• สิงห์นอกระบบ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 1224
  • จำนวนผู้ชม : 2508974
  • จำนวนผู้โหวต : 979
  • ส่ง msg :
  • โหวต 979 คน

<< พฤษภาคม 2017 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 20 พฤษภาคม 2560
Posted by สิงห์นอกระบบ , ผู้อ่าน : 245 , 08:28:48 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน สุรศักดิ์ , แม่มดเดือนMarch และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ The Evangelical School Berlin Centre

"โรงเรียนที่กำลังมาแรงที่สุดในเยอรมันนี"

วันนี้มีเรื่องราวดีๆ ที่ช่วยเปิดโลกทัศน์ผมเรื่องการศึกษามาเล่าสู่กันฟังครับ

ใครภาษาอังกฤษแข็งแรงขอเชิญอ่านได้ที่เว็บของ The Guardian ได้เลยนะครับ No grades, no timetable: Berlin school turns teaching upside down

https://www.theguardian.com/world/2016/jul/01/no-grades-no-timetable-berlin-school-turns-teaching-upside-down

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

แอนทอน โอเบอร์แลนเดอร์เป็นนักพูดโน้มน้าวที่ลีลาเหลือร้าย

เมื่อปีที่แล้วเขากับเพื่อนๆ จะไปเที่ยวที่เมืองคอร์นวอลล์ ประเทศอังกฤษ แต่ปรากฎว่ามีเงินไม่พอซื้อตั๋วรถไฟ แอนทอนจึงใช้วาทศิลป์ต่อรองกับเจ้าหน้าที่ทางรถไฟจนได้ตั๋วฟรี – เพียงพอที่จะให้ทุกคนในกลุ่มได้เดินทางไปคอร์นวอลล์ด้วยกัน

ฝ่ายบริหารของทางรถไฟประทับใจในตัวแอนทอนมากจนต้องเชิญแอนทอนมาพูดสร้างแรงบันดาลใจให้กับเจ้าหน้าที่ 200 คนของการรถไฟ

อ้อ ลืมบอกไปอีกอย่าง แอนทอนคนนี้อายุแค่ 14 ขวบเท่านั้น

ความมั่นใจของแอนทอนมาจากโรงเรียนที่กำลังปฏิวัติการเรียนการสอนในเยอรมันนีครับ

ที่โรงเรียนแห่งนี้ จะไม่มีการคิดเกรดให้นักเรียนจนกว่าเด็กจะอายุครบ 15 ปี

ไม่มีตารางสอน

และไม่มีการสอนแบบครูออกไปพูดหน้าห้องด้วย

นักเรียนจะตัดสินใจเองว่า แต่ละวันคาบจะเรียนวิชาอะไร

และอยากจะสอบตอนไหน!

วิชาบังคับมีแค่สี่วิชาคือ เลข เยอรมัน อังกฤษ และสังคมศึกษา นอกจากนั้นก็มีวิชาอื่นๆ ที่ชื่อไม่คุ้นหูอย่างวิชา "ความรับผิดชอบ" (responsibility) และวิชา "ความท้าทาย" (challenge)

ในวิชาความท้าทายนั้น นักเรียนที่อายุระหว่าง 12-14 ปีจะได้เงินคนละ 150 ยูโร (ประมาณ 6,000 บาท) เพื่อออกไปผจญภัยโดยต้องวางแผนเองทั้งหมด

แอนทอนกับเหล่าเพื่อนตัดสินใจจะไปเดินป่า (trekking) ในคอร์นวอลล์ ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ทิศใต้สุดของประเทศอังกฤษ (จึงเป็นที่มาของการเจรจาขอตั๋วฟรีนั่นเอง)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ The Evangelical School Berlin Centre

ปรัชญาในการทำโรงเรียนรูปแบบใหม่นี้ก็คือ – เมื่อตลาดแรงงานมีความต้องการที่เปลี่ยนไป และอินเตอร์เน็ตกับมือถือก็เข้ามาเปลี่ยนแปลงการรับรู้ข้อมูลของเด็กรุ่นใหม่ ทักษะที่สำคัญที่สุดที่โรงเรียนจะมอบให้กับเด็กได้คือความสามารถในการกระตุ้นและผลักดันตัวเอง (the most important skill a school can pass down to its students is the ability to motivate themselves)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ anton Oberländer The Evangelical School Berlin Centre

มาเกร็ต แรสเฟลด์ อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนนี้บอกว่า "คุณลองดูเด็กสามสี่ขวบสิ เด็กพวกนี้มีความมั่นใจจะตาย แต่ละคนล้วนแต่กระตือรือล้นที่จะไปโรงเรียน แต่สุดท้ายระบบการศึกษาของเราก็ทำให้เด็กเหล่านี้ค่อยๆ สูญเสียความมั่นใจไปเกือบหมด"

โรงเรียนของแอนทอนที่มีมาเกร็ตเป็นอาจารย์ใหญ่มีชื่อว่า The Evangelical School Berlin Centre (ESBC)

มาเกร็ตบอกว่าพันธกิจของโรงเรียนหัวก้าวหน้าก็คือการเตรียมพร้อมให้คนหนุ่มสาวสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ และจะยิ่งดีไปกว่านั้นก็คือทำให้คนหนุ่มสาวต้อนรับและนำพาความเปลี่ยนแปลง

"ในศตรรษที่ 21 หน้าที่ของโรงเรียนคือการสร้างคนที่มีบุคลิกภาพที่เข้มแข็ง" (In the 21st century, schools should see it as their job to develop strong personalities.) อาจารย์มาเกร็ตบอก

การเรียนการสอนแบบเก่าคือการบังคับให้นักเรียนนั่งฟังอาจารย์ทั้งชั่วโมง และลงโทษนักเรียนที่รวมหัวกันทำการบ้าน (เพราะมองว่าเป็นการลอก) แต่วิธีการเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับการทำงานปัจจุบันที่จำเป็นต้องมีการปรึกษาหารือและช่วยกันแก้ไขปัญหาโดยที่ไม่มีใครมาบอกว่าต้องทำอะไร

มาเกร็ตบอกว่า วิธีกระตุ้นเด็กที่ดีที่สุดคือปล่อยให้พวกเขาค้นพบประโยชน์จากวิชาที่เขาเรียนด้วยตัวเอง

นักเรียนที่ ESBC จึงได้รับโอกาสที่จะคิดวิธีทดสอบความรู้ที่เรียนมาได้ด้วยตนเอง เช่นแทนที่จะมานั่งทำข้อสอบ ก็อาจจะลองเขียนโปรแกรมสร้างเกมคอมพิวเตอร์ขึ้นมาแทน หรืออย่างเด็กชายแอนทอนก็บอกว่า ในช่วงสามสัปดาห์ที่เขาไปเดินป่าในคอร์นวอลล์ เขาได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษมากกว่าที่เรียนในโรงเรียนมาตลอดหลายปีเสียอีก

แม้ว่าโรงเรียนนี้จะเป็นโรงเรียนหัวสมัยใหม่ แต่ก็บังคับใช้กฎระเบียบอย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกัน นักเรียนที่ไม่ตั้งใจเรียนจะโดนลงโทษให้มาเข้าเรียนหนังสือเช้าวันเสาร์เป็นการชดเชย

"ยิ่งมีอิสรภาพมากเท่าไหร่ เรายิ่งต้องมีโครงสร้างที่ชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น" ("The more freedom you have, the more structure you need," says Rasfeld.)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ The Evangelical School Berlin Centre

ที่โรงเรียน ESBC กำลังเป็นโรงเรียนที่มาแรงที่สุดในเยอรมันนีก็เพราะว่าผลิตเด็กออกมาได้มีคุณภาพมาก โดยเกรดเฉลี่ยของนักเรียนที่จบม.ปลายจากโรงเรียนนี้คือ 3.0 (เหมือนได้ B ทุกวิชา) ทั้งๆ ที่ก่อนจะมาเข้าโรงเรียนนี้เด็กเกือบครึ่งถูกมองว่าไม่น่าจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ด้วยซ้ำ

ESBC เปิดขึ้นเมื่อปี 2007 และมีนักเรียนแค่ 16 คน แต่ปี 2016 มีนักเรียนเต็มความจุถึง 500 คนและมีนักเรียนที่มาลงชื่อเข้าคิวยาวเป็นหางว่าว

ความสำเร็จของ ESBC ทำให้เริ่มมีเสียงเรียกร้องให้เอาการเรียนการสอนแบบนี้ไปลองใช้กับโรงเรียนทั้งประเทศดูบ้าง

น้กการศึกษาบางคนมองว่าอาจจะไม่ง่ายขนาดนั้นเพราะว่าการที่ ESBC อยู่ในเมืองเบอร์ลินอาจทำให้โรงเรียนสามารถคัดแต่เด็กคุณภาพที่ครอบครัวฐานะดี

แต่ครูใหญ่มาเกร็ตบอกว่านั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะว่านักเรียนที่โรงเรียนนี้มีความหลากหลายมาก แม้ว่าชื่อโรงเรียนจะบอกว่าเป็นโรงเรียนคริสเตียนแต่เด็กเพียงแค่ 1 ใน 3 เท่านั้นที่นับถือคริสต์ มีเด็กถึง 30% ที่ครอบครัวอพยพมาจากประเทศอื่น และมีเด็ก 7% ที่มาจากครอบครัวที่ไม่พูดภาษาเยอรมันที่บ้านเลย

แม้ ESBC จะเป็นโรงเรียนเอกชน แต่ค่าเทอมก็ไม่แพงจนเกินไป คืออยู่ที่ 30,000 – 250,000 บาทต่อปี (ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไม range ถึงกว้างนัก)

Students at the Evangelical School Berlin Centre.

มาเกร็ตบอกว่า สิ่งที่ยากกว่าการปรับตัวของนักเรียน คือการหาครูที่พร้อมจะปรับตัวเองเพื่อให้เข้ากับการเรียนการสอนแบบใหม่

มาเกร็ตในวัย 65 ปีที่กำลังจะเกษียนในเดือนนี้บอกว่า เธอได้สร้าง Education Innovation Lab เพื่อสร้างสื่อการเรียนการสอนสไตล์ ESBC ที่โรงเรียนอื่นๆ สามารถนำไปใช้ได้ และตอนนี้ก็มีโรงเรียนกว่า 40 โรงเรียนที่สนใจเข้าร่วมแล้ว

"สำหรับเรื่องการศึกษา วิธีเดียวที่คุณจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้คือจากล่างขึ้นบน เพราะกระทรวงศึกษาก็เหมือนเรือขนส่งน้ำมันที่อุ้ยอ้ายและกว่าจะกลับหัวได้ก็ใช้เวลาชาติเศษ สิ่งที่เราต้องการคือเรือสปีดโบ๊ทหลายๆ ลำที่จะโชว์ให้คนอื่นเห็นว่าเราสามารถทำการศึกษาให้ต่างไปจากเดิมได้"

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะไปเข้าหูเข้าตาคนที่อยู่ในวงการการศึกษาของเมืองไทย ด้วยหวังใจว่าเขาจะเอาแนวความคิดของคุณครูมาเกร็ตนี้ไปต่อยอดและประยุกต์ใช้กับบ้านเราได้ครับ

ขอบคุณ ANONTAWONG MARUKPITAK และ www.theguardian.com

 

กับนักศึกษาญี่ปุ่นหน้า Youth Hostel นคร Hamburg เยอรมนี

 

ลูกชายขอ Backpack ไปเชียงใหม่กับเพื่อน

 

ซึ่งผมไม่ขัดข้อง ตอนผมอายุยี่สิบสามยี่สิบสี่

 

เคย Backpack ไปยุโรปคนเดียวยี่สิบกว่าวัน

 

พบเจอนักศึกษาญี่ปุ่น Backpack ในยุโรปเยอะมาก

 

ขอสนับสนุนให้เด็กไทยได้มีโอกาส

 

ได้ใช้ชีวิตออกผจญภัยในโลกกว้างครับ

 


เรื่องที่มีผู้อ่านสูงสุด จาก NationTV



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 สุรศักดิ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 21/05/2017 เวลา : 06.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ขอบคุณทุกความคิดเห็นครับ

พี่แม่หมี : เห็นด้วยที่ว่า เด็กไทยยังไม่มีวุฒิภาวะและมีความมั่นใจสูงมากพอ ด้วยทุกวันนี้ปัญหาสำคัญคือ ติดเกมส์และสื่อโซเชี่ยลครับ

พี่ยั้งคิด : ใช่ครับ

พี่แม่มดฯ : โรงเรียนรัฐบ้านเรา โดยเฉพาะโรงเรียนเล็กเล็กค่อนข้างจะขาดแคลน ไม่มีการแยกห้องคัดเด็กเก่งหรือไม่เก่ง เห็นด้วยครับ

คุณFeb : นั้นสิครับ

พี่สุรศักดิ์ : จริงครับ และต้องทำครับ

ความคิดเห็นที่ 6 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สุรศักดิ์ วันที่ : 20/05/2017 เวลา : 22.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ได้ที่นี่เลย "การจะเป็นยอดคนได้นั้น...ต้องรู้จักอ่อน(น้อม) !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบน

น่าสนใจมากครับ โรงเรียนในเยอรมนีแห่งนี้
กระทรวงศึกษาฯ น่าจะนำส่วนดีของเขามาประยุกต์ใช้
กับโรงเรียนในไทยบ้าง โดยต้องพิจารณา
ความเหมาะสมกับสังคมไทยด้วย

ความคิดเห็นที่ 5 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 20/05/2017 เวลา : 10.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

พี่แม่มดเข้าไปอ่านรายละเอียดใน website ภาคภาษาเยอรมันของโรงเรียน เกรดเฉลี่ยของชั้นมัธยมปลายเมื่อจบการศึกษาปีล่าสุดคือ ๒.๐๘ ซึ่งเรียกว่าอยู่ในเกณฑ์ดีทีเดียวค่ะ
ที่ว่าเบอร์ลินเป็นรัฐที่ยากจนทั้งๆที่เป็นเมืองหลวงนั้น เราต้องไม่เอาเบอร์ลินไปเปรียบเทียบกับกรุงเทพฯ ลอนดอน หรือปารีสซึ่งมีระบบการโยงอำนาจทุกด้านเข้าสู่ศูนย์กลางอย่างรุนแรง
เยอรมนีมีระบอบการปกครองแบบสาธารณะรัฐ แต่ละรัฐเป็นส่วนหนึ่งของประเทศก็จริงแต่ก็มีระบอบการปกครอง เศรษฐกิจ การเมืองและกฎหมายเป็นของตนเองด้วย
เบอร์ลินมีสถานะเป็นทั้งรัฐในตนเองและเป็นเมืองหลวงของประเทศ เป็นที่ตั้งของรัฐบาลแต่ในทางเศรษฐกิจ เบอร์ลินเล็กมาก แทบจะเลี้ยงตัวเองไม่ได้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
february26 วันที่ : 20/05/2017 เวลา : 09.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
  The twenty-six of February 

เห็นด้วยกับคุณแม่หมีครับ

ต้องเริ่มจาก ครอบครัว** การพัฒนาด้านจิตใจ ความรับผิดชอบ และอีกมากมาย คงอีกหลายรุ่นเชียวครับ กว่าเราจะไปถึงจุดนั้น

** แต่ทุกอย่างมีทั้งข้อดีและข้อเสีย

ขอบคุณครับ พี่สิงห์

ความคิดเห็นที่ 3 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 20/05/2017 เวลา : 09.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

โรงเรียนเยอรมัน แม้แต่รร.รัฐบาลแบบดั้งเดิมก็เน้นให้เด็กมีเสรีภาพทางความคิดและพัฒนาตนเองไปในทิศทางที่เหมาะสมกับตนเองค่ะ
โรงเรียนนี้ต่อยอดจากปรัชญาการศึกษาพื้นฐานขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม บทความนี้เขียนโดยสื่ออังกฤษและดูเหมือนจะมีการสื่อความคลาดเคลื่อนอยู่บ้าง (หรือเปล่า) เพราะคะแนนตามระบบโรงเรียนเยอรมันคือ ๑-๖ คะแนน ๑ เป็นเกรดสูงสุด ดังนั้นเกรด ๓ จึงเป็นระดับคะแนนที่พอใช้ได้เท่านั้น

และเบอร์ลินเป็นรัฐที่ยากจนที่สุดรัฐหนึ่งของประเทศ แม้จะเป็นเมืองหลวงของประเทศ งบประมาณทางการศึกษาและสังคมของเบอร์ลินได้รับการเกื้อหนุนจากรัฐที่ร่ำรวยกว่าเช่น เฮสเซน บาวาเรีย
ครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่เบอร์ลิน
แต่เป็นความจริงที่ว่าเบอร์ลินและเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจเช่นแฟรงค์เฟิร์ต มิวนิคมีคนต่างชาติอยู่มาก เด็กต่างชาติทุกคนได้รับสิทธิ์ทางการศึกษาไม่ต่างจากเด็กเยอรมันค่ะ

สิ่งที่ดีมากๆอย่างหนึ่งในหลายๆอย่างคือระบบการศึกษาเยอรมันให้ความสำคัญสูงสุดกับ ๔ วิชานั่นคือ ภาษาเยอรมัน ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และสังคมศึกษาที่เน้นด้านประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ซึ่งรวมถึงในทางปฏิบัติด้วย เช่น นร.เยอรมันมีสิทธิ์เข้าร่วมการเคลื่อนไหวทางการเมือง เขาถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมค่ะ

การบ้านไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะต้องทำนะคะ ครูจะตัดสินจากพฤติกรรมและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนว่าใครจำเป็นต้องทำการบ้าน มากน้อยเพียงใด การบ้านคือการสนับสนุนการเรียน ไม่ใช่การทำโทษค่ะ

ความพร้อมที่แตกต่างกันของเด็กแต่ละคนเป็นสิ่งที่รร.เยอรมันให้ความสำคัญมาก นักเรียนที่เรียนอ่อนนั้น แค่ไม่ส่งการบ้าน ๓ วัน ครูก็มีจ.ม.ถึงผู้ปกครองแล้ว
ลูกชายเป็นเด็กที่อ่านหนังสือได้เร็วเป็น ๔ เท่าของเพื่อนร่วมชั้น ในขณะที่เพื่อนอ่านงานในชั้น ลูกชายได้รับอนุญาตให้นำหนังสือส่วนตัวไปนั่งอ่านเงียบๆขณะรอเพื่อนได้

ในขณะเดียวกัน โรงเรียนเยอรมันจะไม่แบ่งห้องเรียนเป็นห้องเด็กเรียนเก่ง เด็กเรียนอ่อน หลักการคือ มนุษย์แต่ละคนมีศักยภาพที่พัฒนาได้ในทิศทางที่เหมาะสมต่อปัจเจกบุคคล เราต่างต้องยอมรับและสามารถอยู่ร่วมกับคนที่มีความคิดและความสามารถแตกต่างจากเราได้

โรงเรียนเยอรมันเข้มงวดในสิ่งที่มีเหตุผลค่ะเช่น ทันทีที่นักเรียนก้าวเท้าเข้าเขตโรงเรียน โทรศัพท์มือถือจะต้องถูกปิดการใช้งานทุกระบบ
แม้แต่ในโรงเรียนรัฐบาลธรรมดาที่ลูกชายเรียน ก็มีรายละเอียดมากมายเกี่ยวกับระบบการศึกษาที่นั่นซึ่งแตกต่างจากบ้านเราค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 20/05/2017 เวลา : 09.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ก่อนเดินทางก็ติวกันหน่อยก่อน

ความคิดเห็นที่ 1 สิงห์นอกระบบ , february26 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่หมี from mobile วันที่ : 20/05/2017 เวลา : 09.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

น่าสนใจมากค่ะ เด็กจะได้ไม่ถูกตีกรอบ ชอบวิชา ชอบวิชา ความรับผิดชอบและท้าทาย ค่ะ แต่การจะจัดกระบวนการเรียนการสอนแบบนี้ได้ ครูต้องมีความเชี่ยวชาญและสามารถจะดูแลให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมาย ถ้าครูไม่เก่งมันจะกลายเป็นสะเปะสะปะไป แต่เห็นด้วยถ้าเราจะทำได้แบบนี้บ้าง
อาจจะไม่ต้องทำตามเขาหมด แต่เราเอามาปรับใช้ได้
ต้องยอมรับว่า เด็กไทยของเรายังไม่มีวุฒิภาวะและมีความมั่นใจสูงมากพอ นั่นหมายถึงครอบครัวต้องเลี้ยงดูลูกหลานให้พร้อมที่จะเข้าไปสู่หลักสูตรแบบนี้ด้วย คงต้องเริ่มจากที่บ้าน ที่จะสอนให้เขามีความรับผิดชอบและดูแลตัวเองได้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน