*/
  • สิงห์นอกระบบ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 1680
  • จำนวนผู้ชม : 3053373
  • จำนวนผู้โหวต : 1102
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1102 คน
<< พฤศจิกายน 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน 2556
Posted by สิงห์นอกระบบ , ผู้อ่าน : 15555 , 10:20:54 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน คนเมืองพระชนกจักรี , นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

 

FB เครือข่ายเฝ้าระวังพิทักษ์และปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ https://www.facebook.com/GDTCM

เครือข่ายเฝ้าระวังพิทักษ์และปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์แจ้งความดำเนินคดีผู้จัดละครเวที เจ้าสาวหมาป่า ในงาน 40 ปี 14 ตุลา เหตุมีเนื้อหาเสียดสีสถาบัน แฉยิ่งลักษณ์ก๊วนแดงสปอนเซอร์หลักจัดงาน "วสิษฐ" อัดดีเอสไอเมินขบวนการล้มเจ้าทั้งใน-นอกประเทศ

เมื่อวันพุธ ที่ห้องรามอินทราแกรนด์ฮอลล์ โรงแรมหลุยส์แทเวิร์น เครือข่ายเฝ้าระวังพิทักษ์และปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ จัดประชุมหารือเรื่อง "แนวทางการดำเนินการเอาผิดกับขบวนการล้มสถาบันฯ" เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสรุปแนวทางในการเคลื่อนไหว ก่อนจะแจ้งความดำเนินคดีกับผู้จัดละครเวทีเรื่อง "เจ้าสาวหมาป่า" ทั้งนี้ ก่อนเริ่มประชุมหารือ ทางผู้จัดงานได้เปิดคลิปละครเวทีเรื่อง "เจ้าสาวหมาป่า" ซึ่งมีเนื้อหาเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์ให้ผู้ร่วมงานได้ชม

หลังจากนั้น พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตนายตำรวจประจำราชสำนัก บรรยายพิเศษเรื่อง "ขบวนการล้มสถาบันฯ มีอยู่จริง" ว่าประเทศไทยปกครองโดยพระมหากษัตริย์มากว่า 1,000 ปี จนเกิดการปฏิวัติ 2475 จากสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นประชาธิปไตย ที่น่าจะเรียกว่า "ราชาธิปไตยใต้รัฐธรรมนูญ" 2475 เป็นการล้มล้างสถาบันเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันพระมหากษัตริย์ทรงปกครองผ่านศาล รัฐบาล และรัฐสภา พระองค์จึงไม่มีอำนาจโดยตนเอง มีรัฐธรรมนูญกำหนดให้ทำอะไรได้บ้าง แต่ที่ผ่านมาพระมหากษัตริย์ทรงได้รับการพิสูจน์แล้วว่าทรงเป็นศูนย์รวมใจของประชาชน ทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรม ดังนั้นการที่มีคนที่จะยึดประเทศเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง จึงต้องทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ก่อน และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็เป็นคนหนึ่งที่มีเงินมากที่สุดในโลก ที่ต้องการยึดประเทศเอาคนไทยเป็นทาส

พล.ต.อ.วสิษฐกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ตนไปร่วมกับหน่วยงานในกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยมีความเห็นตรงกันว่าจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งเป็นหน่วยงานพิเศษ ในที่ประชุมของหน่วยงานดังกล่าวมีมติเอกฉันท์ให้คดีอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ให้เป็นคดีพิเศษ มีตัวแทนจาก 13 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง และกฎหมายดูแล การตั้งหน่วยงานดังกล่าว เป็นการยืนยันว่ามีขบวนการที่ต้องการทำร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่หลังจากรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี หมดวาระไป คณะกรมการชุดนี้ก็ไม่มีความคืบหน้า

พล.ต.อ.วสิษฐระบุว่า ทั้งที่ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์มีการดำเนินการไปหลายอย่าง เช่น การปิดเว็บหมิ่นสถาบันกว่า 430,000 เว็บ แต่รัฐบาลหลังจากนี้ไม่มีความคืบหน้า ทำงานแบบขอไปที มีการโยกย้ายเจ้าหน้าที่ สับเปลี่ยนตำแหน่ง ทั้งนี้ ตนยืนยันว่ามีขบวนการล้มเจ้าจริงทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะภายนอกประเทศ ที่ดำเนินการอย่างเปิดเผย เพราะมีเงินจำนวนมากสนับสนุน มีการว่าจ้างนักวิชาการ สื่อมวลชนนอกประเทศเขียนบทความใส่ร้ายพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำที่จาบจ้วงหยาบคาย
อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าการปกป้องสถาบันต้องมีการแยกย้ายในการดำเนินคดี แม้จะมีข้อจำกัดในเรื่องการโฆษณาตอบโต้ที่อาจถูกดำเนินคดีด้วยจากการเผยแพร่ข้อความหมิ่นเช่นเดียวกันอย่างกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ถึงจะมีข้อจำกัด แต่ก็ต้องเอาพวกที่หมิ่นสถาบันขึ้นสู่ศาล โดยแนวทางต่อสู้ความเท็จด้วยความจริง
"ผมขอเรียกร้องว่า ในวันที่ 31 ต.ค.นี้ จะมีการชุมนุมแสดงพลังเพื่อบอกว่าเราต้องการอะไร และไม่ต้องการอะไร นอกจากที่พรรคประชาธิปัตย์แล้ว ก็ยังมีการชุมนุมที่แยกอุรุพงษ์และที่สวนลุมพินี ขอให้เลือกไปที่ไหนที่หนึ่ง ไปกันให้มากๆ เพราะถึงเวลาที่เราจะต้องล้มทรราชที่จะล้มเมืองไทย ล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ ถ้ากรุงเทพฯ ออกมาสักแสน ก็พอแล้วในการล้มทรราช" พล.ต.อ.วสิษฐกล่าว

ด้าน พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ ที่ปรึกษา กมธ. วิสามัญศึกษาติดตามการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการเกี่ยวกับการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา กล่าวว่า ทุกวันนี้นักการเมืองซื้อได้ทุกอย่าง ยกเว้นความจงรักภักดีจากตุลาการและทหาร เนื่องจากทั้งสององค์กรมีความผูกพันกับสถาบัน และก่อนหน้าที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเป็นนายกฯ ในช่วงปี 47 ผู้ที่กระทำความผิดต่อสถาบันส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีจิตไม่ปกติ แต่หลังจากปี 47 ผู้ที่หมิ่นสถาบันส่วนใหญ่เป็นพวกที่มีความเกี่ยวข้องกับการเมืองที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ เหตุใดจึงไม่ห้ามปรามคนเหล่านี้ที่กระทำในสิ่งที่กระทบจิตใจคนไทยส่วนใหญ่

"การจัดละครเจ้าสาวหมาป่า ในงาน 40 ปี 14 ตุลา ที่ส่อว่าจะเป็นการกระทำที่หมิ่นสถาบันนั้น เมื่อพิจารณาควบคู่กับหนังสือซึ่งมีบทกลอนส่อว่าหมิ่นสถาบัน ทำให้เห็นเจตนาของผู้กระทำ จึงเห็นว่ามีพยานหลักฐานที่สอดรับกัน คงจะดำเนินการเอาผิดทางกฎหมายได้" พล.ท.นันทเดชกล่าว

ขณะที่ นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา กล่าวถึงการตรวจสอบการจัดงาน 40 ปี 14 ตุลา ว่า การจัดงานดังกล่าวมีคณะกรรมการจัดงานซึ่งใช้ชื่อว่าประชาธิปไตยสมบูรณ์ ซึ่งมีชื่อนายจรัล ดิษฐาอภิชัย ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และกิจกรรมภายในงานก็มีการแสดงละคะเวทีเจ้าสาวหมาป่า ลิเก และงิ้ว รวมถึงมีการจัดทำหนังสือที่ใช้ชื่อว่า “ย้ำยุค รุกสมัย” ซึ่งมีเนื้อส่อต่อการหมิ่นสถาบัน และในท้ายหนังสือมีการขอบคุณบุคคลในรัฐบาล อาทิ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม, นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน และหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ให้การสนับสนุนการจัดงานดังกล่าวด้วย

เขาระบุว่า ทั้งนี้ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาติดตามการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการเกี่ยวกับการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ ทำได้เพียงเรียกผู้ให้การสนับสนุนมาสอบถามว่าทราบถึงเนื้อหาของการจัดงานดังกล่าวหรือไม่ และก็ได้ชี้แจงว่าไม่ทราบเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด แต่ถ้าหากตรวจสอบแล้วถือเป็นการกระทำผิดตาม ป.อาญา มาตรา 112 ก็จะมีการดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชุมสมาชิกเครือข่ายเฝ้าระวังพิทักษ์และปกป้องสถาบันว่า ในช่วงท้ายของการประชุม ผู้จัดงานได้ตั้งโต๊ะให้ผู้ร่วมงานที่มีความพร้อมจะไปแจ้งความลงชื่อแสดงความจำนง และสถานีตำรวจที่จะไปแจ้งความ ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด เพื่อเอาผิดต่อผู้แสดง ผู้แต่งบทละคร ผู้ให้ใช้สถานที่ และผู้เผยแพร่ละครเวทีเรื่อง "เจ้าสาวหมาป่า" ที่จัดขึ้นในงานรำลึก 40 ปี 14 ตุลา ทั้งที่ชมจากทีนิวส์หรือในยูทูบ ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในวันที่ 1 พ.ย. ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 52 คนได้ลงชื่อ โดยเครือข่ายเฝ้าระวังฯ ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานการแจ้งความ พร้อมทั้งแนะนำผู้ที่จะไปแจ้งความว่าก่อนที่จะแจ้งความให้ติดต่อผู้สื่อข่าวของที่นิวส์ หรือสื่อมวลชนในพื้นที่ไปด้วย อย่าไปแจ้งความคนเดียว และต้องอธิบายลักษณะการกระทำความผิดได้

ที่มา เว็บไทยโพสต์

 

เครือข่ายปกป้องสถาบัน นัดแจ้งความ 112 ละครเจ้าสาวหมาป่า

30 ต.ค.2556 ที่โรงแรมหลุยส์ แทเวิร์น เครือข่ายเฝ้าระวัง พิทักษ์และปกป้องสถาบัน มีการจัดประชุมสมาชิกเครือข่าย โดยมีผู้เข้าร่วมราว 200-300 คน ภายในงานมีการพูดถึงขบวนการล้มสถาบัน และมีการเปิดฉายคลิปบางส่วนของละครเวที “เจ้าสาวหมาป่า” ที่จัดแสดงในงานรำลึก 40 ปี 14 ตุลาฯ เมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยผู้ดำเนินรายการชี้ว่าอาจมีการหมิ่นสถาบันผ่านละครดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีการนัดแนะเครือข่ายฯ ให้นำคลิปละครดังกล่าวเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่ที่อยู่อาศัยในความผิดมาตรา 112 ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ โดยจะมีการแจกคลิปภายหลังงานสำหรับผู้ที่สนใจเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 52 คนได้ลงชื่อแสดงความสนใจ

นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากเครือข่ายจากจังหวัดอยุธยาได้ร่วมแลกเปลี่ยนถึงความยากลำบากในการแจ้งความคดีมาตรา 112 ซึ่งพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมักไม่รับแจ้งความ แม้แต่อัยการหรือสภาทนายความประจำจังหวัดก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้

ผศ.ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต กล่าวว่า กรณีนี้ควรแจ้งความเอาผิดกับผู้แสดง, ผู้แต่งบทละคร, ผู้จัดงานและผู้เผยแพร่ โดยเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องไปหารายชื่อบุคคลเหล่านี้ หากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งความให้ผู้แจ้งยืนยันให้ตำรวจทำบันทึกเหตุผลการไม่รับแจ้งความเป็นลายลักษณ์อักษร อีกทั้งในการแจ้งความควรรวบรวมรายชื่อจำนวนมากเพื่อแสดงพลังมวลชน อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากมาตรการทางกฎหมายในการแจ้งความทุกภูมิภาคแล้ว ควรมีมาตรการเชิงรุกในการลงโทษทางสังคมกับผู้กระทำผิดด้วย

รศ.กิจบดี ก้องเบญจภุช รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า ผู้ที่ยุ่งกับสถาบันกษัตริย์ไม่เคยมีใครได้ดี ปรีดี พนมยงค์ ต้องลี้ภัยทางการเมืองไปเสียชีวิตที่รั่งเศส จอมพล ป.พิบูลสงครามก็เสียชีวิตในต่างประเทศเช่นกัน ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ความยุติธรรมนั้นหมดไป การเมืองกลายเป็นการเล่นพรรคเล่นพวก ไม่มีใครที่เคารพความสุจริต ดังนั้น ในการจัดการกับกระบวนการทำลายสถาบัน เราจึงควรแจ้งความเพราะเรื่องนี้เป็นอาญแผ่นดิน เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว หากไม่ดำเนินการก็สามารถใช้มาตรา 157 เอาผิดเจ้าหนาที่ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้

สมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า กมธ. วิสามัญศึกษาติดตามการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการเกี่ยวกับการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบการจัดงานรำลึก 40 ปี 14 ตุลาฯ จัดโดยคณะกรรมการ 14 ตุลาเพื่อประชาธิปไตยสมบูรณ์ ซึ่งมีนายจรัล ดิษฐาอภิชัย ในฐานะที่ปรึกษารมว.ต่างประเทศเป็นประธาน ทั้งในส่วนของการจัดทำหนังสือ “ย้ำยุค รุกสมัย” และละครเวที “เจ้าสาวหมาป่า” การแสดงงิ้วการเมือง ลิเกการเมือง การแสดงละครเวทีนั้นเป็นการล้อเลียนพระเจ้าอยู่หัวและบิดเบือนข้อเท็จจริงว่าพระองค์เกี่ยวข้องกับการเมือง ส่วนของสปอนเซอร์การจัดงานไม่ว่าจะเป็น กฟผ.ปตท.ธกส.กรมส่งเสริมการปกครองฯ ทาง กมธ.ได้เรียกมาชี้แจงแล้วพบว่า มีการสนับสนุนเงินทุนตั้งแต่ 50,000-200,000 บาท โดยที่ไม่รู้เห็นกับเนื้อหาของงาน

สมชายยังระบุเนื้อหาสำคัญในหนังสือย้ำยุคฯ ด้วยว่ามีบทกวีและบทความจากนักวิชาการหลายคนที่มีเนื้อหาสอดรับกับการจัดงาน ซึ่งกำลังศึกษาว่าจะสามารถดำเนินคดีกับส่วนใดได้บ้าง

สำหรับเครื่องมือในการดำเนินงานของเครือข่ายฯ นั้น สมชายเห็นว่า ต้องช่วยกันเผยแพร่ข้อมูลที่ดี ข้อมูลที่ถูกต้องต่อสังคมทั้งในลักษณะปากต่อปาก ทางเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ และวิทยุชุมชน เพราะวิทยุชุมชนก็เป็นเครื่องมือสำคัญในการให้ข้อมูลผิดๆ เช่น การสร้างละครไม่น้อยกว่า 170 ตอนเผยแพร่ทำให้ชาวบ้านเข้าใจผิด

“คนส่วนหนึ่งอยากเปลี่ยนเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ อะไรที่เป็นอุปสรรคเขาก็เอาออก ไม่ว่าจะเป็น ส.ว.สรรหา ข้าราชการ หรือกระทั่งสถาบัน”

พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหนัาศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) กล่าวว่า การทำลายสถาบันมี 2 สาเหตุหลัก คือ นักการเมืองสามารถซื้อได้ทุกอย่าง แต่ยังซื้อความจงรักภักดีจากทหารและศาลไม่ได้ เพราะทั้งสองสถาบันผูกพันอยู่กับสถาบันกษัตริย์ 2.ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ทุกประเทศอิจฉาและไม่ต้องการให้ไทยอยู่ในภาวะสงบสุข จึงร่วมสนับสนุนการบ่อนทำลายศูนย์กลางของประเทศ ประกอบกับบทบาทของสหรัฐอเมริกาที่เห็นว่า การที่คนไทยรักคนคนเดียวเป็นเรื่องขัดหลักประชาธิปไตย จึงร่วมสนับสนุนให้มีการยกเลิกมาตรา 112

ส่วนเหตุผลที่ต้องมีมาตรา 112 พล.ท.นันทเดช ระบุว่าเนื่องจากประมุขทุกประเทศต้องได้รับความคุ้มครองเป็นพิเศษ, พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์มีสถานะศักดิ์สิทธิ์, พระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยเป็นวิถีชีวิตของคนไทย, พระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันเป็นคดี ซึ่งเป็นเรื่องเฉพาะตัว, พระมหากษัติย์เป็นความมั่นคงของชาติ

พล.ท.นันเดชกล่าวอีกว่า การดูหมิ่นสถาบันเกิดขึ้นอย่างจริงในปี 2547 ในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ก่อนหน้านั้นคดีลักษณะนี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนที่ภาวะทางจิตไม่สมบูรณ์ แต่หลัง 2547 ผู้ต้องหาหมิ่นฯ ทั้งหมดล้วนเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือเครือข่ายของทักษิณ เราจึงต้องตั้งคำถามว่าหากทักษิณรักสถาบันจริงๆ ทำไมไม่ห้ามปรามคนเหล่านี้

วสิษฐ เดชกุญชร อดีตนายตำรวจราชสำนักประจำ บรรยายพิเศษเรื่อง “ขบวนการล้มสถาบันฯ มีอยู่จริง” ระบุว่า สถาบันกษัตริย์มีมาอย่างน้อย 1,000 ปี และถูกล้มล้างมาตั้งแต่ปี 2475 ทำให้กษัตริย์ใช้อำนาจผ่านอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ไม่มีอำนาจจริงแล้ว แต่เหตุที่ยังมีความพยายามล้มล้างเพราะพระองค์นี้เป็นศูนย์รวมใจคนทั้งชาติ

“ใครคิดจะยึดประเทศเป็นของตัวเองจึงต้องทำลายสถาบันกษัตริย์ก่อน มีการพูดกันจนคนเข้าใจผิดว่าสถาบันฯ เป็นอันตรายต่อบ้านเมือง อันที่จริงเป็นอันตรายกับคนคนเดียว ซึ่งมีความมุ่งหมายยึดประเทศและให้คนไทยเป็นทาส”

วสิษฐยืนยันว่าขบวนการล้มล้างสถาบันฯ มีอยู่จริง แม้แต่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยังกำหนดกรณีกลุ่มบุคคลที่ทำงานเป็นโครงข่ายทำลายสถาบันให้เป็นคดีพิเศษ ตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 โดยจัดให้มีคณะกรรมการพิเศษจาก 13 หน่วยงาน ไม่ว่า อัยการสูงสุด, กระทรวงกลาโหม, ไอซีที, หน่วยข่าวกรอง, กองทัพบก, สันติบาล, ศรภ., สตช. ฯลฯ

“น่าเสียดายที่เมื่อคุณอภิสิทธิ์พ้นตำแหน่งเมื่อปี 54 การทำงานของคณะกรรมการนี้ก็ไม่คืบหน้า ก่อนหน้านั้นมีการดำเนินการหลายอย่าง มีเว็บหมิ่นถูกปิด 430,000 รายแต่รัฐบาลนี้ไม่ได้สืบสวนต่อ”

“อย่างละครเจ้าสาวหมาป่าที่แสดงในงาน 14 ตุลา ตัวผมอยู่ในเหตุการณ์ 14 ตุลา ขอยืนยันว่าถ้าวันนั้นไม่มีพระมหากษัตริย์ ประเทศไทยย่อยยับแหลกลาน” วิสิษฐกล่าวและว่า เหตุการณ์เมื่อ 14 ต.ค.16 เมื่อเกิดจลาจลและพระองค์ทราบข่าว ทรงรับสั่งให้ทหารตำรวจเอาแมกกาซีนปืนออก และสั่งเปิดประตูวังให้ชาวบ้านเข้าไปหลบ และหลังเหตุการณ์ทรงจำเป็นต้องตั้งนายกฯ ใหม่ เนื่องจากธรรมนูญชั่วคราวของจอมพลถนอมไม่ได้กำหนดว่าหากนายกฯ หลุดจากตำแหน่งต้องทำอย่างไร จะเห็นได้ว่าการที่พระมหากษัติย์จะลงมายุติความขัดแย้งได้ก็ต่อเมื่อหมดทางออกทางกฎหมายแล้ว เรียกว่าระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ พระองค์มีพระบารมีห้ามทัพได้ ชาวบ้านรวมกันติด เพราะฉะนั้นวิธีทำลายประเทศไทยจึงต้องทำลายสถาบัน

ทั้งนี้ เฟซบุ๊กของเครือข่ายเฝ้าระวัง พิทักษ์และปกป้องสถาบันระบุว่า เครือข่ายฯ ทำหน้าที่เฝ้าระวังการล่วงละเมิดต่อสถาบันทุกช่องทางทั้งในอินเทอร์เน็ต วิทยุชุมชน สิ่งพิมพ์ การรวมตัวปลุกระดม โดยมีสำนักข่าวทีนิวส์เป็นศูนย์กลางจัดตั้งประสานงาน และคอยรายงานข่าวเกี่ยวกับ “ขบวนการล้มเจ้า” โดยเครือข่ายฯ จะประสานทุกเบาะแสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการเช่น ICT , สตช., DSI เป็นต้น และเป็นแกนกลางในการประสานงานจัดกิจกรรมต่างๆ

ที่มา เว็บประชาไท

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานเพื่อประชาชนอย่างมากมาย

  

ทรงประพฤติปฏิบัติพระองค์ในกรอบกติกาที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ

 

และทรงเป็นกลางทางการเมืองโดยเคร่งครัด

 

พวกคิดล้มเจ้าเหมือนคนโรคจิต เรียนหนังสือเยอะ แต่แยกแยะผิดถูกชอบชั่วดีไม่ได้

 

คนชั่วคนโกงแผ่นดินหลักฐานทนโท่ด้วยคำพิพากษา กลับไม่สนใจ

 

ยอมคบค้าเป็นพวก ด้วยต่างฝ่ายต่างหวังให้อีกฝ่ายเป็นเครื่องมือ

 

ผีเน่ากับโลงผุฉันใดก็ฉันนั้น



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 09/11/2013 เวลา : 08.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

เป็นเช่นนั้นครับ พี่นกฮูก

ความคิดเห็นที่ 5 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายนกฮูก วันที่ : 05/11/2013 เวลา : 12.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boonsong

...ผู้คนออกมาชุมนุม คัดค้านมากมาย ถีงคราวของ อวสานคนชั่งแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 01/11/2013 เวลา : 12.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ถึงเวลาจัดการคนพวกนี้แล้วครับ พี่ยั้งคิด

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 01/11/2013 เวลา : 12.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ใช่ครับ คุณคนเมืองฯ รัฐบาลไม่ทำ เราก็ต้องทำละครับ

ความคิดเห็นที่ 2 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 01/11/2013 เวลา : 10.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ทราบความเคลื่อนไหวทั้งหมดแล้ว ดีใจมากเหลือเกินครับ

ความคิดเห็นที่ 1 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
คนเมืองพระชนกจักรี วันที่ : 01/11/2013 เวลา : 10.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chainoy70

ดูข่าวนี้ทางทีนิวส์เช่นกันนะครับ น่าเจ็บใจที่รัฐบาลชุดนี้ไม่สนใจจัดการการกระทำที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพอย่างจริงจังเลย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน