*/
  • สิงห์นอกระบบ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 1831
  • จำนวนผู้ชม : 3487063
  • จำนวนผู้โหวต : 1120
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1120 คน
<< สิงหาคม 2013 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 3 สิงหาคม 2556
Posted by สิงห์นอกระบบ , ผู้อ่าน : 4820 , 06:18:51 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 14 คน เกสรมาเฟีย , BlueHill และอีก 12 คนโหวตเรื่องนี้

 

เรื่องจาก ขบวนการเสรีไทยเฟซบุ๊ค's Page

 

น้ำมันรั่ว 50,000 ลิตร จริงหรือ 

ชมคลิป http://youtu.be/1MXMMTITGr4


การชี้แจงจากบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ว่า น้ำมันรั่ว 50,000 ลิตร เมื่อเทียบกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตลอด 4 วันที่ผ่าน ยังมีจุดผิดสังเกตหลายข้อว่าปริมาณที่รั่วจริงเท่าไหร่ เมื่อคำนวณจากสาเหตุของการรั่ว คำนวณจากภาพถ่ายทางอากาศ หรือคำนวณจากปริมาณสารเคมีที่นำมาขจัดคราบน้ำมัน

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีที จีซี ชี้แจงสาเหตุน้ำมันรั่ว เกิดขึ้นระหว่างเรือขนถ่ายน้ำมันไปสู่โรงกลั่นในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ห่างจากฝั่งประมาณ 20 กิโลเมตร ระหว่างถ่ายน้ำมันจากเรือไปที่ทุ่นลอยเกิดรั่วไหลในจุดที่เรียกว่าท่ออ่อน ท่ออ่อนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 16 นิ้ว ยาว 100 เมตร หากคำนวณหาปริมาตร และเทียบเป็นลิตร จะมีความจุสูงสุดไม่เกิน 12,000 ลิตรเท่านั้น แต่บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล ชี้แจงว่าน้ำมันรั่วประมาณ 50,000 ลิตร

ปริมาณที่ต่างกันระหว่างความจุในท่ออ่อนกับปริมาณน้ำมันที่รั่วนำมาสู่คำถามที่ว่าวาล์วอัตโนมัติที่ บริษัทอ้างว่าจะปิดทันทีเมื่อแรงดันมีความแตกต่าง ในสถานการณ์จริงเป็นเช่นนั้นหรือไม่ หรือ การรั่วไหลเกิดขึ้นในจุดอื่น อีกข้อสังเกตผิดปกติ คือปริมาณ 50,000 ลิตร คิดเป็นเพียงแค่ 2% เมื่อเทียบกับน้ำในสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐานสากลที่ยาว 50 เมตร กว้าง 25 เมตร ลึก 2 เมตร คำนวณปริมาตรจะจุน้ำได้ 2,500,000 ลิตร

หรือหากเทียบกับหางพ่วงบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ สามารถบรรจุได้ 40,000 - 45,000 ลิตร หมายความว่า น้ำมันจากห่างพ่วงไหลลงสู่ทะเลทั้งคัน ในขณะที่ภาพถ่ายดาวเทียมจากจิสด้าวันที่ 27 กรกฎาคม วันแรกที่น้ำมันรั่ว มีขอบเขตประมาณ 12.45 ตารางกิโลเมตร หรือเทียบกับสนามฟุตบอลมาตรฐานสากลยาว 105 เมตร กว้าง 68 เมตร ภาพถ่ายน้ำมั่นรั่ววันแรก จะเท่ากับสนามฟุตบอล 1,743 สนาม ผู้เชี่ยวชาญจึงตั้งข้อสังเกตปริมาณรั่วไหลที่แท้จริง นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตสารเคมีที่ใช้ขจัดคราบน้ำมันที่เรียกว่าเดสิก สลิกกอน เอ็นเอส ที่บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล ขออนุญาต ใช้จากกรมควบคุมมลพิษ

สารชนิดนี้มีอัตราการกระจายคราบน้ำมัน 1 ต่อ 10 หรือน้ำมันรั่ว 50,000 ลิตร ต้องใช้สารเคมีปริมาณ 5,000 ลิตร แต่อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล ขออนุญาตใช้สารเคมีกำจัดคราบน้ำมันถึง 25,000 ลิตร หรือ 5 เท่า ของปริมาณน้ำมันรั่วไหล ขณะนี้ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมตั้งข้อสังเกตว่าไม่มีความจำเป็นเพราะจะส่งผลต่อคุณภาพน้ำทะเล ที่สำคัญไม่ใช่สารเคมีราคาถูก ยิ่งทำให้ปริมาณน้ำมันที่บริษัทให้ข้อมูลว่ารั่ว 50,000 ลิตร ยังเต็มไปด้วยข้อสงสัย 

ขอบคุณ : คลิป - ข่าว TPBS

 

ภาพถ่ายดาวเทียมน้ำมันรั่ว

 

เรื่องจาก http://thaipublica.org

เตือนระวังข้อมูลไม่จริง

003_resize

แม้ว่า ปตท. และรัฐบาลจะแถลงว่าปริมาณน้ำมันดิบที่รั่วไหลมีแค่ 50,000-70,000 ลิตร แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ได้หาหลักฐานมาหักล้างจนมีแนวโน้มน่าเชื่อถือว่าปริมาณน้ำมันดิบที่รั่วไหลนั้นสูงกว่าที่แถลงไว้มาก

ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการจับผิดตัวเลขของบริษัทน้ำมันที่มักจะให้ข้อมูลต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อหวังผลทางจิตวิทยาและเพื่อลดความสูญเสียที่เกิดขึ้น ดังที่มีการจับโกหกบริษัทบีทีของอังกฤษที่อ้างว่ากำจัดคราบน้ำมันที่ชายฝั่งเม็กซิโกแล้วเสร็จแล้ว แต่ในความเป็นจริงยังมีปัญหาตกค้างอีกมาก

ก่อนหน้านี้ เมื่อปีที่แล้ว องค์การนิรโทษกรรมสากลหรือแอมเนสตี อินเตอร์เนชันแนล ก็ได้จับผิดและเปิดโปงผลการสอบสวนปัญหาการรั่วไหลของคราบน้ำมันหลายหมื่นบาร์เรลที่เมืองโบโด บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนเจอร์เมื่อปี 2551 ของบริษัทเชลล์ บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ว่ามีข้อมูลไม่เที่ยงตรงทั้งในเรื่องของวันเวลาที่เกิดเหตุและปริมาณน้ำมันดิบที่รั่วไหลออกมา เพราะผลการพิสูจน์ที่หน่วยงานอิสระของแอมเนสตี อินเตอร์เนชันแนล และศูนย์เพื่อสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน และการพัฒนา ได้รับพบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นตามมานั้นเลวร้ายกว่าที่บริษัทเชลล์เคยยอมรับไว้มาก ประเมินปริมาณความเสียหายต่ำกว่าความจริงมาก โดยเฉพาะในส่วนของปริมาณน้ำมันที่รั่วไหล โดยรายงานการสอบสวนอย่างเป็นทางการของเชลล์อ้างว่ามีการรั่วไหลแค่ 1,640 บาร์เรล แต่จากการประเมินผลจากหน่วยงานอิสระพบว่าปริมาณน้ำมันที่รั่วไหลทั้งหมดตลอดช่วง 72 วัน น่าจะมากถึง 103,000-311,000 บาร์เรล

นอกจากนี้ เชลล์ยังยืนกรานเป็นกระต่ายขาเดียวว่าการรั่วไหลของคราบน้ำมันที่เมืองโบโด มาจากการก่อวินาศกรรม แต่จากการตรวจสอบของคณะกรรมการอิสระได้ข้อสรุปว่ามาจากความบกพร่องและขาดความน่าเชื่อถือ ท้ายสุดเชลล์ก็ยอมรับในเวลาต่อมาว่าสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการปฏิบัติงานที่ผิดพลาดของบริษัทเอง

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเตือนว่า จากตัวอย่างที่เกิดขึ้น ทำให้ไม่ปักใจเชื่อข้อมูลของบริษัทน้ำมันเวลาแถลงถึงผลเสียหายที่เกิดขึ้น รวมไปถึงการประเมินผลกระทบทางนิเวศ เพราะมักจะต่ำกว่าเป็นจริงมาก ทางที่ดีจะต้องตั้งคณะกรรมการอิสระเข้ามาตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อประโยชน์ของชาวบ้านและประเทศชาติ

 

เรื่องจาก http://allmylike.com

ปตท เคยทำน้ำมันรั่วที่ออสเตรเลีย

ปตท ทำน้ำมันรั่ว

ว่ากันตามตรง เหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลที่ระยองไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งแรกกับบริษัทในเครือ ปตท. เหตุการณ์ที่ครึกโครมมากที่สุดน่าจะเป็นเหตุน้ำมันรั่วไหลในแหล่งมอนทาร่าของออสเตรเลีย ที่บริษัทลูกของปตท.สผ. (PTTEP) เป็นผู้ดำเนินงาน

ครั้งนั้นเป็นการรั่วของตัวแท่นขุดเจาะ ต่างจากเหตุการณ์ที่ระยองทีเกิดจากท่อส่งชำรุด การหยุดการรั่วไหลทำได้ช้ากว่ามากทำให้ปริมาณการรั่วไหลต่างกัน ทางการออสเตรเลียประมาณว่าอาจมีการรั่วไหลกว่า 2000 บาร์เรลต่อวัน หรือสามแสนกว่าลิตร ใช้เวลากว่าสองเดือนในการหยุดการรั่วของน้ำมัน ขณะที่น้ำมันรั่วไหลที่ระยองสามารถหยุดการรั่วไหลได้ในเวลาไม่นานตัวเลขที่เปิดเผยเบื้องต้นคือมีทั้งหมด 5หมื่นลิตร (แต่อาจเป็นได้ว่ามีมากกว่านั้น)

ภายหลังศาลออสเตรเลียสั่งปรับ PTTEP เป็นเงิน 510,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 15ล้านบาท จากกรณีดังกล่าว

 

ปตท. รับผิด ทำน้ำมันรั่วนอกชายฝั่ง ออสซี่

โดยการไต่สวนที่ศาลแขวงดาร์วินวันนี้ (30 ส.ค. 55) บริษัท ปตท ยอมรับผิดใน 4 ข้อกล่าวหา ที่เกี่ยวข้องกับเหตุน้ำมันรั่วในทะเลติมอร์เมื่อ 3 ปีก่อน 


theaustralian.com.au

รายงานว่า น้ำมันจำนวนหลายพันบาร์เรลไหลลงสู่ทะเลเป็นเวลานานกว่า 10 สัปดาห์ หลังจากเกิดการรั่วทะลักที่แท่นขุดเจาะเวสต์ แอตลาส ของบริษัท ปตท.สผ.ออสเตรเลียในทะเลติมอร์เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ปริมาณน้ำมันที่รั่วไหลได้แผ่กระจายไปถึงน่านน้ำของอินโดนีเซีย ซึ่งนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกล่าวว่ากินอาณาบริเวณเกือบ 90,000 ตารางกิโลเมตร

นายเคน ฟิตซ์แพทริก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ปตท.สผ.ออสเตรเลีย ซึ่งอยู่ในเครือของ ปตท.สผ. กล่าวต่อผุ้สื่อข่าวว่า จากเหตุการณ์เริ่มต้น ปตท.สผ.ขอแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและรู้สึกเสียใจอย่าง ยิ่ง และกล่าวว่า ความผิดพลาดเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก 

น้ำมันและ แก๊สธรรมชาติเหลว รั่วไหลออกจากบ่อน้ำมันมอนทารา นอกชายฝั่งทางทิศเหนือของรัฐออสเตรเลียตะวันตก เป็นเวลานานหลายเดือนนับตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2009 ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุหายนะน้ำมันรั่วไหลครั้งรุนแรงที่สุดของออสเตรเลีย หลังจากนั้น ในวันที่ 1 พ.ย. ปีเดียวกัน

ในระหว่างความพยายามในการอุดรอยรั่ว ได้เกิดเหตุระเบิดที่เครื่องขุดเจาะ และก่อให้เกิดไฟลุกกระทั่งถึงวันที่ 3 พ.ย. และสามารถยับยั้งการไหลของน้ำมันได้สำเร็จในวันเดียวกัน และน้ำมันยังรั่วไหลมาถึงน่านน้ำของอินโดนีเซีย 

ปตท.สผ.รับสารภาพ ว่ากระทำความผิดตามพ.ร.บ.ปิโตรเลียมนอกชายฝั่งและการกักเก็บก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมีโทษปรับสูงสุด 550,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย และยอมรับว่าไม่สามารถดำเนินตามขั้นตอนอย่างมีเหตุผลเพื่อป้องกันการรั่วไหล อีกทั้งทำให้พนักงานที่แท่นขุดเจาะน้ำมันตกอยู่ในอันตราย ซึ่งมีโทษปรับสูงสุด 50,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย

นายเคน ฟิตซ์แพทริก คาดว่า ปตท.สผ. ต้องจ่ายค่าเสียหายด้านผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม คิดเป็นมูลค่า 40-50 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย แม้ว่าผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์จะดำเนินต่อไปก็ตาม

เจ้าหน้าที่สอบ สวนของรัฐบาลออสเตรเลียกล่าวตำหนิความบกพร่องอย่างกว้างขวางและเป็นระบบของ ปตท.สผ.กรณีการรั่วไหลของน้ำมัน ขณะที่รัฐบาลอินโดนีเซียฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 2,400 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียที่ทำให้การประมงและแนวปะการังได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ คาดว่า ศาลออสเตรเลียจะมีคำตัดสินคดีนี้ในวันศุกร์  และปตท.สผ. อาจกลับเข้าไปเริ่มขุดเจาะน้ำมันได้อีกครั้งก่อนสิ้นปีนี้

 

 

การรั่วไหลของน้ำมันที่มอนทารา จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

File:Oil Slick in the Timor Sea September-2009.jpg
ภาพถ่ายดาวเทียมการรั่วไหลของน้ำมันที่มอนทาราในทะเลติมอร์


การรั่วไหลของน้ำมันที่มอนทารา เป็นการรั่วไหลของน้ำมันและแก๊ส รวมถึงคราบน้ำมัน (slick) ในภายหลัง ซึ่งเกิดขึ้นที่บ่อน้ำมันมอนทาราในทะเลติมอร์ นอกชายฝั่งทางเหนือของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในภัยพิบัติด้านน้ำมันครั้งเลวร้ายที่สุดของออสเตรเลีย

คราบน้ำมันถูกปล่อยออกมาหลังการระเบิดออกจากแท่นหลุมผลิตมอนทาราเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552 และยังคงรั่วไหลออกมาต่อเนื่องจนถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 (รวม 74 วัน) เครื่องขุดเจาะน้ำมันเวสต์แอตลาสมีซีดริล บริษัทของนอร์เวย์-เบอร์มิวดา เป็นเจ้าของ และมี ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ออสตราเลเซีย (PTTEPAA) เป็นผู้ดำเนินงาน ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของปตท. สผ. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของปตท. อีกต่อหนึ่ง ปตท. เป็นบริษัทน้ำมันและแก๊สธรรมชาติ ซึ่งรัฐไทยเป็นเจ้าของ และได้ดำเนินงานเหนือบ่อติดกันบนแท่นขุดเจาะมอนทารา บ่อน้ำมันมอนทาราตั้งอยู่นอกชายฝั่งคิมเบอร์ลี ห่างจากฐานทัพอากาศทรุสคอตต์ (Truscott) ไปทางเหนือ 250 กิโลเมตร และห่างจากดาร์วินไปทางตะวันตก 690 กิโลเมตร คนงานหกสิบเก้าคนถูกอพยพออกมาอย่างปลอดภัยจากเครื่องขุดเจาะน้ำมันเวสต์แอตลาสเมื่อเกิดระเบิดขึ้น

กระทรวงทรัพยากร พลังงานและการท่องเที่ยวออสเตรเลียประเมินว่า การรั่วไหลของน้ำมันที่มอนทาราอาจมีปริมาณสูงถึง 2,000 บาร์เรล (320 ม.3/วัน) ซึ่งเป็นห้าเท่าจากที่ ปตท. สผ. ออสตราเลเซียได้ประเมินไว้ โฆษกรัฐมนตรีทรัพยากร กล่าวว่า ปริมาณ 2,000 บาร์เรลนั้นหมายถึง ปริมาณน้ำมันซึ่งบ่อผลิตได้เมื่อมีการผลิตสูงสุด

ความพยายามสี่ครั้งแรกของ PTTEPAA ที่จะหยุดการรั่วไหลของน้ำมันล้มเหลว แต่ความพยายามครั้งที่ห้าสำเร็จเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เมื่อ PTTEPAA ปั๊มของไหลสำหรับการเจาะ (drilling fluid หรือ drilling mud) ปริมาณอย่างน้อย 3,400 บาร์เรล (540 ม.3) เข้าไปในบ่อลดความดัน (relief well) เพื่อหยุดการรั่วไหล

วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ระหว่างความพยายามหยุดการรั่วไหล เกิดเพลิงไหม้ขึ้นบนเครื่องขุดเจาะเวสต์แอตลาส วันที่ 2 พฤศจิกายน PTTEPAA กล่าวว่า ไฟนั้นดูเหมือนว่าจะเผาทำลายน้ำมันและดังนั้นจึงป้องกันมิให้เกิดการรั่วไหลลงทะเลเพิ่มเติมไฟนี้ส่วนใหญ่ถูกดับแล้วเมื่อการรั่วไหลยุติลง เมื่อถึงเกณฑ์ความปลอดภัยแล้ว ทีมผู้เชี่ยวชาญจึงได้เข้าไปประเมินความเสียหาย


 

เรื่องจาก http://www.dailynews.co.th

ปตท.รับผิด 4 ข้อหาทำน้ำมันรั่วนอกฝั่งออสซี่


วันนี้ (30 ส.ค.55) สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจาก เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียว่า จากเหตุการณ์น้ำมันดิบปริมาณหลายพันบาร์เรล รั่วไหลจากแท่นขุดเจาะเวสต์ แอตลาส ของบริษัท พีทีทีอีพี ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บมจ.ปตท.สำรวจ=และผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.ส.ผ. ของไทย ทะลักลงสู่แปลงขุดเจาะน้ำมันดิบมอนทาราในทะเลติมอร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย เป็นเวลานานเกือบ 10 สัปดาห์ ระหว่างปลายเดือน ส.ค. ถึงต้นเดือน พ.ย. 2552 ทำให้คราบน้ำมันลอยเป็นแพ เป็นวงกว้างกินพื้นที่เกือบ 90,000 ตารางกิโลเมตร ส่วนหนึ่งลอยถึงน่านน้ำของอินโดนีเซีย

ล่าสุด บริษัท พีทีทีอีพี ออสเตรเลีย ให้การยอมรับผิดต่อศาลแขวงดาร์วิน ของออสเตรเลีย ใน 4 ข้อกล่าวหา รวมถึง ละเมิดกฎหมายขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่ง (Offshore Petroleum Act) ในกรณีที่ไม่ดำเนินมาตรการที่เหมาะสมอย่างครบถ้วน เพื่อป้องกันการรั่วไหลของน้ำมันดิบจากแท่นขุดเจาะ และทำให้คนงานบนแท่นเสี่ยงอันตราย

คณะ กรรมการไต่สวนของรัฐบาลออสเตรเลีย ตำหนิการรั่วไหลเกิดจากความบกพร่องอย่างแพร่หลายและเป็นระบบของ พีทีทีอีพี ซึ่งเหตุการณ์เดียวกันนี้ รัฐบาลอินโดนีเซียได้ยื่นฟ้องเรียกค่าชดเชย และค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับแนวหินปะการังและการประมง จำนวน 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 76,800 ล้านบาท) ส่วนออสเตรเลีย การยอมรับผิดต่อศาล คาดว่า พีทีทีอีพี จะถูกปรับเป็นเงินกว่า 1 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (มากกว่า 33 ล้านบาท) ทางด้านนายเคน ฟิตซ์แพทริค ผู้จัดการใหญ่ พีทีทีอีพี กล่าวว่า บริษัทได้จ่ายเงินค่าชำระล้างคราบน้ำมันที่รั่วไหลไปแล้ว และคาดว่าผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จะทำให้บริษัทต้องจ่ายเงินชดใช้ประมาณ 40-50 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย

 

เรื่องจาก http://www.rsunews.net

ย้อนรอยคดี บริษัทลูก ปตท. ที่ออสเตรเลียทำน้ำมันรั่วไหล ต้องจ่ายค่าชดเชย 76,000 ล้านบาท 


ศูนย์ข่าวอาร์เอสยูนิวส์ / 30 ก.ค. 2556 ขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตน้ำมันรั่วไหลครั้งใหญ่ที่จังหวัดระยอง จนหลายฝ่ายเริ่มออกมาพูดถึงการฟ้องร้องเสียหายและการจ่ายค่าชดเชยกับโศกนาฏกรรมสิ่งแวดล้อมทางทะเลครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบริษัท ปตท.เคยเผยกับปัญหาน้ำมันดิบรั่วไหลและถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายมาแล้ว จนเป็นเหตุให้ต้องจ่ายค่าชดเชยมูลค่ามหาศาล

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ เดือนสิงหาคม 2555 โดยน้ำมันดิบปริมาณหลายพันบาร์เรลได้เกิดการรั่วไหลจากแท่นขุดเจาะเวสต์ แอตลาส ของบริษัท พีทีทีอีพี ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.ส.ผ. ของไทย ทะลักลงสู่แปลงขุดเจาะน้ำมันดิบมอนทาราในทะเลติมอร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย เป็นเวลานานเกือบ 10 สัปดาห์ ระหว่างปลายเดือน ส.ค. ถึงต้นเดือน พ.ย. 2552 ทำให้เกิดคราบน้ำมันลอยเป็นแพ เป็นวงกว้างกินพื้นที่เกือบ 90,000 ตารางกิโลเมตร โดยคราบน้ำมันส่วนหนึ่งลอยถึงน่านน้ำของอินโดนีเซีย

จนกระทั่ง วันที่ 30 สิงหาคม 2555 บริษัท พีทีทีอีพี ออสเตรเลีย ตัดสินใจให้การยอมรับผิดต่อศาลแขวงดาร์วิน ของออสเตรเลีย ใน 4 ข้อกล่าวหา รวมถึง ละเมิดกฎหมายขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่ง (Offshore Petroleum Act) ในกรณีที่ไม่ดำเนินมาตรการที่เหมาะสมอย่างครบถ้วน เพื่อป้องกันการรั่วไหลของน้ำมันดิบจากแท่นขุดเจาะ และทำให้คนงานบนแท่นเสี่ยงอันตราย

ทั้งนี้คณะกรรมการไต่สวนของรัฐบาลออสเตรเลีย ตำหนิการรั่วไหลเกิดจากความบกพร่องอย่างแพร่หลายและเป็นระบบของ พีทีทีอีพี ซึ่งเหตุการณ์เดียวกันนี้ รัฐบาลอินโดนีเซียได้ยื่นฟ้องเรียกค่าชดเชย และค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับแนวหินปะการังและการประมง จำนวน 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 76,800 ล้านบาท) ส่วนออสเตรเลีย การยอมรับผิดต่อศาล คาดว่า พีทีทีอีพี จะถูกปรับเป็นเงินกว่า 1 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (มากกว่า 33 ล้านบาท) นอกจากนี้บริษัท พีทีทีอีพี ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ ปตท. ยังต้องจ่ายเงิน 40-50 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เพื่อเป็นค่าชำระล้างคราบน้ำมันที่รั่วไหล

ซึ่งกรณีดังกล่าวถือเป็นการลงโทษที่ทำให้ ปตท.ต้องจ่ายค่าชดเชยเป็นมูลค่ามหาศาลสำหรับกรณีน้ำมันรั่วไหล ในขณะที่กรณีน้ำมันรั่วที่เกิดขึ้นในประเทศไทยคงต้องรอว่าใครจะรับอาสาเป็นเจ้าภาพเพื่อฟ้องร้องต่อกรณีดังกล่าว

เรื่องจาก http://envir-news.blogspot.com

อินโดฯ รีด ปตท.สผ. 3.5หมื่นล้าน ชดใช้น้ำมั่นรั่ว พ.ค.2554

ภาพไฟไหม้ระเบิดชัดเจน ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ปตท. แจงต่อตลาดหลักทรัพย์และสื่อมวลชนไทยว่า ไม่มีการระเบิด แต่ที่เห็นมันแค่ไฟไหม้ที่ดับไม่ได้ในทันที หรืออย่างไร ความเสียหายของ ปตท. คนไทยมีส่วนในความเสียหาย แต่กำไร ของ ปตท. คนไทยกับไม่มีส่วน ทั้งที่ใช้น้ำมันแพงกว่ามาเลย์ เกือบ 2 เท่า และปริมาณที่ขุดที่สูบกันขึ้นมาขาย ทรัพยากรไทย ที่ไม่ทำให้คุณภาพชีวิตคนไทยดีขึ้น ฯ

อินโดนีเซียเล็งเรียกเงิน ราว 35,200 ล้านบาท ชดเชยความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อม เหตุแท่นขุดเจาะน้ำมันในเครือปตท.สผ.ของไทย เกิดไฟไหม้และระเบิด นอกชายฝั่งออสเตรเลียปีที่แล้ว จนน้ำมันดิบรั่วไหลลงทะเลติมอร์ถึงน่านน้ำอินโด

นายเฟรดดี้ นัมเบอรี รมว.คมนาคมของอินโดนีเซีย เผยต่อสำนักข่าวออนไลน์ “ดาวน์ โจนส์ นิวส์ไวร์” เมื่อ 26 ส.ค. ว่า อินโดนีเซียจะเรียกค่าชดใช้ถึง 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ( ราว 35,200 ล้านบาท) เป็นค่าชดเชยความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อม กรณีที่แท่นขุดเจาะน้ำมัน “มอนทารา” ของบริษัท “พีทีที ออสเตรเลเซีย” ในเครือบริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด มหาชน (ปตท.สผ.) หรือ “พีทีทีอีพี” ของไทย เกิดไฟไหม้ และระเบิดที่นอกชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือออสเตรเลียปีที่แล้ว ทำให้น้ำมันดิบรั่วไหลลงทะเลติมอร์ถึงน่านน้ำอินโดฯ

นายนัมเบอรี นำคณะผู้แทนรัฐบาลอินโดฯ ไปเจรจากับพีทีที ออสเตรเลเซีย ที่เมืองเพิร์ธใน 26 ส.ค. โดยเผยว่าจะยื่นขอค่าชดใช้ขณะเจรจา ซึ่งเป็นจำนวนที่มากพอ ข้อเรียกร้องมีข้อมูลอย่างละเอียดสนับสนุน แม้มีข้อสงสัยว่าความเสียหายด้านระบบนิเวศน์วิทยาทางทะเล และการประมงที่อินโดฯ กล่าวอ้างนั้นสามารถพิสูจน์ความจริงได้หรือไม่

ขณะที่นายอานนท์ ศิริแสงทักษิณ ประธานบริหารปตท.สผ. เผยว่ายังไม่ได้รับข้อเรียกร้องขอค่าเสียหายจากอินโดฯ ตอนนี้จำนวนเงินไม่ใช่ประเด็น แต่เราต้องตั้งองค์กรร่วมเพื่อพิสูจน์ความจริงของหลักฐานว่า มีผลกระทบจากน้ำมันรั่วจริงหรือไม่ และพร้อมสนับสนุนรัฐบาลอินโดฯ

การรั่วไหลของน้ำมันจากแท่นขุดเจาะมอนทาราในช่วง 21ส.ค.-3ก.ย. 2552 นับเป็นการรั่วไหลของน้ำมันดิบนอกชายฝั่ง ครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ออสเตรเลีย แม้จะน้อยกว่าเหตุน้ำมันรั่วจากแท่นขุดเจาะของบริษัท “บีพี” ของอังกฤษนอกชายฝั่งเม็กซิโกในปีนี้ แต่กินเวลานานหลายเดือน ขณะที่ทางบริษัทพยายามอุดรูน้ำมันรั่ว โดยใช้วิธีขุดบ่อควบคุมความดันจนสำเร็จในที่สุดเช่นเดียวกัน

 

 หลักฐานน้ำมันรั่ว มหาศาลตามหลักฐานภ าพถ่าย วีดีโอ และรายงานความเสียหายที่รัฐบาลออสเตรเลียจัดทำขึ้น

องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม “กองทุนสัตว์ป่าโลกสากล” (WWF) เผยว่า จากหลักฐานที่ถูกนำเสนอต่อคณะกรรมการสอบสวนชุดหนึ่งระบุว่า น้ำมันดิบที่รั่วจากแท่นมอนทาราขยายวงกว้างเกือบ 90,000 ตร.กม. และลามเข้าสู่น่านน้ำอินโดฯด้วย ส่วนมูลนิธิรักษ์ติมอร์ตะวันตก ซึ่งคอยสนับสนุนชาวประมงที่ยากจนทางภาคตะวันออกอินโดฯ ประเมินว่าน้ำมันที่รั่วไหลส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวประมงราว 18,000 คน ขณะที่ธุรกิจต่างๆ อาทิ ฟาร์มสาหร่ายทะเลและหอยมุกก็ได้รับผลกระทบด้วย

อนึ่ง หลังเหตุน้ำมันรั่วที่อ่าวเม็กซิโก ซึ่งเป็นครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ มีน้ำมันรั่วลงทะเลราว 4.9 ล้านบาร์เรล บริษัทบีพีได้ตั้งกองทุนชดใช้ความเสียหายแล้วถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 640,000 ล้านบาท)

 

เหตุการณ์ครั้งนี้คงทำให้สังคมไทยได้ตระหนักและรู้ความจริงว่า ปตท. ที่กล่าวอ้างถึงองค์กรที่มี

"ธรรมาภิบาล" และ "CSR" จนติดปากนั้น FACT หรือ FAKE


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
ปุ๊กขอนแก่น วันที่ : 26/08/2013 เวลา : 11.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konkhonkaen

ขอบคุณมากครับ
เป็นข้อมูลที่ทำให้เห็นความเป็นมาหลานประเด็นที่เชื่อมโยงกัน

เรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น สู่แนวทางการจัดการ (อยู่ที่ผู้ได้รับความเสียหายจะมีแนวทางเรียกร้องอย่างไร ให้ผู้กระทำ กระทำต่อผู้ถูกกระทำอย่างเป็นธรรม)

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 15/08/2013 เวลา : 18.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ช่วยช่วยกันทำให้สังคมได้รู้ความจริงครับ คุณลูกจันทน์

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 15/08/2013 เวลา : 18.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

องค์กรแสนล้าน แต่ทำงานเหมือนบริษัทพึ่งเปิดเมื่อวาน ขายผ้าพอเอาหน้ารอดครับ บก.ชาลี

ความคิดเห็นที่ 26 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลูกจันทน์ วันที่ : 04/08/2013 เวลา : 11.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/masalla

ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ
ทำไม ทุกคนถึงคิดว่า ช้างตายทั้งตัว แค่เอาใบบัวปิดก็มิดแล้วนะ
*** ฉลาดน้อยไปหน่อยมั้ย ***

ความคิดเห็นที่ 25 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 04/08/2013 เวลา : 10.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ผู้บริหารปตท.ยังไม่ได้ตอบข้อสงสัยหลายๆของประชาชน
โดยเฉพาะสาเหตุน้ำมันรั่วไหล ทำไมน้ำมัีนดิบจึงมาโผล่ที่อ่าวพร้าว
และอื่นๆอีกมากมาย

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 04/08/2013 เวลา : 09.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

เสียดายนะครับ พี่Getฯ เคยแล้วมีบทเรียนแล้ว น่าจะทำอะไรได้ดีกว่านี้นะครับ

ความคิดเห็นที่ 23 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
GetThaiWater วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 23.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paipat

คนมันเคย ๆ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 21.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

เห็นด้วยครับ แผนบริหารความเสี่ยง มีมั๊ย มีแล้วเอามาใช้มั๊ย

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 21.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

น่าคิดครับ คุณเขียว

ความคิดเห็นที่ 20 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ดงละดอน วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 21.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yaya2508

ผมเองไม่มีความรู้เรื่องทางเทคนิค
แต่เท่าที่เห็นภาพท่อขนส่งน้ำมันฉีกขาด

ปตท.น่าจะใช้อุปกรณ์ที่ดีกว่านี้นะครับ
แบบสนิท 100% ไม่งั้นแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
มันไม่คุ้มกับสิ่งที่สูญเสียไป

ความคิดเห็นที่ 19 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายเขียว วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 21.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mr-oos
 อยู่เย็น เป็นสุข ไปกับธรรมะ 

เป็นสาเหตูน้ำมันบ้านเราแพง
เพราะต้องไปจ่ายค่าเสียหายน้ำมันรั่ว
หรือเปล่า?

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 20.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ขอบคุณที่แวะเยี่ยมครับ คุณrattiya

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 19.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ตามที่พี่ชบาฯคิดจะว่าเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 19.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ทุนนิยมสามานย์ของแท้ละครับ พี่Maira

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 19.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ครับ บังเบดูอิน เข้ากับคำพังเพยที่ว่า "ช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวปิด"ครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 19.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ขอบคุณครับ พี่หมอwullopp

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 19.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

น่าจะเวรกรรมตามทันครับ พี่Market กิจการที่เกิดจากงบประมาณแผ่นดินจากภาษีของประชาชนคนไทย แต่เอามาเข้าตลาดหลักทรัพย์แบ่งผลประโยชน์กันอย่างน่าเกลียดมากครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 19.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

รั่วนิดรั่วหน่อยมานานแล้วครับ คุณวรรณสุข ผมเคยเจอคราบน้ำมันบนหาดระยองตั้งแต่20ปีก่อนครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 19.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

เห็นด้วยตามที่คุณคนเมืองฯว่าทุกประการครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 19.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

น่าจะยังขาดเรื่องที่ ปตท.พยายามปกปิดอยู่ครับ คุณอริยทัศน์

ความคิดเห็นที่ 9 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ชบาตานี วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 19.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

สุดจะ...บริสุทธิ์จริงๆ

ความคิดเห็นที่ 8 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 14.03 น.


ความคิดเห็นที่ 7 OKeel , สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
Maira วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 13.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

ที่น่าอัศจรรย์คือ ปตท. ปิดปากรัฐบาลได้
เจ้าหน้าที่รัฐกลายเป็นใบ้กันไปหมด

ความคิดเห็นที่ 6 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เบดูอิน from mobile วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 13.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somdej

ความลับไม่มีในโลก

ความคิดเห็นที่ 5 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 11.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอขอบคุณอาจารย์ครับ........... บทความยอดเยี่ยม เปี่ยมพร้อมไปด้วยข้อมูล บทวิเคราะห์ __________

ความคิดเห็นที่ 4 OKeel , สิงห์นอกระบบ และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
market วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 10.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

ความเสียหายของ ปตท. คนไทยมีส่วนในความเสียหาย แต่กำไร ของ ปตท. คนไทยกลับไม่มีส่วน....อ่านถึงตรงนี้แล้วมันจี๊ดดดดขึ้นมาเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
วรรณสุข วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 09.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/outofstep

คงจะขอรั่วอีกรอบ จะได้จัดการเก่งขึ้นละมังคะ

ความคิดเห็นที่ 2 OKeel , สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
คนเมืองพระชนกจักรี วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 08.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chainoy70

ผมว่าการประมาณปริมาณน้ำมันจากภาพถ่ายดาวเทียมน่าจะมีโอกาสถูกต้องมากที่ PTTGC ออกมาให้ข่าว เพราะรอง กก.ผจก.โกหกแล้วตั้งแต่วันที่ 28 กค.ว่ากำจัดคราบน้ำมันในทะเลเรียบร้อยแล้ว ทะเลใสแล้ว แต่วันที่ 30 กค. คราบน้ำมันก็มาเต็มอ่าวพร้าว ทุเรศสิ้นดี เรื่องเน่ามาจนถึงทุกวันนี้ยังไม่เห็นกระทรวงที่ควบคุมดูแลพลังงานออกมาชี้แจงประชาชนเลยว่าจะดำเนินการกับเอกชนที่ทำชุ่ยอย่างนี้อย่างไรบ้าง ดีแต่จะขึ้นราคาแก๊ส

ความคิดเห็นที่ 1 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อริยทัศน์ วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 07.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aryatasna

โห...ครบเครื่องง.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน