*/
  • สิงห์นอกระบบ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 1593
  • จำนวนผู้ชม : 2964313
  • จำนวนผู้โหวต : 1080
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1080 คน
<< มีนาคม 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 16 มีนาคม 2562
Posted by สิงห์นอกระบบ , ผู้อ่าน : 225 , 08:51:51 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน แม่หมี , นายยั้งคิด และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

มือปืนสัญชาติออสเตรเลียบุกเข้าไปกราดยิงในมัสยิด 2 แห่งในเมืองไครสต์เชิร์ช ทำให้มีผู้เสียชีวิต 49 คน และได้รับบาดเจ็บ 48 คน

นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย สกอต มอร์ริสัน ระบุว่า มือปืนเป็นผู้ก่อการร้าย "หัวรุนแรง ขวาจัด" ขณะที่นิวซีแลนด์รับมือกับเหตุการณ์นี้ในฐานะการก่อการร้าย และยกระดับเตือนภัยขั้นสูงสุด

ตำรวจระบุว่าจะนำตัวชายวัย 28 ปี ซึ่งถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมไปขึ้นศาลในเช้าวันเสาร์ นอกจากนี้ยังมีผู้ถูกจับกุมอีกสองคนที่ถูกควบคุมตัว ส่วนอีกคนหนึ่งไม่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์

ภาพจากจุดเกิดเหตุ

เหตุกราดยิงเหตุการณ์แรกเกิดขึ้นที่มัสยิด อัล นูร์ ใจกลางเมืองไครสต์เชิร์ช เป็นจุดที่สื่อรายงานว่ามีประชาชนพยายามหนีเอาตัวรอด และมีคนนอนจมกองเลือดด้านนอกมัสยิด

ส่วนเหตุการณ์ที่สองเกิดที่มัสยิดชานเมืองลินวูด ซึ่งในจุดที่สองนี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์น้อยมาก แต่ที่นี่ตำรวจสามารถปลดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ติดอยู่กับรถยนต์ออกไปได้

ด้านนางจาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีหญิงของนิวซีแลนด์ ซึ่งได้เรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อรับมือสถานการณ์วิกฤต เป็นผู้เปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้นางอาร์เดิร์นกล่าวว่าวันนี้ถือเป็นวันแห่งความมืดมนที่สุดของนิวซีแลนด์ ส่วนที่นิวซีแลนด์ตกเป็นเป้านั้นไม่ใช่เพราะเป็นสถานที่รองรับความเกลียดชังและความแตกแยก

นางจาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีหญิงของนิวซีแลนด์

จาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีหญิงของนิวซีแลนด์

"เราตกเป็นเป้าเพราะความจริงที่ว่าเราไม่ได้อยู่ในข่ายนี้เลย" แต่เป็นเพราะ "ความหลากหลาย ความโอบอ้อมอารี และความเห็นอกเห็นใจ" ที่นิวซีแลนด์มีให้ และ เพราะ "ที่นี่คือบ้านของผู้ที่มีค่านิยมเดียวกัน และเป็นที่พักพิงสำหรับผู้ที่มีความต้องการ" การโจมตีที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่อาจทำลายและสั่นคลอนค่านิยมเหล่านี้ได้

นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์กล่าวด้วยว่า บุคคลที่ถูกจับกุมไม่ได้อยู่ในบัญชีผู้ก่อการร้ายที่ถูกจับตา แต่ชัดเจนว่าเป็นผู้ที่มีแนวคิดสุดโต่ง

นางอาร์เดิร์น ยังยืนยันถึงการพบระเบิดแสวงเครื่องที่ถูกนำไปติดไว้กับรถยนต์ของผู้ก่อเหตุ แต่ไม่อาจระบุได้ว่า เป็นแผนที่จะก่อเหตุระเบิดรถยนต์หรือไม่

ปากคำผู้เห็นเหตุการณ์

ผู้เห็นเหตุการณ์ที่มัสยิด อัลนูร์ บอกกับสถานีวิทยุนิวซีแลนด์ว่า มือปืนเปิดฉากยิง ทำให้ผู้ที่อยู่ในมัสยิดพากันหาที่กำบังตัว "พอเราไม่ได้ยินเสียงปืนอีก จึงลุกขึ้นและเห็นคนพากันวิ่งหนี แต่พวกเขาต้องวิ่งตัวโชกเลือดกลับเข้ามา บางคนถูกยิง หลังจากนั้นอีกห้านาทีตำรวจก็มาถึง และพาพวกเราหนีออกไป"

ด้านชายชาวปาเลสไตน์คนหนึ่งบอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่าได้ยินเสียงปืนรัวและเห็นชายคนหนึ่งถูกยิงที่ศีรษะ

"ผมได้ยินเสียงปืนดังสามนัด จากนั้นแค่สิบวินาทีก็ดังขึ้นอีก มันน่าจะเป็นปืนอัตโนมัติ เพราะไม่มีใครจะเหนี่ยวไกได้เร็วขนาดนั้น" เขาบอก "จากนั้นผู้คนก็พากันวิ่งหนี บางคนเลือดท่วมตัว"

ปลอกกระสุนเป็นร้อยนัด

ชายอีกคนหนึ่งซึ่งรอดชีวิตจากเหตุการณ์มาได้ด้วยการซ่อนตัว เล่าว่าผู้คนพากันเอาตัวรอดด้วยการทุบกระจกหนีออกมา

"เขาเริ่มยิงใส่คนเหล่านั้น ใครก็ตามที่เขาคิดว่ายังมีชีวิต เขายิงคนพวกนั้นไม่หยุด" ผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่าให้สถานีวิทยุนิวซีแลนด์ฟัง "เขาไม่ต้องการให้เรารอดชีวิตเลย"

นายฟาริด อาห์เหม็ด ผู้รอดชีวิตอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ที่ต้องนั่งรถเข็นบอกว่าเขาไม่ทราบว่าภรรยาของตนยังมีชีวิตอยู่หรือไม่

"ผมมองเห็นจากทางเดิน ไปยังห้องที่ผมได้เข้าไปก่อนหน้านี้ มีผู้ชายคนหนึ่งพยายามจะเข้าไปในห้องนั้น แล้วก็ถูกยิงเข้าที่หลังและเสียชีวิตตรงนั้น" เขาเล่าให้ TVNZ ฟัง และว่า "ผมเห็นปลอกกระสุนอยู่บนพื้นเป็นร้อย ๆ นัด"

เหตุการณ์อันโหดร้าย

นายคาร์ล โพแมร์ เห็นเหตุการณ์ขณะเขาและเพื่อนร่วมงานขับรถผ่านมัสยิดที่เกิดเหตุ ที่นั่นเขาเห็น "คนวิ่งหนีเอาชีวิตรอด"

"จากนั้นก็มีการกราดยิง …ผมเห็นคนเหล่านั้นถูกยิงจากด้านหลังร่วงลงไปกองกับพื้น"

นายโพแมร์ กับเพื่อนและรถคันอื่นพยายามช่วยผู้รอดชีวิต

"เรามีกันประมาณหกคน ณ จุดนั้น เราช่วยคนที่นอนอยู่บนพื้นพยายามยื้อชีวิตเอาไว้…ชายคนหนึ่งที่เพื่อนร่วมงานของผมพยายามช่วย เสียชีวิตในอ้อมแขนของเขา...มันเป็นเหตุการณ์อันโหดร้าย"

ขณะนั้นรถพยาบาลไม่สามารถเข้าไปยังจุดเกิดเหตุได้จนกว่าตำรวจจะยืนยันว่าปลอดภัยแล้ว เขาบอก

ก่อนหน้านี้ตำรวจประกาศเตือนประชาชนไม่ให้เข้าใกล้พื้นที่เกิดเหตุซึ่งได้แก่มัสยิดอัล นูร์ และมัสยิดลิน วูด ขณะที่โรงเรียนทุกแห่งในเมืองไครสต์เชิร์ชซึ่งปิดห้ามผู้คนเข้าออกก่อนหน้านี้ ได้เปิดตามปกิแล้ว ทำให้พ่อแม่ไปรับลูก ๆ ออกจากโรงเรียนได้

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของไทยทวีตข้อความว่าในเบื้องต้นไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

สถานที่เกิดเหตุ

อุดมการณ์แค้นเคือง "ต้านมุสลิม"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการเผยแพร่ข้อความประกาศอุดมการณ์ซึ่งเชื่อกันว่า เขียนโดยมือปืนชาวออสเตรเลียผู้ก่อเหตุ ทางออนไลน์ โดยถ้อยคำที่ใช้เต็มไปด้วยความแค้นเคืองที่มีต่อชาวมุสลิมและผู้อพยพเข้าเมือง โดยใช้ถ้อยคำอย่าง "ผู้รุกราน" เนื้อความยังยกย่องคนผิวขาวที่มีแนวคิดชาตินิยม

ข้อความประกาศอุดมการณ์ที่เผยแพร่ทางออนไลน์นี้สะท้อนเนื้อหาเดียวกันกับที่นายอันเดอร์ช เบห์ริง เบรวิก ฆาตกรผู้ก่อเหตุสังหารหมู่ที่ประเทศนอร์เวย์ในปี 2554 เคยโพสต์ไว้ทางออนไลน์

มือปืนซึ่งระบุว่าตัวเองเป็นชาวออสเตรเลียชื่อ เบรนตอน ทาร์แรนต์ ได้ใช้กล้องที่ติดไว้กับศีรษะถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กเหตุการณ์ขณะจ่อยิงอย่างไม่เลือกหน้าทั้งชาย หญิง และเด็กที่อยู่ในมัสยิดอัล นูร์ ขณะที่ตำรวจขอร้องประชาชนไม่ให้เผยแพร่คลิปวิดีโอดังกล่าว

ด้านเฟซบุ๊กเปิดเผยว่าได้ลบบัญชีเฟซบุ๊กและอินสตราแกรมของมือปืนรายนี้แล้ว รวมทั้งกำลังลบคลิปวิดีโอที่มีผู้ทำสำเนาไว้ด้วย

เกิดอะไรขึ้นภายในมัสยิด

ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นภายในมัสยิด สิ่งที่ได้รับรู้ล้วนมาจากปากคำของผู้เห็นเหตุการณ์ ที่บอกกับสื่อท้องถิ่น

โดยที่มัสยิด อัล นูร์ ใจกลางเมืองไครสต์เชิร์ช มีผู้เห็นคนนอนจมกองเลือดที่ด้านนอกมัสยิด อย่างไรก็ดี ตำรวจยังไม่ยืนยันรายงานดังกล่าว

ภาพจากจุดเกิดเหตุ

ผู้รอดชีวิตคนหนึ่งบอกกับสถานีโทรทัศน์นิวซีแลนด์ ว่าเห็นมือปืนคนหนึ่งยิงชายคนหนึ่งเข้าที่กลางหน้าอก เขาประเมินว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นนานประมาณ 20 นาที และมีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 60 คน

เจ้าหน้าที่ลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

มีรายงานว่ามือปืนตั้งใจทำร้ายผู้ชายที่อยู่ในห้องละหมาดชายภายในมัสยิดก่อน แล้วจึงไปก่อเหตุในห้องละหมาด สำหรับผู้หญิง

"สิ่งที่ฉันทำได้คือแค่สวดมนต์และรอให้เหตุการณ์ยุติ โอ้ พระเจ้า ช่วยทำให้กระสุนหมดลงเสียที" ผู้เห็นเหตุการณ์เล่า

"เขาเข้ามาข้างใน มายิงด้านนี้ แล้วก็ไปอีกห้องหนึ่ง ไปในส่วนที่ผู้หญิงอยู่ แล้วก็ยิงคนในนั้น ฉันได้ยินว่าผู้หญิงคนหนึ่งเสียชีวิต"

ผู้เห็นเหตุการณ์อีกคนเล่าว่าเหตุการณ์ที่มัสยิด อัล นูร์ เกิดขึ้นในขณะที่ทุกคนเตรียมตัวจะเริ่มละหมาด

"จู่ ๆ ก็มีการยิงเกิดขึ้น เริ่มจากห้องของผู้ชายก่อน แต่ฉันอยู่ในห้อง ก็เลยไม่เห็นว่าใครเป็นคนยิง เห็นแค่ว่ามีคนวิ่งเข้ามาในห้องที่ฉันอยู่ บางคนตัวเปื้อนเลือดไปหมด บางคนก็วิ่งกระเผลก ๆ"

"ตอนนั้นฉันรู้แล้วว่าเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น ก็พยายามจะหนีและไปหลบอยู่หลังรถของตัวเอง การยิงกันยังเกิดอยู่นานประมาณหกนาทีหรือนานกว่านั้น ฉันได้ยินแต่เสียงกรีดร้องและร้องไห้"

เหตุกราดยิงในนิวซีแลนด์

ใครอยู่ในเหตุการณ์บ้าง ?

นอกจากการบอกเล่าของผู้เห็นเหตุการณ์แล้ว นักข่าวคนหนึ่งซึ่งติดตามทีมคริกเก็ตของบังกลาเทศ ซึ่งขณะนี้อยู่ที่นิวซีแลนด์ ทวีตข้อความว่า "ทีมหลบหนีออกจากสุเหร่าใกล้สวนสาธารณะแฮคลีย์ที่มีการยิงกันอยู่"

ขณะที่ทามิม อิคบัล นักคริกเก็ตคนหนึ่งทวีตข้อความว่า "ทุกคนในทีมปลอดภัย"

ควีนอังกฤษ โป๊ป ทรัมป์ ร่วมแสดงความเสียใจ สำนักพระราชวังบัคกิงแฮม ออกแถลงการณ์ว่าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองของอังกฤษ ทรงโศกเศร้าพระทัยอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น

"ข้าพเจ้ารู้สึกเศร้าใจกับเหตุการณ์อันน่าหวาดกลัวที่เกิดขึ้นที่เมืองไครส์ตเชิร์ชในวันนี้ เจ้าชายฟิลิปและข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและมิตรสหายของผู้ที่เสียชีวิต"

ธงนิวซีแลนด์

มีการลดธงครึ่งเสาที่อาคารรัฐสภานิวซีแลนด์

"ข้าพเจ้ายังขอชื่นชมการทำงานของหน่วยฉุกเฉินและอาสาสมัครที่ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ"

"ในห้วงเวลาอันโศกสลดนี้ ข้าพเจ้าคิดคำนึงและสวดมนต์ให้กับชาวนิวซีแลนด์ทุกคน"

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ตรัสในโทรเลขที่เลขานุการของพระองค์เป็นผู้นำส่งว่าทรงเศร้าพระทัยอย่างยิ่งที่ได้รับรู้ว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการกระทำรุนแรงอย่างไร้เหตุผล พระองค์ "ขอให้ชาวนิวซีแลนด์ทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวมุสลิม ได้รับทราบว่าทรงรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้"

ด้านทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ประณาม ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ทวีตข้อความว่าเป็น "การสังหารหมู่อย่างน่าสยดสยอง" และ "สหรัฐฯ ขอยืนเคียงข้างนิวซีแลนด์ในทุก ๆ อย่างที่จะทำได้"

ขณะที่ล่าสุดทางเฟซบุ๊กได้ดำเนินการลบคลิปถ่ายทอดสดเหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าวที่คนร้ายได้โพสต์เอาไว้ออกจากระบบ ตามความประสงค์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจนิวซีแลนด์ และตามกฎของเฟซบุ๊กที่ภาพเนื้อหาค่อนข้างรุนแรงและไม่เหมาะสมเป็นอย่างมาก อีกทั้งทางเฟซบุ๊กยังได้ทำการบล็อกบัญชีของผู้ต้องสงสัยคนดังกล่าวเอาไว้ด้วย

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังตรวจพบวัตถุระเบิดจำนวนหนึ่งถูกซุกซ่อนเอาไว้ภายในรถยนต์ของผู้ต้องสงสัยด้วย ทั้งนี้ผู้ต้องสงสัยยังถูกควบคุมตัวและสืบสวนสอบสวน เพื่อหาแรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ นางเจซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีของนิวซีแลนด์ ได้ระบุว่าชัดเจนว่า เหตุดังกล่าวคือการก่อร้ายแรงที่มีแรงจูงใจจากเป้าหมายของความเกลียดชัง

ขอบคุณ www.bbc.com และ www.sanook.com

 

Rest in Peace

 

ความเกลียดชังนำมาซึ่งความรุนแรง

 

ความรุนแรงก็นำมาซึ่งความเกลียดชัง

 

ทั้งความรุนแรงและความเกลียดชัง

 

เป็นสิ่งซึ่งบันทอนความสงบสุขและศีลธรรม

 

สติและปัญญาจะช่วยให้สองสิ่งนี้ลดน้อยลง

 

หวังว่า โลกใบนี้จะมีความสงบสุขมากขึ้น



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 16/03/2019 เวลา : 19.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ขอแสดงความเสียใจ

เป็นสิ่งที่น่ากลัว เป็นการกระทำที่น่ารังเกียจไม่สมควรที่มนุษย์จะกระทำต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน น่าเศร้าใจมาก

ความคิดเห็นที่ 5 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 16/03/2019 เวลา : 13.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

นิวซีแลนด์กำลังจะแก้กฎหมายครอบครองอาวุธปืนอยู่ครับ ส่วนคนก่อเหตุเป็นคนออสเตรเลียที่มีปืนจดทะเบียนถูกต้องหลายกระบอก

ความคิดเห็นที่ 4 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 16/03/2019 เวลา : 10.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

เหตุการณ์ร้ายแรงแบบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นในประเมศนิวซีแลนด์

ความคิดเห็นที่ 3 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 16/03/2019 เวลา : 10.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

เกิดเหตุเช่นนี้ ทำให้อยู่กันอย่างไม่เป็นสุข
ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 16/03/2019 เวลา : 10.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

สลดใจที่สุดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 16/03/2019 เวลา : 09.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอร่วม
แสดงความเสียใจ ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน