*/
  • สิงห์นอกระบบ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 1730
  • จำนวนผู้ชม : 3124149
  • จำนวนผู้โหวต : 1104
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1104 คน
<< ธันวาคม 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม 2562
Posted by สิงห์นอกระบบ , ผู้อ่าน : 847 , 20:14:07 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน สำรวจฟ้า , Chaoying และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

MGR Online - โฆษกพรรคเพื่อชาติ ด่า “ประยุทธ์” อ้าง ครม.จัดให้ผ้าอนามัยเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่ไม่ควบคุมราคา หยันต้องให้ผู้หญิงวิ่งไล่ลุงหรือ พบมาจากรายการช่องวอยซ์ทีวี อ้างมติ ครม.ปี 61 ให้ผ้าอนามัยอยู่ในกลุ่มเครื่องสำอาง ทั้งที่ อย.บอกว่าที่ออกกฎหมายเพราะนิยามคำว่าเครื่องสำอางไม่ครอบคลุม พบเป็นสินค้าและบริการควบคุมไปแล้วตั้งแต่ต้นปี 61

วันนี้ (16 ธ.ค.) น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ฝากถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมว่า เอาพื้นฐานความรู้อะไรตัดสินใจให้ผ้าอนามัยเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย เก็บภาษีในอัตราสูงและไม่ควบคุมราคา ตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. 2562 ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีจัดให้ผ้าอนามัยเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่ไม่ควบคุมราคา ไหน พล.อ.ประยุทธ์ คุยนักหนาว่าตนเองอ่านหนังสือเยอะรู้ทุกเรื่อง แต่เรื่องแค่สิทธิพื้นฐานของประชากรสตรีทำไมถึงไม่ทราบ ผ้าอนามัยไม่ใช่สินค้าเครื่องสำอางหรือสินค้าฟุ่มเฟือย เพราะไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์หามาใช้เพื่อสนองความต้องการทางใจ เป็นสินค้าที่สนองความต้องการทางกายภาพของเพศหญิง ผู้หญิงทั่วโลกไม่สามารถเลือกได้ว่าจะเกิดมาโดยไม่มีมดลูก และประจำเดือนก็เป็นสิ่งที่ติดมาพร้อมการมีมดลูก

“ผ้าอนามัยควรถูกมองว่าเป็นสินค้าจำเป็นต่อสุขภาพอนามัย ไม่ใช่คิดแค่ว่าเป็นความรับผิดชอบส่วนตัวของผู้หญิง รัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์มองประชาชนเท่าเทียมไม่กดขี่ทางเพศ ต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพอนามัยของทุกเพศ ผ้าอนามัยคือสินค้าจำเป็นกับการดำเนินชีวิตสตรี รัฐบาลควรจัดให้เป็นสินค้าปลอดภาษี หรือแจกฟรีในสถานศึกษาทั่วประเทศ ไม่ใช่มาจัดเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่สามารถเรียกเก็บภาษีได้ถึง 40% โดยไม่ควบคุมราคา ทำให้ในแต่ละเดือนประชากรสตรีต้องมีค่าใช้จ่ายในการในการซื้อผ้าอนามัยที่เป็นสินค้าจำเป็นต่อชีวิต 200-400 บาทใกล้เคียงกับค่าแรงขั้นต่ำ พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจโดยไม่คิดถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของสตรี ต้องการให้ประชาชนสตรีออกไปวิ่งไล่ลุงใช่หรือไม่”

MGR Online ตรวจสอบที่มาที่ไปของข่าว พบว่ามาจากรายการมองโลกมองไทย ทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมวอยซ์ทีวีของตระกูลชินวัตร ที่ออกมากล่าวในหัวข้อ “ทำไมไทยยังเก็บภาษีจากผ้าอนามัย” ออกอากาศเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ที่ผ่านมา ดำเนินรายการโดย นายชูวัส ฤกษ์ศิริสุข, นายวิโรจน์ อาลี และนายพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อ้างว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2561 ให้ผ้าอนามัยทั้งแบบใช้ภายนอกและแบบสอดถูกจัดอยู่ในกลุ่มเครื่องสำอาง ซึ่งจะต้องเสียภาษี ทำให้ผ้าอนามัยที่ขายอยู่นั้นถูกบวกภาษีเข้าไป และรัฐไม่เข้าควบคุมราคาด้วย

โดยทีมงานบอกว่า ในแต่ละเดือนจะมีประจำเดือนประมาณ 3-4 วัน เฉลี่ยแล้วจะใช้ประมาณ 10-12 แผ่น เท่ากับวันหนึ่งต้องใช้หลายชิ้น ส่วนเว็บไซต์เดอะแมทเท่อ เข้าไปสำรวจราคาผ้าอนามัยพบว่ามีราคา 12-80 บาทต่อห่อ โดยผ้าอนามัยมีทั้งผลิตในประเทศไทย และนำเข้าจากต่างประเทศ นายชูวัส กล่าวว่า ครอบครัวที่มีฐานะปานกลางไม่รู้สึกเท่าไหร่ แต่ครอบครัวที่ยากจน พ่อแม่รายได้น้อย ผู้หญิงบางคนอาจจะต้องอดข้าวกลางวันเพื่อนำไปซื้อผ้าอนามัย หรือที่แย่กว่าอาจจะต้องหยุดเรียนในวันที่มีประจำเดือน

นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในการซื้อผ้าอนามัย 18 ประเทศ พบว่า แต่ละเดือนผู้หญิงมีค่าใช้จ่ายประมาณ 6% ของเงินเดือนเพื่อซื้อผ้าอนามัยมาใช้ แต่ละเดือนผู้หญิงจะมีประจำเดือนประมาณ 5-7 วัน หรือโดยเฉลี่ย 60-84 วันต่อปี ตามหลักสุขภาพควรเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 4 ชั่วโมง เท่ากับว่าในหนึ่งวันต้องใช้ผ้าอนามัย 5-6 แผ่น หรือประมาณ 25-40 แผ่นต่อเดือน คิดเป็นค่าใช้จ่าย 200-400 บาทต่อเดือน และเมื่อเริ่มมีประจำเดือนผู้หญิงจะต้องซื้อผ้าอนามัยใช้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดประจำเดือน รวมแล้วประมาณ 12,000 แผ่น คิดเป็นเงินประมาณ 50,000 บาท

อย่างไรก็ตาม จากการค้นหาข้อมูลมติคณะรัฐมนตรี พบว่า เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2561 หรือเมื่อ 1 ปีก่อน คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดผ้าอนามัยชนิดสอดเป็นเครื่องสำอาง พ.ศ. ... มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้ผ้าอนามัยชนิดสอดเป็นเครื่องสำอาง เพื่อประโยชน์ในการควบคุมคุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ สุขอนามัย และความปลอดภัยของผู้ใช้ ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้

ขณะนั้น นายสมชัย ปรีชาทวีกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ให้เหตุผลว่า เมื่อครั้งที่ออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 มีการแก้ไขนิยามคำว่าเครื่องสำอางใหม่ คือ วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้ทา ถู นวด โรย พ่น หยอด ใส่ อบ หรือกระทำด้วยวิธีอื่นใดกับส่วนภายนอกของร่างกายมนุษย์ และให้หมายรวมถึงการใช้กับฟันและเยื่อบุในช่องปาก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อความสะอาด ความสวยงาม หรือเปลี่ยนแปลงลักษณะที่ปรากฎหรือระงับกลิ่นกาย หรือปกป้องดูแลส่วนต่างๆ ให้อยู่ในสภาพดี และรวมตลอดทั้งเครื่องประทินต่างๆ สำหรับผิว แต่ไม่รวมเครื่องประดับและเครื่องแต่งตัว ทำให้ผ้าอนามัยแบบสอด หลุดจากคำนิยามของเครื่องสำอาง เพราะในนิยามกำหนดว่าใช้ภายนอกร่างกายมนุษย์ แต้ผ้าอนามัยชนิดสอดเป็นการใช้ภายในร่างกายมนุษย์ จึงต้องมีการออกกฎกระทรวงเพื่อให้กลับมาครอบคลุมอีกครั้ง ซึ่งในทางปฏิบัติการขอจดแจ้งยังเป็นเครื่องสำอางอยู่ และการควบคุมมาตรฐานของผ้าอนามัยยังคงเดิม

ส่วนการค้นหาข้อมูลมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 17 เม.ย. 2562 พบว่าไม่มีเรื่องที่คณะรัฐมนตรี มีมติจัดให้ผ้าอนามัยเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่ไม่ควบคุมราคา ตามที่โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวอ้างแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2561 ราชกิจจานุเบกษาตีพิมพ์ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2561 เรื่องการกำหนดสินค้าและบริการควบคุม ลงวันที่ 22 ม.ค. 2561 โดยเห็นควรปรับเพิ่มรายละเอียดรายการสินค้าและเพิ่มรายการสินค้าควบคุมบางรายการ เพื่อดูแลป้องกันการกำหนดราคาซื้อ ราคาจำหน่ายหรือการกำหนดเงื่อนไขและวิธีปฏิบัติทางการค้าอันไม่เป็นธรรม โดยกำหนดให้ผ้าอนามัยเป็นสินค้าและบริการควบคุม หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค รายการที่ 31 เช่นเดียวกับกระดาษชำระ กระดาษเช็ดหน้า แชมพู น้ำยาปรับผ้านุ่ม ผงซักฟอก น้ำยาซักฟอก ผลิตภัณฑ์ล้างจาน ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเด็กและผู้ใหญ่ สบู่ก้อน สบู่เหลว

เมื่อย้อนไปในอดีตพบว่า ผ้าอนามัยถูกกำหนดให้เป็นสินค้าควบคุม นับตั้งแต่ ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ปี 2551 ตีพิมพ์ลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2551 เป็นต้นมา ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2562 ราชกิจจานุเบกษา ได้ตีพิมพ์ ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๖๒ เรื่อง การกำหนดสินค้าและบริการควบคุม โดยพบว่าผ้าอนามัยยังคงเป็นสินค้าควบคุม ในหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค อันดับที่ 31


 
 
 
 
 

ขอบคุณ https://mgronline.com/onlinesection/detail/9620000119761

 

ในที่สุดก็เป็นยุคตกต่ำของพรรคฝ่ายค้านจริงจริง

 

ขนาดเรื่องผ้าอนามัย ซึ่งแต่ก่อนเรียกว่า "โกเต็กซ์"

 

โกเต็กซ์เป็นชื่อเรียกผ้าอนามัยสมัยก่อน

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โกเต็กซ์

 

 

ซึ่งไม่ใช่แบบเบาบางเช่นปัจจุบัน

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

ต้องใส่แบบนี้

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โกเต็กซ์

 

ผ้าอนามัยสมัยก่อนใส่ในกล่องแบบกล่องผงซักฟอก

 

เวลาซื้อจากร้านโชห่วย

 

คนขายจะห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ด้วย

 

น่าสมเพช ทำงานการเมือง

 

แต่รู้จักไม่ทำการบ้านค้นคว้าหาความรู้เลย

 

โฆษกสามตัวข้างบนก็พอพอกัน

 

สักแต่พูดโดยไม่รู้จักหาข้อเท็จจริง

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สำรวจฟ้า วันที่ : 17/12/2019 เวลา : 10.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

นักการเมืองฝ่ายค้านมีแต่การสร้างข่าวโกหกตอแหล ผู้เสพข่าวเมื่อรับฟังส่วนใหญ่จะหลงเชื่อ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 17/12/2019 เวลา : 08.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ขอบคุณครับ พี่เจ้าหญิง ไม่รู้ว่า ใช้สมองส่วนไหนคิดนะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 17/12/2019 เวลา : 06.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ สักแต่พูด เรื่องไม่จริง สร้างข่าวเท็จได้แม้กระทั่งผ้าอนามัย ตกต่ำสุดอยู่ตรงจุด...นั้นจริงๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน