*/
  • สิงห์นอกระบบ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 1824
  • จำนวนผู้ชม : 3275178
  • จำนวนผู้โหวต : 1117
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1117 คน
<< สิงหาคม 2016 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 31 สิงหาคม 2559
Posted by สิงห์นอกระบบ , ผู้อ่าน : 1633 , 23:32:22 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน นายยั้งคิด , rattiya และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ .อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
อาจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
สาขาวิชา Business Analytics and Intelligence
สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
       

       ผมได้ยินนายจ้างและผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรมนุษย์จากบริษัทชั้นนำจำนวนมาก พากันบ่นเรื่องอาชีวศึกษา ที่หลงทางพากันเลิกผลิตคนอาชีวะชั้นดีที่ประเทศต้องการเป็นอย่างยิ่ง และที่สอนกันออกมาก็มีคุณภาพไม่ตรงกับความต้องการ
       
       การขาดแคลนแรงงานฝีมือของประเทศไทยนั้นหนักหนามาก ผมไปดื่มกาแฟแถวๆ แยกอโศก เด็กเสิร์ฟพูดภาษาอังกฤษปร๋อ พูดภาษาไทยไม่ได้เลย จนต้องถามว่ามาจากไหน คำตอบคือฟิลิปปินส์ ผมอดรนทนไม่ได้ต้องเดินไปถามเจ้าของร้านว่าทำไมไม่จ้างคนไทย เขาตอบว่าคนไทยไม่มีที่ภาษาอังกฤษดี และไม่อดทน
       
       ในวงการคอมพิวเตอร์ ก็มีเสียงบ่นกันมากมายว่า หาโปรแกรมเมอร์ที่ทำงานได้จริงและทำได้ดียากมาก ผลิตมาแต่บัณฑิตปริญญาตรีทางคอมพิวเตอร์ธุรกิจล้นตลาดมากมาย ที่ใช้งานโปรแกรมสำเร็จรูปพื้นๆ ได้ แต่ไม่สามารถเขียนโปรแกรมเองได้เลย เรื่องเหล่านี้ถ้าเรามีอาชีวศึกษาที่เข้มแข็งจะช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประเทศไทยได้
       
       แท้จริงแล้วแท่งอาชีวศึกษานั้นสำคัญมาก ประเทศไทยไม่ได้ต้องการบัณฑิตมากมาย โดยเฉพาะบัณฑิตคุณภาพต่ำ ที่มีเกลื่อนล้นประเทศในเวลานี้ แต่เราต้องการผู้จบทางอาชีวศึกษาฝีมือดี ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ สมัยนี้ช่างฝีมือดี รายได้ดีมาก ช่างเฟอร์นิเจอร์ไม้ฝีมือปราณีตบางคนที่ผมรู้จัก ค่าแรงวันละ 2,000 บาท (เดือนละ 60,000) รายได้ดีกว่าเงินเดือนผมเสียอีกครับ
       
       ประเด็นปัญหาของอาชีวศึกษาในทัศนะของผม มีอยู่สองประการ
       
       ประการแรก นายจ้างและผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรมนุษย์เหล่านี้ ปรารภว่า ทำไมวิทยาลัยอาชีวศึกษาที่สอนประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส) ต่างพากันไม่ใส่ใจที่จะสอน ปวช ปวส แทบทุกคนบอกว่า อาชีวศึกษาเหล่านี้หลงลืมอัตลักษณ์ของตัวเอง (Self-identity) ซึ่งเป็นจุดขายเฉพาะ (Unique selling point) มาลองยกตัวอย่างกันครับ
       
       สมัยก่อน ถ้านึกถึงคนเก่งด้านภาษาต่างประเทศ นายจ้างจะไปหาได้ที่ บพิตรพิมุข ขึ้นชื่อลือชามากว่าเก่งภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ทำให้สายการบิน โรงแรมไปจองตัวกัน ดูตัวกันตั้งแต่ยังไม่จบ ปวช ปวส กัน
       
       ส่วนพาณิชย์พระนครนั้นขึ้นชื่อลือชาว่าเก่งวิชาบัญชีมาก เป็นที่ต้องการของธนาคารพาณิชย์ ผมมีเพื่อนที่เรียนจบ ปวช มาจากพาณิชย์พระนคร และสอบ Entrance เข้ามาเรียนคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กันหลายคน และเก่งบัญชีมาก สอบ CPA การเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตกันมากมาย
       
       ช่างกลปทุมวัน นั้นก็มีชื่อเสียงมากเรื่องช่างยนต์ ช่างกล เครื่องจักร ในขณะที่อุเทนถวาย เป็นโรงเรียนช่างก่อสร้างฝีมือดีมาก เป็นที่ต้องการในวงการก่อสร้างมากมาย
       
       เทคนิคทุ่งมหาเมฆ เก่งเรื่อง ภาพพิมพ์ ภาพถ่าย การพิมพ์ มีชื่อเสียงมากด้านนี้
       
       โรงเรียนเพาะช่าง ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งกำเนิดศิลปินแห่งชาติ ผู้มากความสามารถ มีนวัตกรรมต่างๆ มากมาย เช่น ถมจุฑาธุช ซึ่งสมเด็จเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย ทรงคิดค้นขึ้นระหว่างทรงสอนที่โรงเรียนเพาะช่าง (ดูเหมือนเพาะช่างจะเป็นอาชีวศึกษาที่เดียวที่ยังรักษาอัตลักษณ์นี้ได้)
       
       อัตลักษณ์เหล่านี้หายไปไหนหมด ทุกวันนี้นายจ้างไม่มีภาพเหล่านี้ในหัวสมองแล้ว จุดขายเฉพาะเหล่านี้หายไปไหน ทำไมพากันผันตัวมาเป็นอุดมศึกษา สอนระดับปริญญาตรีและปริญญาโท ซึ่งในสายตาของนายจ้าง บัณฑิตและมหาบัณฑิตเหล่านี้ ไม่ได้เป็นที่ต้องการของตลาดมากเท่าไหร่ จบมาก็ไม่ได้รับเงินเดือนที่ดี มีปัญหาด้านคุณภาพ ประเทศต้องการอาชีวศึกษาที่เป็นผู้มีฝีมือแรงงานในทุกด้าน
       
       ความอยากเป็นอุดมศึกษาของอาชีวศึกษานั้นมีมาก มีวิทยาลัยอาชีวศึกษาเลิกสอน ปวช ไปมาก เพราะมุ่งเน้นอุดมศึกษาแทน พอเปลี่ยนชื่อเป็นสถาบันเทคโนโลยี เลยสอนเฉพาะ ปวส ปริญญาตรี โท เอก และ ผมได้ฟังแล้วก็เศร้าใจว่าเราหวังรุ่งมุ่งไปข้างหน้าโดยไม่สร้างรากฐานเสียก่อนจะมั่นคงได้อย่างไร?
       
       ดังนั้นปัญหาจึงเกิดจากอาชีวศึกษาเองต่างมุ่งไปเป็นอุดมศึกษา แทนที่จะ Focus ในสิ่งที่ตัวเองทำได้ดีที่สุดเสียก่อน
       
       ประการที่สอง ค่านิยมของเด็กไทย ต้องการได้ปริญญา ต้องการเข้าเรียนมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งมีชื่อเสียงมากในการเรียนการสอนด้าน ช่างการบิน ระดับ ปวช ปวส แต่นักเรียนสมัครเรียนน้อย ไม่ค่อยเป็นที่นิยม ทั้งๆ ที่อัตราการได้งานทำนั้นสูงมาก และหากจบไปทำงานแล้วสอบใบ certification หรือ license ต่างๆ ได้จะมีรายได้ที่ดีมาก ที่น่าประหลาดใจคือสถาบันเดียวกันเมื่อเปิดปริญญาตรีทางวิศวกรรมศาสตร์การบินแล้ว มีนักเรียนสมัครเข้าเรียนล้นหลาม การแข่งขันสูงมากจึงเข้าไปได้ แต่ประเทศไทยไม่ได้ผลิตเครื่องบินได้เอง อัตราการได้งานตรงกับสายงานที่จบมาจึงต่ำกว่ามาก และต้องผันตัวไปทำอาชีพหรือสายงานอื่นๆ แทน ซึ่งก็สามารถทำได้ดี เพราะได้คัดเลือกเด็กเก่งๆ เข้ามาเรียนอยู่แล้ว แต่มันเป็นการสูญทรัพยากรและเวลามากเกินไปหรือไม่?
       
       ทำไมอาชีวศึกษาถึงไม่ได้รับความนิยมของสังคมไทย ส่วนหนึ่งมาจากค่านิยมบ้ากระดาษและใบปริญญาของคนไทย อีกส่วนหนึ่งอาจจะมาจากปัญหานักเรียนอาชีวะ ตีกัน ฆ่ากันตาย สมัยผมเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ต้องวิ่งหลบ นักเรียนอาชีวศึกษาแถวโรงเรียน สองสถาบันที่ชอบตีกันฆ่ากัน เรื่องอาชีวศึกษาทะเลาะกัน ฆ่ากันตายนี้ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ค่อยสบายใจที่จะให้ลูกไปเรียนอาชีวศึกษามากนัก
       
        เราจะแก้ปัญหาอาชีวศึกษาได้อย่างไร?
       
        ประการแรก ต้อง Return to core competence สถาบันอาชีวศึกษาชั้นดีที่ผันตัวเองไปเป็นอุดมศึกษาชั้นเลว คงต้องถามตัวเองว่าควรย้อนกลับไปความสามารถหลัก ที่ใครๆ ก็ไม่อาจจะเลียนแบบได้ มีรากฐานและชื่อเสียงที่สั่งสมมายาวนานหรือไม่ Gary Hamel และ CK Prahalad นักกลยุทธ์ชื่อดังของโลก ผู้เขียนหนังสือ Competing for the future ได้แนะนำว่าบริษัทและธุรกิจต่างๆ ควรใช้ความสามารถหลัก (core competence) ในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ผมว่าเรื่องนี้สำคัญ เราควรจะทำในสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด และต่อยอดจากสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด คนไทยเราชอบถามว่า จะทำธุรกิจอะไรดี ผมว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่นำไปสู่ความล้มเหลวในการทำธุรกิจ เพราะถ้าเราถามว่าเราควรทำอะไรดี เราก็จะลอกเลียนแบบคนอื่นและทำในสิ่งที่เราอาจจะไม่ได้ทำได้ดีนัก ลงท้ายก็จะจบด้วยการเปิดร้านกาแฟ ซึ่งมีคนทำมากมาย ไม่มีอัตลักษณ์มากนัก แต่ในทางกลับกันถ้าเราถามว่า อะไรคือความสามารถหลักที่เราทำได้ดีที่สุด มีจุดขายเฉพาะ คนอื่นลอกเลียนแบบได้ยาก และเป็นที่ต้องการ ซึ่งเราน่าจะเอาไปต่อยอดทำธุรกิจได้ ถ้ายังไม่มีเราก็คงต้องถามว่าจะสร้างได้อย่างไร ด้วยคำถามแบบนี้ซึ่งตอบได้ยากกว่ามากจะนำเราไปสู่ความสำเร็จได้มากกว่า
       
       อาชีวศึกษาก็เช่นกัน ควรถามตนเองแบบนี้ และกลับมาหาความสามารถหลักของตนเอง ตลาดแรงงานสำหรับช่างฝีมือนั้นเป็นที่ต้องการสูงมาก หากอาชีวศึกษาสามารถผลิตนักศึกษาที่เป็นที่ต้องการของภาคเอกชน ของนายจ้าง ได้เช่นในอดีตที่คนจบมามีบริษัทต่างๆ ไปจองตัวกันถึงโรงเรียนอาชีวศึกษา รับรองได้ว่าจะมีนักเรียนอยากมาเรียน และประเทศไทยก็จะได้ประโยชน์มากขึ้น
       
        ประการที่สอง รัฐควรส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามาช่วยกิจการอาชีวศึกษา เคยพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงของเครือซิเมนต์ไทยเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ทราบว่าคนสำเร็จการศึกษาด้านอาชีวศึกษานั้นมีไม่พอ และที่ผลิตมาได้ก็ไม่ได้คุณภาพเพียงพอ สุดท้ายทางเครือซิเมนต์ไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในการอาชีวศึกษามากพอสมควร เรื่องนี้หลายบริษัทเริ่มทำตาม สิ่งที่น่าส่งเสริมมากในอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาด้วยเช่นกันคือ สหกิจศึกษา โดยให้ธุรกิจผู้จะเป็นนายจ้างในอนาคตมีส่วนร่วมในการร่างหลักสูตร กำหนดนโยบายในการเรียนการสอน นิเทศการสอน ฝีกงานให้นักศึกษา เข้ามามีส่วนร่วมกับสถานศึกษาให้มากที่สุด เรียนและทำงานไปพร้อมกัน เรียนจากการทำงานโดยตรง รัฐบาลเองคงไม่มีงบประมาณเพียงพอในการลงทุนสำหรับอาชีวศึกษาซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก เพราะอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องจักรมีราคาแพงมาก ต้นทุนในการสร้างอาชีวศึกษาชั้นดีนั้นแพงมาก ลองเข้าไปดูที่ http://www.nyp.edu.sg/ โรงเรียน Nanyang Polytechnic ของสิงคโปร์ที่ผมไปดูงานสิครับผม ต้องทุ่มเททรัพยากรมากมายเพื่อให้ได้อาชีวศึกษาชั้นดี ถ้าเอกชนไม่เข้ามาช่วยสร้าง รัฐบาลทำฝ่ายเดียวคงไม่สำเร็จอย่างแน่นอน
       
       ลองจินตนาการว่าหากอาชีวศึกษาผลิตโปรแกรมเมอร์ระดับ ปวส ที่เขียนโปรแกรมได้ดี ใช้งานได้จริง จะเป็นที่ต้องการมากมาย มากกว่าบัณฑิตปริญญาตรีทางคอมพิวเตอร์ธุรกิจที่พัฒนาซอฟท์แวร์อะไรไม่ได้เลยซึ่งจบออกมาปีละหลายพันคน เรื่องแบบนี้เอกชนต้องเข้ามาช่วยจึงจะสำเร็จได้
       
       มาตรการทางภาษีที่ช่วยลดหย่อนภาษีให้เอกชนที่กระโดดเข้ามาช่วยการศึกษานั้นน่าจะช่วยได้มาก
       
        ประการที่สาม กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาต่างๆ ของรัฐ ควรเลิกให้ทุนกับนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่ไม่ศักยภาพในการใช้คืนทุนและไม่ได้เป็นที่ต้องการของประเทศมากนัก แต่ควรนำเงินดังกล่าวมาให้กู้ยืมสำหรับอาชีวศึกษาชั้นดีที่อยู่ในความต้องการของประเทศ เหตุผลหนึ่งที่นักเรียนเลือกเรียนอาชีวศึกษานั้นมาจากฐานะทางบ้านยากจน เรียนอาชีวศึกษาจบได้เร็ว ได้งานเร็ว มีรายได้แน่นอน หากมีการส่งเสริมน่าจะทำให้นักเรียนสนใจเรียนมากขึ้น
       
        ประการที่สี่ การแก้ปัญหาอาชีวศึกษาตีกัน ทำร้ายกัน เรื่องนี้ต้องแก้ไขโดยด่วนเพราะทำให้ผู้ปกครองไม่สบายใจ และไม่กล้าให้ลูกเรียนอาชีวะ ทางคสช ก็กำลังดำเนินการอยู่ หน่วยทหารช่างก็มีอยู่ กองทัพบกน่าจะช่วยดูแลนักเรียนอาชีวะนอกลู่นอกทางได้ หากแก้ปัญหานี้ได้จะทำให้มีนักเรียนและผู้ปกครองต้องการเรียนอาชีวศึกษามากขึ้นเช่นกัน 

ขอบคุณที่มา http://manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9590000087252

 

 

สังคมไทยให้ราคากับวุฒิปริญญามากเกินไป

 

จนทำให้เกิดผลในเชิงปริมาณมากกว่าคุณภาพ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 03/09/2016 เวลา : 09.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

พี่แม่หมี : ใช่แล้วครับ

คุณFeb : ประสบการณ์ชีวิตสำคัญมากครับ

พี่ลูกเสือฯ : สวัสดีครับ

คุณrattiya : ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

พี่ยั้งคิด : ถูกต้องที่สุดและเห็นด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 9 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 01/09/2016 เวลา : 22.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

เพราะปริญญาได้เงินเดือนมากกกว่่าอาชีวะ มีทางก้าวหน้ากว่า จึงทำให้ทางอาชีวะอยากเป็นมหาวิทยาลัยขึ้นมาบ้าง ถ้ามีการให้ค่าตอบแทนไม่ต่างกันมากนัก คนเรียนอาชีวะก็พอใจที่อยู่ในฐานะเดิมต่อไป

ความคิดเห็นที่ 8 กระเจี๊ยบ , สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rattiya วันที่ : 01/09/2016 เวลา : 12.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

อยากจะโหวตให้เรื่องนี้ 3 โหวต(จะลองดูว่าจะทได้ไหม)

ขออนุญาตเอาประสบการณ์ของบ้านรัตติยามาเขียน

ลูกชายรัตติยาเรียนในช่วงเกรด 10 ได้เกรดการเรียนที่จะสามารถต่อรัดับเตรียมอุดมฯได้(ม.ปลายสายวิทย์-คณิต) เเต่เขาไปเลือกเรียนสายวิชาชีพด้านไฟฟ้า+คอมฯ ต้องเรียน 3 ปีครึ่ง เขาเเละเพื่อนอีก 1 คนเรียนจบในเวลา 3 ปี ในช่วงที่เรียนวิชาชีพได้รับเงินเดือนด้วย เขาเก็บเงินใว้ในบัญชีใว้ตลอด หลังจากนั้นเขาต้องการต่อระดับมหาวิทยาลัย ที่เยอรมนีเด็กต้องกลับไปเรียนสายสามัญก่อน(คณิต-วิทย์+ภาษาอังกฤษ)..เด็กที่ไปเรียนวิชาชีพก่อนเเล้วมาต่อระดับเตรียมอุดมฯ(เทียบเท่าม.ปลายสายวิทย์-คณิต)จะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐคะ ลูกชายรัตติยาขณะเรียนเตรียม-หลังเรียนจบเตรียมอุดมฯ ใช้เงินของตัวเองตลอด ขณะนี้เดินทางมาเที่ยวเมืองไทย-มาเลเซีย-อินโดนีเซีย ด้วยเงินที่เขาเก็บสะสมใ้ว้ช่วงเรียนคะ

ที่เขียนเล่ามานี้เพื่อจะให้เห็นว่ารัฐของเยอรมนีเปิดโอกาศให้เด็กที่ไปเรียนสายอาชีพก่อน สามารถที่จะตัดสินใจทำงานหรือหันกลับมาเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยได้ ช่วงที่เรียนวิชาชีพเด็กจะเรียนรู้เลยว่าตัวเองชอบทางด้านไหน ....ถ้าไม่ชอบก็สามารถปรับเปลี่ยนได้..
อีกอย่างหนึ่งที่เยอรมนีคนที่จบสายวิชาชีพจะมาเปิดบริษัทของตัวเองได้ตามสายวิชาชีพนั้น ...นี้เป็นจุดที่จะสนับสนุนให้โอกาสกับคนที่เรียนทางด้านสายอาชีพมาคะ..

หวังว่าคงไม่ออกนอกเรื่องนะคะ

ความคิดเห็นที่ 7 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 01/09/2016 เวลา : 12.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้


ความคิดเห็นที่ 6 กระเจี๊ยบ , สิงห์นอกระบบ และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
february26 วันที่ : 01/09/2016 เวลา : 11.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

**สายอาชีพ
เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยได้ครับ
จบมามีวิชาชีพติดตัว ทำงานอิสระได้
หลักสูตรวิชา ให้เลือกเยอะ
------
ถ้าชอบทางสายสังคมหรือพวกประวัติศาสตร์ แนะนำให้ไปทาง ม.ปลาย สายสามัญ เพราะสายอาชีพจะเน้นพวกประกอบอาชีพมากกว่า...

สำหรับปริญา สายอาชีพก็สามารถเรียน ปวส และต่อ ตรีได้

ส่วนกระดาษแผ่นเดียวสำหรับปริญา ไม่ได้เป็นคำตอบของความสำเร็จ เพราะหลังจากรับปริญา นั่นคือประสบการณ์ชีวิต ที่สำคัญกว่า ......

ความคิดเห็นที่ 5 กระเจี๊ยบ , สิงห์นอกระบบ และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
แม่หมี วันที่ : 01/09/2016 เวลา : 10.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านเรื่องจบแล้วก็เห็นด้วย หลงทางกันจนกู่ไม่กลับ

มีเหตุผลเดียวของแม่คนนี้ ที่ไม่สนับสนุนให้ลูกเรียนสายอาชีพ

เพราะกลัวเรื่องเด็กตีกันนี่แหล่ะ แก้ปัญหาโลกแตกนี้ได้ คงมีพ่อแม่หลายคน ยอมให้ลูกเรียนสายอาชีพแน่ๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 กระเจี๊ยบ , nitimada ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 01/09/2016 เวลา : 06.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

พี่กระเจี๊ยบ : ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ
ผมเรียนสายสามัญ เพราะความขี้เกียจครับ สอบต่อได้โรงเรียนเดิม เลยไม่ไปสอบที่อืน แรกตั้งใจว่า เรียนพอจบ ปวส.เท่านั้นครับ

พี่ntmd : เดินออกกำลังทุกวันครับ เหลือแค่หัวล้านอย่างเดียวก็พอแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 3 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
nitimada วันที่ : 01/09/2016 เวลา : 05.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nitimada
jj-ntmd

มันโพสต์ให้ก่อนต้องการค่ะ

"ภาพสุดท้ายนึกถึงอนาคตอันใกล้ของตัวเอง : อ้วนและหัวล้าน ครับ"

เอาน่า ให้ ดำ เตี้ย พุงเถะ พี่ก็ยังชอบค่ะคุณสิงห์

ความคิดเห็นที่ 2 กระเจี๊ยบ , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
nitimada วันที่ : 01/09/2016 เวลา : 04.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nitimada
jj-ntmd

ละเมอมาคอมเมนท์ค่ะคุณสิงห์

บ้านเรา ใบประกาศแปะผนังเป็นเรื่องใหญ่มาก แฮ่ๆ บ้านพี่ไม่แปะนะคะ
แล้วจบมาจากไหนล่ะ แบ่งเกรดกันอีกแน่ะ
ได้เกีรยตินิยมรึเปล่า
แล้วจบสาขาอะไรล่ะ
เรียนภาคอินเตอร์รึเปล่า

โฮ๊ย ความงี่เง่าของคน

แต่ การจบจากสถาบันที่มีชื่อเสียงก็เป็นคุณและประโยชน์ต่อตนค่ะ

เมื่อลูกสาวแต่งงานไปอยู่เมืองเทศ ซื้อบ้านช่องย้ายเข้าไปอยู่ จะมีหัวหน้าชุมชน (community) มาเยี่ยมที่บ้าน เขาอยากรู้จักมากขึ้นว่าเป็นใคร มาจากไหน ทำอะไร อย่างไร

พอทราบว่าเป็นคนไทย ก็เป็นมิตรเพิ่มขึ้นมาอีก เพราะชอบเมืองไทยมาก เคยเป็น อ. สอนที่สามย่าน ๑ ปี พอบอกว่าจบจากสามย่านก็กอดเลยค่ะ และเราจะมีค่าพวกอพยพ คนนะคะ ไม่ว่าที่ไหน ก็ยังมีการแบ่งเกรด

ขอบพระคุณที่ไปเยี่ยมหลายบล็อก

ภาพแสตมป์นางพญาพังแป้น

ภาพสุดท้ายนึกถึงอนาคตอันใกล้ของตัวเอง : อ้วนและหัวล้าน ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 rattiya , สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 01/09/2016 เวลา : 01.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

เห็นด้วยกับบทสรุปสองบรรทัดสุดท้ายเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ ค่านิยมนี้เป็นมาตั้งนานแล้ว ป้าเองก็ตกเป็นเหยื่อ ทั้งที่ใจอยากเรียนสายอาชีพ (พาณิชย์พระนคร หรือวิทยาลัยอาชีวะประจำจังหวัด)

จากประสบการณ์การทำงาน ซึ่งเคยมีหน้าที่คัดคนเข้าทำงานที่ต่างจังหวัด จบระดับปริญญาตรี ภาษาไทยคำง่าย ๆ เขียนกันไม่ได้ ภาษาอังกฤษยิ่งไม่ต้องพูดถึง

การแก้ปัญหา ประการที่สองที่คุณสิงห์ฯ พูดถึง คล้ายกับระบบการศึกษาสายอาชีวะของเยอรมันค่ะ ลูก ๆ ของเพื่อนและคนรู้จักหลายคนจบม.ต้น แล้วต่อสายอาชีวะ ไม่ว่าจะเป็นการโรงแรม ช่างอิเล็กทรอนิกส์ ฯล ฯ ใกล้จบ เด็ก ๆ จะติดต่อบริษัท โรงแรม สถานที่ที่ต้องการไปฝึกงาน หากได้รับเลือก การเรียนจากที่โรงเรียนและสถานที่ฝึกงานจะเป็นไปพร้อม ๆ กัน ลูกของเพื่อนเรียนการโรงแรม ต้องเรียนที่โรงเรียนสัปดาห์ละ ๒-๓ วัน และต้องไปฝึกงาน(คือทำงานด้วย เรียนปฏิบัติจริงไปด้วย)ที่โรงแรมตามตารางเวลางานที่กำหนด ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของกฏหมายด้วย เธอต้องใช้เวลาเรียนและฝึกงานที่โรงแรมจนกว่าจะเรียนจบ โดยใช้ระยะเวลา ๓ ปีเต็ม ระหว่างที่ทำงานที่โรงแรม เธอจะได้ค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนเหมือนพนักงานโรงแรมคนหนึ่ง เรียนจบหลักสูตร อาจได้เป็นพนักงานประจำ หากไม่ถูกจ้างต่อ ก็เอาใบประกาศไปสมัครงานที่อื่นได้

รายการโลก ๓๖๐ องศา เคยทำรายงานเกี่ยวกับการศึกษาในเยอรมนี คิดว่าน่าจะยังมีคลิปทางยูทูปให้ได้ศึกษารายละเอียด

ส่วนตัว คิดว่าคนทางนี้นิยมเรียนสายอาชีพมากกว่า เพราะระหว่างที่เรียน ก็มีรายได้ ไม่เป็นภาระครอบครัว แต่ก็มีปัญหาในหลาย ๆ เมือง เพราะบางปี เด็ก ๆ หาที่ฝึกงานไม่ได้ / แต่หน่วยงานที่นี่จะเชื่อมโยง เกี่ยวข้องกัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน