyork
วันพฤหัสบดี ที่ 15 มีนาคม 2550
Posted by นายยอร์ค , ผู้อ่าน : 1857 , 10:00:11 น.  
หมวด :

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

3.เพื่อน  กับ  เจ้านาย  ใครเลวกว่ากัน?

 

                ถ้าเราจะมองกันที่การกระทำ  ก็คงยากต่อการให้ข้อสรุปว่าใครจะเลวกว่าใครในเรื่องเซ็กส์ ที่เกิดกันอยู่เนืองๆในออฟฟิศต่างๆ

                แต่มีตัวเลขหนึ่งที่น่าสนใจ  เป็นผลสำรวจของศูนย์วิจัยกรุงเทพโพล  สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ  ที่ได้ทำการสำรวจหญิงสาวผู้มีอายุอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป  ทำงานอยู่ในเขตกรุงเทพฯ จำนวนทั้งสิ้น 1,157 คน  โดยสำรวจในช่วง วันที่ 18-21 กุมภาพันธ์  2546 

                เรื่องที่สำรวจคือ “การล่วงละเมิดทางเพศ  ในสถานที่ทำงาน”

                ผลจากงานวิจัยชิ้นนี้  มีตัวเลขจำนวนไม่น้อยคือ  ร้อยละ 42.2 บอกว่าเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน  โอ้โฮ..นั่นมันเกือบจะ 50 เปอร์เซ็นต์เชียวนะครับ  ร้อยละ 17.6 บอกว่าไม่แน่ใจ  ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกสาวๆเหล่านั้นจึงไม่แน่ใจ  ยังมีอาการงงอยู่มั้ง

                ถ้าจะให้คาดเดา  คงเป็นเพราะบรรดาหนุ่มนักหลีในที่ทำงาน  ยังมาเหนือเมฆ  ยังคงรักษาฟอร์มได้ดูดี  เป็นพี่  เป็นเพื่อน  เป็นอะไรต่อมิอะไร  ที่ฝ่ายหญิงยังคงให้ความไว้วางใจ  และอาจจะลามไปสู่ขั้นตายใจในเวลาอีกไม่นานเกินรอ

                ส่วนที่เหลือก็คือคนที่รอดจากการโดนรังแก  ซึ่งหากเอาพวกเคยโดน  กับพวกที่คลุมเครือมารวมกัน  ผมว่าคนที่เหลือรอดมา  น้อยเต็มที

                พอมาถึงบุคคลที่เป็นนักล่วงละเมิดตัวจริงเสียงจริง  ระหว่างเพื่อนร่วมงาน  กับเจ้านาย  ผลสำรวจบอกว่า  ร้อยละ 52.3 โดนเพื่อนร่วมงานคิดไม่ซื่อ  ขณะที่เจ้านายจอมหลีมีเพียง ร้อยละ 14.7  ส่วนที่เหลือก็โดนจากลูกค้าบ้าง  ผู้ใต้บังคับบัญชาบ้าง  ซึ่งแสดงให้เห็นว่า  การได้รับมอบอำนาจจากบริษัท  ในการบังคับบัญชา  ก็มิได้ช่วยป้องกันภัยจากเซ็กส์  อันอาจเกิดจากลูกน้องกลัดมัน

                 แต่ในเรื่องตัวเลขของเจ้านายจอมหลี 14 เปอร์เซ็นต์เศษๆ  ผมกลับมองว่าเป็นตัวเลขที่เยอะ  เพราะอะไรหรือครับ  ลองคิดดูดีๆนะ  ในแต่ละบริษัท  มีระดับลูกน้องเป็นจำนวนเท่าไหร่  แล้วมีเจ้านายจำนวนเท่าไหร่  เทียบสัดส่วนดูดีๆ   บางทีบรรดาเจ้านาย  อาจจะเป็นพวกลงมือกระทำมากกว่าเพื่อนร่วมงาน  ก็อาจจะเป็นได้นะ  ใครจะไปรู้?

                รูปแบบของการล่วงละเมิดทางเพศในออฟฟิศ  เราอาจจะจำแนกได้เป็น 4 รูปแบบใหญ่ๆ  ซึ่งก็จะมีรายละเอียดในแต่ละรูปแบบอีกพอสมควร  โดยเราสามารถจำแนกแยกแยะได้ดังนี้

                1.การล่วงละเมิดโดยวาจา  ถือเป็นการล่วงละเมิด  ที่ง่ายต่อการงัดกลยุทธ์ปากหมา  วาจาเชือดเฉือน  มาใช้ปฏิบัติการคุกคามได้แทบจะทุกที่  ทุกเวลา  เริ่มตั้งแต่ระดับดีกรีอ่อนๆ  ประมาณวิจารณ์รูปร่าง  และการแต่งตัว  ที่ส่อไปในทางล่อแหลมต่อการตีความ  ว่ากำลังพูดเรื่องลามกหรือเปล่า  ซึ่งผู้หญิงออฟฟิศ  ที่เป็นกลุ่มถูกสำรวจจำนวนร้อยละ 40.8  เคยประสบกับเพื่อนร่วมงานปากหมาเยี่ยงนี้

                ก็ไม่ต้องอื่นไกลหรอกครับ  ผมเองก็ยังเคยมีวาจาเยี่ยงนี้กับเพื่อนร่วมงาน  เมื่อครั้งทำงานใหม่ๆ  วัยกำลังคะนอง  บริษัทมีพนักงานชายเยอะกว่า  เวลามีพนักงานสาวสวย  และทำตัวเย่อหยิ่งเข้ามาใหม่  ก็จะกลายเป็นเหยื่อวาจาของพวกเราทันที

                แต่คนระดับผมทำ  ก็ถือว่าเป็นเรื่องพออภัยกันได้  แต่เชื่อมั้ยครับว่า  สส.กัญจนา  ศิลปอาชา  เคยให้ความเห็นเรื่องการคุกคามทางเพศว่า “ไม่ชอบใจ  ไม่ว่าผู้ชายวงการไหนๆ  มักจะเอาผู้หญิงไปวิพากษ์วิจารณ์  ซึ่งบางครั้งหยาบคาย  ไม่เหมาะสม  ไม่ให้เกียรติผู้หญิง  แม้แต่ สส. ในสภาก็มีพฤติกรรมอย่างนี้อยู่เป็นจำนวนมาก”

                คนระดับ สส. บางคนยังลดตัวมาเลวเทียมผมเลย  คิดดูเหอะ

                การล่วงละเมิดโดยวาจาอีกรูปแบบที่นิยมทำกัน  ก็คือ  การพูดสองแง่สองง่าม  การพูดสัปดน  อันหมายรวมถึงเรื่องการเล่าเดอร์ตี้โจ๊ก  หรือโจ๊กต่ำกว่าสะดือไปทางหัวเข่าทั้งหลาย 

ขั้นที่ขยับขึ้นไปจากการพูดจาสัปดนแล้ว  ก็จะไปสู่ระดับการเกี้ยวพาราสี  พูดเล้าโลม  ตามจีบ  ยิ่งอันนี้นะ  ผมเองในฐานะคนชอบเล่าเดอร์ตี้โจ๊ก  ก็ให้มีอันระลึกได้ล่ะครับว่า  เคยทำมาไม่น้อย  หญิงสาวถึงร้อยละ 42.5 บอกว่าเคยโดนรุกรานด้วยวิธีการนี้
               
2.การล่วงละเมิดทางกิริยา  อันนี้ถือว่าขยับความรุนแรงขึ้นมาจากระดับการใช้วาจาเพียงอย่างเดียว  เพราะกิริยานี้มีความรุนแรงตั้งแต่ระดับการแทะโลมด้วยสายตาที่กรุ้มกริ่ม  จนถึงระดับที่ผมเรียกว่าเป็นการมองแบบ  ข่มขืนด้วยสายตา  คือมองอย่างหื่นกระหายหมายขย้ำ  ส่ออาการหื่นอย่างจะจะ  ไม่ต้องตีความให้วุ่นวาย  ว่ามองอย่างมีความประสงค์ในเรื่องเซ็กส์  ซึ่งผู้หญิงร้อยละ 35  เคยโดนมองแบบไม่สุภาพเช่นนี้

ผมเองเมื่อสมัยเป็นวัยรุ่น  เพิ่งเรียนจบทำงานใหม่  บริษัทที่ไปทำงาน  มีแผนกช่างซ่อมอุปกรณ์ถ่ายภาพเป็นผู้ชายทั้งนั้น  รุ่นราวคราวไร่เรี่ยกัน  กลางวันก็แห่กันไปกินข้าวกันทั้งกลุ่ม

ออฟฟิศอยู่แถวๆสวนมะลิ  ซึ่งแต่ก่อนก็จะมีธนาคารศรีนคร  และ มหานครอยู่ย่านติดกัน  สาวแบงค์ก็หน้าตาชวนฝันทั้งนั้น 

สมัยนั้นการนุ่งกระโปรงผ่าข้าง  หรือผ่าหลังสูงสักนิดถือว่าเป็นความใจกล้า  หรือจัดว่าเป็นสาวเปรี้ยวแล้ว  การที่หนุ่มไหนแอบมอง  แล้วสาวจับได้  ก็ถือได้ว่ามารยาทไม่ดี  ปรากฏว่าหนุ่มทั้งแก๊งผม  ก็อยากมองแบบถนัดๆตานะ  แต่ก็กลัวเขาว่ามารยาทไม่ดี

ผมเองก็เลวเหลือเกิน  บอกกับหมู่คณะว่า “สินค้าไม่ขาย  เขาไม่โชว์”  การที่เขานุ่งสั้น  หรือผ่าลึกๆมาเช่นนี้  แสดงว่าเขาอยากจะโชว์ขาให้ชาวบ้านมอง  ดังนั้น  เราควรมองให้เต็มตา  อย่างที่เราอยากจะมอง

ครับ..ทั้งโต๊ะกินข้าว  พรรคพวกผมก็ประมาณแค่ 6-7 คนเท่านั้นเอง  แต่รวมหัวกันมองขาสาวนุ่งสั้นกันอย่างแทบจะฉีกเนื้อกิน  เล่นเอาสาวเดินขาขวิดเชียวล่ะครับ

นอกเหนือจากการมองแล้ว  กิริยาอีกอย่างที่สาวๆมักจะเจอ  คือการจงใจให้เห็นรูปโป๊บนโต๊ะทำงาน  หรือในเครื่องคอมพิวเตอร์  อันนี้ก็ง่ายล่ะครับ  สมัยนี้แต่ละวันส่งอีเมลล์มากันเกลื่อน  ทั้งดู  ทั้งลบทิ้ง  ไม่หวาดไม่ไหว  บางคนไม่แค่จงใจให้เห็นนะครับ  พี่แกเล่นส่งไปให้สาวซะเลย

แต่ที่ถูกคุกคามทางกิริยาแบบใจร้ายกว่า คือการถูกแอบดูในห้องน้ำ ซึ่งร้อยละ 5.3 เคยประสบชะตากรรมเช่นนี้

ผมเองเคยไปทำงานต่างจังหวัด  และมีพนักงานหญิงจากหน่วยงานอื่นตามไปช่วย  ปรากฏว่าเธอถูกแอบมองขณะอาบน้ำในบ้านพักที่เช่าไว้หลายห้อง  ในที่สุด  ผมต้องส่งให้เธอไปนอนโรงแรม  เพื่อความสบายใจ  และความรู้สึกปลอดภัยของเธอ

ตอนที่ออกคำสั่งไป  ผมยังอยู่กรุงเทพ  พอไปถึงก็ไถ่ถาม  เพื่อลองสืบหาตัวคนคุกคามรายนี้  ปรากฏว่าพอผมเห็นหน้าเจ้าทุกข์  ผมอดปากหมาไม่ได้  ที่จะคุกคามเธอด้วยวาจาอีกครั้ง  กับทีมสอบสวนว่า

“โคตรจะโกรธไอ้คนแอบดูเลย  มันเลือกดูยายน้องคนนี้ได้ยังไง  คนอื่นที่ดูอวบอั๋น  หน้าตาดีมีอีกตั้งหลายคน  ดันไม่ดู  มาดูยายผอมกระหร่องแบบนี้ได้ไง”  นี่ถ้าเธอรู้คงโกรธผมมากกว่าไอ้คนแอบดูเป็นแน่แท้

3.การล่วงละเมิดโดยการสัมผัส  มีตั้งแต่การยืน  เดิน  หรือนั่งใกล้ชิดเกินกว่าเหตุ  หรือที่เหนือไปกว่านั้นคือ  การใช้ร่างกายเสียดสี    เรียกง่ายๆว่าพวกถูไถ  ผู้หญิงร้อยละ 39.8 เคยโดนการคุกคามด้วยวิธีการเหล่านี้มาแล้ว

ส่วนสิงห์จอมแต๊ะอั๋งทั้งหลาย  ที่เริ่มจับตั้งแต่เสื้อผ้า  ยันจับเนื้อต้องตัว  หรือบ้างก็มาในแนวของผู้เชี่ยวชาญการแพทย์แผนโบราณ  ทำมาเป็นบีบนวดต้นคอ  หรือแขน  พวกนี้ก็มีถึงร้อยละ 30  ซึ่งถือได้ว่าไม่น้อยเชียวล่ะครับ

แต่การสัมผัสขั้นที่ไม่ต้องเสียเวลาตีความกันว่าเป็นความเอ็นดู  หรือว่าเป็นเซ็กส์  ก็เห็นจะเป็น  การกอดจูบ  การหอมแก้ม  การตีก้น  จับก้น  จับสะโพก  หรือจับหน้าอก

ถ้าลักษณะสัมผัสอย่างที่ว่าข้างต้นนี้เกิดขึ้นในออฟฟิศ  คงอ้างแบบไอ้พวกชอบสำรวจเพศคนใส่แมสคอตไม่ได้หรอกนะครับ  เพราะเจตนามันส่ออยู่ชัดๆ  ว่าไม่ใช่เพียงแค่อยากรู้เท่านั้น  แต่อยากจะฟันเขาอย่างไม่ต้องหาเหตุแก้ตัว

มีถึงร้อยละ 14.9 ที่เคยโดนเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้ว  โอ้..ช่างเป็นตัวเลขที่น่ากลัวไม่น้อย

4.การล่วงละเมิดโดยการบังคับ  ขืนใจ  ถึงขั้นนี้  คงไม่มีใครเปิดเผยตัวเลขแน่  เพราะคงเป็นรูปแบบสูงสุดของการคุกคาม  และล่วงละเมิดทางเพศแล้วล่ะครับ

แล้วเมื่อเกิดขึ้นเหยื่อส่วนใหญ่จะไม่กล้าที่จะไปแจ้งความ  ด้วยเหตุว่า  “กลัว”  และ “อาย”  คือถ้าโดนกระทำในออฟฟิศ  ก็จะกลัวสถานภาพทางการงานอาจมีปัญหา  ขณะเดียวกัน  ก็อายเกินกว่าจะบอกให้ใครมาตอกย้ำซ้ำเติม

สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ  ได้ให้ข้อมูลไว้ว่าผู้หญิง 100 คน  ที่ถูกข่มขืน  จะมีเพียงคนเดียวเท่านั้น  ที่กล้าเข้าแจ้งความกับตำรวจ  เพียงแค่ 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง  นี่ก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่บรรดานักคุกคามทางเพศมืออาชีพ  ถึงกล้าเสี่ยงแล้วเสี่ยงอีก

เคยมีการสอบถามนักศึกษาประมาณ 700 คน  ว่าถ้าถูกข่มขืนจะไปแจ้งความกับตำรวจหรือไม่? 

ผลปรากฏว่า ไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์  ที่บอกว่าจะไปแจ้ง  ส่วนที่เหลือไม่อยากไปแจ้ง  เพราะอาย  ก็น่าที่จะอายอยู่หรอกครับ  เพราะบางครั้งกระบวนการสอบสวน  สืบสวน  ตำรวจที่เป็นผู้ชาย  ก็ต้องซัก

ถามรายละเอียดกันทุกแง่ทุกมุม  กลายเป็นว่า  เจ้าทุกข์ที่เพิ่งถูกข่มขืนมา  ต้องโดนกระบวนการสอบสวน  ข่มขืนความรู้สึกอีกครั้ง

นี่คือรูปแบบของเซ็กส์ด้านลบในสำนักงาน  ที่นำมาซึ่งการคุกคาม  การละเมิด  คุณอาจจะเจอด้วยตัวเอง  เมื่อใดก็ได้  เพราะเพื่อนร่วมงานที่ไว้วางใจ  เขาอาจจะเป็นพยัคฆ์ร้าย  ในคราบกวางน้อย  หรือแม้แต่เจ้านายผู้ดูเสมือนพ่อพระ  ก็อาจแฝงไว้ด้วยเล่ห์เพทุบาย  อันอาจตะครุบเหยื่อเช่นคุณได้ทุกคราที่เผลอไผ

และไม่ว่าคุณจะต้องตกเป็นเหยื่อของใครก็ตาม  ผลกระทบที่จะเกิดกับร่างกาย  และจิตใจมีแน่นอน  คุณอาจจะต้องเป็น 1 ใน 28.4 เปอร์เซ็นต์  ที่จะมีความกลัว  ความกังวล  ความอาย  หรือคุณอาจจะเป็น 1 ใน 15.3 ที่จะรู้สึก  โกรธ  เกลียด  รำคาญ

คุณอาจจะต้องขาดความเชื่อมั่น  สุขภาพจิตเสื่อมโทรม  เกิดความเครียด  ความกดดันในจิตใจ  ดีไม่ดี  คุณอาจจะเกลียดผู้ชาย  ไปทั้งชีวิตก็เป็นได้

 

////////////////////////////////////

จากหนังสือ : Sex in The Office

ผู้เขียน : พลชัย เพชรปลอด

ตีพิมพ์ครั้งแรก : พฤศจิกายน 2547

สำนักพิมพ์ : สยามอินเตอร์บุ๊คส์

สงวนลิขสิทธิ์เพื่อการอ่านใน Blog นี้เท่านั้น




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
วีณารัตน์ วันที่ : 15/03/2007 เวลา : 11.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/veenarat

คุณยอร์คค่ะขอบคุณค่ะสำหรับความรวดเร็วในการ post เรื่อง sex แต่ดิฉันอาจสื่อสารไม่ชัดเจนซักเท่าไหร่ เพราะดิฉันเพียงแต่อยากฟังเรื่อง ฮา ฮา ขำๆมากกว่า ไม่อุดจาด ไม่โป๊เปลือย แต่ขำๆ

แต่ของคุณยอร์คก็น่าสนใจนะคะ เพราะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคม มีสถิติรองรับด้วย ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน