*/
  • สิงห์นอกระบบ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 1752
  • จำนวนผู้ชม : 3145555
  • จำนวนผู้โหวต : 1104
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1104 คน
<< มกราคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 13 มกราคม 2563
Posted by สิงห์นอกระบบ , ผู้อ่าน : 533 , 14:34:28 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน ตะวันลับขอบฟ้า , แม่หมี และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

A care resort in Thailand

.

13 ม.ค. 2563 เว็บไซต์ นสพ. The Guardian ของอังกฤษ เสนอข่าว “Families sending relatives with dementia to Thailand for care” เมื่อ 12 ม.ค. 2563 ระบุว่า การที่ชาวอังกฤษส่งญาติผู้ใหญ่ที่มีภาวะความจำเสื่อมมาดูแลในประเทศไทย แม้ปัจจุบันยังมีไม่มากนักแต่ในอนาคตคาดว่าจะเพิ่มขึ้น โดยเมื่อเร็วๆ นี้ นักวิจัยได้ไปเยี่ยมสถานดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ และพบผู้สูงอายุชาวอังกฤษถูกส่งมาอยู่ที่นี่ เพราะการได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมที่อังกฤษนั้นเป็นไปไม่ได้
.
คาเล็บ จอห์นสตัน (Caleb Johnston) นักวิชาการอาวุโสด้านภูมิศาสตร์มนุษย์ มหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล กล่าวว่า ประเทศไทยมีประวัติศาสตร์ยาวนานด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และปัจจุบันกำลังกลายเป็นที่ดูแลผู้ป่วยความจำเสื่อม สถานดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยเหล่านี้บางแห่งดำเนินการโดยชาวอังกฤษ บางแห่งดำเนินการโดยคนไทยแต่มีชาวอังกฤษเป็นผู้ลงทุน และบางแห่งก็ดำเนินการโดนชาวสวิตเซอร์แลนด์ แต่รัฐบาลไทยล้วนให้การสนับสนุน รวมถึงนักลงทุนเอกชนก็ให้ความสนใจ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจ
.
รายงานข่าวกล่าวต่อไปว่า ในสหราชอาณาจักรมีผู้ป่วยความจำเสื่อมราว 850,000 คน หน่วยงานดูแลในท้องถิ่นมีค่าใช้จ่าย 700 ปอนด์ หรือราว 28,000 บาทต่อสัปดาห์ หรือการดูแลส่วนบุคคลอีก 1,000 ปอนด์ หรือราว 40,000 บาทต่อสัปดาห์ แต่ที่ประเทศไทย การได้รับการดูแลส่วนบุคคลในบรรยากาศระดับโรงแรมสี่ดาว สามารถจ่ายได้ในราคาเพียง 750 ปอนด์ หรือราว 3 หมื่นบาทต่อสัปดาห์เท่านั้น



จอห์นสตัน ซึ่งทำงานร่วมกับ ศ.เจอรัลดีน แพรตต์ (Prof. Geraldine Pratt) หัวหน้าแผนกภูมิศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา เป็นเวลา 9 สัปดาห์ในการสัมภาษณ์ครอบครัวและเจ้าหน้าที่บ้านพักคนชราในประเทศไทย เล่าต่อไปว่า ยังไม่มีตัวเลขแน่ชัดเกี่ยวกับผู้ป่วยความจำเสื่อมที่ถูกส่งมาดูแลในไทย และแม้ว่าตัวเลขที่พบ ณ วันนี้จะดูน้อย แต่หากจำนวนผู้ป่วยความจำเสื่อมเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการดูแลย่อมต้องสูงขึ้น ประเทศไทยก็อาจกลายเป็นทางเลือกที่เพิ่มขึ้นด้วย
.
พอล เอ็ดเวิร์ด (Paul Edwards) ผู้อำนวยการฝ่ายคลินิกแผนกผู้ป่วยความจำเสื่อมสหราชอาณาจักร กล่าวว่า ตนเข้าใจที่ผู้คนเลือกวิธีนั้นเพราะกังวลเกี่ยวกับการดูแลในสหราชอาณาจักร และที่ผ่านมายังไม่มีนักการเมืองคนใดลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม หลายคนก็พูดคุยกันถึงการเลือกระหว่างความยากลำบากทั้งทางร่างกายและทุนทรัพย์หากยังให้อยู่ในสหราชอาณาจักร กับการส่งตัวข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังอีกฟากหนึ่งของโลก
.
ปีเตอร์ บราวน์ (Peter Brown) ชาวอังกฤษที่มาลงทุนทำโรงแรม 4 ดาวอยู่ประเทศไทยตั้งแต่เมื่อ 11 ปีก่อน และจากนั้นอีก 6 ปีต่อมาก็เปิดกิจการบ้านพักคนชรา หลังจากที่มีประสบการณ์ไม่ดีนักในการพาแม่ไปเข้ารับการดูแลที่อังกฤษ กล่าวว่า ไม่มีใครอยากส่งญาติผู้ใหญ่ไปไกลบ้าน แต่น่าเสียดายที่ประเทศบ้านเกิดไม่สามารถจัดการดูแลที่ดีได้ ลูกหลานไม่อยากให้ญาติของคนถูกขังในห้องเป็นเวลา 23 ชั่วโมงสลับกับออกมาอยู่ริมระเบียงอีก 1 ชั่วโมงต่อวัน ดังนั้นพวกเขาจึงมองหาทางอื่น แล้วจะไปกล่าวโทษในสิ่งที่คนเหล่านี้เลือกได้อย่างไร
.
อนึ่ง วิถีชีวิตแบบชาวตะวันตกไม่สอดคล้องกับการดูแลผู้ป่วยความจำเสื่อม ส่วนประเทศไทยนั้นตรงกันข้าม บราวน์ ระบุว่า ชาวตะวันตกไม่เคารพผู้สูงอายุอีกแล้ว แต่สังคมไทยยังให้ความเคารพผู้สูงอายุและมีวัฒนธรรมครอบครัวที่ดี ขณะที่ อัลลัน ซิมส์ (Allan Sims) ที่พาภรรยาซึ่งเป็นโรคความจำเสื่อมมายังประเทศไทย เล่าว่า ที่บ้านพักคนชราแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ผู้ป่วยความจำเสื่อม 1 คนจะมีผู้ดูแลเฉลี่ย 3-4 คน ตลอด 24 ชั่วโมง แต่หากเป็นที่อังกฤษ จะมีผู้ดูแลเพียง 15 นาทีในตอนเช้า และอีก 15 นาทีในตอนเย็นเท่านั้น 

ขอบคุณ https://www.theguardian.com/society/2020/jan/12/families-sending-relatives-with-dementia-to-thailand-for-care และ https://www.naewna.com/inter/465839?fbclid=IwAR2PuLA90bSWnF3Oth94qvfppmGZ1-8a4GK6eKU1awowuIGPDQaak6zKfOw

.

บ้านเรามีอะไรดีดีมากมาย

 

แต่สื่อไทยไม่สนใจนำเสนอ

 

จึงกลายเป็นสื่อที่ไม่มีความเป็นกลาง

 

และที่สุดจะกลายเป็นเพียง "สื่อชังชาติ" ไป

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 23/01/2020 เวลา : 10.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ขอบคุณ คุณน้องก้อย กับ พี่แม่หมี ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แม่หมี from mobile วันที่ : 13/01/2020 เวลา : 23.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านแล้วอยากทำธุรกิจนี้บ้าง น่าสนใจมากๆน้องทำโรงแรมแมว พี่ทำธุรกิจดูแลสว. จะได้ไปอยู่กับเขาด้วยเลย

ความคิดเห็นที่ 1 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
nongkoy วันที่ : 13/01/2020 เวลา : 17.20 น.
https://www.lnwblender.com
น้องก้อยค่ะ เด็กกำแพงเพชรเข้ากรุงมาเรียนและทำงานค่ะ :)

เรื่องสุขภาพ ไทยมีชื่อเสียงอยู่แล้วค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน