*/
  • สิงห์นอกระบบ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 1359
  • จำนวนผู้ชม : 2676556
  • จำนวนผู้โหวต : 995
  • ส่ง msg :
  • โหวต 995 คน
<< ธันวาคม 2017 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 5 ธันวาคม 2560
Posted by สิงห์นอกระบบ , ผู้อ่าน : 934 , 21:57:48 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน ณัฐรดา , แม่หมี และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

Woman thanks veteran who bombed 'Bridge on the River Kwai'

วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ภาพ Clyde Saylor ลูกเรือของเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ B-24 ผู้ผ่านสงครามโลกครั้งที่สองได้มอบของขวัญเป็นเสื้อยืดทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่สอง 2 ตัวแก่ Marijke Tubbs ณ เมือง Lancaster มลรัฐ Pennsylvania โดย Tubbs เป็นนักโทษอยู่ในพื้นที่ที่ Saylor และลูกเรือทิ้งระเบิดในช่วงสงครามครั้งที่สอง 

Clyde Saylor ปล่อยให้จินตนาการของเขาล่องลอยไปและวาดวาดภาพสาวน้อยที่ยืนอยู่ในค่ายกักกัน 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ b-24

เครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ B-24 

เธอมองขึ้นไปบนเครื่องบินขนาดใหญ่เหนือศีรษะ ระเบิดถูกทิ้งลงมาและระเบิดสะพานเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย 

วันก่อนวันทหารผ่านศึกปีนี้ Saylor ได้รับโทรศัพท์จากเด็กหญิงคนนั้น ซึ่งตอนนี้อายุ 80 แล้ว เธอได้ชม Clyde Saylor เล่าถึงภารกิจการทิ้งระเบิดในสงครามโลกครั้งที่สองของเขาทางโทรทัศน์และอยากจะพบเขา เธอสามารถหยุดเพื่อพบกับเขาที่ เมือง Lancaster ระหว่างทางกลับจากวันขอบคุณพระเจ้าได้หรือไม่? 

เมื่อเธอมาถึง แล้ว Saylor ก็มีคำถามมากมาย 

ครอบครัวดัตช์ไปอยู่ที่พม่าหรือเมียนมาร์ในปัจจุบันได้อย่างไร? 

Marijke Tubbs ได้รับการดูแลอย่างไรในฐานะเด็กในค่ายเชลยศึก? 

แล้วเธอรอดชีวิตจากสงครามได้อย่างไร? 

Saylor, วัย 92 ปีกล่าวว่า “เมื่อคืนผมนอนแทบจะหลับ” และ “รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้พบกับเธอ” 

Saylor และ Tubbs เชื่อมโยงกันด้วยสงครามในยุคอื่นและในทวีปอื่น พวกเขาต่างเป็นคนแปลกหน้าสองคนที่เชื่อมโยงกันด้วยสะพานซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า เส้นทางสายมรณะ (The Death Railway) “มันเป็นเรื่องที่เกือบจะเป็นไปไม่ได้ที่เหลือเชื่อ” Saylor กล่าว 

เขาถูกเกณฑ์ทหารเข้าไปในกองทัพเมื่อปี พ.ศ. 2486 หลังจากสำเร็จการศึกษาในโรงเรียนมัธยมในเมืองแอลโตนา เขาได้รับการฝึกฝนเป็นนักบินใน B-24 และถูกส่งไปประจำการที่อินเดีย ที่นั่นเขาและทีมลูกเรือของเขาได้ทำการทิ้งระเบิดทางรถไฟและท่าเรือเพื่อห่วงตัดโซ่อุปทานของญี่ปุ่น

หนึ่งในเป้าหมายดังกล่าวคือ เส้นทางรถไฟไทย – พม่า ซึ่งวิศวกรคิดว่า จะต้องใช้เวลาถึงห้าปีในการสร้างทางรถไฟที่ต้องตัดผ่านภูเขาหินและสร้างสะพานสูงหลายร้อยแห่ง นักโทษเชลยศึกสามารถดำเนินการเสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 16 เดือนตามที่ (PBS: Public Broadcasting Service) กล่าว “โดยมีคนงานหลายหมื่นคนเสียชีวิตจากการสร้างทางรถไฟสายนี้”

เรื่องราวของหนึ่งในสะพานสำหรับทางรถไฟซึ่งได้กลายเป็นนวนิยายในที่สุด แล้วภาพยนตร์เรื่อง “สะพานข้ามแม่น้ำแคว” ภาพยนตร์ไม่ได้สร้างด้วยรายละเอียดที่ถูกต้อง เช่น สะพานถูกสร้างขึ้นเหนือแม่น้ำแม่กลอง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ bridge over the river kwai

Saylor กำลังรำลึกถึงสงคราม และลูกชายของเขา Jeff, Terry และ Sam กำลังหาภาพในยามสงครามตอนเช้าวันเสาร์เมื่อ Tubbs เข้ามาถึงประตู 

“ยินดีที่ได้พบคุณ” เธอกล่าว 

“เหมือนกับเรื่องไม่จริง” เขากล่าว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Clyde Saylor

พวกเขาปักหลักและเริ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน 

พ่อแม่ของ Tubbs เป็นผู้สอนศาสนา (Missionary) หรือเปล่า? Saylor ถาม 

ไม่ใช่ เธอบอกว่า ปู่ของเธอทำไร่ควินินบนเกาะชวา ซึ่งเป็นเกาะในหมู่เกาะอินเดียตะวันออกของดัตช์ ซึ่งตอนนี้คือ อินโดนีเซีย นั่นคือที่ที่ครอบครัว Tubbs เติบโต 

หลังจากที่ชาวญี่ปุ่นเข้ายึดหมู่เกาะอินเดียตะวันออกของดัตช์แล้ว บรรดาผู้ชายทั้งหลายรวมทั้งพ่อของเธอถูกนำตัวไปทำงานสร้างทางรถไฟ 

ปีต่อมา Tubbs อายุ 5 ขวบ Pauline น้องสาววัย 4 ขวบของเธอ และ Elisabet มารดาของพวกเขา ถูกนำตัวไปยังค่ายกักกันญี่ปุ่นที่เกาะชวา เกิดการขาดแคลนอาหาร และโรคภัยกลายเป็นเรื่องธรรมดา Pauline ป่วยด้วยโรคบิดจนเกือบตาย Tubbs เองก็ป่วยด้วยโรคมาลาเรียถึงสองครั้ง Tubbs เล่าว่าเด็ก ๆ ไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ไม่ดี แต่ฟันของแม่ของเธอก็หลุดไปหลายซี่ 

“ตอนนั้นคุณอายุเท่าไหร่?” เธอถาม 

Saylor อธิบายว่า ตอนอายุ 18 เขาและลูกเรือของเขามีภารกิจที่จะต้องใช้เวลาสามนาทีในการทิ้งระเบิดที่สะพานใหญ่ พวกเขาไม่ได้เห็นเครื่องบินนำทาง/ชี้เป้า จึงตัดสินใจที่จะบินลงไปเป้าหมายเอง 

เมื่อเครื่องบินบินโจมตีรอบสุดท้ายก็ถูกยิง และทำให้เครื่องดิ่งลงมา โชคดีที่พวกเขายังสามารถที่จะควบคุมเครื่องบินทิ้งระเบิดได้ และนำลงจอดได้อย่างปลอดภัย 

ฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดโจมตีสะพานเพื่อทำลายมันลง แล้วหลังจากนั้นพ่อของ Tubbs ถูกย้ายไปค่ายอื่น และในที่สุดก็พบกับครอบครัวของเขา

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ clyde saylor

“นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันรู้สึกขอบคุณสำหรับสิ่งที่พวกคุณทำ” Tubbs กล่าว “คุณสามารถช่วยชีวิตผู้คนไว้ได้เยอะมาก” 

เธอได้แสดงหนังสือเดินทางที่พ่อของเธอสามารถพาครอบครัวหนีไปออสเตรเลียได้ด้วยกันให้ Saylor แต่เมื่อเขาได้รับแล้ว ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ไปออสเตรเลียอีก 

เธอยังแสดงจดหมายจากพ่อของเธอ บัตรลงทะเบียนนักโทษของเธอ และหนังสือเล่มเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยข่าวสงครามทั่วโลกซึ่งถูกลงไปในค่าย 

“มันเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความหวัง” เธอกล่าว 

หลังจากที่พวกเขากลับมารวมตัวกัน Tubbs และครอบครัวของเธอย้ายกลับๆปอยู่ฮอลแลนด์ เธอได้พบกับสามีของเธอ Allen ในสเปน และตอนนี้พวกเขาอาศัยอยู่ที่ Rockwood, Pennsylvania, ซึ่งอยู่ใกล้กับ Somerset 

หลังจากสงคราม Saylor กลับมาถึง Altoona และปลดจากกองทัพในตำแหน่ง “จ่านายสิบ” และย้ายไปอยู่ที่เมือง Lancaster ใน ปีพ.ศ. 2506 เพื่อทำงานที่บริษัท Exide Technologies 

ตลอดมานี้เขาได้ร่วมเป็นกองเกียรติยศในงานศพของทหารผ่านศึกในพื้นที่นับร้อยราย 

Saylor ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Altoona ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเกี่ยวกับการรับราชการทหารของเขาและ Tubbs ได้ชมตอนที่เขาพูดถึงการทิ้งระเบิดสะพาน เมื่อเธอและสามี Allen ไปเที่ยวชม Oxford ในวันขอบคุณพระเจ้า จึงถือโอกาสแวะพบกับ Saylor ระหว่างทางกลับบ้าน 

เมื่อวันเสาร์พวกเขาพูดถึงอดีต และไม่ได้เป็นคนแปลกหน้าต่อกันอีกแล้ว 

“ฉันแค่อยากจะขอบคุณสำหรับสิ่งที่คุณทำ” เธอกล่าว 

“ผมดีใจที่ได้ทำในสิ่งที่ผมทำ” เขากล่าวตอบ 

ก่อนที่ Tubbs และสามีของเธอจะได้เดินทางต่อ ทั้งสองครอบครัวได้พูดคุยนัดหมายรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน และโต้กันเรื่องใครจะเป็นเจ้ามือ 

Saylor กล่าวว่าเขาหวังที่จะพบพวกเขา ในโอกาสหน้าที่พวกเขาขับรถผ่าน Lancaster อีก 

“ผมคิดว่า มันน่าทึ่งที่ได้เห็นคนที่มาจากจุดสิ้นสุดของเหตุการณ์” Sam ลูกชายของ Saylor กล่าวเสริม “และอีกหลายปีต่อมาพวกเขาก็ได้พบเจอกันอีก”

 

ขอบคุณ Associated Press และ Military.com

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 07/12/2017 เวลา : 08.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ขอบคุณทุกความคิดเห็นครับ

ความคิดเห็นที่ 2 แม่หมี , สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
TheSuphan วันที่ : 06/12/2017 เวลา : 11.20 น.
https://www.facebook.com/PeatJade

ความอัศจรรย์เกิดขึ้นได้เสมอ แม้ไม่บ่อยนัก ขอบคุณเรื่องราวครับ

ความคิดเห็นที่ 1 แม่หมี , สิงห์นอกระบบ และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
vinitvadee วันที่ : 06/12/2017 เวลา : 02.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

"โลกนี้กว้างใหญ่อนันต์
หลากเรื่องเกินตรึกนึกฝัน แต่ รำลึกได้" ค่ะ น้าสิงห์


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน