*/
  • สิงห์นอกระบบ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 1511
  • จำนวนผู้ชม : 2827606
  • จำนวนผู้โหวต : 1028
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1028 คน
<< เมษายน 2018 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 7 เมษายน 2561
Posted by สิงห์นอกระบบ , ผู้อ่าน : 789 , 19:39:29 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน สุรศักดิ์ , wullopp และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

เดิมนั้นอาณาจักรอยุธยาถูกปกครองในระบอบที่พระมหากษัตริย์มีอำนาจสูงสุด มีกรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางในการบริหารงานแผ่นดิน โดยพระมหากษัตริย์ก็จะส่งขุนนางไปดูแลยังเมืองเล็กๆ ต่างๆ การแบ่งการปกครองแบ่งเป็น 3 หัวเมืองคือ

หัวเมืองชั้นใน เป็นเมืองที่รอบล้อมเมืองหลวงไว้ทั้ง ๔ ด้าน ในการปกครองส่วนของหัวเมืองชั้นในก็จะมีการส่ง “ลูกหลวง“ ซึ่งก็คือโอรสหรือขุนนางไปดูแล แต่ว่าขุนนางที่ดูแลหัวเมืองชั้นในนั้นไม่ได้มียศเป็นเจ้าเมืองจึงไม่มีสิทธิ์สร้างกองทัพ ไม่มีสิทธิ์บรรชาการรบ โดยจะมีระยะเวลาในการปกครองได้เพียงแค่ ๓ ปีเท่านั้น หลังจากครบ ๓ ปีแล้วก็จะถูกเปลี่ยนการปกครองไปเรื่อยๆ โดยเมืองลูกหลวงหรือหัวเมืองชั้นในใช้เวลาในการเดินทางมาราชธานีได้ภายใน ๒ วัน 

หัวเมืองชั้นนอก เป็นเมืองใหญ่ที่อยู่ไกลออกไป พระมหากษัตริย์ก็จะส่งขุนเมืองไปดูแลซึ่งขุนเมืองจะทำหน้าที่เปรียบเสมือนเจ้าเมืองโดยขุนเมืองที่ได้ไปปกครองเมืองนั้นก็จะมีสิทธ์ในการตั้งกองทัพ มีสิทธิ์ในการบรรชาการรบ และประชาชนที่อยู่ในเมืองนั้นก็จะขึ้นกับเจ้าเมืองเมืองนั้น นอกจากนี้เมืองที่มีขนาดเล็กกว่าก็ต้องขึ้นกับเมืองที่มีขนาดใหญ่กว่า เปรียบได้กับพีรมิดที่ยอดแหลมสุดเป็นการปกครองโดยพระมหากษัตริย์ ต่อมาก็เป็นการปกครองของขุนเมืองในเมืองใหญ่ๆ หลายๆ เมือง และย่อยลงไปก็เป็นการปกครองของขุนนางที่มีหน้าที่ในการปกครองเมืองที่เล็กลงมาตามลำดับ 

เมืองประเทศราช เป็นเมืองต่างภาษาที่ได้มาจากการไปตียึดเมืองมาหรือบางเมืองก็มาขอขึ้นกับอาณาจักรเอง แต่เมืองประเทศราชจะมีสิทธิ์ในการปกครองเมืองตัวเอง แต่อย่างไรก็ตามเมืองประเทศราชก็ต้องส่งไพร่ผลหรือข้าวของเพื่อเป็นเครื่องราชบรรณาการ แต่บางครั้งประเทศราชก็ประกาศอิสรภาพทำให้พระมหากษัตริย์ต้องยกทัพออกไปตีเพื่อยึดเมืองคืนกลับมา

ซึ่งในตอนนั้นตรงกับสมัยของพระเจ้าบรมโกศ ซึ่งพระองค์ได้มีบุตรและธิดาหลายองค์ ทำให้เกิดการแย่งชิงกันในหมู่เครือญาติ โดยมีเจ้าฟ้าจากอัครมเหสีฝ่ายขวาและฝ่ายซ้าย ๓ พระองค์ นั่นก็คือ เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศ เจ้าฟ้าเอกทัศน์และเจ้าฟ้าอุทุมพร เจ้าฟ้าธรรมธิเบศถูกจับได้ว่าพระองค์ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ่งกับนางสนมของพระบิดา ทำให้เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศถูกต้องอาญาจนสิ้นพระชนม์ในที่สุด หลังจากนั้นเจ้าฟ้าอุทุมพรก็ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้สืบราชสมบัติและได้ราชาภิเษกขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าอุทุมพรผู้ แต่เจ้าฟ้าเอกทัศน์ไม่ยอมมาอ้างความชอบธรรม ในที่สุดเจ้าฟ้าเอกทัศน์ก็ได้ตั้งตนเป็นกษัตริย์ ทำให้พระเจ้าอุทุมพรเลี่ยงไปผบวช จึงทำให้พระเจ้าเอกทัศน์ได้กลายเป็นกษัตริย์ผู้ปกครองเมือง 

ภาพวาดของอยธยา ทไดรบคำสงใหวาดจาก บรษท อนเดยตะวนออกของดตช อมสเตอรดม

ภาพวาดของอยุธยา ที่ได้รับคำสั่งให้วาดจาก บริษัทอินเดียตะวันออกของดัตช์, อัมสเตอร์ดัม

กล่าวกันว่าในสมัยที่พระเจ้าเอกทัศน์ปกครองเมืองนั้นบ้านเมืองมีความอยู่เย็นเป็นสุข การค้าขายเจริญก้าวหน้า แต่บ้างก็บันทึกไว้ว่าในสมัยพระเจ้าเอกทัศน์ทรงทำให้เมืองถดถอย พระชายามีอำนาจเท่ากับพระเจ้าแผ่นดิน จากเดิมผู้ที่กระทำความผิดร้ายแรงจะถูกประหารชีวิตแต่กลับเปลี่ยนมาเป็นการริบทรัพย์กลายเป็นของพระชายา จนทำให้เชื้อพระวงศ์หลายคนไม่พอใจแล้วเริ่มตั้งตนเป็นกบฏโดยมีความหวังว่าตนจะได้เป็นใหญ่ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากขุนนางและชาวบ้านทำให้บ้านเมืองเริ่มมีการแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายเพราะเหตุนี้เองที่ทำให้กรุงศรีอยุธยาเริ่มมีความตกต่ำเสื่อมถอยลงไปทุกวัน 

เมื่อพระเจ้าอลองพญาแห่งเมือพม่าได้ทราบถึงปัญหาในกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าอลองพญาจึงได้ประกาศสงครามกับเมืองอยุธยาเพื่อที่จะได้เมืองอยุธยาเป็นเมืองขึ้น แต่ในระหว่างการทำศึกพระเจ้าอลองพญาก็ได้สิ้นพระชนม์ลงและพ่ายแพ้กลับไป หลังจากนั้นฝั่งอยุธยาคิดว่าได้โอกาส เจ้าเมืองจึงตอบโต้โดยการส่งทูตไปยั่วยุให้ประเทศราชต่างๆ ของพม่าเกิดการแข็งข้อ เมื่อพระเจ้ามังระกษัตริย์องค์ใหม่ของพม่าได้ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงตัดสินใจส่งเนมียวสีหบดีและมังมหานรธาไปปราบเมืองขึ้นที่แข็งข้อให้หมด 

ทัพของเนมียวสีหบดีก็ได้เข้าตีในแคว้นล้านช้าง เชียงตุงและเชียงใหม่จึงได้รับชัยชนะด้วยจำนวนคน ๒๐,๐๐๐ คน ส่วนทัพของมังมหานรธาก็ได้เข้าตีเมืองทวาย และทัพของพระเจ้ามังระก็เข้าตีที่เมืองมณีปุระ หลังจากที่ได้ชัยชนะแล้วทัพของพระเจ้ามังระก็ไปรวมตัวกับทัพของมหามังนรธารวมเป็นกำลังผลกว่า ๓๐,๐๐๐ คน หลังจากนั้นพระเจ้ามังระจึงได้ทำการประกาศศึกกับเมืองอยุธยาเพราะเพียงแค่ต้องการทำลายอิทธิพลของเมืองอยุธยาให้สิ้น เพื่อจะได้ไม่มีใครมายุยงการก่อกบฎอีก โดยพระเจ้ามังระได้ประกาศออกไปว่าหากเมืองใดที่ยอมเข้าร่วมแต่โดยดี โดยส่งกำลังพลส่งเสบียนมาเข้าร่วมด้วยจะเว้นไว้ แต่หากหัวเมืองใดขัดขืนก็จะถูกเผาให้สิ้น ในไม่ช้า

พระเจ้าเอกทัศน์ก็ทราบถึงข่าวแล้วได้รวมกำลังพลกว่า  ๖๐,๐๐๐  คน และวางกำลังพลไว้ที่เมืองกาญจนบุรี เมืองสุโขทัย เมืองพิษณุโลกและได้เตรียมกองทัพไว้ตั้งรับที่กรุงศรีอยุธยา ส่วนในฝั่งของพม่าก็ได้เริ่มการโจมตีโดยแบ่งการโจมตีของทัพของเนมียวสีหบดีโดยเริ่มตีเมืองจากเมืองลำปาง กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก จนไปถึงเมืองอยุธยา ส่วนทางฝ่ายของทับมังมหานรธาก็ได้แบ่งการโจมตีเป็น ๓ ทาง ในทางแรกเป็นการโจมตีจากเมืองเมาะตามะแล้วตามด้วยเมืองสุพรรณบุรี ทางที่สองโจมเริ่มจากเมืองมะริด เมืองเพชรบุรี เมืองชุมพร นนทบุรี ในทางที่เป็นการโจมตีเริ่มจากทวาายไปยังเมืองกาญจนบุรีและทั้ง ๓ ทัพก็ไปรวมตัวกันที่กรุงศรีอยุธยา และสาเหตุที่ทัพของเนมียวสีหบดีและทัพมังนรธาสามารถเข้าไปถึงกรุงศรีอยุธยาได้ง่ายก็เพราะว่าการต้านทานของแต่ละเมืองแต่ละเมืองนั้นมีการต้านทานเพียงเล็กน้อยที่เป็นเช่นก็เนื่องมาจากความกลัวของหัวเมืองจากการโจมตีของพม่า  

การเสยกรงศรอยธยา ครงท 2 ไฟนไดลกทวมกรงศรอยธยากวา 7 วน 7

ไฟได้ลุกท่วมกรุงศรีอยุธยากว่า ๗ วัน ๗ คืนก่อนจะดับไป

พระเจ้าเอกทัศน์จึงได้ตัดสินใจให้สร้างค่ายล้อมเมืองเอาไว้ทั้ง ๘ แห่ง ซึ่งในวันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๓๐๙ พม่าได้รุกคืบไปอยู่ใกล้กับกำแพงเมืองและได้สร้างค่ายกว่า ๒๗ ค่ายล้อมรอบกรุงศรีเอาไว้ เมื่อพวกขุนนางรู้ก็พากันกันหนีเอาตัวรอดเพราะคิดว่าอย่างไรกรุงศรีอยุธยาก็ต้องผ่ายแพ้ให้กับพม่าแน่นอน และนั่นเองก็ทำให้พม่าสามารถยึดค่ายของกรุงศรีได้โดยครบแล้วเริ่มเผากำแพงเมืองกรุงศรีอยุธยาจนเมื่อถึงช่วงพลบค่ำของวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐ กำแพงส่วนหนึ่งได้ทลายลงมา และในที่สุดกรุงศรีอยุธยาก็แตกพ่าย เหล่าพม่าก็ได้เข่นฆ่าผู้คน ข่มขืนหญิงสาว อีกทั้งยังเผาพระราชวังและบ้านเรือน ซึ่งกล่าวกันว่าไฟนี้ได้ลุกท่วมกรุงศรีอยุธยากว่า ๗ วัน ๗ คืนก่อนจะดับไป จนเหลือเพียงแค่ซากให้เห็นถึงทุกวันนี้ 

 

ขอบคุณ https://www.maanow.com

 

ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องที่ไม่สามารถย้อนไปแก้ไขได้

 

แต่เป็นบทเรียนของคนในชาติได้เรียนรู้

 

ที่จะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้งได้

 

หากคนไทยในวันนี้ไม่ได้สำนึก

 

ถึงความโหดร้ายที่เกิดขึ้นกับชาติบ้านเมือง

 

ในอดีตแล้ว ชาติบ้านเมืองคงไม่แคล้ว

 

ต้องเสียเอกราชทางเศรษฐกิจ

 

แก่ต่างชาติอย่างแน่นอน



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 10/04/2018 เวลา : 10.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ (ได้จากที่นี่เลย)  "ผู้หญิงคนเดียวเที่ยวเท่ๆ บินรอบโลกกว่า 70 ประเทศ ทำได้ไง ??" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบน

เป็นบทเรียนครั้งสำคัญยิ่ง
ที่คนไทยทุกคนควรศึกษาให้ละเอียด
ไว้เป็นบทเรียน

และจะต้องเตรียมความพร้อม
ในการรับมือกับสงครามในอนาคต
ในหลากหลายรูปแบบด้วย

และผมยังเชื่อว่า สมบัติกรุงศรีอยุธยา
ทั้งสมบัติในพระคลังและสมบัติของเอกชน
ยังถูกฝังอยู่ใต้ดินเพื่อหนีพม่า ยังอยู่อีกมาก
ที่ยังไม่ได้ถูกขุดค้นขึ้นมาครับ ทางการน่า
จะสำรวจให้ทั่ว โดยใช้เครื่องมือสมัยใหม่
สำรวจครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
wullopp วันที่ : 08/04/2018 เวลา : 18.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ก่อนอื่น...
ขอกราบระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ
ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ตลอดจนคนไทย
คนมอญ คนจีน คนกะเหรี่ยง
และทุกๆ ชาติ
ที่ก่อร่างสร้างแผ่นดินใหม่ในไทย

กองทัพไทย เป็น
กองกำลังผสมหลายชาติ
มาตั้งแต่การตั้งชาติ
สมัยสมเด็จพ่อขุนรามคำแห่งมหาราช

เช่น ที่ National Geographic
ฉบับหนึ่งสรุปไว้ว่า

แม้แต่กะเหรี่ยง
ก็ตั้งกองกะหร่าง
ช่วยสอดแนมให้กองทัพไทย

ขอท่านผู้มีพระคุณเหล่านี้
และท่านอื่นๆ ที่ได้ทำดีไว้

โปรดได้รับส่วนแห่งบุญ
ทุกอย่างที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้แล้ว

อันที่จริง...
ถ้าเรามีวันบำเพ็ญบุญ
ถวายให้บรรพบุรุษไทยปีละครั้ง
น่าจะเป็นมงคลสำหรับคนชั้นหลังเป็นอันมาก ครับ

ความคิดเห็นที่ 5 wullopp ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 08/04/2018 เวลา : 14.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

สงครามมีแต่ผู้แพ้ค่ะ
ได้แต่หวังว่าคนรุ่นใหม่จะพยายามอยู่ร่วมกันด้วยสันติสุข
การทำลายล้างไม่ใช่ทางออกทางเดียวของการแก้ปัญหา

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 08/04/2018 เวลา : 13.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ขอบคุณความคิดเห็นครับ

ทั้งพยายามป้องกันและหวังว่า ประวัติศาสตร์คงไม่ซ้ำรอยครับ

ความคิดเห็นที่ 3 wullopp , สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
นายยั้งคิด วันที่ : 08/04/2018 เวลา : 09.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

สุดวิปโยคในประวัติศาสตร์ไทยอีกกรณีหนึ่งนะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 wullopp , สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
Chaoying วันที่ : 08/04/2018 เวลา : 09.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

หวัดดีค่ะ พี่สิงห์
ประวัติศาสตร์ตอนนี้ค่อยใกล้ตัวเข้ามาอีกนิด
เสียกรุงครั้งที่ 2 ชาวไทยถูกพม่ากวาดต้อนเทครัวเดินทางไปยังอังวะ ..แล้วไปตามรอยโยเดีย ที่มัณฑเลย์..
คิดไปข้างหน้า คนไทยที่ขี้เกียจทำงาน หนักไม่เอาเบาไม่สู้..และแรงงานไทยที่ไร้ฝีมือ การศึกษาที่ยังไม่รองรับอนาคตแรงงานไทย..กับแรงงานที่สูงวัย สังคมคนชรา ของเมืองไทย กำลังรออยู่เบื้องหน้า..อย่าให้เสียกรุงอีกเป็นครั้งที่ 3 กับชาติฝรั่งหรือชาติใดอีก จะได้ไหม

ความคิดเห็นที่ 1 wullopp , rattiya และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
february26 วันที่ : 07/04/2018 เวลา : 20.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

ความเป็นมาในอดีต เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับคนไทยครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน