• นายยอร์ค
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : newyork@smart2work.net
  • วันที่สร้าง : 2007-01-17
  • จำนวนเรื่อง : 15
  • จำนวนผู้ชม : 20085
  • ส่ง msg :
  • โหวต 6 คน
York
สวัสดีครับ ในแต่ละวันมีเรื่องราวดีๆที่น่ามองมากมาย เลยอดไม่ได้ที่จะเก็บสารพัดสารพันเรื่องราวรายทางเอามาฝากกันครับ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/newyork
วันพฤหัสบดี ที่ 15 มีนาคม 2550
Posted by นายยอร์ค , ผู้อ่าน : 1199 , 10:17:10 น.  
หมวด :

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

4.กลยุทธ์หลักของนักคุกคาม

 

                บรรดาคนหนุ่ม  หรือแก่  ก็ตาม  ที่มีความชื่นชมกับการคุกคาม  การละเมิด  ต่อเพศตรงข้ามก็จะได้รับฉายาอันเป็นสากลว่า “หัวงู”

                แต่ถ้าประมาณไม่ถูกว่าบนหัวน้อยๆนั้น  มีงูอยู่กี่ตัว  ก็พอจะอนุโลมให้เรียกว่า “พญานาค” ได้เช่นกัน

                และหากว่าท่านผู้ใดที่มีหัวเป็นงู  แล้วมีวัยอันเจนจัด  และมากด้วยประสบการณ์  อาจจะถูกเรียกด้วยฉายา  แล้วมีขยายความตามวัยไว้ด้วยว่า “ไอ้เฒ่าหัวงู”

                แต่ไม่ว่าจะเป็นเพียงงูรุ่นกระเตาะ  หรืองูเจนสังเวียน  แบบพญางู  ก็หาได้มีวิธีการ  หรือสันดานแตกต่างกันซะเท่าไรนัก  ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านสตรี  ที่คร่ำหวอดอยู่กับผู้ถูกล่วงละเมิด  พอจะสรุปออกมาให้เห็นถึงกลยุทธ์ของบรรดาเซียนเหล่านี้  ว่ามีรูปแบบชัดเจนอยู่  3 กลยุทธ์หลัก

                นั่นคือ  “ทำดี – หยอกไก่ – ใช้กำลัง”

                สุเพ็ญศรี  พึ่งโคกสูง  หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิสตรี  มูลนิธิเพื่อนหญิง คือผู้หนึ่งที่ทำงานอยู่กับการช่วยแก้ปัญหา  และรับรู้เรื่องราวร้องทุกข์จากผู้หญิงที่ถูกรุกรานเป็นจำนวนมาก  ผู้ให้ข้อสังเกตว่า 3 กลยุทธ์หลัก  ที่กล่าวถึงข้างต้น  คือ  อมตะนิรันดร์กาลของบรรดางูๆทั้งหลาย

                ประเภทที่ 1  ทำดี  พวกนี้จะมาในแนวของสุภาพบุรุษ  วางตัวดี  ไม่มีทีท่าว่าจะรุกรานกันด้วยกิริยา  หรือวาจาใดๆ  ให้อีกฝ่ายต้องกังขา  พวกนี้มาแนวคุณพี่  คุณน้า คุณอา  ทำเสมือนประหนึ่งว่าเป็นพี่ชายที่แสนดี  โดยเฉพาะถ้ารู้ว่าหญิงสาวยังอยู่ในระหว่างการศึกษาเรียนรู้งาน  พี่ชายที่แสนดี  ก็จะมาช่วยให้คำแนะนำ  ช่วยสอน  ช่วยให้กำลังใจ

                ทว่าเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่แท้จริง  คือการสร้างให้หญิงสาวเกิดความไว้วางใจ  ซึ่งควรจะต้องเรียกว่า “ตายใจ”  เสียมากกว่า

                เมื่อใดก็ตามที่เกิดความไว้วางใจ  ก็จะตามมาด้วยการชวนไปทานข้าว  พาไปประชุม สัมมนา  พาออกงาน  โดยทำตัวเป็นสุภาพบุรุษสุดชีวิต  แต่จะค่อยๆคืบคลานเข้ามาในชีวิต  และในที่สุดฝ่ายหญิงก็อาจจะพลาดพลั้งได้ถ้าไม่ระวังตัว

                ปรีชา  คือหนึ่งในคนที่ผมคุ้นเคย  และอยู่อาการของผู้ชายที่สุภาพต่อหน้าสาวๆ  แต่อาการหื่นเล็กๆของเขา  จะปรากฏประกายฉายแวว  ยามที่พวกผมรวมหัวกันวิพากษ์  หรือคุกคามสาวๆด้วยวาจา

                แม้ปรีชาจะมีลูกมีเมียแล้ว  และอยู่ในข่ายกลัวเมีย  แต่แล้ววันหนึ่งที่มีเด็กสาว  ท่าทางแคล่วคล่อง  หน้าตาสะดุดตาคนหนุ่มๆทั้งหลายในออฟฟิศ  รวมทั้งปรีชาด้วย  เข้ามาทำงานในออฟฟิศ

                อาการพี่ชายที่แสนดี  ที่ปรีชา  ไม่เคยมีต่อใคร  ก็เริ่มปรากฏให้เห็น  และมักจะหาโอกาสชวนเด็กสาวไปทานข้าวด้วยอยู่บ่อยๆ  โดยที่ไม่มีพวกผมไปด้วย  นั่นจึงทำให้พวกเรารู้ว่าปรีชา  กำลังคิดไม่ซื่อ  และหาทางบินเดี่ยว  หมายโฉบเหยื่อไปกินคนเดียว

                แต่แล้วไม่ต้องมีแผนขัดขาใดๆ  เนื่องจากเด็กสาวเธอหน้าตาดี  จนคงจะชินกับอาการฟอร์มหมาแก่  และพญานาคมาเยอะ  แทนที่เธอจะเรียกปรีชาว่าพี่  เหมือนเรียกคนอื่นๆ  เธอเรียกปรีชาว่า “พ่อ” ทุกคำ 

และเธอก็มักจะเปิดฉากแนะนำปรีชาต่อคนอื่นๆเสมอๆว่า  นี่คือคนที่เธอเคารพเหมือนพ่อเลย  เพราะพี่เค้าดีประหนึ่งพ่อ  เล่นเอาปรีชาง้างหมัดด้วยความลำบาก  หนักกว่านั้น  เธอยังไม่ยอมเปิดโอกาสให้ปรีชาพูดอะไรนอกเหนือจากเรื่องที่เธอพยายามถาม  คือเรื่องลูกของปรีชา  และเธอก็เลี่ยงที่อยู่กับปรีชาเพียงสองต่อสอง

ปู  สาวรุ่นวัยเบญจเพศ  มีอาชีพเป็นเซลส์  เธอพบกับกนก  ตอนที่เขามาซื้อสินค้าที่บริษัท  แล้วเธอต้องดูแลลูกค้ารายนี้

ด้วยหน้าตาสะอาดเกลี้ยงเกลา  และพูดจาสุภาพ  เขาขอบอกขอบใจ  ที่เธอช่วยเหลือเขา  และทิ้งท้ายว่า คงจะไม่รังเกียจ ถ้าเขาจะขออนุญาตโทรมาขอคำปรึกษาเรื่องสินค้าอีก

นั่นเป็นจุดเริ่มต้น  ที่นำไปสู่การขออนุญาตเธอในการโทรมาพูดคุยเรื่องส่วนตัว  ที่เธอเป็นคนที่เขารู้สึกว่าปรับทุกข์ด้วยได้  มีคำแนะนำดีๆให้เขา  เพราะเขาเองแม้จะมีภรรยาแล้ว  แต่ก็ไม่ค่อยมีความสุขนัก  พูดคุยกันไม่ค่อยจะเข้าใจ  แต่เขารู้สึกสบายใจที่คุยกับเธอ  ด้วยว่าเป็นคนคุยสนุก  และให้คำปรึกษาเขาได้หลายเรื่อง

ปู  เล่าให้ผมฟังว่า  นั่นเองที่ทำให้เธอรู้สึกว่า ตัวเองสำคัญ  เพราะก่อนหน้านั้นไม่นาน  เธอเพิ่งตัดสินใจเลิกกับแฟน  ด้วยเหตุว่าเขาไม่ค่อยใส่ใจเธอเท่าที่ควรนัก  แต่กนก  กลับทำให้เธอรู้สึกถึงคุณค่าในตัวเองขึ้นมาทันที  และที่สำคัญ  เขาเป็นคนสุภาพ  อีกทั้งยังกล้าบอกกับเธออย่างตรงไปตรงมาว่ามีเมียแล้ว

จากการโทรพูดคุยในช่วงแรกๆ  เธอก็ไม่ได้คิดอะไรมาก  แต่ทว่าเขาโทรหาเธอทุกวันอย่างสม่ำเสมอ  เรียกว่าตื่นเช้าก็จะได้ยินเสียงของเขาก่อนใครๆ  และที่ไม่เคยขาดคือตอนค่ำ  ที่เขามักจะกลับถึงบ้านไม่ดึกนัก  และโทรหาเธอเกือบจะเวลาเดิมๆทุกวัน

ที่เธอรู้สึกว่าได้รับความสำคัญมากขึ้น  คือบางวันเขาบอกว่า  เมียอยู่  คุยได้ไม่นาน  ออกมาคุยหน้าบ้าน  คิดถึง..ได้คุยหน่อยเดียวก็ยังดี

การกระทำของกนก  ทำให้ปู เริ่มรู้สึกว่าทุกวันเวลาค่ำ  เธอจะมีความหวังกับการรอรับโทรศัพท์ของเขา  แล้วในที่สุด  เธอก็รับสารภาพกับตัวเอง  และกับคนอื่นๆว่า  เธอรักเขา  เพราะว่าเขารักเธอ..มากกว่าที่..เขารักเมียของเขา..ซะอีก

                ในที่สุดเรื่องราวของปู  และ กนก  ก็เป็นไปตามขั้นตอน  ที่เซ็กส์จะนำพาไป  ทั้งคู่คบหากันอยู่นานพอประมาณ  จนวันหนึ่งเมียของกนก ระแคะระคาย  จึงกลายเป็นอุปสรรคขึ้นมา  แต่ผมเข้าว่าใจ  เขาทั้งสองยังคงแอบเจอกันอีกเป็นระยะ

                ผมไม่มีโอกาสติดตามว่า  เรื่องราวของปูกับ กนก ลงเอยอย่างไร  เพราะหลังจากที่ผมย้ายที่ทำงาน  ก็ไม่ได้ใส่ใจติดตาม  แต่ประโยคหนึ่งที่ปูเคยบอกผม  ถึงเหตุผลในการรักกนก  และยังจำได้ดีก็คือ  “เพราะเขาเห็นปูสำคัญไงพี่  เขาสม่ำเสมอ  โทรหาทุกวันไม่เคยขาด  เขาไม่โกหกว่ามีเมียแล้ว  เขาเห็นเราสำคัญกว่าเมียเขา  เพราะขนาดเมียอยู่บ้านยังแอบโทรหาเราเลย..”

                นั่นเป็นเรื่องราวของเซียนประเภทที่ 1  ที่สามารถใช้ความสุภาพ  และความตายใจ  ในการทำให้อีกฝ่ายยอมอยู่ในวังวนของเซ็กส์

                ประเภทที่2 หยอกไก่  ชื่อเต็มๆก็คือ  “หมาหยอกไก่”  ไม่รู้นะใครช่างเป็นคนแรกที่คิดเปรียบเปรย  เพราะผมเคยนั่งดูลีลาหมาจริงๆวิ่งไล่หยอกไก่  แหมมันเหลือรับประทานจริงๆ  เพราะมันจะวิ่งวนๆ  จนไก่เผลอ  ก็เข้าไปงับเบาๆทีนึง  แล้วก็วิ่งวนกลับไปกลับมา  จนไก่งง  พอไก่งงได้ที่  ไอ้หมานี่เข้าขย้ำเลย

                เซียนคุกคามประเภทนี้  จัดว่าเป็นพวกที่มีเจตนาลวนลามอย่างชัดเจน  ลีลาก็จะมาประมาณว่า  เป็นการเรียกไปสั่งงาน  แต่เรียกไปสั่งแบบสองต่อสอง  พวกนี้มักจะเป็นรุ่นใหญ่  คือมีห้องทำงานส่วนตัว  สามารถปิดได้มิดชิด  ไม่มีใครเห็น  แล้วก็ถือโอกาส  ถูกเนื้อต้องตัว

                ถ้าเหยื่อไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ  ก็อาจจะลามปามไปสู่การจับมือถือแขน  จับก้น  จับหน้าอก  ซึ่งลักษณะเช่นที่ว่า  สุเพ็ญศรี  พึ่งโคกสูง  หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิสตรี  มูลนิธิเพื่อนหญิง  ได้บอกว่า  มีเกิดขึ้นมากมาย  ซึ่งฝ่ายหญิงก็มักจะเสียเปรียบ  อับอาย  นอกจากจะโดนคุกคามแล้ว  ยังถูกเพื่อนร่วมงานนินทาว่าจะไปแย่งสามีชาวบ้านอีก

                กรณีเช่นนี้  เมื่อใดที่เรื่องแดงขึ้นมา  ฝ่ายชายมักจะอ้างว่าฝ่ายหญิงให้ท่า  แล้วเรื่องมักจะจบลงที่การวิ่งเต้นให้มีการยอมความ  หากว่าฝ่ายหญิงมีการเอาเรื่อง เอาความ 

ซึ่งข้ออ้างในการขอให้ยอมความก็คือ  อ้างว่าภรรยากำลังท้องอยู่บ้าง  ลูกยังเล็กอยู่บ้าง  คดีเช่นนี้ถ้าฝ่ายหญิงอายุเกิน 18 ปี  ก็สามารถยอมความกันได้  เพราะหากยังต้องการดำเนินคดี  ฝ่ายตำรวจก็ต้องการพยาน  ซึ่งเรื่องแบบนี้คงจะหาพยานยาก

                จะเห็นได้ชัดว่าลีลาหมาหยอกไก่  เป็นเรื่องที่มักจะนำมาซึ่งความเสียเปรียบ  และเสื่อมเสียต่อฝ่ายหญิง  ทั้งตอนโดนรุกราน  และหลังโดนรุกราน

                กลยุทธ์หยอกไก่นี้  นับว่า ได้รับความนิยมสูงสุด เป็นอันดับหนึ่งของ 3 กลยุทธ์หลักที่บรรดางูน้อยใหญ่ใช้ขบเหยื่อ  ไม่เพียงแต่ในองค์กรเอกชนเท่านั้น  แต่ในระบบราชการ  ถือได้ว่าเรทติ้งสูงไม่แพ้กัน  เพราะระดับ สส. ในสภา  ก็ยังเป็นกันเกลื่อน

                สส.หญิงอย่าง จณิสตา  ลิ่วเฉลิมวงศ์  หรือน้องแบม  ที่เคยเป็นอดีตข้าราชการ  ได้เคยเปิดเผยว่า  เคยได้ยินเรื่องราวจากหน่วยงานอื่นๆที่ไม่ใช่หน่วยงานที่เธอทำงานอยู่  ว่าข้าราชการสาวๆระดับล่าง  มักจะถูกลวนลามด้วยคำพูด  หรือโดนผู้ที่มีตำแหน่งเหนือกว่า  ใช้ความก้าวหน้ามาเป็นเครื่องต่อรอง

                ข้อมูลเกี่ยวกับข้าราชการอันหนึ่ง  ที่ปรากฏในหน้าประชาชื่นของ มติชน  เมื่อ มิถุนายน 2546  เรื่องราวของ อัจฉริยา  ข้าราชการสาว ระดับ 3  ที่ต้องเดินทางไปราชการต่างจังหวัด  กับผู้อำนวยการกอง  แบบเช้าไป  เย็นกลับ  ขากลับเธอจำเป็นต้องนั่งรถของผู้อำนวยการกอง  ที่ต้องการให้คุยเป็นเพื่อนขณะขับรถ

                แต่ตลอดเส้นทางท่าน ผอ.  ก็พูดจาลวนลาม  เกี้ยวพาราสีตลอดเวลา  จนเธออึดอัด  แต่พอเธอเผลอ  กลับเลี้ยวรถเข้าโรงแรมม่านรูดข้างทาง 

เธอตกใจมาก  แต่ก็สามารถรวบรวมสติ  แล้วอ้อนวอนขอร้อง  โดยการยกย่องว่ารู้สึกศรัทธา  และเคารพเสมือนพ่อ  ขอให้กรุณาต่อเธอ  ซึ่ง ผอ. ก็หยิบยื่นข้อเสนอในการสนับสนุนให้ก้าวหน้าในงาน  และจะรับผิดชอบดูแล

นี่แหละครับลีลาหยอกไก่  มักจะมาคู่กับการฉกฉวยจังหวะเพื่อเผด็จศึก  ซึ่งพวกนี้  ก็มักจะเป็นขาประจำม่านรูด  เพราะบางครั้งที่ทำงาน  เอะอะโวยวายจะอายเขา แต่เวลาโดนพาเข้าม่านรูด  หญิงสาวมักจะตกใจ  ทำอะไรไม่ถูก  แล้วก็จะตามมาด้วยการโวยวายกันภายหลัง  ซึ่งหลักฐานในการดำเนินคดี  ก็จะเสียเปรียบไปแล้ว

ในองค์กรเอกชน  ก็มีคนพรรค์นี้เยอะไม่แพ้กัน  แม้แต่บางองค์กร  ที่ได้ชื่อว่าเป็นองค์กรข้ามชาติ  ก็ใช่ว่าจะข้ามอาการ “ชาติชั่ว” ได้เสมอไป  อย่างเช่นในช่วงปี 2544  มีการส่งอีเมลล์เรื่อง เออีชีช้ำ  เพื่อแฉพฤติกรรมในแวดวงโฆษณาว่า  ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทโฆษณาข้ามชาติรายใหญ่ระดับโลก  ซึ่งมีออฟฟิศแถวหัวถนนสีลม  ชอบหาเศษหาเลยกับพนักงานหญิงที่เป็น AE (เป็นตำแหน่งของฝ่ายบริหารงานลูกค้า)  มีหลายรายที่โดนอุบาย  หลงกล  เป็นเครื่องระบายความใคร่  เพื่อแลกกับตำแหน่ง  และการได้ไปอบรมที่ต่างประเทศ

ข้อมูลทางอีเมลล์  อาจจะไม่สามารถเชื่อได้เสมอไป  เพราะหาผู้อ้างอิงยาก  แต่หากเป็นเรื่องจริง  ก็คงสะท้อนให้เห็นได้ว่า  เซ็กส์มันแฝงอยู่ในทุกระดับองค์กร

ประเภทที่ 3 ใช้กำลัง  ไอ้พวกนี้  ผมว่ามันคงเรียนหลักสูตรจู่โจมมาเป็นแน่  เพราะพวกนี้มักจะใช้กำลังในการจู่โจม  หรือใช้อำนาจข่มขู่  ใช้ความได้เปรียบ  ซึ่งอาจจะทั้งหน้าที่การงาน  ทั้งพละกำลัง  เอามารวมๆกันเป็นความเข้มข้นของความเลว  ในการขู่เข็ญ  บังคับ  ให้เหยื่อต้องแลกด้วยความจำยอม

กลยุทธ์นี้  พวกที่นิยมใช้  คือพวกที่มีลูกน้องในระดับที่ด้อยกว่ามากๆ  เช่น  ตามโรงงานต่างๆ  มักจะเกิดขึ้นได้ง่าย 

ตัวอย่างของพวกงูพันธุ์ดุเหล่านี้เช่น  เรื่องราวของหญิงที่มีการปรึกษาปัญหาผ่านมูลนิธิเพื่อนหญิง  จำนวนมากมายหลายกรณี  อย่างสาวโรงงาน วัย 32  ถูกเพื่อนข้างห้องที่แฟลตย่านฝั่งธนฯ  ซึ่งเป็นนายจ้างของเธอเอง  ข่มขืน

งานของเธอคืออาชีพรับจ้างเย็บผ้าให้กับโรงงาน  เพื่อนชายข้างห้องที่เธอเองก็รู้จักคุ้นเคยดี  ขอร้องให้มาช่วยดูแลลูก  เพราะเมียต้องออกไปทำงานร้านอาหาร

ด้วยความสนิทคุ้นเคย  และรู้จักกับครอบครัวเขาเป็นอย่างดี  เธอจึงยอกไปรับจ้างดูแลลูกให้  แต่แล้วคืนวันหนึ่งที่เธอเผลอหลับไป  เพื่อนชายมาใช้กำลังปลุกปล้ำข่มขืนเธอ

แทนที่จะได้รับความเห็นใจ  เธอกลับถูกประณาม  และถูกผู้ชายคนอื่นๆมองเธอ  และปฏิบัติต่อเธอราวกับว่าเป็นโสเภณี

หรืออีกราย  ข้าราชการสาววัย 30 ที่แต่งงานมีลูกแล้ว 1 คน  สามีของเธอตกงาน  เธอต้องทนทำงานหาค่าใช้จ่ายในบ้านทั้งหมด  เพื่อนๆร่วมงานต่างก็รู้ดี  แม้แต่หัวหน้างาน  แต่เขากลับไม่สนใจ

มิหนำซ้ำยังแกล้งเธอให้ทำงานดึกๆ  เพื่อจะถือโอกาสมากอดจูบ  และพูดจาขอมีเพศสัมพันธ์ด้วย  ซึ่งเธอเองก็ไม่สามารถจะปฏิเสธการอยู่ดึกได้  เพราะเขาขู่ว่าทำให้เดือดร้อนจากการงาน  ก็ได้แต่เพียงเอาตัวรอดไปวันๆ

เธอได้แต่ลุ้นว่า  อย่าได้มีวันใด  ที่เขาจะใช้กำลังปลุกปล้ำ  เพราะหากมีวันนั้น  ทั้งเธอและครอบครัว  คงจบสิ้นแน่นอน  แล้วเรื่องเช่นนี้ ก็เป็นเรื่องที่ยากต่อการปรึกษากับสามี  ด้วยไม่แน่ใจว่า  สามีจะมองว่าเธอให้ท่าหรือเปล่า  เพราะหน้าฉากของหัวหน้าเธอนั้น  ดูภูมิฐาน  น่าเชื่อถือ

สำหรับผมแล้ว  ไอ้หมอนี่มันเลว 2 เด้งเลยนะเนี่ย  เพราะนอกจากจะคุกคามแบบใช้กำลังขู่เข็ญแล้ว  ยังไม่ละเว้นลูกเขาเมียใครซะอีก  แบบนี้  เขาเรียกกันว่า  เห้..บริสุทธิ์  แบบไม่มีตะกวดปน  แม้แต่นิดเดียว

การคุกคามแบบใช้กำลังนี้  เหยื่อที่วัยอ่อนเพิ่งเริ่มรุ่น  ก็ใช่ว่าจะหนีพ้น  จากหน้าหนังสือพิมพ์  คม ชัด ลึก  ฉบับวันที่ 8 สิงหาคม 2546  ลูกจ้างสาววัย 14  ยังต้องหนีออกจากบ้านของข้าราชการกระทรวงวิทยาศาสตร์ วัย 48  ไปแจ้งความกับตำรวจ  เพราะทนถูกข่มขืนไม่ไหว

อาชีพ  วัย  ไม่ได้การันตี  ความดี เลว ของใคร  ถ้าจิตใจของผู้นั้นจะเลว

นี่แหละครับ  กลยุทธ์หลักๆ  ทำดี  หยอกไก่  ใช้กำลัง  ที่บรรดาพวก  “หน้าเป็นพระ  ศีรษะเป็นงู”  ทั้งหลาย  นิยมใช้กันเป็นกิจวัตร

ซึ่งทั้ง 3 กลยุทธ์นี้  อาจจะเรียกได้ว่าเป็นแม่ไม้ ใช้ล่าเหยื่อ  ที่สาวๆควรจะระแวดระวังตัวไว้  ว่าผู้ร่วมงานที่อยู่ใกล้ๆ  กำลังเข้าข่ายน่าสงสัยแบบใดหรือเปล่า

แต่จากประสบการณ์โดยตรงของผม  จากผู้ที่ใกล้ชิด  ที่เป็นอาจจะเรียกได้ว่าเป็นเสือผู้หญิงทั้งหลาย  ทำให้ผมได้รู้  ได้เห็นแง่มุมของเซ็กส์ ในออฟฟิศ  ที่มีเหตุปัจจัยชักนำแตกต่างกันอีกหลายรูปแบบ  ที่เป็นทั้งมุมคุกคาม  และทั้งมุมของการไม่คุกคาม  แต่ร่วมไม้ร่วมมือกันของทั้ง 2 ฝ่าย  แต่ผลของเซ็กส์นั้น  ก็ส่งผลร้ายกลับมาสู่องค์กร  หรือบางทีก็ตัวของคู่กรณีด้วยเช่นกัน

เรื่องราวเหล่านี้  คือกรณีศึกษา  ที่เป็นเรื่องจริง  เกิดขึ้นในสังคมที่แวดล้อมผมอยู่  ไม่ว่าวันนี้คุณจะอยากเจอหรือไม่  แต่ภัยจากเซ็กส์ในออฟฟิศ  ก็แอบคอยโอกาสทำร้ายคุณอยู่เสมอ.....

 

///////////////////////////

จากหนังสือ : Sex in The Office

ผู้เขียน : พลชัย เพชรปลอด

ตีพิมพ์ครั้งแรก : พฤศจิกายน 2547

สำนักพิมพ์ : สยามอินเตอร์บุ๊คส์

สงวนลิขสิทธิ์เพื่อการอ่านใน Blog นี้เท่านั้น



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มาลัยอิสรา วันที่ : 30/04/2007 เวลา : 12.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/womenfreedom
Another World is Possible!

แวะมาบอกข่าวค่ะ.........

ขยายเวลารับสมัครถึง 8 พฤษภาคมนี้
เพื่อการเสริมศักยภาพสตรีในทุกวงการ

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ต่อเวลาเปิดรับสมัครนักศึกษา
ปริญญาโท "สตรีศึกษา" รุ่นที่ 5 (รอบ2)

สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้อนุมัติการเปิดสอนหลักสูตรปริญญาโทศิลปศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาสตรีศึกษา มาตั้งแต่ปีการศึกษา 2544 ปัจจุบันการวางแผนและการกำหนดนโยบายของหน่วยงานทุกระดับและทุกภาคส่วนจึงต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจด้านสตรีและบทบาทหญิงชายศึกษา (Women's หรือ Gender Studies) ไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานเท่านั้น สตรีศึกษายังเป็นการเรียนรู้ซึ่งจะทำให้ผู้ศึกษาเกิดการหยั่งรู้และเกิดความเข้าใจในตนเองและผู้อื่นอย่างลึกซึ้งอีกด้วย เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำ และเคียงบ่าเคียงไหล่อย่างเสมอภาคสร้างสรรค์
ในวงวิชาการระดับสากลเท่าที่สำรวจได้ มีมหาวิทยาลัยกว่า 500 แห่ง ที่เปิดสอนวิชาสตรีและบทบาทหญิงชายศึกษาในระดับปริญญาตรี โท เอก ส่วนในประเทศไทย สตรีและบทบาทหญิงชายศึกษายังเป็นสาขาวิชาใหม่ที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

โครงการศึกษาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตสตรีศึกษา วิทยาลัยสหวิทยาการ ร่วมกับ

โครงการศึกษาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตสตรีศึกษา วิทยาลัยสหวิทยาการ เปิดจำหน่ายใบสมัครตั้งแต่ วันนี้ ถึง 8 พฤษภาคม 2550 และรับสมัครผู้สนใจเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรปริญญาโทสาขาสตรีศึกษา หลักสูตรภาคค่ำเรียนตอนเย็น วันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ โดยรับผู้จบปริญญาตรีทุกสาขา ได้เกรดเฉลี่ย 2 ขึ้นไป ผู้สนใจหาซื้อใบสมัครได้ที่โครงการศึกษาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตสตรีศึกษา วิทยาลัยสหวิทยาการ, โครงการสตรีและเยาวชนศึกษา และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 0–2613–3605, 0–2613–3150–1 โทรสาร 0–2613–3609, 0–2224–9420

www.ci.tu.ac.th
E–mail : wysp@tu.ac.th


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
รอบข้างต่างมุม วันที่ : 17/03/2007 เวลา : 19.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/citizen

สวัสดียอร์ค เข้ามา BLOG ตั้งแต่เมื่อไร ชักชวนพี่สุจินต์ จันทร์นวล,พี่อ๋อง-สันติเข้ามา BLOG ด้วยสิ OKNATION จะได้คึกคักขึ้น
adisak@nationgroup.com

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน