*/
  • สิงห์นอกระบบ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 1810
  • จำนวนผู้ชม : 3253912
  • จำนวนผู้โหวต : 1116
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1116 คน
<< มีนาคม 2016 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 12 มีนาคม 2559
Posted by สิงห์นอกระบบ , ผู้อ่าน : 1777 , 11:55:33 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 9 คน ni_gul , MephistoWitchy และอีก 7 คนโหวตเรื่องนี้

ผมเคยตกบ่วงอยากให้ลูกเรียนเก่งมาจนกระทั่งลูกชายเรียนประถม ๔ โรงเรียนเอกชนในจังหวัดนนทบุรี

ก่อนหน้านั้นครอบครัวเราเมื่อประกาสผลการเรียนของลูกเหมือนตกนรก

"ทำไมตก ทำไมคะแนนน้อย" พ่อ-แม่-ลูก เครียดกันทุกคน

แต่ด้วยสภาพแวดล้อมของโรงเรียนที่ลูกเรียนอยู่ พ่อ แม่ ส่วนใหญ่พากันเอาเป็นเอาตายกับผลการเรียนของลูกลูก

เมื่อลูกจบประถม ๔ จึงตัดสินใจย้ายลูกไปอีกโรงเรียนในจังหวัดนนทบุรีอีกแห่งหนึ่งซึ่งเล็กกว่า

แต่สภาพการแข่งขันการเรียนของเด็กเด็กไม่ได้หนักหนาเหมือนโรงเรียนเดิม

ครอบครัวมีความสุขขึ้นมากมากอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อขึ้นมัธยม ๑ ลูกชายสอบติดโรงเรียนรัฐบาลย่านชานเมืองกรุงเทพฯ ซึ่งไม่ใช่โรงเรียนที่ใหญ่นัก

มัธยม ๑-๖ มีนักเรียนราวหนึ่งพัน ลูกชายปรับตัวเล็กน้อย

ผลการเรียนพอผ่าน ด้วยเหนื่อยหน่ายต่อการกดดันซึ่งกันและกัน 

เพียงแต่เน้นหรือย้ำตัวลูกชายให้นึกถึงอนาคตมีเป้าหมายชีวิตไว้บ้าง พอเป็นแนวทางสำหรับชีวิตอนาคต

ที่รำพึงรำพันเรื่องของตัวเองมายืดยาว เพราะอยากจะพูดถึง

เด็กสาวชาวไทยคนหนึ่ง ซึ่งค้นพบตัวเอง และประสบความสำเร็จกับสิ่งที่ตัวเองค้นพบ

"น้องฝน วีระสุนทร"

บทสัมภาษณ์พี่ฝน Story Artist จาก Disney ที่ได้รางวัล Oscar จากภาพยนตร์ Frozen ในสาขาแอนิเมชั่น : Inspiring Content



1. พี่ฝนแนะนำตัวหน่อยครับ และเล่าเรื่องคร่าวๆ ของพี่ฝนหน่อยครับ ว่าพี่ไปอยู่ที่อเมริกา และไปเป็น Story Artist ที่ Disney ได้อย่างไร 

สวัสดีค่ะ พี่ชื่อ ประสานสุข วีระสุนทร พี่ใช้ชื่อเล่นเพื่อความสะดวกสำหรับทุกๆคนที่ทำงาน ในเครดิตจึงเป็น Fawn พี่เป็นเด็กเมืองชล เรียน ม.ปลายที่กรุงเทพ ส่วนตัวเเล้วพี่ชอบภาพยนตร์และชอบวาดรูป แต่เนื่องจากเรียนสายวิทย์มา มันดูไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนสายไปเอนท์ทางด้านศิลป์ พอถึงเวลาเอ็นทรานซ์ พี่เลยเอ็นท์ตามความนิยมของเด็กสายวิทย์ ไปเรียนที่มหิดล ทีนี้พอไม่ต้องเรียนพิเศษ ก็เลยมีเวลาว่างไปเรียนวาดรูปอย่างที่ชอบซะที พี่ไปลงเรียนคอร์สความถนัดศิลป์ที่สยามดิสคอร์เวอรี่ เรียนไปเรียนมาก็รู้สึกว่า เราอาจจะชอบเเนวนี้มากกว่าจริงๆ ความคิดที่จะซิ่วไปเรียนอนิเมชั่นก็เริ่มก่อตัวขึ้น แต่มหาวิทยาลัยในสายนี้ยังมีไม่มากในเมืองไทย (สิบสองปีที่แล้วอ่ะนะ)

ตอนนั้นจำได้ว่าอาจารย์ที่ปรึกษาที่เตรียมอุดมเคยพูดถึงรุ่นพี่คนนึงที่ทำงานที่ดิสนีย์ชื่อพี่ไพฑูรย์ รัตนศิรินทราวุธ เราจึงติดต่อขอคำแนะนำไปทางอีเมล์ และก็ได้ทราบว่าพี่เค้าเรียนที่ Columbus College of Art&Design (CCAD) ใน Ohio ตอนนั้นก็ได้พี่คนนี้เเหละที่เขียนจดหมายแนะนำตัวให้กับโรงเรียนนี้หลังจากเราส่ง portfolio ไปให้พี่เค้าดู CCADเป็นโรงเรียนศิลปะไม่กี่แห่งที่ให้ทุนการศึกษากับนักเรียนต่างชาติ พี่คิดว่าถ้าพี่ได้ทุน ทางบ้านพี่คงจะสบายใจขึ้นมาอีกนิดที่จะอนุญาติให้พี่ลาออกจากมหิดลไปเรียนสาขาประหลาดๆ เนี่ย คิดๆกลับไปแล้ว ถ้าตอนนั้นไม่รู้ว่ามีพี่คนไทยทำงานด้านนี้อยู่ เราก็คงไม่มีความหวังว่า เราเองจะมีโอกาสทางด้านนี้ แล้วพี่ก็โชคดีที่ทางบ้านเข้าใจและสนับสนุน 

หลังจาก CCAD รับเข้าเรียนแล้วให้ทุนมาครี่งนึง พี่ก็ย้ายมาเรียน Animation ที่ Ohio พี่เริ่มชีวิตทำงานที่นี่ โดยทำ Flash อนิเมชั่นให้กับบริษัททาง interactive design หลังจากนั้นก็ย้ายไปทำ ทีวีอนิเมชั่น กับบริษัทเล็กๆที่ New York City ก่อนจะย้ายมาที่ Six point Harness Studios ใน Los Angeles ตอนนั้นพี่มีตำเเหน่งเป็นผู้กำกับทางอนิเมชั่น แล้วปรากฏว่าตำเเหน่งนี้ต้องทำ storyboard ด้วย ก็ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร แต่ก็แบบว่า เอาวะลองดู คิดไปว่ามันก็คงคล้ายๆ อนิเมชั่นแต่วาดแค่คีย์เฟรม แต่ทำไปทำมาก็เกิดชอบ จนตัดสินใจย้ายไปทำเเต่ทางนี้โดยตรง พี่ทำด้าน storyboard มาหลายสตูดิโอ ทั้ง Warner Bros, Nickelodeon, Illumination สุดท้ายก็มาลงเอยที่ Disney พี่ทำที่ดิสนีย์ ปีนี้เป็นปีที่สาม โดยที่ Frozen เป็นเครดิตหนังดิสนีย์เรื่องแรกของพี่ค่ะ

2. หน้าที่ของ Story Artist คืออะไรบ้างครับ แล้วมีกระบวนการทำงานเป็นยังไงครับ เวลาที่เราเขียน story boarding หรือ screen shot เนี่ยเราจะต้องนึกถึงอะไรบ้างครับ 

หนังเรื่องนึงก่อนจะเข้าโปรดักชั่น (โปรดักชั่น หมายถึง ช่วงตั้งแต่ layout ลงไปถึง lighting) จะเริ่มที่บทหนัง แล้วหลังจากนั้นพวกพี่จึงเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้อง งานที่พี่ทำคือการถ่ายทอดบท ออกมาเป็นภาพ คล้ายๆ กับนักวาดการ์ตูนสามช่องจบ แต่หนังเรื่องนึงมันมีหลายช่องกว่าจะจบ เราก็จะแบ่งงานกันไปในทีมงานประมาณ หก ถึง สิบคน ระหว่างนี้เราก็จะ pitch แต่ละ sequence ให้ทีม story artists ดู และวิพากษ์วิจารณ์กันเองหลายต่อหลายรอบ คนเขียนบทก็เขียนแล้วเขียนอีก ทุกๆ สามสี่เดือนทีเราจะฉาย story reel (บางที่ก็เรียก animatics) ให้คนแผนกอื่นๆ ที่สดูดิโอดู เพื่อที่พวกเค้าจะได้เขียนวิจารณ์กันมาได้อีก เพราะบางทีทีม story ดูมาหลายรอบ ก็บอกยากว่ามุขเดิมยังขำอยู่มั้ย กว่าหนังเรื่องนึงจะเสร็จเนี่ย ส่วนใหญ่จะผ่านมา หก-เจ็ดเวอร์ชั่น ทั้งหมดนี้เพื่อความชัวร์ว่า กว่าจะไปถึงแผนกโปรดักชั่น เนื้อเรื่องเราดูรู้เรื่อง ดูสนุก ประมาณว่าเร้าใจแต่มีสาระ สองสิ่งสำคัญที่พี่นึกถึงเวลาทำงานด้านนี้คือ 

2.1. จะทำยังไงให้ซีนนี้มัน น่าสนใจ เศร้า ซึ้ง หรือ ตลก ยิ่งๆ ขึ้นไป 
2.2. story sketch รูปนึงเนี่ย อยู่บนจอแค่ไม่ถึงวินาที เพราะฉะนั้นเวลาวาดทีก็คิดแล้วคิดอีกว่าจะวาดยังไงให้คนดูเข้าใจไอเดียนี้ได้ง่ายที่สุด บางคนชอบจัดเต็ม ใส่หลายๆ อย่างเข้าไปเหมือนวาดภาพประกอบ บางทีคนดูงง เพราะไม่รู้จะมองที่ไหนก่อน 

3. ชีวิตประจำวัน และการทำงานที่ Disney เป็นยังไงบ้างครับ แต่ละวันจะแตกต่างกันไป 

ถ้าเป็นวันที่สงบๆ พี่จะมีเวลาวาดรูปเต็มวัน บางวันจะมีstory meeting เพื่อดูsequence คนอื่นๆ แต่อย่างวันนี้ พี่มีประชุมเนื้อเรื่องทั้งวัน ยังไม่ได้วาดอะไรเลย ที่นี่เราพูดคุยถกเถียงกันเปิดเผย พี่ว่าเนื้อเรื่องจะสนุกเนี่ย ส่วนใหญ่มันมาจากชีวิตจริง ถ้าเป็นเรื่องที่ทุกคนเคยมีประสบการณ์มาก่อน คนดูจะมีอารมณ์ร่วมมากขึ้น 

การทำงานที่นี่มีข้อดีหลายอย่าง หลายคนที่นี่ทำงานมานาน เราเลยได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจากพวกเค้า นอกจากนั้น ตลอดปีที่นี่จะเปิดสอนคอร์สทางศิลปะให้กับพนักงานช่วงพักกลางวัน หลักๆ เป็นพวก figure drawing, painting, acting บางทีก็มี sculpture แต่ที่พี่ชอบที่สุดคือ ดิสนีย์เก็บงานเก่าแก่ตั้งแต่ Snow White ไว้ที่ห้องสมุดกลาง ที่นี่เลยเป็นเหมือนขุมทรัพย์ความรู้ เป็นแรงบันดาลใจให้เราพยายามพัฒนาตัวเอง 

4. พี่ฝนรู้สึกยังไงกับวงการแอนิเมชั่นไทยตอนนี้ยังไงบ้างครับ 

ตอนพี่ฝึกงานที่เมืองไทย ตอนนั้นมีอนิเมชั่นสตูดิโอไม่กี่แห่ง แต่เดี๋ยวนี้วงการเจริญขึ้นมากๆ โอกาสสำหรับคนรุ่นใหม่มีมากกว่าแต่ก่อน พี่ดีใจที่เห็นสตูดิโอหลายๆแห่งเริ่มทำ content ของตัวเอง แทนที่จะเป็น production company เหมือนเมื่อก่อน 

5. ช่วยฝากอะไรถึงรุ่นน้องที่มีความฝันอยากทำงานแอนิเมชั่นหน่อยครับ 

ตอนพี่จบมาใหม่ๆ พี่อยากทำงานกับ Disney ไม่ก็ Pixar แต่ portfolio พี่มันไม่ดีพอที่จะหางานระดับเดียวกับที่อยากได้ แต่เราก็ไม่ได้เลิกล้มความตั้งใจ ตอนนั้น digital animation เพิ่งจะเริ่มฮิต พี่เลยฝึกใช้ Flash จนได้งานแรก พี่สมัครงานที่ดิสนีย์ไปสามรอบ ก่อนจะได้งานนี้ ที่เล่ามาคืออยากจะบอกว่าถึงแม้คนเราอาจจะมีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน แต่พรแสวงนี่มันสู้กันได้ด้วยความพยายาม ความอดทน รู้จักหาแรงบันดาลใจจากสิ่งรอบตัว เพื่อจะได้มีแรงสร้างสรรค์อยู่เรื่อยๆ และที่สำคัญ อย่ากลัวคำวิจารณ์ บางคนเก็บงานไว้นานมาก รอจนกว่าทุกอย่างจะเพอร์เฟค ซึ่งในชีวิตคนทำงานศิลปะ ไม่มีอะไรที่เราทำเองแล้วจะคิดว่ามันเพอร์เฟคหรอกนะ น้อยมาก ทุกๆ ปีพี่จะทำ portfolio ทีนึง (ถึงแม้ว่าจะไม่ได้สมัครงานที่ไหนก็เถอะ) เป็นการเช็คว่าปีที่ผ่านมาทำอะไรไปมั่ง ดีไม่ดียังไง แล้วอยากจะทำอะไรได้อีก เราจะได้มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน แข่งกับใครก็ไม่เท่าแข่งกับตัวเองค่ะ

ขอบคุณบทความจาก https://www.facebook.com/182955181887003/photos/a.183803211802200.1073741829.182955181887003/250806245101896/?type=1&theater

 

 

ขอบคุณบทความจาก FB หมอโอ๋เลี้ยงเพจลูกนอกบ้าน

 

เปิดตัวหญิงไทย “ฝน วีระสุนทร” หญิงไทยผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จบนเวทีออสก้าร์ ของหนังอนิเมชั่น “Frozen”

เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา เฟสบุ๊กของ WaltDisneyThailand ได้โพสต์ภาพของ ฝน วีรสุนทร (Fawn Veerasunthorn) ถือรางวัลออสก้าร์ หรือ อคาเดมี อวอร์ด สีทองอร่าม และบรรยายภาพว่า “ขอแสดงความยินดีกับ คุณ Fawn Veerasunthorn หนึ่งในทีม Story Artist คนไทยของภาพยนตร์แอนิเมชั่นรางวัลออสการ์เรื่องล่าสุดอย่าง Frozen ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ ภูมิใจจัง!”

ทั้งนี้ ฝน วีระสุนทร เป็นหนึ่งในฝ่าย สตอรี่ อาร์ติส (Story artist) ของภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง Frozen ของบริษัทดีสนีย์ ซึ่งคว้ารางวัลภาพยนตร์อนิเมชั่นยอดเยี่ยม (ฺBest Animated Feature) รางวัลออสก้าร์ ประจำปี 2014 ซึ่งมีการประกาศผลไปเมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเธอมีเครดิตเป็นคนวาดสตอรี่บอร์ด หรือ สตอร์รี่บอร์ด อาร์ติส

ฝน วีรสุนทร เกิดที่ประเทศไทย สำเร็จมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเตรียมอุดม และเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยมหิดล ระยะหนึ่ง ก่อนจะเดินทางมาศึกษาต่อที่ โคลัมบัส คอลเลจ ออฟ อาร์ท แอนด์ ดีไซน์ รัฐโอไฮโอ และสำเร็จการศีกษาเมื่อปี 2005 มีความเชี่ยวชาญในงานด้าน Storyboarding, Feature Films, Character Animation, Visual Development และ Illustration

เครดิตของ ฝน วีระสุนทร บนเว็บไซต์ www.imdb.com มีมากมาย เริ่มจากเป็นอนิเมเตอร์ ให้กับอนิเมชั่นซีรีย์ชุด El Tigre: The Adventures of Manny Rivera ของค่าย Nickelodeon เมื่อปี 2007 ก่อนจะขยับมาทำหน้าที่เป็น สตอรี่บอร์ด อาร์ติส ให้กับอนิเมชั่นซีรีย์ Pink Panther & Pals ของบริษัทเอ็มจีเอ็ม (2010) ฯลฯ และเริ่มทำงาน (พาร์ทไทมส์) กับวอลท์ ดีสนีย์ สตูดิโอ ในปี 2010 โดยเป็น สตอรี่ อาร์ติส ให้กับอนิเมชั่นขนาดสั้นชุด “มิเนี่ยน” ตัวละครน่ารักจาก Despicable Me สามเรื่อง คือ Orientation Day, Home Makeover และ Banana, เป็นสตอรี่บอร์ด อาร์ติส ให้กับภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง Hop (2011), เป็นสตอรี อาร์ติสของ The Lorax (2012) และเรื่องล่าสุดที่ ฝน วีรสุนทร ทำงานให้ดีสนีย์คือ เป็นสตอรีบอร์ด อาร์ติส ให้กับเรื่อง Frozen ที่คว้ารางวัลออสก้าร์ ภาพยนตร์อนิเมชั่นยอดเยี่ยมมาครอง

โดย ฝน วีระสุนทร เล่าในเว็บบล็อคส่วนตัวของเธอ http://fawnv.tumblr.com ว่าเริ่มทำงานเป็นสตอรีบอร์ด อาร์ติส ให้กับเรื่อง Frozen เมื่อฤดูร้อนปี 2012 และว่าเดือนมีนาคมนี้ ถือว่าครบรอบสองปีที่เธอทำงานกับดีสนีย์

นอกจาก ฝน วีระสุนทร แล้ว เครดิตของภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง Frozen ยังมีชื่อคนไทยร่วมอยู่อีกสองคน
นั่นคือ [b]รังสรรค์ (ซันนี่) อพิญชพงศ์ (Visual Development Artist ) ติดตามบล็อคเขาได้ที่ http://apinchapong.blogspot.com/
เขาเคยให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ไว้ แต่อันนี้ดีงประโยคมาจากเว็บ MThai น่าสนใจดีนะคะคำที่เขาพูด

ใครอยากอ่านเพิ่มตามลิงค์นี้ค่ะ http://movie.mthai.com/movie-news/38391.html

และคนไทยคนที่สามที่มีส่วนรวมในความสำเร็จของFrozenก็คือ คุณรัตนิน สิรินฤมาณ (Effects apprentice)

ส่วนคุณฝนนั้น แม้จะมีครอบครัวที่เมืองเบอร์แบงค์ รัฐแคลิฟอร์เนีย แต่ก็ยังคงผูกพันกับประเทศไทยอย่างเหนียวแน่น เห็นได้จากเมื่อคราวเกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อต้นปี 2012 เธอได้ชักชวนกลุ่มเพื่อนศิลปินจากสตูดิโอต่างๆ เช่นดีสนีย์, ดรีมเวิร์ค, นิคเกโลเดียน, การ์ตูนเน็ตเวิร์ค ฯลฯ จัดประมูลผลงานศิลปะใน Thailand Flood Relief Fundraiser Art Auction and Sale ที่ แกลลอรี Q Pop Shop ในลิตเติลโตเกียว ของลอส แอนเจลิส ด้วย

ขอบคุณบทความจาก สยามทาวน์ยูเอส และ http://pantip.com/topic/31738404

 

ผมเองมีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้

 

เพราะมีหลานสาวเป็นหมอสองคน

 

คนโตรักในอาชีพ ด้วยอยากช่วยเหลือผู้คน

 

จึงมีความสุขในการทำงานมากมาย

 

คนที่สองรู้สึกว่า ไม่ชอบและไม่ใช่ แต่ก็เรียนจนจบ

 

ทุกวันนี้ทำงานอย่างเต็มที่ในโรงพยาบาลของรัฐ

 

แต่คงไม่ได้มีความสุขมากเช่นพี่สาว


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ni_gul วันที่ : 01/04/2016 เวลา : 19.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

รับเข้าอนุบาลก็ต้องสอบแข่ง
รับเข้าเรียนมัธยมปลายก็ดูเกรด
รับเข้าชั้นไหนๆ ก็ดูเกรด
...
จากประสบการณ์ที่รู้จักหลานคนหนึ่ง เกรดไม่ถึงแผนกวิทย์ โรงเรียนรัฐชื่อดังย่านพัฒนาการ ยังไงๆ ก็ไม่ให้เรียน พ่อจบปริญาเอกทางวิศวกร แม่เป็นนักบัญชีไปคุยก็แล้ว อ้างเหตุผลสารพัดก็แล้ว ก็ไม่ให้เรียนแผนกวิทย์

.... พ่อแม่ผิดหวัง จนกลายเป็นโมโหจัด ไม่ง้อโรงเรียนไทย วิ่งหาโรงเรียนให้ลูก เสิร์ชหา บินไปดู ถามเพื่อนฝูง หลายที่ หลายประเทศ ให้วุ่นไป... จนที่สุดได้โรงเรียนประจำที่บังกาลอร์ แนวทางเดียวกับอีตันของอังกฤษ ...

พ่อแม่ต้องดิ้นรนรับงานสอนเพิ่มนอกจากงานราชการที่ทำอยู่ ทั้งภาคค่ำและวันหยุดเสาร์อาทิตย์ และเมื่อไม่ไหวต่อมาต้องเสียสละลาออกจากราชการคนหนึ่ง โดยเลือกกินสวัสดิการคนเดียว ให้อีกคนไปทำงานเอกชนเงินเดือนสูงกว่า เพื่อหาค่าเรียนให้ลูก

เรียน 3 ปี แล้วหลานก็กลับมาต่อ SIIT ที่ ม.ธ. ระหว่างเรียนมหาวิทยาลัย หลานชายคนนี้ก็รับสอนพิเศษวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ภาคภาษาอังกฤษให้รุ่นพี่รุ่นน้องทั่วไปหมด เป็นรายได้ระหว่างเรียน .... ตอนนี้มีความสุขกับงานวิศวกรและค่าตอบแทนสูงลิ่วที่ได้รับมากๆ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
rattiya วันที่ : 21/03/2016 เวลา : 11.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 21/03/2016 เวลา : 10.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

บก.ชาลี ท่านนันทเดช พี่ลูกเสือฯ พี่แม่หมี พี่อุ๋ม : อยากให้เป็นเช่นนั้น แต่สังคมไทยยังคงเป็นเช่นท่านนันทเดชว่าครับ

คุณฝายฯ : ใช่เลยครับ ตอนลูกยังเล็กเคยตั้งความหวังไว้ แล้วเครียดมาก มาวันนี้ลูกอยู่มัธยมก็สุดแล้วแต่เขาละครับ

ความคิดเห็นที่ 6 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ฝายมีชีวิต วันที่ : 12/03/2016 เวลา : 20.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/susu123

ลูกสาวเพิ่ง ม.3 เจอโรงเรียนจัดสอบภายในแบบเอียงข้างออกข้อสอบและตัดคะแนนสำหรับกลุ่มเด็กห้องเรียนพิเศษ (ห้องเสียตังส์) เสียความรู้สึกไปหลายวัน

เมือดูคะแนการสอบ ที่ออกมาส่วนใหญ่ได้คะแนน วิทย์-เลข-อังกฤษ ค่อนข้างเยอะ แต่วิชาอื่น ๆ ปานกลางเอนไปทางตำ่ โดยเฉพาะวิชา สังคม-ภาษาไทย

เด็กบางคนไม่ดีใจที่สอบได้สอบติดได้เรียนห้องวิทย์ แต่พ่อแม่ดีใจ เห็ฯมีหลายคน.

ความคิดเห็นที่ 5 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 12/03/2016 เวลา : 18.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

เห็นด้วยอย่างรุนแรงค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 12/03/2016 เวลา : 17.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

เห็นด้วยค่ะ

เรียนแล้วมีความสุข เมื่อทำงานก็จะรักในอาชีพ

ทำงานก็มีความสุขอีก

ส่วนใหญ่พ่อแม่จะเป็นคนเลือกให้ลูก ทั้งๆที่มันคือชีวิตของเขาแท้ๆ

ความคิดเห็นที่ 3 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 12/03/2016 เวลา : 15.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

จริงแท้

ความคิดเห็นที่ 2 ni_gul , สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 12/03/2016 เวลา : 13.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

สังคมมันบังคับ ครับ เริ่มจากการรับเข้าทำงานมันก็ดูเกรดแล้ว

ความคิดเห็นที่ 1 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 12/03/2016 เวลา : 12.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เห็นด้วยครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน