*/
  • สิงห์นอกระบบ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 1540
  • จำนวนผู้ชม : 2861768
  • จำนวนผู้โหวต : 1055
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1055 คน
<< มิถุนายน 2018 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 30 มิถุนายน 2561
Posted by สิงห์นอกระบบ , ผู้อ่าน : 447 , 21:14:31 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน คนคอหนัง , Monchai และอีก 6 คนโหวตเรื่องนี้

จากกรณีญาติผู้บริจาคร่างกายโพสท์ในพันธ์ทิพย์ว่า มีการเรียกเก็บเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการรับร่างผู้บริจาคร่างกายเป็นอาจารย์ใหญ่

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลได้ออกคำแถลงชี้แจงดังนี้

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

 

 

วิธีการบริจาคร่างกายโรงพยาบาลจุฬาฯ สภากาชาดไทย
 
19453064_1594309653936025_1912703965577220870_o

การบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษา ผู้บริจาคเป็นผู้เสียสละที่ยิ่งใหญ่ ยอมสละร่างกายของตนเอง ให้ผู้ที่ไม่เคยได้รู้จักมาก่อนได้ศึกษาโดยเพียงแต่มุ่งหวังว่า ผู้ที่ศึกษาร่างของตนจะนำความรู้ที่ได้รับนั้นไปช่วยมวลมนุษย์ชาติต่อไป ผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาได้สร้างกุศลทานครั้งสุดท้ายของชีวิตที่ยิ่ง ใหญ่ที่สุด โดยได้แต่หวังว่า ผู้อยู่เบื้องหลังจะไม่ต้องทนทุกข์จากอาการเจ็บป่วย ตนเองมิได้หวังสิ่งตอบแทนใดใด นอกจากได้เป็นผู้ “ให้” เท่านั้น

ร่างกายของผู้บริจาค สามารถสร้างประโยชน์เพื่อการศึกษา การวิจัย และการรักษาทางการแพทย์ ได้ดังนี้

  • เพื่อการศึกษาของนิสิตแพทย์ และแพทย์ประจำบ้าน
  • เพื่อการฝึกอบรมหัตถการต่างๆ และงานวิจัยทางการแพทย์
  • เพื่อการศึกษาของนักศึกษาด้านการแพทย์และสาธารณสุขอื่นๆ
  • เพื่อเก็บเนื้อเยื่อบางส่วนสำหรับการรักษาทางการแพทย์
  • เพื่อให้แพทย์เฉพาะทางฝึกผ่าตัด
  • เพื่อเก็บโครงกระดูกเพื่อการศึกษาตลอดไป

ขั้นตอนการบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษา
ผู้มีความประสงค์อุทิศร่างกายสามารถยื่นความจำนงได้ 3 วิธี คือ
1. ยื่นความจำนงผ่านช่องทางออนไลน์ที่  http://www.chulalongkornhospital.go.th/anatomy/insert_donate_1.php
2. ยื่นความจำนงโดยตรงที่ ศาลาทินฑัต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยกรอกข้อความลงในแบบฟอร์มของโรงพยาลบาล 1 ฉบับ เจ้าหน้าที่จะออกบัตรประจำตัวผู้อุทิศร่างกายให้ไว้เป็นหลักฐาน
3. ยื่นความจำนงทางไปรษณีย์ โดยกรอกข้อความลงในแบบฟอร์ม แล้วส่งมาทางไปรษณีย์ 1 ฉบับ เจ้าหน้าที่จะส่งบัตรประจำตัวผู้อุทิศร่างกายให้ภายหลังเมื่อผู้อุทิศร่างกายถึงแก่กรรม ทายาท มีสิทธิ์คัดค้านไม่มอบศพให้กับโรงพยาบาลได้โดยต้องแจ้งการคัดค้านไม่มอบศพกับโรงพยาบาลฯภายใน 24 ชั่วโมง

บริจาคดวงตา บริจาคร่างกาย บริจาคสเต็มเซลล์ บริจาคอวัยวะ บริจาคเลือด รพ.จุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

วิธีง่ายๆไป บริจาคอวัยวะ บริจาคร่างกาย และ ดวงตา ที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ กันเถอะ!!

การบริจาคร่างกาย เพื่อการศึกษา
เป็นการอุทิศร่างกายเพื่อให้นักศึกษาแพทย์ศึกษาส่วนต่างๆของอวัยวะในร่างกาย ซึ่งเสียชีวิตจากสาเหตุธรรมชาติ มีอวัยวะสมบูรณ์ ยกเว้นบริจาคดวงตา หลังจากเสียชีวิตแล้วต้องแจ้งให้ไปรับร่างกายภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากการศึกษาซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ปี จะมีการทำพิธีบำเพ็ญกุศลอาจารย์ใหญ่ให้ แต่มีขอบเขตการรับอุทิศร่างกายจำกัด เช่น รับเฉพาะผู้ที่มีภูมิลำเนาในกรุงเทพ และ ปริมณฑล

การอุทิศร่างกาย ควรแจ้งทายาท ดังนี้
1.ท่านได้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาทางการแพทย์ไว้กับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
2.ทายาทมีสิทธิ์ในการยกเลิกการอุทิศร่างกายของท่านได้โดยชอบธรรม โดยทางโรงพยาบาลจะไม่มีการเรียกร้องสิทธิ์ใดๆ
3.ทายาทต้องแจ้งทางโรงพยาบาลเรื่องการเสีบชีวิตโดยเร็วที่สุดและร่างกายจะต้องถึงโรงพยาบาล ภายใน 20 ชั่วโมง หลังจากเสียชีวิต ควรใช้ถุงน้ำแข็งอย่างน้อย 2 ถุงวางบนหน้าท้องแล้วคลุมด้วยผ้าห่มแล้วจึงนำส่ง
4.โรงพยาบาลจะจัดเจ้าหน้าที่ไปรับร่างที่อยู่เขต กทม. และ ปริมณฑล

โรงพยาบาล ไม่สามารถรับร่างผู้อุทิศร่างกาย ในกรณีต่อไปนี้
– ผู้อุทิศร่างกายฯ ที่ถึงแก่กรรม เกิน 20 ชั่วโมง ยกเว้น ได้เก็บไว้ในห้องเย็นของโรงพยาบาล
– ผ่านการผ่าตัดใหญ่ ทำให้สูญเสียอวัยวะ สำคัญๆ ยกเว้นดวงตา
– ถึงแก่กรรม มีสาเหตุจาก โรคมะเร็งที่ลุกลาม บริเวณศีรษะและ สมอง ช่องอก ช่องท้อง หรือติดเชื้อโรคร้ายแรง เช่น โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (โรคเอดส์) ไวรัส ตับอักเสบ วัณโรค และ พิษสุนัขบ้า
– เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ มีคดี เกี่ยวข้องกับคดี หรือมีการผ่าพิสูจน์
– ผู้อุทิศร่างกายฯ ที่มีน้ำหนักมากเกินกว่า 80 กิโลกรัม หรือ ผอมมากลักษณะไม่มีกล้ามเนื้อ
– ร่างกายผู้อุทิศร่างกายฯ ที่ไม่เหมาะจะใช้ศึกษาได้ เช่น แขน ขา คด งอ จนเสียรูปร่าง

* เมื่อเสียชีวิตญาติสามารถดำเนินการกับร่างของผู้อุทิศตามประเพณีได้เลย โดยไม่ต้องแจ้งกับทางโรงพยาบาลอีก

สถานที่ติดต่อ : ศาลาทินทัต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

 บริจาคร่างกาย

การเดินทางมาง่ายๆ โดย บีทีเอส ลงที่สถานีศาลาแดง ออกมาทางประตูที่ 5

เมื่อเดินเข้ามาในโรงพยาบาลจะเจอ ศาลาทินทัต 

 บริจาคร่างกาย

 บริจาคร่างกาย

การบริจาคอวัยวะ เพื่อการปลูกถ่าย
ปัจจุบันมีผู้ป่วยในระยะสุดท้ายอยู่เป็นจำนวนมาก ที่ทุกข์ทรมานจากการที่อวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ, ตับ, ไต, ปอด ฯลฯ ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ วิธีรักษาทางการแพทย์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยเหล่านี้ คือ การปลูกถ่ายอวัยวะใหม่ ด้วยอวัยวะของผู้มีจิตศรัทธา ซึ่งได้แสดงเจตนารมณ์ในการบริจาคอวัยวะ หรือได้จากญาติที่มีความประสงค์จะบริจาคอวัยวะของบุคคลนั้น เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นมาปลูกถ่าย จึงจะช่วยให้ผู้ป่วยในระยะสุดท้ายมีชีวิตอยู่เป็นประโยชน์ต่อครอบครัวและ สังคมต่อไปได้

อวัยวะใหม่ที่สามารถนำมาปลูกถ่ายซึ่งได้มาจากการนำอวัยวะใหม่เปลี่ยนแทนอวัยวะเดิมที่เสื่อมสภาพ จนไม่สามารถทำหน้าที่ต่อไปได้ และการผ่าตัดนั้นจะเป็นการช่วยชีวิตผู้ป่วยในระยะสุดท้าย เพื่อให้อวัยวะใหม่นั้นทำงานแทนอวัยวะเดิม ต้องเสียชีวิตจากสมองตายเท่านั้น หลังจากผ่าตัดนำอวัยวะออกซึ่งใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง แพทย์จะตกแต่งร่างกายให้คงเดิมและมอบให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาได้

ขั้นตอนการบริจาค
1. กรอกรายละเอียดในใบแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะให้ชัดเจน ที่อยู่ควรจะตรงกับทะเบียนบ้าน (หากต้องการให้ส่งบัตรประจำตัวไปยังสถานที่อื่น กรุณาระบุ)
2. พิมพ์ใบแสดงความจำนงบริจาค ส่งเอกสารมายังศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย และเมื่อศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ ได้รับใบแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะของท่านแล้ว ศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ จะส่งบัตรประจำตัวผู้มีความจำนงบริจาคอวัยวะให้ตามที่อยู่ที่ได้ระบุไว้
3. หลังจากที่ท่านได้รับบัตรประจำตัวผู้มีความจำนงบริจาคอวัยวะจากศูนย์รับ บริจาคอวัยวะฯ แล้ว อย่าลืมกรอกชื่อ และรายละเอียดการบริจาคลงในบัตร
4. กรุณาเก็บบัตรประจำตัวผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะไว้กับตัวท่าน หากสูญหายกรุณาติดต่อกับศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย

คุณสมบัติของผู้บริจาคอวัยวะ
1. ผู้บริจาคอวัยวะต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปี
2. เสียชีวิตจากสภาวะสมองตายด้วยสาเหตุต่าง ๆ
3. ปราศจากโรคติดเชื้อ และโรคมะเร็ง
4. ไม่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน, หัวใจ, โรคไต, ความดันโลหิตสูง, โรคตับ และไม่ติดสุรา
5. อวัยวะที่จะนำไปปลูกถ่ายต้องทำงานได้ดี
6. ปราศจากเชื้อที่ถ่ายทอดทางการปลูกถ่ายอวัยวะ เช่น ไวรัสตับอักเสบชนิดบี, ไวรัสเอดส์ ฯลฯ
7. กรุณาแจ้งเรื่องการบริจาคอวัยวะแก่บุคคลในครอบครัวหรือญาติให้รับทราบด้วย

สถานที่ติดต่อ :  

ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย อาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) ชั้น 5

การบริจาคอวัยวะ

อาคารนี้อยู่บนถนนอังรีดูนังต์ แค่ข้ามถนนมาจาก รพ.จุฬาลงกรณ์ นิดเดียวเท่านั้น

บริจาคอวัยวะ

เมื่อเดินเข้าประตูมา ตึกจะอยู่ทางขวามือ

บริจาคอวัยวะ

แลกบัตรแล้วกดลิฟท์มาชั้น 5 ได้เลย

บริจาคอวัยวะ

การบริจาคดวงตา

ผู้เสียชีวิตที่สามารถนำดวงตาไปใช้ประโยชน์ได้ ต้องไม่เสียชีวิตด้วยโรคที่อาจติดต่อถึงผู้ป่วยที่ได้กระจกตานั้นในการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา เช่น โรคเอดส์ มะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคไวรัสตับอักเสบบี ตับอักเสบซี โรคติดเชื่อในกระแสเลือด ซึ่งภายหลังจากถึงแก่กรรม ดวงตาจะเริ่มเสื่อมคุณภาพ ดังนั้น จำเป็นต้องรีบเก็บดวงตาให้เ็วที่สุดอย่างช้าไม่ควรเกิน 6 ชั่วโมง ถ้าช้าไปดวงตาอาจใช้ไม่ได้หรือไม่เท่าที่ควร

ทุกๆคนสามารถบริจาคดวงตาได้ถึงแม้จะมีปัญหาสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง ถ้ากระจกตายังใสเป็นปกติ ก็สามารถบริจาคดวงตาได้ทั้งสิ้น แต่ถ้าได้รับการผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ เช่น Lasik , PRK ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบก่อน

สิ่งตอบแทนผู้บริจาคดวงตา 

  1. จัดดอกไม้หรือพวงหรีดไปเคารพศพของผู้บริจาค
  2. มอบเกียรติบัตรของสภากาชาดไทยยกย่องคุณความดีของผู้บริจาคดวงตา
  3. ขอพระราชทานเพลิงศพหรือดินฝังศพให้เป็นกรณีพิเศษ เมื่อทายาทมีความประสงค์
  4. ขึ้นทะเบียนเป็นผู้มีอุปการะคุณสภากาชาดไทยระดับทอง 4.4 ให้ทายาทของผู้บริจาคดวงตา 1 คน

สิทธิประโยชน์ของผู้มีอุปการะคุณ สภากาชาดไทย ระดับทอง 4.4

  1. ได้รับลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) 50% ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน (IPD) 50% เมื่อเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา รวมถึงได้รับการตรวจสุขภาพฟรี
  2. ได้รับการลดหย่อนค่าห้องพิเศษ และค่าอาหารพิเศษตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข เมื่อเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
  3. ประดับเข็มสมาชิกสภากาชาดไทยเข้าชมงานกาชาดโดยไม่ต้องเสียค่าผ่านประตู

สถานที่ติดต่อ : อาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฒโน) ชั้น 7

การบริจาคดวงตา

แนะนำว่าสำหรับใครที่จะบริจาคควรขออนุญาตพ่อแม่หรือสามีภรรยาก่อน แต่ถ้าไม่มีใครเห็นด้วยก็สามารถเปลี่ยนมา บริจาคเลือด และ บริจาคสเต็มเซลล์ แทนก็ได้

สเต็มเซลล์ มีคุณสมบัติคือการให้กำเนิดตัวเองได้ตลอดเวลา เมื่อเราบริจาคสเต็มเซลล์ให้กับผู้ป่วย สเต็มเซลล์ก็จะกำเนิดตัวเองขึ้นมาใหม่โดยไม่มีวันหมดไปจากร่างกาย แต่การจะได้เป็นผู้บริจาคสเต็มเซลล์ ผู้บริจาคจะต้องมีผลเนื้อเยื่อเอชแอลเอ HLA ตรงกับผู้ป่วยเท่านั้น ซึ่งโอกาสยากถึง 1 ใน 10,000

คุณสมบัติเบื้องต้นของอาสาสมัคร

  • ลงทะเบียนพร้อมบริจาคเลือด
  • สุขภาพแข็งแรง
  • อายุ 18-50 ปี
  • น้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป
  • ไม่มีโรคประจำตัว
  • ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรง
  • ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยง

 บริจาคเลือด

 ขอบคุณ พันทิพ และ MTHAI

 

"ผู้ให้ย่อมประเสริฐกว่าผู้รับ" 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนคอหนัง วันที่ : 08/07/2018 เวลา : 10.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/movietalk

เพิ่งเคยได้ยินเรื่องแย่ ๆ แบบนี้ด้วย
ตอนรับศพแม่ที่รพ. ก็มีเจ้าหน้าที่มาเสนอบริการหลังการเสียชีวิต ซึ่งเราในฐานะผู้สูญเสียตอนนั้นก็คงเลือกให้เขาทำให้หมด กระทั่งส่งศพไปถึงวัดเพื่อทำพิธีทางศาสนา ก็บริการให้เป็นอย่างดีครับ ไม่ได้ติดใจอะไร
แต่กรณีบริจาคร่างกายเป็นอาจารย์ใหญ่ แล้วมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายก็เพิ่งได้ยินว่ามีเรื่องแบบนี้ด้วย ซึ่งคงทำมานานจนเป็นเรื่องปกติแล้ว ไม่คิดว่าจะเจอโพสต์ลงโลกโซเชียลแบบนี้

ขอบคุณสำหรับข้อมูล ผมเองก็มีความคิดจะบริจาคอวัยวะ และร่างกายอยู่แล้วครับ กำลังคิดว่าจะบริจาคกับที่ไหนดี ก็มาได้ข้อมูลของพี่สิงห์นี่ล่ะครับช่วยได้มาก
ความที่ผมเป็นลูกกำพร้า ไม่มีญาติพี่น้องครอบครัว ก็เลยมีความคิดว่าจะอุทิศร่างกายให้เป็นอาจารย์ใหญ่ครับ อย่างน้อยแม้ตายไปก็ทำคุณประโยชน์คืนแก่สังคมไม่มากก็น้อยครับ
ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด , สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สุกรวดี วันที่ : 30/06/2018 เวลา : 22.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rojanar

ในเมกา เมื่อไปทำบัตร "ไอดี"
เจ้าหน้าที่ได้ถามว่ายินดีบริจาค-อวัยวะหรือไม่
ผู้เขียนก็ตอบว่ายินดี
จะมีรูปหัวใจสีแดงปรากฎในบัตร
(ไม่ใช่การบริจาคร่างกาย-บริจาคส่วนที่ยังใช้ประโยชน์ได้)

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน