*/
  • สิงห์นอกระบบ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 1490
  • จำนวนผู้ชม : 2810317
  • จำนวนผู้โหวต : 1023
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1023 คน
<< พฤษภาคม 2018 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 23 พฤษภาคม 2561
Posted by สิงห์นอกระบบ , ผู้อ่าน : 613 , 22:05:10 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน february26 , vinitvadee โหวตเรื่องนี้

คณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ร่วมกับ ภาคีทุกภาคส่วน ขอเชิญชมนิทรรศการ “พิทักษ์สถาบันฯ รู้ทันกฎหมาย ระวังภัยโลกโซเชียล” ระหว่างวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๑ – ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (เลขที่ 9 หมู่ 16 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12130 โทร./โทรสาร 0 2533 8467 หรือ โทร. 0 2532 1021) บริเวณจุดบรรจบระหว่างถนนวิภาวดีรังสิตและถนนพหลโยธิน (สามเหลี่ยมดอนเมือง)

 

ความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริ​ย์

 

แกนหลักแห่งความมั่นคงของชาติ

แกนหลักแห่งความมั่นคงของชาติประกอบด้วย ๓ สถาบัน คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งอยู่ในลักษณะที่ต้องรวมกัน จะแยกอย่างใดอย่างหนึ่งออกจากกันไม่ได้อย่างเด็ดขาด โดยใช้สัญลักษณ์ปรากฏอยู่บนธงชาติไทย (เรียกว่าธงไตรรงค์) ผืนเดียวกันประกอบไปด้วย ๓ สี คือสถาบันชาติ (สีแดง), สถาบันศาสนา (สีขาว) และสถาบันพระมหากษัตริย์ (สีน้ำเงิน)

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเ​จ้าอยู่หัวได้ทรงโปรดฯ ให้ใช้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทยตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๐โดยทรงยกเลิกการใช้ธงช้างเผือก (ส่วนใหญ่จะใช้ธงนี้ประดับบนเรือสำเภาของสยามเป็น) เปลี่ยนมาเป็นธงไตรรงค์แทน  เพราะ (๑) ธงช้างเผือกต้องจ้างชาวต่างชาติผลิต มีราคาแพง (๒) บางครั้งชาวบ้านติดธงช้างเผือกกลับด้าน และ              (๓) ไม่มีลักษณะเป็นสากล ธงไตรรงค์จึงถูกนำไปใช้อย่างเป็นทางการครั้งแรกในพิธีสวนสนามของทหารไทยร่วมกับทหารฝ่ายสัมพันธมิตร ที่กรุงปารีส ภายหลังประเทศสยามและฝ่ายสัมพันธมิตรชนะประเทศเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ ๑ 

คำว่า “สยาม” กับ “ไทย” ในสมัยนั้นต่างกันตรงที่ “สยาม” ใช้เรียกชื่อประเทศ แม้จะมีการเรียกขานมานานแล้วตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาก่อนรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่ได้มีการเริ่มใช้อย่างเป็นทางการขึ้นในปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) และมาใช้เป็นรูปธรรม “เพื่อสร้างความเป็นรัฐชาติให้ชัดเจนขึ้น” ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ส่วนคำว่า “ไทย” นั้น ใช้เรียก “ชนชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศสยาม” ต่อมา จอมพล ป. พิบูลสงคราม อ้างว่าเพื่อป้องกันความสับสน จึงได้เปลี่ยนชื่อประเทศจาก “ประเทศสยาม” มาเป็น “ประเทศไทย” แทน 

สถาบันพระมหากษัตริย์กับสังคมไทย

          สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสมบัติอันล้ำค่าของสังคมไทย ตั้งแต่เมื่อแรกก่อตั้ง ประเทศในสมัยสุโขทัย เรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งทั้งประมุขของประเทศและจอมทัพไทยควบคู่กันมา ทุกพระองค์ทรงสละความสุขส่วนพระองค์ หรือแม้กระทั่งพระชนม์ชีพเพื่อดำรงรักษาไว้ซึ่งเอกราชและความผาสุกของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่ามาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน

ในปัจจุบันนี้โลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์อย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็ยังมีถึง ๔๓ ประเทศที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ และมี ๓ ประเทศที่เคยยกเลิกสถาบันพระมหากษัตริย์ไปแล้วได้รื้อฟื้นนำสถาบันพระมหากษัตริย์กลับมาใช้ใหม่อีก (อังกฤษ, ญี่ปุ่น และกัมพูชา)

ทำไมเราถึงต้องรักษาสถาบันกษัตริย์ไว้ยิ่งชีวิต

ปัจจุบันเรามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ยู่ทั้งในรัฐธรรมนูญและประมวลกฎหมายอาญา ดังนี้ :-

 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มีเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์รวม ๒๑ มาตรา เช่น

มาตรา ๒ ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

มาตรา ๓ อํานาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อํานาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ (กรณีนี้เริ่มมาตั้งแต่การปฏิวัติ พ.ศ. ๒๔๗๕ ซึ่งคณะราษฎรได้เรียกชื่อรัฐบาลของคณะราษฎรว่า “รัฐบาลของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”)

มาตรา ๖ องค์พระมหากษัตริย์ทรงดํารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้

ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้ (มาตรานี้เป็นที่มาของมาตรา ๑๑๒ ในประมวลกฎหมายอาญา)

มาตรา ๗ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก

มาตรา ๘ พระมหากษัตริย์ทรงดํารงตําแหน่งจอมทัพไทย

การที่ประเทศไทยมีกฎหมายให้ความคุ้มครองไม่ให้ผู้ใด “ละเมิด” หรือ “ฟ้องร้องในทางใดๆ ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์” นั้น มีเหตุผลตามหลักการที่เป็นสากลในการคุ้มครองประมุขของประเทศ ซึ่งสืบเนื่องมาตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี ๒๔๗๕ รวม ๕ ประการ คือ

๑. ทรงเป็นประมุขของประเทศ ซึ่งไม่ใช่มีฐานะเป็นบุคคล แต่อยู่ในรูปของการเป็น “สถาบัน” (Institution) ที่จะต้องได้รับความคุ้มครอง ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ จะเห็นได้ว่าทุกประเทศต่างก็มีกฎหมายในลักษณะนี้สำหรับคุ้มครองประมุขของประเทศ นอกจากนั้นในหลายประเทศยังมีกฎหมายคุ้มครองไปถึงองค์กรที่มีลักษณะเป็น “สถาบัน” ในลักษณะอื่นๆ อีกด้วย เช่น ศาล, รัฐสภา ฯลฯ

๒. ทรงมีพระราชฐานะอันศักดิ์สิทธิ์ ในทุกประเทศที่มีระบบ “พระมหากษัตริย์” ต่างก็มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่จะรองรับในฐานะเป็น “ส่วนบุคคล” ในฐานะขององค์พระมหากษัตริย์เพิ่มเติมขึ้นมาอีก เป็นพระราชฐานะอันศักดิ์สิทธิ์ (Sacred) และเป็นที่เคารพสักการะที่จะละเมิดไม่ได้ (Inviolable) ซึ่งเป็นแบบธรรมเนียมประเพณีที่มีมาแต่โบราณ

๓. ทรงเป็นวิถีชีวิตของชาวไทย สังคม ขนบธรรมเนียม ประเพณี การสืบทอดวัฒนธรรมของไทย จนทำให้สังคมไทยกลายมาเป็นสังคมที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองอนู่ในปัจจุบันนี้ซึ่งล้วนแต่มีรากฐานที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์เกือบทั้งหมด รากฐานดังกล่าวเป็นผลมาจากการปกครองแบบ “พ่อปกครองลูก” ของพระมหากษัตริย์ไทยแต่โบราณกาล ซึ่งมีความสัมพันธ์กับประชาชนแบบใกล้ชิดแยกกันไม่ออก ซึ่งต่างกับสถาบันกษัตริย์ในประเทศอื่นๆ ที่มาจากฐานะเจ้าของที่ดิน หรือฐานะสืบทอดอำนาจมาจากทางศาสนา ฯลฯ ดังนั้นใครมาทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์เท่ากับมาทำลายวิถีชีวิตของประชาชนด้วย

๔. ทรงเป็น “เสาหลักของความมั่นคงแห่งชาติ” กรณีนี้มาจากความผูกพันของสถาบันพระมหากษัตริย์กับองค์กรต่างๆ ในสังคมไทยและประชาชนชาวไทย ซึ่งมีการโยงยึดผูกพันกันมากมายเกินกว่าที่ชาวต่างชาติจะคาดหมายได้ ดังนั้นใครที่มามุ่งร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เท่ากับเป็นการทำลายความมั่นคงของชาติไทยด้วย เพราะจะเกิดผลต่อเนื่องมากระทบต่อสภาพควาเป็นอยู่ของประชาชนอย่างรุนแรง ดังนั้นกฎหมายมาตราต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์จึงถูกจัดอยู่ในหมวดความมั่นคงแห่งชาติ

๕. ตามหลักการประชาธิปไตย  ในสังคมเมื่อคนอยู่รวมกันมาก ความขัดแย้งย่อมจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้นจึงต้องมีกฎหมายออกมาคุ้มครองสิทธิของแต่ละคน ให้อยู่ในขอบเขตที่ใช้แล้วไม่เดือดร้อนคนอื่น เราจึงมีกฎหมายหมิ่นประมาท, ทำร้ายร่างกายกันไม่ได้ ฯลฯ ซึ่งกฎหมายมาตรา ๑๑๒ ที่เกิดขึ้นเพื่อคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ ในหลักการเช่นเดียวกันกับการคุ้มครองบุคคลทั่วๆ ไป แตกต่างกันตรงที่เรื่องหมิ่นประมาทของประชาชนนั้น เจ้าทุกข์เป็นผู้ฟ้องเองได้ แต่เรื่องการหมิ่นประมาทที่เกิดขึ้นต่อพระมหากษัตริย์นั้น พระองค์ไม่สามารถจะฟ้องประชาชนของพระองค์ได้ จึงมีหน่วยงานรัฐเข้ามาดำเนินงานแทน และเนื่องจากพระมหากษัตริย์เป็น ๑ ใน ๓ ของสถาบันที่เป็นองค์ประกอบของความมั่นคงแห่งชาติ ดังนั้นประชาชนผู้พบเห็นความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์จึงสามารถร้องเรียนกล่าวโทษผู้ที่กระทำผิดผ่านหน่วยงานของรัฐได้โดยตรง

การที่คนไทยมีวิถีชีวิตที่สงบ การรู้จักเด็ก รู้จักผู้ใหญ่ ครอบครัวมีความสัมพันธ์ กันตั้งแต่เด็กไปถึงปู่ย่าตายายอย่างแน่นแฟ้น เป็นรากฐานทางวัฒนธรรมที่งดงาม หาไม่ได้ในประเทศทางตะวันตก จึงส่งผลทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่มีศักดิ์ศรี มีความเป็นมาอย่างยิ่งใหญ่ ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร มีความเป็นชาติที่มีจารีตประเพณีและวัฒนธรรมที่ดีงาม ฯลฯ ทั้งหมดก็ล้วนสืบเนื่องและสืบทอดมาในลักษณะที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ทั้งนั้น ที่สำคัญคือการมีพระมหากษัตริย์ที่ทั่วโลกยกย่องถึงวัตรปฏิบัติอันงดงามติดต่อกันมาหลายพระองค์เป็นเครื่องบ่งบอกถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อชาติไทย

พิธีเปิดเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 โดย พล.อ.อ.ชาลี จันทร์เรือง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผู้แทนประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

 

เชิญชม

ประวัติศาสตร์ความเป็นมากำเนิดก่อเกิดของชาติไทย

'พระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช'

และ

'พระราชกรณียกิจในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร'

ตลอดจน พิพิธภัณฑ์ทหารในบริบทของกองทัพไทย

และ 

นิทรรศการ 'พิทักษ์สถาบันฯ รู้ทันกฎหมาย ระวังภัยโลกโซเชียล' 

ะหว่างวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๑ – ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๑

ณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (เลขที่ 9 หมู่ 16 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12130 โทร./โทรสาร 0 2533 8467 หรือ โทร. 0 2532 1021) บริเวณจุดบรรจบระหว่างถนนวิภาวดีรังสิตและถนนพหลโยธิน (สามเหลี่ยมดอนเมือง)

 

ชมฟรี! ทุกวันเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 25/05/2018 เวลา : 10.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ขอบคุณ คุณหลานvnvd และ คุณfeb ครับ

เรียนเชิญครับ อนุสรณ์สถานแห่งชาติมีเรื่อราวเกี่ยวกับการกำเนิดเกิดก่อชาติไทยตั้งแต่ยุคสุโขทัยจนปัจจุบัน ที่คนไทยต้องรู้ครับ

ความคิดเห็นที่ 4 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
february26 วันที่ : 24/05/2018 เวลา : 15.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

สถานศึกษาต่างๆ ควรจัดให้นักเรียนและเยาว์ชนไปชมครับ ได้ความรู้ เพิ่มเติมครับ

ความคิดเห็นที่ 3 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 24/05/2018 เวลา : 07.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

จาก 1-2 คือสองท่านผู้ใหญ่ผู้มีคุณูปการในงานนี้
ขอขอบพระคุณค่ะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 2 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 24/05/2018 เวลา : 00.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ขอบพระคุณครับ ท่านนันทเดช ได้ท่านกรุณาเกลาข้อมูลให้ บอร์ดของกรรมธิการฯ จึงมีความถูกต้องและชัดเจนครับ

ความคิดเห็นที่ 1 สิงห์นอกระบบ , vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (2)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 23/05/2018 เวลา : 22.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

ยินดีด้วยครับ เปิดสำเร็จเรียบร้อยดี

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน