*/
  • สิงห์นอกระบบ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 1697
  • จำนวนผู้ชม : 3069154
  • จำนวนผู้โหวต : 1102
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1102 คน
<< ตุลาคม 2016 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 29 ตุลาคม 2559
Posted by สิงห์นอกระบบ , ผู้อ่าน : 13956 , 19:38:21 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน แม่หมี , rattiya และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ในหลวง เขื่อนปิดปากถ้ำหินปูน

วันนี้ไปฟังสัมมนาที่ CU Innovation Hub มา กะว่ายังไงก็จะมาแชร์เรื่องนี้ให้ได้ คุณลลิต ถนอมสิงห์ ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ท่านเล่าว่า...

นานมาแล้ว ในหลวง พระองค์ท่านอยากจะสร้าง 'เขื่อนปิดปากถ้ำหินปูน' เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใต้ดินสำหรับชาวบ้าน แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยนั้น ไม่มีใครเชื่อว่าทำได้ และโครงการก็ต้องหยุดไป

30 ปีต่อมา ทางมูลนิธิชัยพัฒนา ติดต่อผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่นให้มากราบทูลพระองค์ท่านเรื่องเขี่อนปิดปากถ้ำหินปูน

ก่อนที่จะเริ่มต้นการนำเสนอ ทีมงานได้ยินในหลวงทรงเปรยๆ ออกมา "คนไทยพูดไม่เชื่อ ต้องให้ต่างชาติมาบอก"

ทีมงานฟังแล้วก็ตกใจ รู้ว่าทรงกริ้วอะไรสักอย่างแน่ๆ ดร.สุเมธ เลขาธิการมูลนิธิ หันไปเจอสมเด็จพระเทพฯ ท่านแอบรับสั่งว่า "ตะกี้ตอนนั่งมาในรถ ก็โดนเหมือนกัน"

จนแล้วจนรอด ในหลวงก็รับสั่งให้สร้างเขื่อนปิดปากถ้ำหินปูนอีกครั้ง คราวนี้ให้ไปหาผู้ออกแบบและรับเหมาที่จะทำให้ได้

ทีมงานออกไปเสาะหาผู้ออกแบบและรับเหมา กี่ราย กี่ราย ก็ได้คำตอบว่า "ทำไม่ได้" ทำแล้วเขื่อนจะต้องรั่วแน่ๆ ไม่มีใครอยากเสี่ยง

ทีมงานหลายฝ่ายถึงกับแอบบ่นว่า "ไปตามใจพระองค์ท่านทำไมกัน"

แต่สุดท้ายก็ได้ผู้ออกแบบรับเหมาที่ใกล้เกษียณมาช่วยทำงาน

เขื่อนสร้างเสร็จแล้วก็เป็นไปตามคาด รั่วตามระเบียบ ต้องทำการอุดรูรั่ว อยู่ตลอดสามปี ทีมงานไม่เข้าใจจริงๆว่าจะทำไปเพื่ออะไร

ในระหว่างนั้นก็ยังได้รับรับสั่งจากพระองค์ท่านเพิ่มเติมว่า ต่อไปนี้ให้ทำเขื่อนปิดปากถ้ำแบบนี้ไปเรื่อยๆ

ทีมงานถึงกับ 'อึ้ง' และไม่สบายใจมาก ไปปรึกษากับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าจะทำให้เขื่อนนี้ใช้งานได้อย่างไรกัน จนต้องส่งอีเมลไปถามความเห็นจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญที่ต่างประเทศหลายคน

อีเมลที่ส่งกลับมาจากต่างประเทศทุกฉบับถามว่า "ไอเดียนี้ ใครเป็นคนคิด"

ทีมงานก็ตอบกลับไปว่า "My King"

อีเมลทุกฉบับตอบกลับมา ยาวบ้าง สั้นบ้าง แต่มีใจความเหมือนกันว่า
"Genius"

ชาวบ้านบริเวณนั้นไม่เคยประสบปัญหาน้ำแล้งอีกเลย เนื่องจากมีน้ำที่กักเก็บใต้ดิน และน้ำที่เซาะตามร่องหินทำให้ดินชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา

ในหลวงทรงคิดได้เมื่อ 30 ปีที่แล้ว แต่ไม่มีใครยอมทำให้พระองค์ท่าน

ราคาที่ญี่ปุ่นเสนอมาคือ 2000 ล้านบาท แต่ของในหลวงสร้างใช้เพียง 13.5 ล้านบาท

"คนไทยพูดไม่เชื่อ ต้องให้ ต่างชาติมาบอก" คำพูดตัดพ้อที่ทำให้ต้อง 'ฉุกคิด'

เรื่องของ 'นวัตกรรม' คนไทย ทำได้ ในหลวงท่าน 'พิสูจน์' มาแล้วทั้งชีวิต

ขอบคุณ FB Kaweewut Tong Temphuwapat

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ในหลวง เขื่อนปิดปากถ้ำหินปูน

อีกบทความที่มีการเล่าอธิบายในเรื่องนี้

สุดยอดนวัตกรรมของในหลวงในพระบรมโกศ
บทความ: รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน

อยู่ในวงการวิจัยและพัฒนามาทั้งชีวิต ยากที่สุดไม่ใช่เรื่องการทำงานวิจัยเพื่อตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการหรือเพื่อนำเสนอในงานประชุมวิชาการ แต่เป็นการนำงานวิจัยไปพัฒนาเป็นนวัตกรรมต่างหาก ว่ากันว่าประเทศไทยที่หลุดออกจากกับดักประเทศรายได้ขนาดกลางไม่ได้ก็เพราะมีงานนวัตกรรมน้อยเกินไปนี่แหละ

ผมโชคดีอยู่หน่อยตรงที่มีงานนวัตกรรมเป็นของตนเองสองสามชิ้น บางชิ้นกลายเป็นผลิตภัณฑ์ในตลาด แต่เชื่อหรือไม่ว่า ทั้งผมและนักวิชาการในมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่กลับมีงานนวัตกรรมน้อยกว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ที่พวกเราเรียกพระองค์ง่ายๆว่า ในหลวง ที่แม้ไม่ทรงอยู่ในวงการวิชาการในมหาวิทยาลัยก็ตาม เรื่องนี้จึงน่าประทับใจอย่างยิ่ง

งานนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของในหลวงมีมากมายที่รู้จักกันดีคือ ฝนเทียม ที่ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น ฝนหลวง นอกจากนี้ยังมีเรื่องพลังงานจากแอลกอฮอล์และปาล์มน้ำมัน

พักหลังยังมีเรื่องของระบบแก้มลิงที่ใช้กักเก็บน้ำเพื่อรอการระบายตามแรงโน้มถ่วง เรื่องของกังหันน้ำชัยพัฒนาแบบทุ่นลอยที่ใช้เติมออกซิเจนให้กับน้ำเสีย การแกล้งดินเพื่อฟื้นฟูดินที่สูญเสียสภาพการเพาะปลูกไปแล้ว เรื่องของหญ้าแฝกที่เป็นกำแพงธรรมชาติ แถมด้วยเรื่องของเขื่อนดินและเขื่อนแบบอื่นอีกมากมาย

ในฐานะเจ้าของคอลัมน์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในนิตยสารสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ที่เขียนมานานเกินยี่สิบปี มีคนถามผมว่างานนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของพระองค์ท่านชิ้นไหนที่ผมประทับใจที่สุด ตอบทันทีว่าคือเขื่อนปิดปากถ้ำหินปูนเพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำใต้ดินซึ่งไม่ค่อยมีใครกล่าวถึงกันสักเท่าไหร่ นักวิชาการด้านชลประทานในประเทศรวมทั้งข้าราชการด้านนี้เคยคัดค้านกันด้วยซ้ำ ทว่าเมื่อลองทำตามแนวทางพระราชดำริกลับประสบผลสำเร็จชนิดหักปากกาเซียน

เมื่อครั้งเข้าอบรมในโครงการภูมิพลังแผ่นดินของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินเรื่องราวของเขื่อนปิดปากถ้ำหินปูนที่ว่านี้ หลังจากนั้นยังได้ฟังเพิ่มเติมอีกสองสามครั้ง คำบอกเล่ามาจากคนหลายคนโดยหนึ่งในนั้นคือคุณลลิต ถนอมสิงห์ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา เล่าให้ฟังว่างานนี้ในหลวงทรงกำหนดแนวพระราชดำริไว้นานกว่า 30 ปีแล้ว โดยทรงแนะนำให้ทางกรมชลประทานทำเขื่อนปิดปากถ้ำหินปูนบนภูเขาซึ่งสามารถทำได้หลายที่

แนวพระราชดำรินี้ทรงนำเสนอมานานทว่าข้าราชการยังไม่คลายกังวลเนื่องจากถ้ำหินปูนใต้ดินเป็นรูพรุนทำให้กักเก็บน้ำที่ไหลผ่านออกมาจากตาน้ำได้ยากหากทำเขื่อนน้ำคงซึมหายลงใต้ดินไปหมด

อย่างไรก็ตาม เมื่อทรงยืนยันนานนับสิบปีในที่สุดข้าราชการยอมรับสนองตามพระราชประสงค์นั่นคือสร้างเขื่อนปิดปากถ้ำหินปูนขึ้น และเป็นอย่างที่คาดคือเขื่อนไม่สามารถกักน้ำให้มีระดับสูงขึ้นได้ น้ำที่ไหลออกมาจากตาน้ำในถ้ำเมื่อถูกเขื่อนกั้นไว้ต่างซึมหายไปมาก

สิ่งที่ข้าราชการและนักวิชาการไม่ทันคิดคือน้ำที่ไหลซึมลงใต้ดินนั้นเป็นเสมือนการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ขึ้นใต้ดินที่แต่เดิมไม่เคยมี ชาวบ้านพื้นราบรอบภูเขาที่คุ้นเคยกับความแห้งแล้งไม่สามารถทำเกษตรกรรมได้

เนื่องจากน้ำไหลลงสู่พื้นราบด้านล่างไปหมด นับตั้งแต่มีเขื่อนปิดปากถ้ำหินปูนขึ้น พื้นดินรอบภูเขาเปลี่ยนสภาพเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ สามารถทำเกษตรกรรมหลายชนิด สร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านรอบพื้นที่ เรื่องราวอย่างนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับวิถีชีวิตของชาวบ้านอย่างมากทว่าไม่เป็นที่รับรู้กันสักเท่าไหร่

อาจารย์ผู้เล่าเล่าให้ฟังว่านักวิชาการด้านชลประทานที่เคยคัดค้านแนวพระราชดำริเคยนำเรื่องนี้ไปปรึกษาหารือกับผู้เชี่ยวชาญด้านชลประทานชาวต่างชาติหลายคน

หลังจากได้เห็นรายละเอียดของโครงการตามพระราชดำริโครงการนี้แล้ว นักวิชาการต่างชาติที่ว่านั้นต่างแสดงความเห็นมาว่าแนวคิดเช่นนี้จะเป็นของใครก็แล้วแต่ บอกได้อย่างเดียวว่าเจ้าของความคิดนั้นต้องเป็นอัจฉริยะที่คิดต่างจากทฤษฎีทางชลประทานทั่วไป ข้าราชการผู้นำเรื่องนี้ไปปรึกษาตอบสั้นๆว่าผู้ที่คิดโครงการที่ว่านั้นคือ “My King”

พวกเราจึงภูมิใจเหลือเกินกับพระองค์ท่าน

จึงสมแล้วที่ พ.ศ. 2543 คณะรัฐมนตรีพร้อมใจถวายพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าพระปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดชให้ทรงดำรงฐานะ “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีไทย” โดยกำหนดให้วันที่ 19 ต.ค. ซึ่งเป็นวันที่พระองค์ทรงอำนวยการสาธิตฝนหลวงครั้งแรกให้เป็น “วันเทคโนโลยีไทย”

ขอบคุณ http://news.muslimthaipost.com/news/27348

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ในหลวง เขื่อนปิดปากถ้ำหินปูน

 

น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

หาที่สุดมิได้



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 30/10/2016 เวลา : 09.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

1.)อีเมลที่ส่งกลับมาจากต่างประเทศทุกฉบับถามว่า "ไอเดียนี้ ใครเป็นคนคิด"

ทีมงานก็ตอบกลับไปว่า "My King"

อีเมลทุกฉบับตอบกลับมา ยาวบ้าง สั้นบ้าง แต่มีใจความเหมือนกันว่า
"Genius"
2.) ชาวบ้านบริเวณนั้นไม่เคยประสบปัญหาน้ำแล้งอีกเลย เนื่องจากมีน้ำที่กักเก็บใต้ดิน และน้ำที่เซาะตามร่องหินทำให้ดินชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา

ในหลวงทรงคิดได้เมื่อ 30 ปีที่แล้ว แต่ไม่มีใครยอมทำให้พระองค์ท่าน
......................................
ยิ่งทราบพระราชประวัติการทรงงานของพระองค์ ในหลวงในพระบรมโกศ แล้ว สุดจะคณนานับได้ว่า ประเทศเทศไทยสูญเสีย
ใหญ่หลวงขนาดไหนนะครับ

ความคิดเห็นที่ 3 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สาครงค์ วันที่ : 29/10/2016 เวลา : 23.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sinchaij

ช่วงนี้ดีจริง ๆ ครับ ได้รับรู้พระราชประวัติ และได้ความรู้เพิ่มเติมอีกมากมายเลย

ความคิดเห็นที่ 2 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลำชานบ้านบู วันที่ : 29/10/2016 เวลา : 21.13 น.

สวัสดีครับ
KING OF THE KING

ความคิดเห็นที่ 1 สิงห์นอกระบบ , ลำชานบ้านบู ถูกใจสิ่งนี้ (2)
nitimada วันที่ : 29/10/2016 เวลา : 19.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nitimada
jj-ntmd

ราคาที่ญี่ปุ่นเสนอมาคือ 2000 ล้านบาท แต่ของในหลวงสร้างใช้เพียง 13.5 ล้านบาท

"คนไทยพูดไม่เชื่อ ต้องให้ ต่างชาติมาบอก" คำพูดตัดพ้อที่ทำให้ต้อง 'ฉุกคิด'

เรื่องของ 'นวัตกรรม' คนไทย ทำได้ ในหลวงท่าน 'พิสูจน์' มาแล้วทั้งชีวิต

พระอัจฉริยภาพอันมิมีสิ่งใดมาบดบังได้ค่ะ คุณสิงห์

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน