• สิงห์นอกระบบ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 1314
  • จำนวนผู้ชม : 2636573
  • จำนวนผู้โหวต : 988
  • ส่ง msg :
  • โหวต 988 คน
<< สิงหาคม 2017 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 12 สิงหาคม 2560
Posted by สิงห์นอกระบบ , ผู้อ่าน : 896 , 23:57:50 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน สุรศักดิ์ , february26 และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

จากEntry 'นโยบายนี้ เพื่อใคร?' ของคุณครูชบาตานี คุณครูหญิงเหล็กแดนใต้ ทำให้นึกถึงบทความของคุณหนุ่มเมืองจันท์ ที่ผู้ถึงแนวคิดของสองหนุ่มเจ้าของโรงเรียนกวดวิชาออนดีมานด์ ซึ่งศึกษาปัญหาการเรียนรู้ของเด็กไทยโดยทดลองหาทางถ่ายทอดความรู้ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดและเข้าได้กับบริบทของเด็กไทยโดยรวม ทำให้โรงเรียนกวดวิชาออนดีมานด์ประสบความสำเร็จอย่างสูง หนุ่มเมืองจันท์ : เต๋อ กับ โหน่ง ที่มา มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 14 - 20 กรกฎาคม 2560 คอลัมน์ ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ
ผู้เขียน หนุ่มเมืองจันท์
เผยแพร่ วันพุธที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ.2560
วันก่อน ผมเพิ่งสัมภาษณ์ เต๋อ สาธร อุพันวัน เขาเป็นหนึ่งในเจ้าของโรงเรียนกวดวิชา ออนดีมานด์ ครับ เหตุผลที่สัมภาษณ์ เต๋อ เพราะ ออนดีมานด์ เป็นสถาบันกวดวิชาที่มีคนเรียนมากที่สุดและนักเรียนสามารถสอบติดคณะดังๆ มากมาย เพราะที่น่าสนใจมากกว่าก็คือชีวิตและวิธีคิดของ เต๋อ ออนดีมานด์ เกิดขึ้นจากเพื่อนรัก 2 คนครับ เต๋อ และ โหน่ง ทั้งคู่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เป็นนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบฯ จนมาเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วยกัน สนิทกันมาก รักกันมาก ตอนเรียนอยู่สวนกุหลาบฯ เต๋อ กับ โหน่ง อยู่ชมรมคณะคณิตศาสตร์ของโรงเรียน วันหนึ่ง รุ่นพี่ที่กำลังจะจบ มาบอกให้น้องๆ หาคนขึ้นมาเป็นประธานชมรม บอกครั้งแรกก็เงียบ ครั้งที่สองก็นิ่ง จนครั้งสุดท้าย พี่ๆ เริ่มระเบิดอารมณ์ใส่น้องๆ ให้เวลา 5 นาทีเพื่อตัดสินใจว่าใครจะเป็นประธานชมรมคณิตศาสตร์คนต่อไป ครบ 5 นาที รุ่นพี่เดินเข้ามา เต๋อ ตัดสินใจยกมือ ตกลงเต๋อเป็นประธานชมรมใช่ไหม รุ่นพี่ยิ้ม เปล่าครับ เต๋อลุกขึ้นชี้แจง คือ มีเพื่อนผมคนหนึ่งเหมาะสมมาก แต่วันนี้เขาป่วย ไม่ได้มา แล้ว เต๋อ ก็เสนอชื่อเพื่อนคนนั้นให้เป็นประธานชมรม ครับ เพื่อนคนนั้นก็คือ โหน่ง สุธี อัสววิมล วันรุ่งขึ้น เมื่อ โหน่ง มาโรงเรียน เขาก็กลายเป็นประธานชมรมคณิตศาสตร์ เรียบโร้ยโรงเรียน เต๋อ แต่ เต๋อ ก็ไม่ได้ทิ้งเพื่อน เขาช่วยเพื่อนอยู่เบื้องหลังจนเรียนจบ นายสุธี อัสววิมล สุธี อัสววิมล หรือพี่โหน่ง เจ้าของกวดวิชาออนดีมานด์ ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ สาธร อุพันวัน (พี่เต๋อ) สาธร อุพันวัน หรือพี่เต๋อเจ้าของกวดวิชาออนดีมานด์ หลังจากเรียนจบวิดวะ เต๋อ ไปทำงานซีพี ส่วน โหน่ง ทำงานที่ เอสซีจี คุมโรงงานอยู่ที่สระแก้ว ในโรงงานมีคนงานจำนวนมาก แต่มีปัญหาว่ามีคนงาน 200-300 คนอ่านหนังสือไม่ออก โหน่ง คิดจะพัฒนาโรงงานให้เป็นระบบก็ต้องทำคู่มือ แต่มีปัญหาเพราะคนงานอ่านคู่มือไม่ได้ ตอนสมัยเรียน โหน่ง เคยเป็นติวเตอร์เพื่อหาเงินเรียน เขาจึงตัดสินใจทำโรงเรียนในโรงงานสอนหนังสือให้คนงาน สิ่งที่เขาประทับใจที่สุดก็คือ มีป้าคนหนึ่งเดินมาขอบคุณ ป้าบอกว่าตอนนี้เธอขี่มอเตอร์ไซค์ไปตลาด ดูป้ายต่างๆ อย่างมีความสุขมาก เพราะสมัยก่อนอ่านไม่ออก แต่ตอนนี้อ่านออกแล้ว เพียงประโยคเดียวของป้าทำให้ โหน่ง เกิดความคิดใหม่ขึ้นมา สินค้าที่ผลิตจากโรงงานพักหนึ่งก็เสื่อมค่า แต่มีสินค้าตัวหนึ่งที่ไม่เคยเสื่อมค่า และสามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้ นั่นคือ การศึกษา โหน่ง นำเรื่องนี้มาคุยกับ เต๋อ เพื่อนรักของเขา เขาอยากทำสถาบันกวดวิชาในรูปแบบใหม่ พยายามชวน เต๋อ หลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ เพราะ เต๋อ ไม่ชอบโรงเรียนกวดวิชา เล่าปี่ไปเชิญขงเบ้ง 3 ครั้ง แต่ผมชวนเต๋อตั้ง 15 ครั้ง ในที่สุด เต๋อ ก็ตกลง เต๋อ บอกว่าที่ตัดสินใจทำโรงเรียนกวดวิชา ออนดีมานด์ เพราะคำพูดของ โหน่ง ประโยคเดียวตอนที่ถกกันเรื่องปัญหาของระบบการศึกษาไทย งั้นเรามาทำกระทรวงศึกษาภาคเอกชนกันเถอะ นั่นคือที่มาของโรงเรียนกวดวิชา ออนดีมานด์ เต๋อ กับ โหน่ง ปรับระบบการเรียนการสอนใหม่ เพราะเห็นจุดอ่อนของระบบเก่าที่ดูจอโทรทัศน์ ถ้าเผลอคุยกับเพื่อน หรือไม่มีสมาธิแค่ไม่กี่นาทีก็จะตามไม่ทัน
เขานำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ นักเรียนสามารถดูย้อนหลังได้ถ้าไม่เข้าใจ จะมาเรียนตอนไหนก็ได้ ตอนนั้นพัฒนาถึงขั้นเรียนที่บ้านก็ได้ เรียนไป ทำบททดสอบไป วิธีการนี้ทำให้รู้ว่าใครเข้าใจหรือไม่เข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจตรงไหน นักเรียนก็สามารถถ่ายรูปข้อความที่สงสัยแล้วส่งเข้ามาในระบบ ทีมงานที่อยู่เบื้องหลังประมาณ 100 คนจะ เคลียร์ ให้ภายใน 24 ชั่วโมง ด้วยระบบการเรียนการสอนที่ทันสมัย และโดนใจ ออนดีมานด์ ก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้มีอยู่ 49 สาขาทั่วประเทศ แต่ ความคิด เรื่อง กระทรวงศึกษาภาคเอกชน ยังคงอยู่ วันหนึ่ง เต๋อ ไปที่วัดสวนดอก เชียงใหม่ เขาเห็นโรงเรียนที่มีเณรจำนวนมากเรียนอยู่ เณรกลุ่มนี้คือเด็กชาวเขาที่วัดสวนดอกรับมาบวชเป็นเณรเพื่อให้ได้เรียนในโรงเรียนนี้ ความคิดที่อยู่ในใจของเขามานานเริ่มเป็นรูปร่างขึ้น ตอนนี้เขามีความพร้อมทั้งเรื่องระบบการสอน และเงินทุน แต่การเรียนในโรงเรียนจริง แตกต่างจากโรงเรียนกวดวิชา เขาจึงตัดสินใจทำวิจัยที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งที่สุพรรณบุรี เป็นโรงเรียนของเพื่อน ทดลองอยู่ 2 ปีจนระบบเข้าที่ ใช้เงินจากธุรกิจกวดวิชาลงทุนกับการวิจัยครั้งนี้เป็นหลักสิบล้านบาท แต่ผลที่เกิดขึ้นคุ้มค่ามาก นักเรียนในโรงเรียนนั้นที่เคยสอบโอเน็ต เอเน็ตได้อันดับท้ายๆ ของจังหวัด ผ่านไป 2 ปี สอบได้อันดับที่ 1 ระบบใหม่นี้ช่วยให้ครูสอนง่ายขึ้น เริ่มต้นจากการเกริ่นเรื่องที่จะสอนประมาณ 10 นาที จากนั้นให้นักเรียนเรียนจากคอมพิวเตอร์ เนื้อหาที่เรียนจะมีการออกแบบให้เหมาะกับเด็กแต่ละกลุ่ม ถ้าตรงไหนเด็กไม่เข้าใจ ยกมือขึ้น ครูก็จะเข้าไปอธิบาย มีการทดสอบแฝงอยู่ระหว่างเรียน ทำให้ไม่ต้องกลับไปทำการบ้านอีก ตอนท้ายชั่วโมงครูค่อยมาสรุปบทเรียนอีกครั้งประมาณ 10 นาที คอมพิวเตอร์จะตรวจการบ้านให้ครู ครูก็จะรู้ว่านักเรียนคนไหนไม่เข้าใจ แก้ไขได้ทันที เขาก็เริ่มนำระบบดังกล่าวไปลงที่โรงเรียนต่างๆ มีโรงเรียนบางแห่งซื้อระบบไปลง ภาคเอกชนรายใหญ่เป็น ผู้ใหญ่ใจดี เอาระบบไปลงตามโรงเรียนที่ด้อยโอกาส และ เต๋อ กับ โหน่ง นำรายได้ 15% นำระบบนี้ไปลงให้โรงเรียนต่างๆ ในชนบทฟรี ตอนนี้ประมาณ 120 โรงเรียนแล้ว สถิติผลการสอบของนักเรียนที่ดีขึ้นผิดหูผิดตา ชนะนักเรียนในเมืองได้ ทำให้เขาค้นพบว่าแท้จริงแล้ว เด็กชนบท ไม่ได้ โง่ เพียงแต่เขาขาด โอกาส เท่านั้นเอง โครงการนี้ของเขาได้รางวัล โซเชียล เอ็นเตอร์ไพรส์ ของเมืองไทยปี 2557 และในปี 2558 ได้รางวัลชนะเลิศระดับทวีป โซเชียล เวนเจอร์ ชาลเลนจ์ เอเชีย 2015 ทุกวันนี้ผมไม่เคยคิดว่ากำลังทำโรงเรียนกวดวิชาอยู่ แต่คิดว่าผมกำลังทำกระทรวงศึกษาภาคเอกชน และเขายังทำต่อไป ตอนที่สัมภาษณ์ เต๋อ ทาง เฟซบุ๊กไลฟ์ มีคนหนึ่งเขียนข้อความเข้ามาว่า อยากให้ลุงตู่แต่งตั้งเต๋อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พอผมอ่านให้เขาฟัง เต๋อ รีบยกมือขึ้น ผมมีเพื่อนคนหนึ่งครับที่เหมาะสมมาก แต่วันนี้เขาไม่ได้มา ครับ คงไม่ต้องทายใช่ไหมครับ ชื่อที่เขาเสนอเป็นใคร เพื่อนคนนั้นชื่อ โหน่ง ครับ ขอบคุณ คุณหนุ่มเมืองจันท์ (facebook.com/boycitychanFC) มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 14 - 20 กรกฎาคม 2560 ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ออนดีมานด์ และบทความที่น่าสนใจยิ่งที่พี่โหน่งกล่าวถึงการปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปการศึกษาจากภายนอกสู่ภายใน (1) สุธี อัสววิมล จากธุรกิจกวดวิชา พัฒนามาตรฐานสู่กระทรวงศึกษาเอกชนเพื่อสร้าง ไทยโมเดล ไทยพับลิก้าได้เคยนำเสนอการปรับตัวของกวดวิชา และแนวทางการแก้ปัญหาการศึกษาไทยของเลิร์นเอ็ดดูเคชั่นไปแล้ว ซึ่งในมุมที่กวดวิชาเป็นภาพเทาๆ ในสายตาของใครหลายคน แต่ผู้ปกครองและเด็กๆ อีกจำนวนมากยังคงพึ่งพากวดวิชา เนื่องจากมาตรฐานและระบบการศึกษาไทย การสอบเข้าเพื่อเรียนต่อใช้คะแนนเป็นตัวชี้วัดด้วยวิธีการ ติ๊กให้ถูก ซึ่งข้อสอบที่ออกมักไปไกลกว่าความรู้ในห้องเรียน ทำให้เด็กๆ ต้องขวนขวายเรียนพิเศษ นายสุธี อัสววิมล หรือ พี่โหน่ง ผู้ก่อตั้งโรงเรียนกวดวิชาออนดีมานด์ พี่โหน่ง ผู้ก่อตั้งโรงเรียนกวดวิชาออนดีมานด์ จากธุรกิจกวดวิชา สู่กระทรวงศึกษาฯ เอกชน เราไม่ได้ทำกวดวิชา แต่เรากำลังทำกระทรวงศึกษาฯเอกชนนี่เป้าหมายนายสุธี อัสววิมล หรือ พี่โหน่ง ผู้ก่อตั้งโรงเรียนกวดวิชาออนดีมานด์ กำหนดไว้ ซึ่งเหตุที่ทำให้วิศวกรหนุ่มที่กำลังก้าวหน้าในหน้าที่การงานผันตัวเข้าสู่แวดวงการศึกษา มาจากความพยายามยกระดับมาตรฐานโรงงานที่ตนกำกับดูแลอยู่ ซึ่งผลพวงที่ตามมาทำให้รับรู้ว่าการศึกษาสามารถช่วยเหลือคนได้อย่างมาก เขาจึงเลือกลาออกเพื่อจะมาทำการสอนอย่างจริงจัง ระหว่างที่คุมโรงงาน ก็ต้องการยกมาตรฐานโรงงานให้ได้ ISO 9000 แต่ติดที่ว่าอัตราการอ่านออกเขียนได้ของพนักงานในโรงงานไม่ผ่านเกณฑ์ จึงได้ผลักดันให้มีการเปิด กศน. ขึ้นในโรงงาน ซึ่งช่วงแรกก็มีการต่อต้าน เพราะเขาไม่รู้ว่าเ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 13/08/2017 เวลา : 21.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ (ได้จากที่นี่เลย) "12 อันดับ เมืองที่มี ‘ต้นไม้’ เยอะที่สุดในโลก !!"  กรุณคลิกลิงก์บรรทัดบน

คนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ดี จะเข้าใจปัญหาการศึกษาของไทย
ในปัจจุบันมากกว่าคนรุ่นก่อน ที่ยึดถือนโยบายการศึกษา
ที่ล้าสมัย สั่งการจากระดับบนลงไปลูกเดียว โดยไม่ฟัง
จากผู้ปฏิบัติระดับล่างเลย

ผมเห็นว่า ควรปฏิรูปการศึกษาโดยเร่งด่วน ที่ตอบโจทย์
ได้ตรงเป้าประสงค์ โดยต้องอาศัยการวิจัยการศึกษานำ
และต่อยอดสิ่งที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น

ผมขอเน้นอีกครั้งว่า จะต้องนำการวิจัยการศึกษามาใช้
เป็นตัวนำในการบริหารการศึกษาของชาติครับ ไม่ใช่จาก
ผู้มีอำนาจระดับบนที่สั่งการ โดยไม่นำผลการวิจัยมาพิจารณา


นอกจากนี้ ควรหันไปมองประเทศอื่นที่เขาเด่นระดับโลกด้วย
ว่าเขาพัฒนาไปถึงไหนแล้ว เราควรพิจารณาว่าจะสามารถ
นำมาประยุกต์และต่อยอดได้หรือไม่ด้วยครับ จึงจะก้าวทันโลก

สองหนุ่มนี้ ถือเป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีแนวคิดดีมากทีเดียว
ที่นำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยมาใช้เพื่อให้การเรียนรู้
มีประสิทธิภาพมากที่สุด และมีแนวคิดที่ก้าวหน้าดีครับ
ขอชื่นชมรุ่นน้องสวนกุหลาบทั้งสองคนนี้ด้วยครับ และ
กระทรวงศึกษาฯ ควรรับฟังแนวคิดและวิธีการไปปรับใช้
และขยายผลด้วย

ความคิดเห็นที่ 3 february26 , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ชบาตานี วันที่ : 13/08/2017 เวลา : 06.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ขอบคุณเรื่องราวของเอ็นทรี่นี้ค่ะคณโย
อยากให้นักบริหารการศึกษาไทย ที่กำลังกุมอนาคตของเด็กไทยมาอ่าน และคิดตามค่ะ

“เด็กชนบท” ไม่ได้ “โง่” เพียงแต่เขาขาด “โอกาส” เท่านั้นเอง
นี่คือ เรื่องจริง

แต่ทุกวันที่ที่การศึกษากำลังดิ่งลงเหว มิใช่เพราะครูไม่ดี หรือ เด็กโง่
แต่เป็นเพราะนโยบายมากมาย สวยหรู ที่จับต้องไม่ได้นั่นมากกว่าค่ะ
ตราบใดที่นักบริหารการศึกษาที่บ้าคิด แต่ไม่บ้าลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง บวกกับความมุ่งมั่นและใส่ใจในการแก้ปัญหาการศึกษาจริงๆ เชื่อว่า การศึกษาไทยแก้ได้ไม่ยาก

เชื่อไหมคะ ว่าในหนึ่งสัปดาห์ไม่เคยมีครูอยู่ครบห้องเรียน เพราะต้องไปทำงานตามนโยบายเสียเกือบหมด
บางวัน เหลือครูอยู่แค่โรงเรียนละคนสองคน ในขณะที่มีเด็ก ๙ ชั้นเรียน
หากครูไม่ทิ้งห้องเรียน เพราะต้องไปอบรม สัมมนา หรือประชุมอะไรต่อมิอะไรตามนโยบาย ก็อาจจะมีความผิด ต้องชี้แจงเหตุผล ว่า ทำไม อย่างไร ถึงไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา

เศร้า สลด และหดหู่ค่ะ
หลายครั้งที่พี่ชบาจะลาออกจากระบบ แต่คิดที่สงสารเด็กน้อยตาดำๆ ที่คอยความหวังจากผู้ใหญ่ในสังคมแห่งนี้

ขอไว้อาลัยการความคิดของนักการศึกษาไทยในยุคนี้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 february26 , สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rattiya วันที่ : 13/08/2017 เวลา : 01.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

นับถือคุณเต๋อเเละคุณโหน่งค่ะ ที่มิใช่สอนกวดวิชาอย่างเดียว มีวิสัยทัศกว้างไกลมาก มีจิตวิญญานของครูแท้ๆเลยค่ะ
จะเห็นว่าสถาบันครอบครัวสำคัญมาก....มีผลต่อการศึกษาของเด็ก

ความคิดเห็นที่ 1 february26 , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
feng_shui วันที่ : 13/08/2017 เวลา : 00.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ตรงนี้ ถูกใจขะ...การปฏิรูปและการพัฒนา

ระบบการศึกษาไทยให้เด็กไทยมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาวิชาอย่างมีคุณภาพนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปได้

โดยต้องไม่ละทิ้งเรื่องของความดีงาม รวมถึงความรับผิดชอบที่ต้องมีต่อสังคมและชาติบ้านเมือง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน