*/
  • สิงห์นอกระบบ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 1617
  • จำนวนผู้ชม : 2992527
  • จำนวนผู้โหวต : 1090
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1090 คน
<< เมษายน 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 26 เมษายน 2562
Posted by สิงห์นอกระบบ , ผู้อ่าน : 185 , 07:20:21 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน แม่หมี โหวตเรื่องนี้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เสียดินแดนไทย

เอกราชของชาติไทย รักษาไว้ได้ด้วยพระบารมีและพระปรีชาสามารถของบูรพมหากษัตริย์

"... คนรุ่นเก่าไม่เคยลืมว่าฝรั่งเศสเคยทำอะไรกับประเทศไทยบ้าง ..."

"... เรื่องเล่าจากเหตุการณ์จริงในแง่มุมประวัติศาสตร์ ที่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยรู้ ..."

... หากจะถามว่า "อาณาจักรไหนที่ชาติมหาอำนาจล่าอาณานิคมได้ยากสุด ??"

... คำตอบคือ "ประเทศสยาม" ครับ ...

... 'ประเทศสยาม' ที่ไม่ได้เป็นเกาะแบบญี่ปุ่น ไม่ได้มีพื้นที่ใหญ่และทหารนับล้านแบบจีน แต่มหาอำนาจกลับใช้กลเม็ดทุกอย่างที่เคยทำสำเร็จกับอาณานิคมอื่นๆมาแล้ว มาประเคนใส่สยาม แต่ผลคือ เอาสยามไม่ลง โยเริ่มจาก ...

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

เริ่มกันที่"ฝรั่งเศส"

- ใช้ข้ออ้างเรื่องการกดขี่ศาสนาคริสต์และสังหารหมู่คณะบาทหลวง เข้ายึดตังเกี๋ย แต่ไม่สามารถใช้กับสยามได้ เพราะสยามให้เสรีภาพด้านศาสนามาตั้งแต่สมัยอยุธยา

- ใช้ข้ออ้างเรื่องรัฐบรรณาการ แบบที่ใช้ยึดสิบสองจุไทยหวังได้ลาวกับเขมรทั้งหมด แต่รัชกาลที่ ๔ วางกลอุบายซ่อนลาว แล้วรีบขีดเขมรส่วนนอกให้ฝรั่งเศส ส่วนอาณาเขตของเขมรในส่วนถือเป็นดินแดนสยามนั้น ได้สงวนไว้ มิได้ยกให้ กงสุลฝรั่งเศส ด้วยความละโมบ จึงรีบกระโดดรับทันที คิดว่าได้เปรียบแน่ๆ แต่ไปๆมาๆ กลับเป็นการรองรับสถานะรัฐบรรณาการของสยาม (จึงทำให้ อาณาเขตนอกเหนือจากบริเวณที่ยกให้ฝรั่งเศส ซึ่งแต่เดิม สยามไม่ได้ผนวกเป็นส่วนหนึ่งของชาติตนตน) ให้กำหนดโดยสาระในข้อสัญญากลายเป็นดินแดนของสยามไปในทันที จากเหตุการณ์นี้ ทำให้ สื่อหนังสือพิมพ์ฝรั่งเศสด่ารัฐบาลโคชินไชน่าและกระทรวงอาณานิคมย่อยยับ

- เจอกดดันหนักๆเข้า รัฐบาลฝรั่งเศสจึงยอมหักดิบ สละมาดผู้ดี เอาเรือรบเข้าปากน้ำสยามและกำลังทางบกเข้ายึดที่มั่นข้าหลวงสยามในคำม่วน หวังให้สยามต่อสู้แบบที่เคยทำกับเวียดนาม แต่สยามกับนั่งเป็นเตมีย์ใบ้ โดยทางน้ำยิงพอหอมปากหอมคอ ส่วนทางบกกองทัพข้าหลวงที่อุบลและหนองคายไม่ยอมขยับ

- เรียกค่าปฏิกรรมสงครามแบบที่อังกฤษเคยเล่นงานพม่า เรียกเงิน ๓ ล้านฟรังก์ (ซึ่งอังกฤษได้เรียกจากพม่าที่ ๑ ล้านปอนด์ รัฐบาลอังวะมีปัญญาจ่ายแค่ ๓๐ เปอร์เซ็น) ฝรั่งเศสคำนวนอยู่แล้วว่าสยามคงมีจ่ายอยู่หรอก เลยใช้กลอุบายบอกว่า เงิน ๓ ล้านที่ว่าขอเป็น "เงินกริ้งๆ" เอามาแต่เหรียญล้วนๆ ไม่รับธนบัตร หามาให้ได้ภายใน ๒๔ ชั่วโมงถ้าไม่ได้โดนเรือปืนยิงพระบรมมหาราชวัง ใครๆก็ฟันธงว่าสยามไม่รอด ในเอเชียตะวันออกใครจะมีเงินเหรียญถึง ๓ ล้านฟรังก์ ถึงมีก็ไม่มีทางหามาได้ภายในเวลาแบบนั้น แต่ ประเทศสยามกลับมีจ่าย แถมจ่ายด้วย 'เงินนก' หรือเงินเหรียญ เม็กซิกันเสียด้วย เสียงเงิน กริ้งๆเลย ทุกชาติงงเป็นไก่ตาแตก

- ได้ดินแดนลาวกับเขมรไป ซึ่งก็ได้แต่ดินจริงๆ ประชากรหายเกลี้ยง กะให้เป็นแหล่งปลูกข้าวแบบปากแม่น้ำโขงของเวียดนาม แต่ ดินแดนที่ได้จากสยาม มีแต่ภูเขา แม่น้ำโขงก็มีแต่เกาะแก่ง เอาเรือกลไฟล่องได้แค่ เวียงจันทน์ กับ สะหวันนะเขต เท่านั้น เรือเมล์ขาดทุนทุกปี ภาษีจากอันนัมเอามาเสียกับลาวและเขมรเยอะมาก

- มีแผนการณ์ที่จะเพิ่มพื้นที่ภาคอีสานเข้ากับโคชินไชน่า แต่เจอแรงกดดันจากจักรวรรดิรัสเซีย และแรงสนับสนุนสยามของจักรวรรดิออสเตรีย-เยอรมัน หนำซ้ำสยามยัง "เล่นการเมืองเป็น" โดยการยิงทะลุใจกลางฝรั่งเศส คือ ล๊อบบี้เจ้าราชนิกูลของราชวงศ์บูร์บงที่กลับมามีอิทธิพลอย่างลับๆ ในรัฐบาลฝรั่งเศสภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ ๓ ทำให้กระทรวงอาณานิคมฝรั่งเศสถึงกับอึ้งเลยทีเดียว แผนการณ์กลืนดินแดนสยามจึงหยุดชะงักแบบนั้น

p6.1.jpg

ข้างฝ่าย "อังกฤษ"

- เจออิทธิฤทธิ์จากรัฐบาลสยามครั้งแรกตอนสนธิสัญญาเบอร์นี่ ในสมัย ร.3 รัฐบาลอังกฤษด่า ราชทูต เฮนรี่ เบอร์นี่ ที่ส่งไปจากสิงคโปร์แบบหัวเสีย ไปทำสัญญาบ้าอะไรกับสยาม ถึงทำให้บริษัทอังกฤษต้องจ่ายภาษีให้สยามมากกว่าจ่ายให้จีนอีก แถมเรืออังกฤษเข้าเมืองท่าสยามจะมีสินค้าหรือไม่ก็ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมปากเรือ แล้วยังต้องมาซื้อไม้สักจากพ่อค้าคนกลางคือรัฐบาลสยามอีก

- อังกฤษเตรียมแก้มือคืน โดยการแก้ไขสัญญาใหม่ และเตรียมนำเรือรบปิดปากอ่าวบีบให้ทำสัญญาแบบเดียวกับที่ทำกับจีน เป็นเชิงยั่วยุ มีหวังผลนิดๆว่าสยามจะฟิวส์ขาดแบบพม่า แต่ผลที่ได้ กลับเจอกลยุทธ์ ทางการทูตจากรัฐบาลสยามชุดใหม่ที่มาแบบงงๆ ผลสุดท้ายจึงเกิดเป็น สนธิสัญญาเบาริ่งแบบงงๆ เช่นกัน

- ราชทูตอังกฤษที่เข้ามายังสยามในครั้งนั้น เซอร์จอห์น เบาริ่ง เจ้าเมืองฮ่องกง ผู้ที่เคยเล่นงานราชวงศ์ชิงจากการเป็นตัวตั้งตัวตีในสงครามฝิ่นครั้งที่ ๒ ที่อังกฤษหวังให้เล่นงานสยามบ้างจาก สนธิสัญญาเบอร์นี่ หลังย้ายออกจากฮ่องกง อยู่ๆก็ได้เป็นรับการแต่งตั้งเป็น "พระยาสยามานุกูลกิจ" ตำแหน่งอัครทูตสยามประจำลอนดอนคนแรก เอากับสยามสิ แต่งทูตอังกฤษสายเหยี่ยว มาเป็นทูตตัวเองประจำอังกฤษ หนามยอกเอาหนามบ่ง ใครจะคิดแบบนี้ได้บ้างล่ะ

- อังกฤษวางแผนใหม่ ใช้แผนที่เคยทำกับราชสำนักชิง โดยการปล่อยกู้ให้สร้างทางรถไฟแก่สยามในสมัย ร.๔ ผลก็คือ 'อ๋อ ไม่เป็นไร เรากำลังมีโปรเจคท์ของเราในเร็วๆนี้ ขอบคุณมากสำหรับข้อเสนอ

- พม่าเคยเป็นตัวตลกในราชสำนักอังกฤษ ด้วยพระราชสาส์นพระเจ้ามินดงถึงพระราชินีวิกตอเรีย เรียกพระนางว่า "พระน้องนางเรา" ทำให้จะเจรจาอะไรก็ติดขัดไปหมด พอมาถึงคราวสยาม นอกจากพระราชสาส์นจะเป็นแบบประเทศทั่วไปในภาคพื้นยุโรปแล้ว ยังมีจดหมายน้อยจากพระเจ้าแผ่นดินสยามมาถึง "พระนางเจ้าผู้เป็นใหญ่แห่งทวีปบริเตนและไอร์แลนด์ ผู้เป็นสหายของเรา" นี่คือแสดงถึงความเป็นประเทศศิวิไลซ์ของสยามประเทศ อย่างถึงขีดสุดเลยทีเดียว

- อังกฤษเจอสยามใช้วิธีขีดมลายูออกเป็น 2 ส่วน แบบที่ทำกับเขมร ผลคือ อังกฤษรับรองสถานะดินแดนสยามเหนือปัตตานีและมลายูตอนเหนือ

- อังกฤษเปลี่ยนยุทธวิธีใหม่ โดยใช้ไทใหญ่โมเดลในการพิชิตราชสำนักอังวะ พยายามจะสนับสนุนกลุ่มหัวเมืองล้านนาให้มาเป็นรัฐอารักขาแบบไทใหญ่ แต่เจอยุทธวิธีตั้งข้าหลวงต่างพระองค์ไปประจำการแบบรัฐบาลส่วนภูมิภาค เจ้าล้านนาขยับอะไรไม่ได้เลย

โดยปกติ ประเทศแถบนี้ จะใช้อังกฤษมาคานอำนาจฝรั่งเศส หรือใช้ฝรั่งเศสมาคานอำนาจอังกฤษ ซึ่งทั้งสองรู้กลยุทธ์นี้ดี และไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างให้ประเทศในเอเชียเด็ดขาด ผลก็คือ ทั้งสองประเทศแอบจับมือกันลับๆ ไม่ยอมตีกัน ซึ่งพม่าพิสูจน์มาแล้ว ที่ดันไปไว้ใจฝรั่งเศสในการคานอำนาจอังกฤษ ตอนอังกฤษจะยึดมัณฑเลย์ พม่าร้องหาฝรั่งเศสจนเฮือกสุดท้าย แต่พี่แกก็นั่งฉีกขนมปังมองดูเฉยๆ แต่สำหรับประเทศสยาม กลับมีกุศโลบายที่ล้ำลึกกว่านั้นมาก ด้วยรู้เช่นเห็นชาติสองมหาอำนาจนี้มานานแล้ว และสยามก็ยังรู้จักการเมืองในภาคพื้นยุโรปดีกว่าประเทศเอเชียอื่นๆ ด้วย คานอำนาจนั้นยังเป็นวิธีที่ดีแต่ต้องทำให้เป็น สยามจึงไปใช้มหาอำนาจที่เขาคานกันจริงๆกับ'ฝรั่งเศสและอังกฤษ' นั่นคือ 'จักรวรรดิออสเตรีย-เยอรมัน และจักรวรรดิรัสเซีย' และไม่ได้ทำโดยการทูตธรรมดาๆ แต่พระเจ้าแผ่นดินสยาม ทรงเข้ามาเล่นเกมส์นี้ด้วยพระองค์เองทีเดียว ให้ความสนิทสนมระหว่างพระราชวงศ์ต่อพระราชวงศ์ เรียกว่าแน่นแฟ้นมาก

... ตอนนั้น สยามเป็นประเทศเดียวในเอเชียจริงๆ ที่เล่นเกมส์การเมืองแบบนี้ ฝรั่งเศสและอังกฤษ ก็ไปไม่เป็นอีกเช่นกัน ...

... เรื่องที่บอกว่า สยามรอดมาได้เพราะดวงล้วนๆ ส่วนข้อกล่าวอ้างจากฝ่ายชาติตะวันตก ที่กล่าวว่า "ฝรั่งเศสและอังกฤษจะใช้สยามประเทศเป็นรัฐกันชนเป็นพื้นที่อิสระ ให้เป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างการล่าและยึดเป็นประเทศอาณานิคมของทั้งสองประเทศนั้น อันที่จริงเป็นเพียงคำแก้เกี้ยวจากทั้งอังกฤษและฝรั่งเศสครับ ...

... เพราะโดยความเป็นจริงแล้ว แนวคิดเรื่องรัฐกันชนนั้นมีจริงครับ แต่จะเป็นแค่ดินแดนส่วนเล็กๆ ในบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ทั้ง ๒ ประเทศจะเหลือไว้ให้ชาวสยาม ได้ใช้เป็นพื้นที่ปกครองตนเอง ...

... เพราะอังกฤษหมายปองไม้สักจากล้านนาและยึดเอาอาณาเขตในภาคเหนือทั้งหมด พอๆกับที่ฝรั่งเศสหมายปองพื้นที่ภาคอีสานทั้งหมดของสยาม นั่นเองครับ ...

แต่ด้วยพระปรีชาญาณและสายพระเนตรอันยาวไกล ของพระมหากษัตริย์ของเรา รวมทั้ง ความเป็นหนึ่งเดียวร่วมใจของประชาชนในชาติสยาม ทำให้มหาอำนาจชาติตะวันตกทั้งคู่ในยุคนั้น ก็ทำได้เพียงแค่มอง แต่ไม่ได้ครอบครองผืนแผ่นดินของพวกเราชาวไทย ...

... ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอเทิดไว้ซึ่งพระมหากรุณาธิคุณแห่งบูรพกษัตริย์ และพระมหากษัตริย์ ทุกพระองค์แห่งราชวงศ์จักรี ...

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เสียดินแดนไทย

 

 

ในหลวงรัชกาลที่ ๖ นำสยามประเทศ

 

เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ ๑ ข้างสัมพันธมิตร

 

สงครามโลกครั้งที่ ๑ สิ้นสุดลง

 

ด้วยชัยชนะของสัมพันธมิตร

 

สยามประเทศจึงเป็นประเทศผู้ชนะสงครามด้วย

 

สยามก้าวสู่การเป็นส่วนหนึ่งประชาคมโลก

 

เป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งองค์การสันนิบาตชาติเมื่อปี 1919

 

และประสบความสำเร็จในการยุติสนธิสัญญา

 

ที่มีต่อเยอรมนีและออสเตรีย-ฮังการี

 

ตามมาด้วยสนธิสัญญากับสหรัฐอเมริกาในปี 1920

 

และกับอังกฤษในปี 1924 และฝรั่งเศสในปี 1925

 

ในขณะที่สงครามโลกครั้งที่ ๒

 

รัฐบาลจอมพลป. ร่วมกับฝ่ายอักษะ

 

ประกาศสงครามฝ่ายสัมพันธมิตร

 

สงครามโลกครั้งที่ ๒ ฝ่ายอักษะแพ้สงคราม

 

ไทยจึงแพ้ด้วย

 

ผลจากการเข้าร่วมกับฝ่ายอักษะนั้น

 

เป็นที่รับรู้กันอยู่ 

 

ความอยู่รอดและเจริญก้าวหน้า

 

ของชาติบ้านเมืองจนทุกวันนี้

 

ล้วนแล้วแต่เกิดจากสถาบันพระมหากษัตริย์

 

อันเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติ

 

นำความกล้าหาญ ความรัก ความสามัคคี

 

ความเอื้ออาทร และความเสียสละ

 

ทั้งหลายทั้งปวงมาสู่ชาติบ้านเมือง



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน