*/
  • สิงห์นอกระบบ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 1593
  • จำนวนผู้ชม : 2963802
  • จำนวนผู้โหวต : 1079
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1079 คน
<< กุมภาพันธ์ 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562
Posted by สิงห์นอกระบบ , ผู้อ่าน : 3729 , 14:40:40 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 12 คน พุธทรัพย์ , metrobear และอีก 10 คนโหวตเรื่องนี้

ปลาหมอตายเพราะปากฉันใด ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าและผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคอนาคตก็ย่อมต้องถูกขุดคุยเรื่องต่างต่างที่เคยพูด เคยให้สัมภาษณ์ เพื่อให้สังคมไทยได้ตรวจสอบและพิจารณา

 'คนไทยยิ้มก็เพราะคนไทยไม่มีจุดยืนเรื่องอะไรเลย' ก็เป็นอีกเรื่องที่ธนาธรเคยพูดไว้ และที่สุดก็ถูกนำมาเผยแพร่ต่อสาธารณะเมื่อ คุณแดง ศัลยา สุขะนิวัตติ์ นักเขียนบทละครชื่อดัง ข้องใจ ธนาธร พรรคอนาคตใหม่ ปมเคยพูดเกี่ยวกับนิสัยการยิ้มของคนไทย ชี้เอาสมองส่วนไหนคิด จวกนโยบาย เอาไว้หลอกคนโง่ 

 
ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่เริ่มเปิดกว้างจากวันใกล้เลือกตั้ง ทำให้ประชาชนได้เริ่มออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวแทนของพรรคการเมืองต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น 

ล่าสุด (12 กุมภาพันธ์ 2562) แดง ศัลยา สุขะนิวัตติ์ นักเขียนบทละครโทรทัศน์ ที่มีชื่อเสียงจากการเขียนบทโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยมหลายเรื่อง ทั้ง คู่กรรม, นางทาส, สายโลหิต, ดอกส้มสีทอง รวมถึง บุพเพสันนิวาส ได้ทำการแชร์โพสต์คำสัมภาษณ์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่พูดเกี่ยวกับนิสัยการยิ้มของคนไทย ก่อนจะแสดงความเห็น ผ่านเฟซบุ๊ก Salaya Sukanivatt ว่า

 แดง ศัลยา สุขะนิวัตติ์

"ลักษณะนิสัยประจำชาติ ไม่ใช่เรื่องพูดได้เล่น ๆ ตามใจคิด ต้องผ่านกระบวนการเก็บข้อมูลอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า "การวิจัย" เพราะฉะนั้น จึงไม่ง่ายด้วยเหตุว่ามีตัวแปรมากมายที่ต้องควบคุมให้นิ่งจึงจะสรุปผลได้

"นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สรุปนิสัยประจำชาติของคนไทยได้อย่างอัศจรรย์ยิ่ง คุณทำให้ "ยิ้ม" ของคนไทยที่เป็นสัญลักษณ์ของไมตรีจิต มิตรภาพที่ยอมรับทั่วโลก กลายเป็นความโง่เขลาและเบาปัญญา คุณกล้ามาก เราสงสารคนไทยจัง คุณหมายถึงคนไทยไหนบ้างเนี่ย เราคนไทยนะก็คงเป็นหนึ่งในนั้นแหละ

"เราชอบความคิดของตัวคุณ ชอบนโยบายพรรคคุณ มันเจ๋งทุกข้อจริง ๆ สำคัญที่สุดชอบความเท่าเทียมกันที่คุณจะทำให้มีในแผ่นดินที่ "คนรวยแม่งโคตรรวยกระจุก และคนจนก็โคตรจนกระจาย" เราจำได้ว่า ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมชพูดไว้ว่า "เมืองไทยถ้าไม่มีคอร์รัปชัน ถนนจะปูด้วยทองยังได้" ยังคิดว่าพรรคคุณอาจทำให้เป็นจริงได้ไม่มากก็น้อย

แต่ขอโทษ เราเทคุณแน่นอนแล้ว คนที่มีอคติและจิตใจคับแคบแบบนี้เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ เห็นคนไทยยิ้มแย้มเพราะโง่ไร้ความคิด เอาสมองส่วนไหนคิดไม่ทราบ แค่นี้รู้เลยว่านโยบายพรรคคุณเขียนให้สวย ๆ ไว้หลอกคนโง่ (ในสายตาคุณ) เท่านั้นเอง
 
ขอบคุณ https://hilight.kapook.com/view/183893
 
และขอทบทวนคำให้สัมภาษณ์ของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าและผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคอนาคตดังนี้
 

"เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่แค่วาทะกรรม แต่เป็นศาสตร์ที่ปราชญ์ทั่วโลกให้ความเคารพเชื่อถือ"ผู้รู้ยันหน้า"ไพร่ธนาธร"หลังคำพูดอวดรู้ในอดีตถูกขุดอีกหน

ดูเหมือนการก่อเกิด "พรรคอนาคตใหม่" ของ “ไพร่หมื่นล้าน - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ที่แตะมือกับ "อดีตอาจารย์นิติราษฎร์" อย่าง "นายปิยะบุตร แสงกนกกุล โดยชูประเด็นคนรุ่นใหม่...อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง มุ่งมั่นเชิดชูและเทิดทูนคุณค่าประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และความเสมอภาค และอีกหลายถ้อยความที่ล้วนเป็น "ยูโทเปีย" จะนำมาซึ่งการขุดคุ้ยหลายต่อหลายเรื่องที่เขาเคยพูดไว้ในอดีต ล่าสุด ก็ถูกผู้รู้ฟัดแบบจมเขี้ยว "ปมการหนุนศาสนากับปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้" ที่เขาเคยพูดไว้แบบไม่เข้าใจแก่นปัญหาอันซับซ้อนของ 3 จังหวัดใต้ใด ๆ สักนิด

ล่าสุดของล่าสุด ก็ถูกชาวเน็ตขุดคุ้ยบทสัมภาษณ์ "นิตยสาร สารคดี" ฉบับเดือนมกราคม 2550 ออกมาตั้งข้อสังเกตอีก โดยสารคดีตั้งชื่อบทสัมภาษณ์ในครั้งนั้นว่า "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทไทยซัมมิท ผมถูกบังคับให้เป็นนายทุน” ซึ่งบทสัมภาษณวันนั้นส่วนใหญ่ก็คุยเรื่องธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ที่เขาเข้ามาคุมบังเหียน ไทยซัมมิตฯ แทนพ่อ

แต่ช่วงหนึ่งของการพูดคุย ธนาธรตอบคำถามเรื่อง "เศรษฐกิจพอเพียง" หลังถูกสารคดีถามว่า "ถ้านิยามว่าเศรษฐกิจพอเพียงคือการพึ่งตนเองได้ และสร้างภูมิคุ้มกันในธุรกิจของตัวเอง ไม่ได้หมายความว่าไม่ให้เพิ่มการลงทุน"

โดยเขาให้คำตอบต่อคำถามนี้ในวันนั้นว่า "ผมคิดว่ามีนักวิชาการคนหนึ่ง คือคุณศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ พูดไว้ชัด คือทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง หรือแม้แต่กระแสชุมชนนิยม มันมีรากฐานอย่างหนึ่งคือ ข้างในมันดี และข้างนอกมันเลว อะไรก็ตามที่มันเลวมันมาจากข้างนอกหมด เราอยู่ข้างในเราก็ดีกันอยู่แล้ว โดยที่เราลืมไปอย่างหนึ่งว่า มันเป็นเพียงมายาคติที่ถูกสร้างขึ้นมา เวลาเราพูดถึงเศรษฐกิจพอเพียง พูดถึงชุมชนนิยม หรือแม้แต่ในประเทศไทย เราบอกว่าเราไม่เปิดเสรีเพราะเรารู้สึกว่าอะไรก็ตามที่มาจากข้างนอกมันสร้างกิเลส มันสร้างความโลภ มันเอาอะไรต่างๆ ที่ไม่ดีในเชิงจริยธรรมในเชิงศีลธรรมเข้ามา แล้วเราก็พยายามปลูกฝังความคิดแบบชาตินิยมขึ้นมา แท้จริงแล้วการชูเรื่องชาตินิยมก็เพียงเพราะคุณต้องการปกป้องทุนชาติ เพราะคุณรู้สึกว่าถ้าปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาคุณเสียประโยชน์ เพราะคุณแข่งขันสู้บริษัทยักษ์ใหญ่พวกนี้ไม่ได้ ถามว่าเศรษฐกิจพอเพียง คุณปิดประเทศหรือเปล่า ถ้าคุณไม่ปิดประเทศ บริษัทยักษ์ใหญ่พวกนี้เข้ามา ผมถามว่าคุณแข่งขันสู้เขาได้หรือเปล่า ดูธุรกิจใหญ่ๆ ของไทย วันนี้เหลือธุรกิจอะไรบ้างที่ยังเป็นของคนไทย ที่ยังเป็นของทุนชาติอยู่ ผมรู้สึกว่าเหลือไม่เยอะ

ถ้าถามผมเป็นนายทุนผมชอบไหม ชาตินิยม ชูเลยใช้ของไทย คุณผลิตรถยนต์คุณต้องซื้อของจากบริษัทคนไทย ผมแฮปปี้ แต่ถามว่าท้ายที่สุดใครล่ะได้กำไร ทุนชาติและทุนต่างชาติก็ได้กำไรเหมือนกัน การสะสมทุนก็กระจุกตัวอยู่แค่กลุ่มคนระดับสูงบางกลุ่มเหมือนกัน ถามว่าแล้วทุนชาติกับทุนต่างชาติต่างกันอย่างไร ไม่ต่างกัน เพียงแต่เรามีมายาคติ ท้ายที่สุดเศรษฐกิจพอเพียงก็เป็นวาทกรรมแบบหนึ่งเท่านั้นเอง"

อย่างที่กล่าวไว้แต่ต้น หลังเรื่องดังกล่าวถูกหยิบยกมาพูดถึงอีกหน เรื่องนี้ก็ไม่ต่างจากกรณี  "ปมศาสนากับปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้" ที่มันเปลื้องเปลือยความเบาหวิวขององค์ความรู้ของเขาต่อประเด็นสาธารณะ...ที่ตนเองกลับดันอาสาเข้ามาทำงานการเมือง...เอาไว้แบบน่าเป็นห่วง เพราะนั่นเท่ากับมันสะท้อนว่า...เอาเข้าจริง...ที่ว่าเป็นคนรุ่นใหม่ อ่านหนังสือมาเยอะ (บทสัมภาษณ์บางแห่งกล่าวถึงธนาธรเช่นนี้) มันก็เป็นแค่เพียง "วาทกรรม" เช่นกัน เพราะคำพูดก็ยืนยันว่า เขาไม่ได้เข้าใจแก่นของปัญหา...หรือรากของปรัชญาแต่อย่างใดเลย เพราะคำกล่าวที่ว่า "ท้ายที่สุดเศรษฐกิจพอเพียงก็เป็นวาทกรรมแบบหนึ่งเท่านั้นเอง" ของเขานั้น...สะท้อนเรื่องนี้อย่างหมดจรด

และล่าสุดต่อกรณีนี้ เพจเฟซบุ๊กรายหนึ่ง (ขออภัยที่ต้องสงวนวนาม) ได้ออกมาอธิบายถึงความเข้าใจผิดของธนาธรต่อกรณีนี้แบบใครก็มิอาจโต้แย้ง โดยรายละเอียดที่เฟซบุ๊กท่านนั้น ระบุไว้อย่างน่าสนใจ คือ

.....ที่ผ่านมาเมื่อครั้งที่เห็นโฆษณาของรัฐบาลในยุคเมื่อสักสิบปีก่อน เป็นผลงานพีอาร์ ที่เรียกได้ว่า เป็นความเสร่อแบบสุดๆ ของหน่วยงานราชการในยุครัฐบาลนั้น ที่ตีความหมายของคำว่า เศรษฐกิจพอเพียง ออกมาเป็นการ์ตูนแบ่งที่นาเป็นสี่ส่วน แล้วทำนาส่วนนึง ปลูกผักส่วนนึง เลี้ยงปลาส่วนนึง เลี้ยงไก่ส่วนนึง ผมก็ตั้งคำถามในใจว่า ในหลวงท่านคิดเพียงแค่นั้นเหรอ ทำไมถึงได้นำเสนอออกมาเพียงแค่ภาคการเกษตรล่ะ

.....จนกระทั่งวันหนึ่งที่พระองค์ท่าน ได้ทรงตรัสกับคณะรัฐมนตรี และได้อธิบายเพิ่มเติมว่าคำว่า เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึงอะไร ก็ทำเอานายกเบือนหน้า และรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ถึงกลับต้องก้มหน้า ยอมรับในความรู้น้อยของตน ที่นำเสนออย่างนั้น

....เราก็อยากรู้ต่อ การที่ผมได้มีโอกาสได้เจอข้าราชการที่เคยตามเสด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งตัวเองยังเข้าร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ก็จะสอบถามเพื่อความกระจ่าง

.....ถือเป็นความโชคดีของผม ที่ได้รับความกระจ่างเกี่ยวกับ "เศรษฐกิจ พอเพียง" ในแง่ที่เรียกว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว จากหลายๆคน ที่ได้ให้ความกรุณาอธิบาย

....ทุกๆ ท่านให้คำตอบที่คล้ายๆ กัน นั่นคือ พระองท่านนิยาม คำว่า เศรษฐกิจพอเพียง ให้เป็นเพียงแนวทาง ให้แก่ทุกอาชีพ ทุกคน ไม่มีรูปแบบที่ตายตัว นั่นคือสามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกคน โดยจุดเริ่มต้นของนิยามนี้ คือพอ นั่นคือ พอประมาณ พอดี ไม่ฟุ้งเฟ้อเกินฐานะ จากสิ่งที่หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรง

....และที่สำคัญ เมื่อผ่าน คำว่าพอแล้ว ก็มาต่อที่การ "ออม"

....ประเด็นนี้ในแง่ เศรษฐกิจ นี่คือสิ่งสำคัญ

.....ถามว่าชีวิตพนักงานประจำ วันนึงอยากจะมีรถสักคัน บ้านสักหลัง แต่ถ้าตั้งแต่ทำงานมาไม่เคยมีเงินเหลือเก็บเลย ถามว่า แบงค์จะอนุมัติไหม

....อยากเป็นเจ้าของกิจการ ถ้าไม่มีเงินเก็บจะมีทุนตั้งต้นไหม ถ้าไม่ไปขอพ่อขอแม่มา

....ลงทุนทำธุรกิจ ลงหมดเลยไม่เหลือเงินหมุนเวียน โอกาสเสี่ยงมีสูงไหม

....ดังนั้นการออมคือจุดเริ่มต้นของการเกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจโดยมวลรวม เพราะเมื่อออมจนพร้อมก็จะลงทุนในสิ่งคิดไว้ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนให้กับความมั่นคงในชีวิต หรือลงทุนในธุรกิจ เพื่อต่อยอดในอนาคต

....ถึงบอกว่า นิยาม คำว่า "เศรษฐกิจพอเพียง" นี่สามารถขับเคลื่อนเศรษกิจ ระดับรากหญ้า และชนชั้นกลาง ซึ่งเป็นประชากรหมู่มากของประเทศ ได้เป็นอย่างดี ไม่ได้เกี่ยวข้อง อะไรกับการเปิดหรือปิดประเทศ หรือทุนนิยม อะไรๆ อย่างที่ ใครบางคนยกตัวอย่างในการให้สัมภาษณ์ กับสื่ออย่างมึนๆ แล้วพูดแบบไม่รู้ว่า เป็นเพียงแค่ วาธะกรรม

....ผมไม่ถือสากับคนที่ไม่เคยแม้จะใส่ใจว่าพระองค์ท่านทรงงาน และดำรัส ดำริสิ่งต่างๆ มาตลอดรัชสมัยนั้น พระองค์ท่านทรงทำเพื่อใคร ดังนั้นเขาจึงพูดออกมาด้วยความไม่รู้ ถึงคุณค่าและความหมายที่แท้จริงของคำว่า เศรษฐกิจพอเพียง

....แต่อดสมเพชไม่ได้ที่ปัจจุบัน เขาอาสามาเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ ที่เมื่อจบการศึกษาแล้วก็จะออกมาทำงานสร้างอนาคต แต่หากไม่รู้จักการออม อนาคตคนรุ่นใหม่เหล่านี้เป็นอย่างไร ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ใช้จ่ายเกินตัว ถ้าไม่รู้จักคำว่า"พอ" รวมกันแล้วหนี้ภาคประชาชน ต่อหัว จะเพิ่มอีกเท่าไหร่ เอ็นพีแอล จะเพิ่มอีกเท่าไหร่ เงินเฟ้อจะเป็นอีกเท่าไหร่ กำลังซื้อหายไปจะแก้อย่างไร จะสร้างอนาคต กู้เงินซื้อบ้าน ลงทุนในธุรกิจอย่างไร ในเมื่อเขาไม่ใช่นามสกุล จึงรุ่งเรืองกิจ

....ไม่รู้ ไม่เข้าใจ ไม่สนใจ ไม่ว่าอะไร แต่เมื่อไม่เข้าใจแม้เพียงกระพี้ อย่าอวดรู้และวิจารณ์ในสิ่งที่ตนไม่เคยแม้แต่จะสนใจ แล้วยิ่งอาสาเป็นตัวแทนประชาชนในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ด้วยแล้ว ยิ่งควรแสดงวิสัยทัศน์มากกว่า เที่ยวโชว์ว่าตัวเองไม่รู้อะไรต่อสาธารณะ ถ้าตัวแทนประชาชนคนรุ่นใหม่กลายเป็นคนที่ไม่รู้ อะไรจริงๆ ในสิ่งที่ตัวเองพูดต่อสาธารณะ ไอ้คนที่คิดจะเลือกนี่ถามจริงๆ เชียร์เพราะตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกันใช่ไหม ว่าสิ่งที่เขาพูดนี่เอ็งก็ไม่รู้

....จึงขอถือโอกาสนี้สอนเด็กรุ่นใหม่ให้เข้าใจเสียใหม่นะว่า เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่เป็นเพียงวาทะกรรม แต่เป็นศาสตร์ ที่เกิดจากความคิดของ ปราชญ์ ที่ทั้งโลกให้ความเคารพและเชื่อถือในแนวคิดนี้

 

 

ขอบคุณ https://www.tnews.co.th/contents/429919


ลอกคราบความบิดเบือน? เปลือย"ธนาธร-ปิยะบุตร" แก้ ม.112"เพื่อไม่เป็นเครื่องมือทางการเมืองจริงหรือ" เพราะก่อนหน้ามีเสื้อแดง-เรื่องนี้ไม่มีปัญหา 

ดูเหมือนการก่อเกิด "พรรคอนาคตใหม่" ของ “ไพร่หมื่นล้าน - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ที่แตะมือกับ "อดีตอาจารย์นิติราษฎร์" อย่าง "นายปิยะบุตร แสงกนกกุล" จะนำมาซึ่งการถูกขุดคุ้ยหลายต่อหลายเรื่องที่เขาเคยพูดไว้ในอดีต ทั้งในส่วนของธนาธรเอง และในส่วนของปิยะบุตร โดยเฉพาะรายหลังการที่เขาอยู่ในกลุ่มคนที่เคยเสนอให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยอ้างว่า "เพื่อไม่ให้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อจัดการฝ่ายตรงข้าม" นั้น ดูจะยิ่งเพิ่มน้ำหนักทำให้คนรู้ทันคลางแคลงใจต่อกรณีนี้ของพวกเขาอย่างไม่เสื่อมคลาย

ยิ่งล่าสุดวานนี้ การที่ "วรเจตน์ ภาคีรัตน์" ออกมาปกป้องศิษย์รัก "ปิยบุตร" ทำนอง "เรื่อง ๑๑๒ ไม่ควรมาโจมตีปิยบุตร หากเห็นว่าไม่ถูกต้องก็ชี้มาที่ผมหรือนิติราษฎร์ก็ได้ ปิยบุตรขาดจากนิติราษฎร์ไปแล้วเพราะไปทำงานการเมือง แต่นิติราษฎร์คือทางวิชาการ แต่ละคนยืนคนละบทบาทแล้ว สื่อทำอะไรบางอย่าง ไม่ควรมโน ไม่เคารพต่อคนอ่าน ไม่มืออาชีพ แม้ผมเสียดายปิยบุตรแต่ก็เคารพเขา เมื่อเข้าสู่การเมืองจะเจออีกหลายอย่างที่ไม่เคยเจอในชีวิต โดยเฉพาะการเมืองไทย สังคมไทยไปต่อไม่ได้" นั่นยิ่งทำให้สังคมกังขาในเรื่องนี้มากขึ้นว่า...เป็นการแก้ตัวให้กันแบบน้ำขุ่น ๆ และแบ่งหน้าที่กันทำงานหรือไม่

เพราะนายปิยะบุตร นั้นเคยกล่าวอ้างถึงเรื่องนี้ในนาม "นิติราษฎร์" ในคราวนั้น และสังคมต่างบันทึกไว้ว่า

“ผมเคยร่วมกับอาจารย์หลายคนเสนอให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เพราะทุกท่านคงทราบดีว่ามาตรา 112 ถูกนำไปใช้กลั่นแกล้งกันและทำลายศัตรูทางการเมืองฝั่งตรงข้ามที่คิดเห็นแตกต่างกัน การเสนอให้แก้ไขมาตรา 112 ตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักการประชาธิปไตยและหลักนิติรัฐ

“ณ วันนี้มีหลายกรณีที่เป็นตัวบ่งชี้ให้เราเห็นว่าแม้กระทั่งรัฐและกลไกของรัฐเองก็มีปฏิกิริยาในแง่ของการจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายอาญามาตรานี้เช่นเดียวกัน ในอดีตเคยมีการตั้งคณะกรรมการศึกษา ปัจจุบันคงเห็นหนังสือของสำนักงานอัยการสูงสุดออกมาว่าต่อไปนี้จะให้อัยการสูงสุดเท่านั้นที่เป็นคนพิจารณาว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ เราเห็นทิศทางของศาลที่ให้ประกันตัวผู้ต้องหาในคดีมาตรา 112 มากขึ้น เราเห็นทิศทางของการมีคำพิพากษาจำนวนมากที่ยกฟ้อง นั่นหมายความว่ารัฐเองก็ตระหนักดีถึงปัญหาของมาตรา 112” หนึ่งในผู้ก่อตั้ง "พรรคอนาคตใหม่" อ้าง

อย่างไรก็ตาม คำกล่าวอ้างที่ว่า "เพื่อไม่ให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อจัดการกับฝ่ายตรงข้าม" ของคู่หูไพร่หมื่นล้านนั้น ดูจะสวนทางกับความเป็นจริงอยู่มาก

เพราะในความเป็นจริงแต่ดั้งแต่เดิมมา ผู้ทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 (ก่อนปี 2500 มีการจัดทำประมวลกฎหมายอาญาขึ้น ชื่อ "กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ.127" มาตรา 98 ระบุโทษไม่เกิน 7 ปี (ไม่มีอัตราโทษขั้นต่ำ) และปรับไม่เกิน 5,000 บาทด้วย หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในปี 2500 ได้จัดทำประมวลกฎหมายขึ้นใหม่ ชื่อ "ประมวลกฎหมายอาญา"  ในมาตรา 112 กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี (ไม่มีโทษปรับ) ต่อมาภายหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาโดยคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ 41 โดยเพิ่มโทษเป็นโทษจำคุกขั้นต่ำ 3 ปี ไม่เกิน 15 ปี (กำหนดโทษขั้นต่ำเอาไว้ด้วย) มีไม่มากราย มีตัวเลขที่แน่ชัดจาก "ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง" หรือ TCIJ ว่า ในระหว่างปี 2535 – 2547 ตัวเลขของคดี ม.112 ที่มีการฟ้องร้องกันในศาลเฉลี่ยแล้วมีน้อยกว่า 10 คดี   

ขณะที่ในช่วงปี 2548 – 2552 หลังการรัฐประหารของ คมช.ที่นำโดย พล.อ.สนธิ บุญรัตนกลิน ตัวเลขของคดีขยับไปที่ 547 คดี และขยับขึ้นแบบก้าวกระโดดเป็นหลายพันคดีในปัจจุบัน

คำถามคือ...เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น กฎหมายนี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ตามที่ปิยะบุตร...ผู้เสนอให้แก้ไขกล่าวอ้างจริงหรือ หากดูจากวันเวลานั่นน่าจะได้คำตอบที่ชัดเจน เพราะก่อนหน้าการก่อเกิดของ "ระบอบทักษิณ และคนเสื้อแดง" คือในช่วงปี 2535 – 2547 ตัวเลขของคดี ม.112 มีน้อยกว่า 10 คดี นั่นย่อมสะท้อนชัดโดยตัวเองอยู่แล้วว่า ยุทธศาสตร์ที่ "ระบอบทักษิณ" ใช้ปลุกระดมมวลชนคนเสื้อแดงลงสู่ท้องถนน เพื่อโค่นล้มรัฐบาลที่เป็นปฏิปักษ์กับพวกเขา...ก็คือการหยิบเอา "ม.112 มาเป็นเครื่องมือ และหวังผลทางการเมือง" โดยกล่าวโจมตีรัฐบาลที่อยู่ขั้วตรงข้ามพวกเขา แล้วโยงอำนาจรัฐไปยังสถาบันฯ  เพื่อหวังผลทางการเมืองอย่างที่กล่าว เช่นกับที่พวกเขากุเรื่อง "ไพร่-อำมาตย์" ซึ่งไม่มีอยู่จริงในสังคมปัจจุบัน ขึ้นมาหลอกล่อให้คนเสื้อแดงลงสู่ท้องถนน...เพื่อเป็นเบี้ยทางการเมืองให้กับพวกตน

เรื่องนี้เป็นความจริงเชิงประจักษ์จากเอกสารที่ปรากฎในที่ชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงบริเวณแยกราชประสงค์ กรุงเทพฯ ช่วงเดือนเมษายนต่อพฤษภาคม ปี 2553 ก่อนถูกรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สลายการชุมนุม อย่าง “วิทยานิพนธ์คนเสื้อแดง” ที่กำหนดยุทธศาสตร์ 5 ประสาน 1 เป้าหมาย ให้คนเสื้อแดงกลุ่มต่าง ๆ นำไปกำหนดยุทธวิธีล้วนเกี่ยวพันกับสถาบันฯ ทั้งสิ้น

รวมทั้งคำปราศรัยอันดุเดือดของแกนนำอย่าง "นายจุตพร พรหมพันธุ์" ที่กล่าวพาดพิงถึงเรื่องนี้...ซึ่งสาธารณชนต่างรับทราบกันดี และมิอาจนำมากล่าวซ้ำในที่นี้ได้...นั่นยิ่งสะท้อนว่า ใครเป็นคนหยิบเรื่องนี้มาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

มีผู้รู้ตั้งข้อสังเกตแบบฟันธงว่า ที่คดี ม. 112 มีผู้ต้องหาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในระยะหลังนั้น เป็นเพราะขบวนการไม่เอาสถาบันฯ มีความชัดเจน และแสดงตัวตนมากขึ้น มีคนกล้ากระทำความผิดที่เข้าข่ายมาตรานี้เพิ่มมากขึ้น คดีก็ต้องมากขึ้นเป็นธรรมดา กฎหมายอยู่นิ่งๆ แต่คนทำผิดเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายเอง กฎหมายก็ต้องทำหน้าที่ของมัน เหมือนกับคดียาเสพติดมีผู้กระทำผิดเพิ่มมากขึ้น ก็เพราะระยะหลังยาเสพติดระบาดมากเป็นเรื่องธรรมดา และเหตุนี้กฎหมาย ม.112 ยิ่งเป็นสิ่งจำเป็น" 

แม้ผู้รู้ท่านนั้นจะไม่ระบุว่า ขบวนการไม่เอาสถาบันฯ นั้นเป็นคนกลุ่มไหน แต่สังคมก็ทราบกันดีว่า...ย่อมหมายถึงคนเสื้อแดง...ดังที่มีคำกล่าวกันอย่างกว้างขวางว่า "เสื้อแดงไม่ได้ล้มเจ้าทุกคน แต่ทุกคนที่ล้มเจ้าล้วนเป็นเสื้อแดง" นั่นก็สะท้อนทุกอย่างในตัวเองอยู่แล้ว 

ดังนั้น การที่ปิยะบุตร ที่แตะมือกับ “ไพร่หมื่นล้านอย่างธนาธร" ตั้งพรรคฯ และมองว่า ที่ต้องแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยอ้างว่า "เพื่อไม่ให้เป็นเครื่องมือทางการเมือง" นั้น ล้วนเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่มาก และควรจะตอบให้ได้ว่า...ใครกันหรือที่หยิบ ม.112 มาใช้เป็รเครื่องมือทางการเมือง และการมีกฎหมายดังกล่าวไว้ อย่างน้อยก็เพื่อให้...กันไม่ไห้พวกไม่หวังดีต่อสถาบันฯ กระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดลงไปแบบไม่เกรงกลัว ซึ่งว่าไปแล้วทั้ง “ธนาธร” และ "ปิยะบุตร" น่าจะรู้ดีว่า...หมายถึงใคร

ขอบคุณ นายอารมณ์ เคนหล้า https://www.deepsnews.com/contents/2606

 

สำหรับผู้เขียนชัดเจนว่า



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
nongkoy วันที่ : 21/03/2019 เวลา : 02.00 น.
https://www.sthepakul.com
น้องก้อยค่ะ เด็กกำแพงเพชรเข้ากรุงมาเรียนและทำงานค่ะ :)

ชัดเจนมาก แต่เราก็เห็นคุณยิ้มนะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
สุกรวดี วันที่ : 10/03/2019 เวลา : 20.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rojanar

เคบเขียนเป็นกลอนไว้ที่ "บล๊อกโอเค" นี่แหละ
ในเอนทรี่ มาตรา112 หนักกบาลใคร?
ตอนนี้พอจะรู้ละ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
พุธทรัพย์ วันที่ : 10/03/2019 เวลา : 10.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับคุณสิงห์นอกระบบ ขอต่อสักคำได้ไหมครับว่า "กูไม่เลือกมึง"

ชอบประโยคที่ีว่า "ไม่รู้ ไม่เข้าใจ ไม่สนใจ ไม่ว่าอะไร แต่เมื่อไม่เข้าใจแม้เพียงกระพี้ อย่าอวดรู้และวิจารณ์ในสิ่งที่ตนไม่เคยแม้แต่จะสนใจ แล้วยิ่งอาสาเป็นตัวแทนประชาชนในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ด้วยแล้ว ยิ่งควรแสดงวิสัยทัศน์มากกว่า เที่ยวโชว์ว่าตัวเองไม่รู้อะไรต่อสาธารณะ" คนประเภทนี้มีเยอะนะครับ โดยเฉพาะพวกอนาคตดับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
สุรพงศ์ วันที่ : 07/03/2019 เวลา : 23.32 น.
https://line-mobile.blogspot.com/2018/08/line-mobile.html

ตัวเขาชัดเจนมาก ถ้ามาจริงก็คงทำให้ประเทศแตกแยกหนักกว่าเดิม ก็ต้องรอดูกันต่อไป

ความคิดเห็นที่ 12 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 17/02/2019 เวลา : 13.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอให้
ชาวไทย
อยู่รอด ปลอดภัย
และ
ประสบความสำเร็จในด้านดีทุกๆ ด้าน

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 15/02/2019 เวลา : 18.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ขอบคุณครับ คุณครูทิพย์ คนไทยรุ่นใหม่อีกเยอะครับที่ละเลยและลืมรากเหง้าของตัวเอง ของชาติบ้านเมือง น่าห่วงมากมากครับ

ความคิดเห็นที่ 10 สิงห์นอกระบบ , february26 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ครูทิพย์ วันที่ : 14/02/2019 เวลา : 23.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Tip2
Every minute is precious if every minute I have you. ทุกนาทีจะมีค่า หากทุกเวลาฉันมีเธอ 

ขออนุญาตค่ะคุณสิงห์...คอมเม้นต์นี้ถ้าแรงไปลบได้เลยนะคะ
.....
น่าอนาถปัญญาเท่าหางอึ่ง
ดันทะลึ่งอวดโง่ปากโสมม
ด้วยหวังว่าจะมีคนชื่นชม
ฝันลมลมแล้งแล้งแสนทุเรศ

ความคิดเห็นที่ 9 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 14/02/2019 เวลา : 22.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ขอบคุณครับ คุณคนคอหนัง อยากให้คนที่หลงลมประชาธิปไตยคิดได้และคิดเป็นเช่นที่คุณคนคอหนังว่าครับ

ความคิดเห็นที่ 8 february26 , ครูทิพย์ และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
คนคอหนัง วันที่ : 14/02/2019 เวลา : 21.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/movietalk

คนบางคนมีปากไว้เหมือนผายลม
คนบางคนมีสติปัญญาน้อยนิด แต่หลงผิดคิดว่าชาญฉลาด
คนบางคนปล่อยให้คนชั่วครอบงำ จนทำชั่วแล้วสำคัญตนว่าทำดีทำถูก
คนที่ไม่รู้จักบุญคุณแผ่นดินเกิด ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ
ไม่รู้จักคุณูปการของพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงทำเพื่อแผ่นดินไทย
คนเหล่านี้สุขสบายจนหลงลืมตน
จนดูถูกดูแคลนคนอื่น ดูถูกดูแคลนวัฒนธรรมรากเหง้า
น่าเศร้ากว่าคือ บรรดาบุคคลที่ได้ชื่อว่าปัญญาชน กลับแยกแยะไม่ออกว่าอะไรคือบุคคลที่ควรเอาเป็นแบบอย่าง และบุคคลใดที่ควรไม่เอาเป็นเยี่ยงอย่าง

ผมคนหนึ่งล่ะครับ ชัดเจน ไม่สนับสนุน และไม่เลือกคนที่เข้าข่ายลักษณะที่ผมได้กล่าวมาครับ เพราะผมถือว่าคนประเภทนี้ เนรคุณแผ่นดินเกิดครับ

ถ้าความเห็นฮาร์ดคอร์เกินไป ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 7 february26 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 14/02/2019 เวลา : 20.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ขอบคุณครับ คุณfeb เห็นด้วยที่สุดครับ

ความคิดเห็นที่ 6 vinitvadee , ครูทิพย์ และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
february26 วันที่ : 14/02/2019 เวลา : 09.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

วาทะกรรม เยี่ยงนี้ อย่าหวังเลยครับ ที่นี่ประเทศไทย ประเพณี วัฒนธรรม มีมาช้านาน ผมไม่เชื่อ ว่าแค่วาทะกรรมไม่มีประโยคจะทำให้หัวใจคนไทยเปลี่ยไป

ความคิดเห็นที่ 5 vinitvadee , ลิงเขียว ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 14/02/2019 เวลา : 08.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ขอบคุณทุกความคิดเห็นครับ
กว่าจะเป็นบ้านเมืองของเราจนทุกวันนี้ เรามีรากมีเหง้าที่หล่อเลี้ยงจนเติบโตด้วยความกล้าหาญและเสียสละชีวิตเลือดเนื้อของบูรพมหากษัตริย์และบรรพชนไทยครับ

ความคิดเห็นที่ 4 february26 , สิงห์นอกระบบ และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ลิงเขียว วันที่ : 13/02/2019 เวลา : 22.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

สวัสดีค่ะ

นี่ก็อ่านไปยิ้มไปค่ะ

----
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมชพูดไว้ว่า "เมืองไทยถ้าไม่มีคอร์รัปชัน ถนนจะปูด้วยทองยังได้" ยังคิดว่าพรรคคุณอาจทำให้เป็นจริงได้ไม่มากก็น้อย------------------------

อู้วววว ลิงเขียวอึ้งเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 ครูทิพย์ , february26 และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
toondee วันที่ : 13/02/2019 เวลา : 16.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

โหงวเฮ็ง ดีจริงๆ คิ้วหงษ์ ตามังกร หูพยัคฆ์ จมูกสิงโต ปากหมา อยากเห็นโหงวเฮ้งนี้เป็นนายกสักที จะได้กี่วัน จะมีโอกาส สาใจกับความอยากไหม รอดูๆ

ความคิดเห็นที่ 2 february26 , สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
vinitvadee วันที่ : 13/02/2019 เวลา : 15.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

นี่ก็มันสุดๆ เหมือนกัน
อ.แดง เขียนได้สะใจดีแท้ๆ ค่ะน้าสิงห์
ขอบพระคุณนะคะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 1 ครูทิพย์ , february26 และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
แม่หมี from mobile วันที่ : 13/02/2019 เวลา : 15.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ชัดเจนเหมือนกันค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน