*/
  • สิงห์นอกระบบ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 1593
  • จำนวนผู้ชม : 2964307
  • จำนวนผู้โหวต : 1080
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1080 คน
<< กุมภาพันธ์ 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562
Posted by สิงห์นอกระบบ , ผู้อ่าน : 501 , 10:51:17 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน ATM_Decor , แม่หมี และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

ณ ลานประกอบพิธี อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 23 ก.พ. พระชายกลาง อภิญาโณ วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ในฐานะประธานมูลนิธิสหชาติ พล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลารำลึกพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต โดยมีพระญาติ ข้าราชการทหาร ตัวแทนภาคเอกชนที่มีกิจการริมถนนวิภาวดีรังสิตและประชาชนเข้าร่วมพิธี จากนั้นมีการประกอบพิธีสงฆ์ ถวายผ้าบังสุกุลอุทิศให้พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต พร้อมด้วยการจัดเสวนา "นี่คือ ปณิธานที่หาญมุ่ง...เพื่อชาติ"

พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ประสูติเมื่อวันที่ 20 พ.ย.2462 เป็นพระธิดาในพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ และหม่อมเจ้าพรพิมลพรรณ รัชนี พระนามเดิมเมื่อประสูติ คือ หม่อมเจ้าวิภาวดี รัชนี เสกสมรสกับหม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต มีพระโอรสและพระธิดา 2 พระองค์ ทรงมีผลงานนวนิยาย ด้วยพระนามแฝง "ว.ณ ประมวญมารค" บทประพันธ์ที่โด่งดังเป็นนวนิยายอมตะ คือ "ปริศนา" "รัตนาวดี" และ "เจ้าสาวของอานนท์"เป็นต้น 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมเจ้าวิภาวดี ทรงเป็นนางสนองพระโอษฐ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในการเสด็จเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการ ซึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ.2510 หม่อมเจ้าวิภาวดี ทรงปฏิบัติภารกิจในฐานะผู้แทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงนำสิ่งของพระราชทานไปเยี่ยมตำรวจ ทหาร ประชาชนในถิ่นทุรกันดาร 

กระทั่งวันที่ 16 ก.พ. 2520  ขณะหม่อมเจ้าวิภาวดีเสด็จทางเฮลิคอปเตอร์ที่ประทับ ไปรับตำรวจตระเวนชายแดนที่บาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด ที่ ตำบลบ้านส้อง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถูกผู้ก่อการร้ายยิงปืนมาที่เฮลิคอปเตอร์ที่ประทับ ทำให้หม่อมเจ้าวิภาวดีสิ้นชีพตักษัย ต่อมาวันที่ 4 เม.ย. 2520 มีพระบรมราชโองการสถาปนา หม่อมเจ้าวิภาวดี รังสิต เป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต และรัฐบาลได้นำพระนาม "วิภาวดีรังสิต" มาเป็นชื่อถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อให้ระลึกถึงคุณงามความดี ความกล้าหาญของพระองค์

 

รอยพระยุคลบาท โดย พล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร

.....หน้าที่ของผมตามพระราชบัญญัตินายตำรวจราชสำนักประจำนั้น นอกจากจะได้แก่การถวายความปลอดภัยแล้ว ยังต้อง “ปฏิบัติตามพระราชประสงค์” ซึ่งหมายความว่า จะทรงใช้อย่างใดก็ได้สุดแต่พระราชอัธยาศัย ผมรู้อยู่แล้ว จึงเตรียมพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าอื่นถวาย

“หน้าที่” อื่นที่มาถึงโดยมิได้คาดหมาย คือการตามเสด็จถวายความปลอดภัยแด่ หม่อมเจ้าหญิงวิภาวดี รังสิต สถานการณ์ภาคใต้ขณะนั้น หลายจังหวัดคับขัน และรุนแรงไม่แพ้ภาคอีสาน และภาคเหนือที่ผมเคยผ่านมาแล้ว ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์สามารถจัดตั้งเป็นกองกำลังถืออาวุธ และเข้าโจมตีจนทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับความสูญเสียมากบ้างน้อยบ้างอยู่ตลอดเวลา

เพราะฉะนั้น พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จฯจึงทรงเป็นห่วง และจึงมีพระราชบัญชาให้ผมตามเสด็จท่านหญิงวิภาฯ เพื่อถวายความปลอดภัยแด่ท่าน 

ท่านหญิงวิภาฯ นั้นทรงมีพระนิสัยคล้ายพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จฯ ตรงที่โปรดการเสด็จแบบถึงลูกถึงคน หากไม่จำเป็นจะไม่ประทับเฮลิคอปเตอร์ แต่จะเสด็จโดยทางพื้นดินเป็นส่วนใหญ่ เมื่อเริ่มตามเสด็จแล้ว ผมจึงได้รู้ว่ามีอันตราย

การเสด็จของท่านหญิงซึ่งเป็นพระราชวงศ์และเสด็จแทนพระองค์พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จฯ นั้นทำความตื่นเต้นและยินดีให้แก่ประชาชนโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเสด็จไปที่ไหนก็มีคนไปเฝ้าอย่างเนืองแน่น ประกอบกับท่านหญิงเป็นเจ้านายที่ไม่ถือพระองค์ การเสด็จของท่านหญิงจึงทำความอุ่นใจให้แก่ประชาชน และเป็นสิ่งที่ชาวใต้ตั้งตาและตั้งใจคอย 

จึงไม่ต้องสงสัยว่า ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ถือว่าการเสด็จของท่านหญิงเป็นอุปสรรคแก่การทำงานของเขา เขาไม่ประสงค์ที่จะให้ประชาชนรู้สึกอุ่นใจ แต่ต้องการที่จะให้ประชาชนรู้สึกว้าเหว่และถูกทอดทิ้งต่อไปอีก เพื่อจะได้สะดวกแก่การทำงานโฆษณาชวนเชื่อให้เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาล 

ในการเสด็จหลายครั้ง ทางรถยนต์ไม่มี ท่านหญิงต้องประทับเกาะท้ายรถจักรยานยนต์แล่นไปตามทางคนเดินในป่าหรือสวนยางหรือตามคันนา และผู้ตามเสด็จก็ต้องเกาะท้ายจักรยานยนต์ไปคนละคันๆ เช่นเดียวกัน

พาหนะที่ทรงใช้ในการเดินทาง

ครั้งหนึ่ง ขณะที่กำลังเสด็จอยู่ในอำเภอพระแสง พอเสด็จออกไปได้ไม่นาน ก็พบต้นไม้ใหญ่พาดขวางทางอยู่ เมื่อลงไปสำรวจดูแล้วก็เห็นว่าไม่ใช่ต้นไม้ล้มด้วยแรงพายุหรือด้วยตัวมันเอง หากแต่ถูกใครจงใจยกเอาไปวางขวางไว้ พวกเราต้องออกแรงยกออกจากทางแล้วจึงเดินทางต่อไป

นอกจากรถยนต์และจักรยานยนต์แล้ว ในการเสด็จบางอำเภอ ท่านหญิงต้องประทับเรือ เพราะเป็นวิธีสัญจรวิธีเดียวที่สะดวกที่สุดในสมัยนั้น และเพราะระยะทางไกล จึงเคยต้องประทับแรมริมแม่น้ำกลางทาง ในเพิงที่เขาสร้างถวาย

ผมจำได้ว่า วันนั้นก่อนเสด็จเข้าที่ประทับมีชาวบ้านมาเฝ้าเป็นจำนวนมาก ท่านหญิงรับสั้งกับชาวบ้านเหล่านั้นอย่างเป็นกันเองและสนุกสนาน แต่เวลาล่วงเลยไปจนถึงพลบค่ำก็ยังไม่เห็นทูลลากลับ ในที่สุดเมื่อรับสั่งถาม ชาวบ้านจึงได้ทูลว่า เขาจะพักแรมอยู่ข้างที่ประทับนี่หละ กลับไม่ได้แล้ว ขืนกลับอาจถูกเสือลากไปกิน

อีกตอนหนึ่ง นายอำเภอคีรีรัฐสร้างที่ประทับแรมถวายเอาไว้ริมน้ำตก (ต่อมาได้ชื่อว่า น้ำตกวิภาวดี) และท่านหญิงต้องทรงลงดำเนินจากริมแม่น้ำขึ้นเขาไปตามทางที่เป็นหินและค่อนข้างสูงชัน ที่ไม่มีใครคาดฝันก็คือ ก่อนเสด็จถึงฝนตกหนักและน้ำป่าไหลเชี่ยวโกรกสวนทางลงมา 

การเดินขึ้นเขาจึงกลายเป็นการเดินวิบาก เพราะต้องระวังมิให้ลื่นตกน้ำ แต่ทั้งๆที่ระวังอยู่ คุณหมอสวัสดิ์ก็พลาดตกลงไปในน้ำและถูกน้ำพัดลงเขาไป เคราะห์ดีที่ตกลงไปในแอ่งน้ำ จึงไม่เป็นอันตราย ผมตามเสด็จท่านหญิงวิภาฯ อยู่จนถึงกลางเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จฯจึงได้เสด็จฯ ไปทรงเยือนอำเภอพระแสง 

การเสด็จครั้งนั้นคงไม่เป็นที่สบอารมณ์ของผู้ก่อการร้ายอย่างแน่นอน จะเห็นได้จากการที่ผู้ก่อการร้ายซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ที่เดินทางเข้าไปเตรียมการรับเสด็จที่อำเภอพระแสง เป็นเหตุให้นายตำรวจเสียชีวิตไปคนหนึ่ง

เมื่อถึงบ้านไสขรบ ในเขตอำเภอกิ่งอำเภอเคียนซา มอบของพระราชทานให้แล้วและกำลังกินกลางวันกันอยู่ ราษฎรได้เข้ามากระซิบบอกว่าเห็นผู้ก่อการร้ายหลายคนอยู่ในบริเวณงาน ผมและคุณวิภาสหยุดกินอาหารและรีบเดินทางออกมา

หลังจากเดินทางออกมาไม่นานก็ได้รับแจ้งวิทยุว่า ผู้ก่อการร้ายเข้าจับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาการณ์อยู่ในงานนั้น และยึดเอาอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ไปได้ นับว่าเป็นเคราะห์ดีที่พวกเราไม่ได้มัวโอ้เอ้อยู่ หาไม่แล้วผู้ก่อการร้ายอาจจับได้ทั้งผมและคุณวิภาส และได้เฮลิคอปเตอร์ตำรวจอีกหนึ่งเครื่องด้วย

ท่านหญิงวิภาฯ นั้นนอกจากทรงเป็นนักเขียนนวนิยาย และบทความสารคดีต่างๆแล้ว ยังทรงสนพระทัยและมีความรู้เรื่องประวัติศาสตร์และโบราณคดีอย่างแตกฉาน

ในระยะเวลาไล่เลี่ยกันนี้เองที่ทูลกระหม่อมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เริ่มสนพระทัยในโบราณคดีและโดยเฉพาะถ้วยชามจีน กลับจากตามเสด็จท่านหญิงวิภาฯ คราวใด ผมจึงมีเศษถ้วยชามโบราณแตกไปถวายคราวนั้น จนกระทั่งพระพี่เลี้ยงบ่นว่า ในห้องที่ประทับของทูลกระหม่อมในตำหนักจิตรลดารโหฐาน มีเศษถ้วยชามเหล่านี้เต็มไปหมด และขอให้ผมงดถวาย

ระหว่างทางเสด็จโดยเฉพาะในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น เราได้เห็นริ้วรอยของการต่อสู้ระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ก่อการร้ายอยู่เป็นระยะๆตลอดทาง แต่ท่านหญิงไม่เคยทรงแสดงพระกิริยาให้รู้สึกว่าทรงวิตกหรือหวาดหวั่นในเหตุการณ์นั้น 

ครั้งหนึ่ง ขณะที่ทรงบรรยายเรื่องประสบการณ์ของพระองค์ เมื่อมีผู้ขอให้รับสั่งเล่าเรื่องผู้ก่อการร้าย ท่านหญิงตอบว่าไม่มีเรื่องจะเล่า ทรงทราบว่าในหมู่บ้านที่เสด็จเข้าไปนั้นมี “พวกนั้น” อยู่ แต่ไม่เคยสนพระทัยว่าผู้ใดเป็นอะไร “ โดยเฉพาะตอนน้ำท่วม เราไม่เคยคิดว่าใครเป็นพวกไหนเลย ต่างก็ขาดแคลนอาหาร เสื้อผ้า และเจ็บป่วยด้วยกันทั้งนั้น ของพระราชทานจึงถึงมือทุกคนซึ่งเป็นคนไทยในผืนแผ่นดินไทยของเราที่ได้รับความเดือดร้อน”

ท่านหญิงทรงห่วงใยแต่ผู้อื่น และไม่ทรงเป็นห่วงความปลอดภัยของพระองค์เอง เมื่อเช้าวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2520 ขณะที่กำลังเสด็จไปเยี่ยมประชาชนและเจ้าหน้าที่ดังที่ได้เคยปฏิบัติมาเป็นเวลาแรมปี และเฮลิคอปเตอร์ของกรมตำรวจที่ประทับกำลังบินอยู่ในเขตอำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานว่าข้างล่างมีการประทะต่อสู้กันระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ก่อการร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนสองนายต้องกับระเบิดได้รับบาดเจ็บสาหัส

ขณะนั้นในเครื่องบินนอกจากผู้ตามเสด็จอยู่ด้วย ท่านหญิงจึงรับสั่งให้นักบินนำพระภิกษุทั้งสองรูปไปส่งและให้คอยอยู่ที่วัดบ้านส้อง ส่วนพระองค์เองเสด็จไปกับเฮลิคอปเตอร์เพื่อรับผู้ได้รับบาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาล

ขณะที่กำลังร่อนลงนั่นเอง ผู้ก่อการร้ายได้ระดมยิงเครื่องบินอย่างหนาแน่น กระสุนปืนทะลุเฮลิคอปเตอร์เข้าไป นัดหนึ่งถูกท่านหญิงเป็นแผลฉกรรจ์ เฮลิคอปเตอร์ชำรุด บินต่อไปไม่ได้ นักบินต้องนำเครื่องลงฉุกเฉินระหว่างทาง ขณะที่เฮลิคอปเตอร์อีกเครื่องหนึ่งกำลังเชิญเสด็จท่านหญิงไปโรงพยาบาลนั่นเอง ท่านหญิงก็สิ้นพระชนม์ 

ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนสิ้นพระชนม์ ท่านหญิงยังทรงมีพระสติ ตรัสขอให้ พระมหาวีระ และ ครูบาธรรมไชย กราบถวายบังคมลาพระเจ้าอยู่หัวแทน ทรง “ ขอนิพพาน ” และตรัสเป็นประโยคสุดท้ายว่าทรงเห็นนิพพานแล้ว พระนิพพานที่ท่านหญิงทอดพระเนตรเห็นนั้น "สวยงดงามและแจ่มใสเหลือเกิน”

แล้วเมืองไทยก็สิ้นเจ้านายพระราชวงศ์จักรีที่ทรงรักคนไทยและเมืองไทยยิ่งกว่าพระองค์เองไปอีกองค์หนึ่ง... 

ขณะที่ท่านหญิงต้องกระสุนปืนสิ้นพระชนม์นั้น ผมกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ที่เชียงใหม่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สมเด็จพระเทพรัตฯ เสด็จไปทรงรับพระศพของท่านหญิงที่ท่าอากาศยานกรุงเทพฯ ผมได้ตามเสด็จทูลกระหม่อมไปด้วย

วันนั้นผมได้มีโอกาสเห็นท่านหญิงครั้งสุดท้ายเมื่อเข้าไปถวายน้ำพระศพ ก่อนหน้านั้นผมเห็นความตายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่น้อยครั้งที่ผมเสียน้ำตาให้แก่ผู้ตาย วันนั้นผมกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ และต้องร้องไห้ออกมาทั้งๆ ที่รู้ว่ากำลังอยู่ต่อหน้าที่ประทับของพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จฯ 

พวงมาลาดอกไม้สดของพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงวางไว้หน้าพระศพของท่านหญิงนั้น มีข้อความตอนหนึ่ง จากเพลงพระราชนิพนธ์ “ความฝันอันสูงสุด” จารึกไว้ดังนี้

“....จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด
จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง
จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา”


ส่วนพวงมาลาพระราชทานของสมเด็จฯ มีคำไว้อาลัยปรากฏดังนี้

“...ทิวาวารผ่านมาเยือนหล้าโลก
พร้อมความโศกสลดให้ฤทัยหาย
อริราชพิฆาตร่างท่านวางวาย
แสนเสียดายชีพกล้าวิภาวดี”


......งานพระราชทานเพลิงพระศพท่านหญิงมีขึ้น ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2520 ในวันนั้นได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาท่านผู้หญิงเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต และ พระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์ กับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือกชั้นที่1 ประถมาภรณ์ช้างเผือกแก่ท่านหญิงด้วย 

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินรับพระศพ ณ ร.พ.จุฬาลงกรณ์

ครั้งหนึ่งท่านหญิงเสด็จพระดำเนินยังหมู่บ้านกะเหรี่ยงในเขตอำเภอศรีสัชนาลัยนั้น ที่นับว่าอยู่ไกลและทุรกันดารมีอยู่ 2-3 หมู่บ้าน เราต้องเดินทางกันด้วยรถแลนด์โรเวอร์ไปบนทางที่ยังเรียกว่าถนนไม่ได้ เพราะเต็มไปด้วยหลุมและบ่อขนาดต่างๆ ครั้งหนึ่งรถแล่นตกลงไปติดหล่ม ร้อนถึงชาวบ้านต้องเอาช้างไปช่วยฉุดรถขึ้นจากหล่ม 

หมู่บ้านแม่สานอันเป็นที่หมายสุดท้ายในการเสด็จในคราวนั้น จะไปโดยทางเฮลิคอปเตอร์ก็คงจะได้ แต่ด้วยเหตุผลใดผมไม่แน่ใจนัก ท่านหญิงวิภาฯ ได้ทรงตัดสินพระทัยเลือกเสด็จโดยทางเท้า ทำให้ผมมีโอกาสได้ตามเสด็จเดินเขาเป็นระยะทางไกลถึงประมาณ 12 ก.ม. เป็นการเดินทางที่ระหกระเหินที่สุดครั้งหนึ่ง 

ราษฎรกะเหรี่ยงที่บ้านแม่สานนั้น นามสกุลเหมือนกันทั้งหมู่บ้าน คือ นามสกุล “ ค้างคีรี ” สอบถามแล้วได้ความว่านายอำเภอผู้หนึ่งตั้งให้ทุกคนในคราวเดียวกัน ราษฎรมีฐานะยากจน แม้แต่ข้าวก็ไม่มี ต้องขุดดินหาเผือกหามันกิน ข้าวพระราชทานที่ส่งเข้าไปก่อนหน้าที่ท่านหญิงจะเสด็จไปพร้อมคณะนั้น 

ปรากฏว่าชาวบ้านหุงกินกันหมดเกลี้ยงแล้ว พอเราไปถึงชาวบ้านก็เอามะพร้าวมาเลี้ยงต้อนรับ ความอดอยากของชาวบ้านแม่สานนั้นเห็นได้จากเมื่อเราเอามะพร้าวที่กินเหลือโยนทิ้งแล้วปรากฏว่าหมาชาวบ้าน 2-3 ตัว (ซึ่งอดโซเหมือนกัน) ได้โจนเข้าแย่งกินเนื้อมะพร้าวเป็นพัลวัน เป็นครั้งเดียวในชีวิตที่ผมเห็นหมากินมะพร้าว 

การเสด็จของท่านหญิงซึ่งเป็นผู้แทนพระองค์ นอกจากจะนำความอบอุ่นไปสู่ราษฎรชาวกะเหรี่ยงเหล่านั้นแล้ว ยังนำไปสู่ความร่วมมือกันเหลียวแลเจ้าหน้าที่ราชการฝ่ายต่างๆด้วย ก่อนจะเสด็จกลับจากหมู่บ้านแม่สาน ท่านหญิงทรงเกลี้ยกล่อมราษฎรผู้มีความรู้และเคยเป็นครูคนหนึ่งให้รับตำแหน่งเป็นครูสอนหนังสือให้เด็กๆ อยู่ที่บ้านแม่สาน โดยทรงสัญญาที่จะประทานเงินรายได้ประจำปีห้าจำนวนหนึ่ง นอกเหนือจากเงินเดือนที่เขาจะได้รับทางราชการด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เส้นทางการเดินทางไปเยี่ยมประชาชนของพระองค์หญิงวิภาวดีฯ

 

บันทึกเหตุการณ์ในวันนั้นมีดังนี้ 

วันวิภาวดีรังสิต วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 42 ปีเเห่งความทรงจำ เป็นวันรำลึกถึงน้ำพระทัย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงวิภาวดีรังสิต ที่ทรงมีพระเมตตาเเด่ชาวประชา เเม้พระองค์ท่านจะจากไปนานเเล้ว เเต่เหตุการณ์ครั้งนั้นยังตราตรึงใจพสกนิกรทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ราวกับว่าเพิ่งเกิดขึ้น
ในวันที่ระลึกนี้มีการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทำบุญอุทิศถวาย ในหลายสถานที่ อาทิ ค่ายวิภาวดีรังสิต, โรงเรียนวิภาวดี, อำเภอวิภาวดี, รพ.สมเด็จยุพราชเวียงสระ, รพ.พระเเสง, ศาลาวิภาวดีรังสิต วัดบ้านส้อง เป็นต้น 

เหตุการณ์สูญเสียอันนำมาซึ่งความเศร้าสลดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2520 เมื่อ ม.จ.หญิง วิภาวดี รังสิต นางสนองพระโอษฐ์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้รับพระราชเสาวนีย์ให้เสด็จไปเยี่ยมเยียนและประทานความช่วยเหลือทหาร ตำรวจ และประชาชนในพื้นที่อิทธิพลของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่ จ.สุราษฎร์ธานี เวลาประมาณ 08.40 น. ประทับ ฮ.ตร. หมายเลข 1715 ขึ้นจากโรงปูนซีเมนต์ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช บินไปยัง อ.พระแสง และ อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อจะทรงเยี่ยมทหาร, ตำรวจ, ตชด., อส., เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และประชาชน โดยมี ร.ต.อ.อภิรัตน์ พิลึก เป็นนักบินที่ 1 ร.ต.ต.วีนัส ฉิมน้อย เป็นนักบินที่ 2 

ในวันนั้นมีผู้ร่วมเดินทางไปใน ฮ.อีก 8 คน คือ หลวงพ่อฤษีลิงดำ, หลวงปู่ครูบาธรรมชัย, พ.ต.ท.สุดินทร์ สิงหรา ณ อยุธยา ผกก.ตชด.เขต 8, นพ.สุพาสน์ บูรพัฒน์ ผอ.รพ.นครศรีธรรมราช, ร.ต.ท.ยุทธนา ปาละนิติเสนา ผบ.มว. กก.ตชด.เขต 8, นางมาลี จันทรักษ์ พยาบาล, นายกิตติ ขันธมิตร มหาดเล็กหลวง และนายวิชัย ลูกศิษย์พระ 

ระหว่างที่ ฮ.กำลังบินไป สภ.อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี ทรงทราบจากวิทยุสื่อสารว่า มีตำรวจ ตชด.ซึ่งไปสร้างบ้านพักพระราชทานให้ราษฎรที่บ้านเหนือคลอง หมู่ 7 ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี เหยียบกับระเบิดที่ ผกค.วางดักไว้ ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงมีรับสั่งให้ไปนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลก่อน

 แต่ พ.ต.ท.สุดินทร์ฯ ผกก.ฯ ได้ทูลว่าจะไปส่งท่านและคณะที่ สภ.อ.เคียนซาก่อน ระหว่างเสด็จเยี่ยมราษฎรจะได้ให้ ฮ.ไปรับคนเจ็บส่งโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี แต่ด้วยความห่วงใยตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ โดยไม่คิดถึงพระองค์เอง จึงมีรับสั่งให้แวะรับคนเจ็บขึ้น ฮ.ไปพร้อมกันเสียทีเดียว 

ผกก.ฯ ทูลว่าผู้โดยสารเต็ม ไม่สามารถรับคนเพิ่มได้ ม.จ.วิภาวดี รังสิต จึงรับสั่งให้ ฮ.ลงจอดที่ บก.ร้อย 3 ตชด. ซึ่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ห่างประมาณ 7-8 กิโลเมตร เพื่อให้คณะทั้งหมดลง ยกเว้น นพ.สุพาสน์ เพื่อไปรับคนเจ็บ 

นอกนั้นให้พักรออยู่ที่ บก.ร้อย 3 ตชด. เมื่อส่งคนเจ็บที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี แล้ว ฮ.จึงจะมารับคณะเดินทางต่อไปยัง อ.เคียนซา ภายหลังได้ทราบจาก นพ.สุพาสน์ บูรพัฒน์ ว่า ก่อนที่ ฮ.จะลงที่ บก.ร้อย 3 ตชด. อ.เวียงสระ ม.จ.วิภาวดี รังสิต ทรงสั่ง นพ.สุพาสน์ซึ่งนั่งติดกับคุณมาลีพยาบาลด้านขวาว่า "เดี๋ยวฉันจะไปกับหมอ มาลีด้วย" 

ต่อจากนั้นทรงเขียนคำสั่งลงบนกระดาษ มีใจความว่า 

"เดี๋ยวให้ทุกคนลง เจ้าหญิงจะไปรับคนเจ็บสองคนกับหมอ กับผู้กำกับ หลวงปู่ คอยสักครู่ที่โรงตำรวจ หลวงพ่อ หลวงปู่ สวดมนต์คุ้มครองให้พวกเราปลอดภัยด้วย หมู่นี้มันยิงเรือบินเกือบทุกวัน เดี๋ยวจะมารับไปพระแสง เคียนซา" 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ลายพระหัตถ์ พระองค์เจ้าวิภาวดี

แล้วส่งให้คุณกิตติ ขันธมิตร มหาดเล็กหลวง ซึ่งนั่งอยู่ข้างหลังหลวงปู่ รับทราบคำสั่ง ดังนั้น เมื่อ ฮ.ร่อนลงที่หน้าโรงเรียนเวียงสระ ซึ่งอยู่ติดกับ บก.ร้อย 3 ช่างเครื่องบินจึงเก็บเก้าอี้ชุดหลัง เพื่อให้มีที่ว่างให้คนเจ็บนอน ร.ต.ท.สุทน วันเพ็ญ ผบ.ร้อย 3 และ พลฯ อรุณ ธรรมศิริ ขึ้น ฮ.ร่วมเดินทางไปด้วย 

ม.จ.วิภาวดี รังสิต, คุณมาลี, พ.ต.ท.สุดินทร์ ผกก.ฯ, นพ.สุพาสน์ และ ร.ต.ท.ยุทธนา เลื่อนไปนั่งเก้าอี้ผ้าใบแถวหน้า ส่วนที่ว่างพื้น ฮ. ร.ต.ท.สุทน และ พลฯอรุณ นั่งหันหลังให้เก้าอี้ผ้าใบ การบินของ ฮ.ช่วงนี้เปิดประตูทั้งสองด้าน ช่างเครื่องทั้งสองอยู่ประจำปืนกล 

ขณะที่ ฮ.บินอยู่เหนือสวนผลไม้และสวนยางซึ่งกำลังผลัดใบพ้นทางรถไฟและทางรถยนต์เพียงครู่เดียว นักบินเห็นบ้านพักพระราชทานห่างไปประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งเป็นที่หมายที่จะต้องไปรับคนเจ็บ ก็ได้ยินเสียงปืนดังรัวถี่ยิบยิ่งขึ้นมาจากข้างล่างจากบริเวณสวนยาง 

ผู้กำกับฯ สั่งให้ปืนกลทั้งสองประตูยิงต่อสู้ตอบโต้ทันที กระสุน ผกค.ที่ระดมยิงมาถูกขาซ้ายผู้กำกับฯ ทะลุรองเท้าร.ต.ท.สุทน ได้รับบาดเจ็บที่หัวแม่เท้าซ้าย และทะลุเข้าด้านหลัง ม.จ.วิภาวดี ฝังในเป็นแผลฉกรรจ์ พระโลหิตไหลออกมาก นองพื้น ฮ.ช่วงชุลมุนนี้ 

ผกก.ฯ ได้สั่งนักบินให้นำ ฮ.ไปลงที่ รพ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด แต่นักบินได้นำเครื่องลงฉุกเฉินที่โรงเรียนวัดบ้านส้อง ทราบจากนักบินภายหลังว่า ฮ.ไม่สามารถบินต่อไปได้ เพราะเข็มเครื่องวัดต่าง ๆ ไม่ทำงาน และเครื่องอาจจะระเบิดได้ทุกเมื่อ 

เมื่อ ฮ.ลงถึงพื้นแล้ว นพ.สุพาสน์ได้เอนที่นั่งบน ฮ.ตรงที่ ม.จ.วิภาวดี ประทับอยู่ เพื่อให้เอนพระวรกายบรรทมได้ และหาหนทางช่วยเหลือโดยถวายน้ำเกลือซึ่งนำติดไปด้วยทุกครั้ง 

ผู้กำกับฯ ได้วิทยุสั่งการไปยัง บก.ร้อย 3 ให้จัดรถนำหลวงพ่อ หลวงปู่มาส่งที่ ฮ.หลังจากที่แพทย์ได้ถวายน้ำเกลือได้ประมาณ 5 นาที พระอาการดีขึ้นอย่างน่าประหลาด ไม่มีอาการทุรนทุราย รับสั่งประโยคแรกที่ยังหลับพระเนตรว่า 

"ตชด.เป็นอย่างไรบ้าง เอาออกมาได้หรือยัง ให้รีบไปส่งโรงพยาบาล อย่าให้พวกมันรู้ว่าฉันถูกยิง มันจะเหิมเกริม หนาว ปวด เมื่อย" 

สักครู่รับสั่งต่อไปว่า
"ฉันไม่ได้เป็นอะไรแล้ว ตชด.มาหรือยัง ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลด่วน" รับสั่งว่า "คุณสุดินทร์นำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลเร็วเข้า" 

เมื่อหลวงพ่อ หลวงปู่เดินทางมาถึงไล่เลี่ยกับนายแพทย์ พนักงานอนามัย อ.เวียงสระ นายปกครอง จินดาพล นายอำเภอเวียงสระ และภรรยา ม.จ.วิภาวดีรับสั่งกับหลวงพ่อ หลวงปู่ ว่า 

"ร้อน หิวน้ำ ขอน้ำกินหน่อย หลวงพ่อ หลวงปู่ ช่วยไปนิพพาน ไม่เกิดแล้ว" 

หลวงพ่อบอกว่า "การที่จะไปนิพพานน่ะดี แต่ท่านหญิงยังมีประโยชน์ต่อประเทศชาติมาก" 

รับสั่งว่า "ให้กราบบังคมทูลพระเจ้าอยู่หัว ท่านชาย ท่านแม่" ทรงย้ำอยู่สองครั้งแล้วไม่ได้รับสั่งอะไรอีก 

เครื่องบินสกายแวนของกรมตำรวจนำพระศพเดินทางถึงกรุงเทพฯ เวลาประมาณ 17.00 น. (เวลาเกินเหตุประมาณ 09.30 น.) 

ม.จ.หญิง วิภาวดี รังสิต สิ้นชีพิตักษัยเมื่อพระชันษา 58 ปี ในขณะปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชเสาวนีย์ รับใช้ประเทศชาติต่างพระเนตรพระกรรณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 

ในระหว่างที่ทรงดำรงตำแหน่งนางสนองพระโอษฐ์ รับราชการในพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ ม.จ.วิภาวดี รังสิต ปฏิบัติราชการแทนพระองค์ในการปลอบขวัญผู้ปฏิบัติราชการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในภาคใต้ 

การที่ ม.จ.วิภาวดี รังสิต สิ้นชีพิตักษัยจากการปฏิบัติหน้าที่ จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา ม.จ.วิภาวดี รังสิต เป็น "พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต" ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 4 เมษายน 2520 

ความรู้สึกหนึ่งที่เราทั้งหลายมองเห็นชัดร่วมกันก็คือ ม.จ.วิภาวดี รังสิต ต้องถึงชีพิตักษัยก็เพราะน้ำพระทัยอันโอบอ้อมเอื้ออาทรของท่าน ในอันที่จะเข้าช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บาดเจ็บเพราะน้ำมือของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ 

ด้วยความเวทนาสงสาร ไม่อาจทอดทิ้งเพื่อนร่วมชาติที่ต้องการความช่วยเหลือในครั้งนั้น ทำให้ ม.จ.วิภาวดี รังสิต มิได้คำนึงถึงภัยอันตรายที่จะเกิดกับพระองค์ ทรงเป็นแบบอย่างของคนไทยที่เปี่ยมล้นด้วยความรักความเสียสละเพื่อชาติทั้ง ๆ ที่ทรงถึงพร้อมด้วยชาติวุฒิ คุณวุฒิ ทรัพย์ศฤงคาร และแวดล้อมด้วยคนรักใคร่ใกล้ชิด แต่ก็ทรงสละความสุขส่วนพระองค์ ทุ่มเทพระวรกายและกำลังพระทัย ให้แก่งานของประเทศชาติ 

แม้ท่านจะจากไปปีนี้เป็นปีที่ 42 แล้วก็ตาม แต่คนไทยก็ยังไม่ลืมพระเมตตาของท่าน โดยเฉพาะชาวสุราษฎร์ธานี จะจัดงาน "วันวิภาวดี" ขึ้นทุกปี ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เวียงสระ มีการทำบุญเลี้ยงพระ วางพวงมาลาทำด้วยธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์ เพื่อนำเงินนั้นไปสมทบทุน ”มูลนิธิวิภาวดี" ผู้ร่วมงานมีทั้งข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า และประชาชนทุกหมู่เหล่า 

ชาวสุราษฎร์ธานี จะไม่มีวันลืม พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต 

พตอ.สนธยา เขียวสลับ อดีตนักบินเฮลิคอปเตอร์มือหนึ่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ซึ่งวันนั้นปฏิบัติหน้าที่ช่างเครื่องและพลปืนบนเฮลิคอปเตอร์ของกรมตำรวจหมายเลข 1715 ได้เล่าเสริมว่า

ผมเองกับอุดมศักดิ์ ไชยวรรณเป็นช่างเครื่องครับ ผมเป็นคนเอาใบสาบเสือมาอุดเลือดให้ท่านจนสิ้นชีพตักษัย และทรงบอกให้ผมทูลลาในหลวงให้ด้วยครับ

สุดท้ายบวชหน้าไฟกันทั้งลำต่อหน้าพระพักตร์ในหลวง ร.9ที่วัดเทพศิรินทร์ ตัวผมเองโดนกระสุน 2 นัดครับ แต่ติดเกราะ จำมิรู้ลืม ภรรยาบอกให้ลาออกจากงานครับ ทั้งๆที่เป็นตำรวจช่างเครื่องได้ไม่ถึงปี จำได้จนถึงทุกวันนี้ครับ

 

ชาติบ้านเมืองอยู่รอดปลอดภัยจนทุกวันนี้

 

ด้วยความความกล้าหาญและเสียสละยิ่งของผู้กล้าฯ 

 

บูรพมหากษัตริย์และบรรพชนไทย

 

ไม่ใช่...ลมปากของไอ้หรืออีหน้าไหนทั้งสิ้น



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 คนคอหนัง , vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 24/02/2019 เวลา : 19.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ขอบคุณคุณคนคอหนังและคุณหลานฯครับ
คุณแม่ก็สอนสั่งเรื่องความรักชาติ จงรักภักดีต่อสถาบันฯ ทุกวันนี้สังคมไทยโดนตะวันตกครอบจนเด็กไทยไม่สนใจและไม่เข้าใจถึงความเป็นไทยครับ

ความคิดเห็นที่ 2 คนคอหนัง , สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
vinitvadee วันที่ : 24/02/2019 เวลา : 11.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

" จนกระทั่งพระพี่เลี้ยงบ่นว่า ในห้องที่ประทับของทูลกระหม่อมในตำหนักจิตรลดารโหฐาน มีเศษถ้วยชามเหล่านี้เต็มไปหมด และขอให้ผมงดถวาย"


อ่านอีกเศร้าอีกค่ะน้าสิงห์

ปริศนา นวนิยายเลื่องชื่อ ฉบับพิมพ์ครั้งแรก มีมารยาท กระแสร์สินธุ์ แต่งชุดแหม่มสีขาวสวยงาม แสดงเป็นปริศนา

มันพิมพ์มานานมาก กระกาษปรู๊พ มันกินตัวเอง ต่อมาปลวกมาร่วมด้วย แม่จำเป็นต้องทิ้งไป ดีที่หลานได้เคยอ่านและเห็นภาพค่ะ

แม่เล่าว่า ปริศนา ร่าเริง จอมแก่น ฉลาดทันคน และจิตดี ว่ากันว่า "ถอดพระนิสัย" พระองค์หญิงออกมา

ท่านชายพจน์ ม.จ.พจน์ปรีชา "เนตรเหยี่ยว" แห่งวังศิลาขาว คือภาพเงาของ ม.จ.ปิยรังสิต ค่ะน้าสิงห์

ขอบพระคุณมากนะคะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 1 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
คนคอหนัง วันที่ : 24/02/2019 เวลา : 11.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/movietalk

จิตสำนึกรักชาติเกิดขึ้นได้จากการสอนสั่งครับ
บ้านผม พ่อแม่ผม ครูผมสอนให้สำนึกบุญคุณพระมหากษัตริย์ไทย, บรรพบุรุษไทยที่ปกป้องชาติด้วยชีวิต สอนให้ภูมิใจความเป็นไทยของเรา

ถ้าที่บ้าน ที่โรงเรียนสอนสั่ง แล้วเด็กไม่ทำตาม อันนี้ต้องตำหนิที่ตัวเด็ก
ถ้าที่่บ้าน ที่โรงเรียนไม่สอนสั่ง อันนี้ตำหนิผู้ปกครองและโรงเรียนครับ
แต่สุดท้ายแล้ว เด็กโตมา สร้างวาทะกรรม ดูถูกประเทศตัวเอง ดูแคลนวัฒนธรรมไทย ดูหมิ่นบรรพบุรุษ เด็กเปรตนั้นก็กลายเป็นผู้ใหญ่จกเปรตล่ะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน