*/
  • สิงห์นอกระบบ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 1758
  • จำนวนผู้ชม : 3166298
  • จำนวนผู้โหวต : 1106
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1106 คน
<< กุมภาพันธ์ 2020 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563
Posted by สิงห์นอกระบบ , ผู้อ่าน : 272 , 18:06:03 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน Chaoying , นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์หลักสูตร Ph.D. & M.Sc. in Business Analytics and Data Science
หลักสูตร Ph.D. & M.Sc. in Applied Statistics สาขาวิชา Actuarial Science and Risk Management
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

.

ช่วงนี้ความคิดของคนในสังคมไทย แตกแยกเป็นสองฝ่าย คือฝ่ายเอาเจ้าและฝ่ายล้มเจ้า ฝ่ายเอาเจ้านั้นออกจะมาทางฝั่งรัฐบาลและกองทัพ ตลอดจนพรรคการเมืองแนวร่วม ส่วนอีกฝ่ายล้มเจ้าก็มีอีกกลุ่มหนึ่ง แสดงตัวเป็นปฏิกษัตริย์นิยมชัดเจน แต่ในเมื่อสังคมแตกแยกกันแบบนี้ความอึดอัดก็เกิดขึ้น หากผมพูดอะไรตำหนิหรือวิจารณ์รัฐบาลแม้แต่นิดเดียว ก็จะมีคนที่สนับสนุนรัฐบาลหรือฝ่ายเอาเจ้า ตัดพ้อต่อว่ามากมาย และรุมถล่มว่าผม เออ คือในความเป็นจริง รัฐบาลก็ทำผิดทำชั่วได้ ไม่ได้จำเป็นต้องทำถูกต้องเสมอไป ในขณะที่หากผมวิจารณ์อะไรฝ่ายพรรคการเมืองล้มเจ้าไป ก็จะมีทัวร์ลง คือมีฝ่ายที่นิยมพรรคการเมืองล้มเจ้าออกมาแก้ต่างและถล่มด่าผมอีกเช่นกัน บ้านเมืองในขณะนี้เต็มไปด้วยความแตกแยกทางการเมือง
.
สำหรับตัวผมเองนั้น ไม่เชื่อว่าความเป็นกลางทางการเมืองมีอยู่จริง ไม่มีความเป็นกลางระหว่างความถูกผิดชั่วดี เราคงไม่สามารถเป็นกลางได้ หากมีความไม่ถูกต้อง และผมเองก็ไม่ได้เป็นกลางทางการเมืองแต่อย่างใด และนักวิชาการก็ไม่มีความจำเป็นต้องเป็นกลางทางการเมือง แต่ต้องถกเถียงกันด้วยเหตุผลได้ และรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างได้เช่นกัน ในกรณีนี้เรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินและมีคนนำไปกล่าวบิดเบือนเพื่อเป็นชนวนในการก่อความขัดแย้งเดือดร้อนวุ่นวายในบ้านเมือง ผมขอแสดงความไม่เป็นกลางทางการเมืองของผม เพื่อให้สังคมตื่นรู้และเข้าใจให้ถูกต้อง โดยพยายามเขียนให้อ่านง่าย เข้าใจง่ายที่สุด
.
ประเด็นแรก โดยหลักการ ศาลอะไรก็ช่าง ไม่มีหน้าที่รักษาประชาธิปไตย ไอ้ที่ออกมาพูดกันปาว ๆ ว่าระบบศาลไม่เป็นประชาธิปไตย แล้วออกมาต่อต้านว่ามีเสียงเลือกมาเป็นหลายล้านคน เป็นตัวแทนของประชาชนนั้นคือตรรกะวิบัติ ในกระแสยุติธรรมา ยากจะหาความเกษมเปรมใจ ออกมาคัดง้างโวยวายเมื่อตัวเองเสียผลประโยชน์ และอ้างมวลชนเพื่อเป็นโล่ห์ป้องกันให้ตัวเอง ผลประโยชน์ตัวเองทั้งสิ้นทั้งปวง
.
ศาลไหนก็มีหน้าที่รักษาหลักนิติรัฐ และรักษากฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์ จะสมบูรณาญาสิทธิราชย์ จะเผด็จการรัฐสภา จะประชาธิปไตยเต็มใบ จะประชาธิปไตยครึ่งใบ จะเผด็จการทหาร จะนักการเมืองระยำแค่ไหนปกครองบ้านเมือง หน้าที่ศาลมีอยู่หน้าที่เดียวคือการรักษากฎหมาย อำนวยความยุติธรรมตามกฎหมาย ไม่เช่นนั้น หากประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย ศาลก็ไม่ต้องทำงานหรือทำหน้าที่เช่นนั้นหรือ? ความเป็นจริงไม่ว่าประเทศจะตกอยู่ภายใต้การปกครองระบอบใดก็ตาม ศาลก็ยังคงต้องทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง
.
ศาลไม่ได้มีหน้าที่ปกป้องรักษาประชาธิปไตย ศาลต้องตัดสินตามกฎหมาย กฎหมายมีหลักการอย่างไร เขียนไว้อย่างไร บัญญัติไว้อย่างไรศาลก็ต้องตัดสินไปตามนั้น ต้องไม่ยึดหลักประชาธิปไตยบ้าบอ เอากฎหมู่มาอยู่เหนือกฎหมายเลย ตรรกะวิปลาสล้วน ๆ ที่บอกว่าคำตัดสินไม่เป็นประชาธิปไตย ถ้าคิดว่าศาลตัดสินไม่ตรงตามกฎหมายก็ค่อยมาพูดกัน แต่ถ้าศาลตัดสินตรงตามกฎหมาย แต่ไม่ตรงใจ แล้วไม่เป็นประชาธิปไตยแล้ว หรือคิดว่ากฎหมายไม่ถูกต้องไม่เป็นธรรมแล้ว ก็ออกมาล้มรัฐธรรมนูญ หรือล้มพรบ. พรรคการเมืองไปเลย หรือล้ม กกต. ที่เป็นคนควบคุมกติกา ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับศาลเลย
.
ประเด็นที่สอง ที่ศาลตัดสินให้ผิด ไม่ใช่เพราะให้กู้เงิน และไม่ใช่ว่าเงินกู้ เท่ากับ เงินบริจาค แล้วไปโพนทะนาบิดเบือนว่า ถ้าอย่างนั้นเป็นหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ก็ไม่ต้องจ่ายคืนหนี้ อ้าว เป็นหนี้แล้วไม่ใช้ กยศ. เขาก็มีมีพรบ. ของเขามีกฎหมายในมือที่จะสามารถไปหักเงินหนี้จากนายจ้างของคนที่กู้เงินเขาไปแล้วไม่คืน ให้เขาได้เงินต้นพร้อมดอกเบี้ยคืนได้ นี่ก็การรักษากฎหมาย
.
เหตุผลที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าผิด ไม่ใช่เรื่องการกู้เงินเท่ากับเงินบริจาค แต่คือการทำนิติกรรมอำพราง โดยการปล่อยกู้เงินโดยคิดดอกเบี้ยที่ถูกมากกว่าท้องตลาดสองสามเท่า อันเป็นการเอื้อผลประโยชน์มากเป็นพิเศษ เรียกว่าเป็น favor การที่มีนายทุนมาครอบงำพรรคด้วยการปล่อยเงินกู้ให้ ในราคาดอกเบี้ยมิตรภาพเป็นพิเศษ มีเจตนาจะทำนิติกรรมอำพราง การเอาเงินกู้เข้ามาครอบงำพรรคนั้นผิดหลักแน่ มีบุญคุณกันเป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ต้องมีการต่างตอบแทน ดังเช่น กลอนพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเขียนไว้ว่า “ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง คงจะต้องบังคับขับไส เคี่ยวเข็ญเย็นค่ำร่ำไป ตามวิสัยเชิงเช่นผู้เป็นนาย”
.
นายเงิน หรือนายทุนเงินกู้ นั้นมีอำนาจสูง ยิ่งการปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษเช่นนี้ ถือว่าเป็นผู้มีบุญคุณ และครอบงำพรรคการเมืองได้ง่าย
.
ประเด็นที่สาม การกล่าวอ้างว่า พรรคการเมืองเป็นนิติบุคคล จะกู้เงินอะไรยังไงก็ได้ นั้นก็ผิดหลักความเป็นจริง แม้แต่หลักการบัญชีหรือมาตรฐานบัญชีของบริษัทจำกัด กับบริษัทมหาชนจำกัด ก็มีความแตกต่างกันมาก เพราะบริษัทจำกัดเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลตามกฎหมายที่เรียกว่า นิติบุคคลเอกชน ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับผู้ถือหุ้นจำนวนไม่มากรายนัก ในขณะที่บริษัทมหาชนจำกัด เป็นนิติบุคคลมหาชน ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจะเกิดขึ้นกับผู้ถือหุ้นจำนวนมาก เกิดผลกระทบใหญ่ต่อสังคม
.
ประเด็นที่สี่ มาตรฐานบัญชีของบริษัทจำกัด จึงไม่มีข้อจำกัดหรือข้อห้ามมากเท่ากับมาตรฐานบัญชีของบริษัทมหาชนจำกัด และในทางปฏิบัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและกลต. ก็มีฝ่ายกำกับดูแลการเปิดเผยข้อมูล มีฝ่ายดูแลมาตรฐานบัญชีให้มีมาตรฐานสูงกว่าบริษัทจำกัด เพราะจะกระทบกระเทือนต่อมหาชนคือพี่เม่านักลงทุนรายย่อยมาก ส่งผลกระทบต่อตลาดทุนได้มากกว่า หากมีการก่อให้เกิดความเสียหายกับบริษัทมหาชนจำกัด
.
พรรคการเมืองนั้น โดยหลักการต้องเป็นนิติบุคคลมหาชน เพราะทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชนจำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ตามพรรคการเมืองจัดตั้งขึ้นตาม พรบ. พรรคการเมือง ซึ่งเป็นกฎหมายมหาชน พรรคการเมืองต้องเป็นนิติบุคคลมหาชน ในต่างประเทศกฎหมายระบุและแนวทางคำพิพากษาล้วนระบุว่าพรรคการเมืองเป็นนิติบุคคลมหาชน ไม่ใช่นิติบุคคลเอกชน อย่างแน่นอน
.
ในความเป็นจริงพรรคการเมืองไทยนั้นล้วนแล้วเป็นพรรคหัวหน้าตั้ง ไม่ยั่งยืน นายทุนพรรคครอบงำ มีอิทธิพลสูงส่ง พรรคการเมืองเดียวที่ไม่เป็นพรรคหัวหน้าตั้งน่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนจะมีนายทุนพรรคครอบงำพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ผมไม่กล้ายืนยันและไม่มีหลักฐานเพียงพอ สำหรับพรรคพลังประชารัฐเอง ก็เป็นพรรคหัวหน้าตั้ง เป็นพรรคเฉพาะกิจ หากไม่มีนายกรัฐมนตรีชื่อพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา พรรคพลังประชารัฐก็จะสูญหายไปอย่างรวดเร็ว
.

เมื่อพรรคการเมืองเป็นนิติบุคคลมหาชน หลักการบัญชีและมาตรฐานการบัญชีก็ต้องดีกว่า เพื่อปกป้องมหาชนเช่น สมาชิกพรรค ต้องรักษาหลักการ การให้กู้เงินในดอกเบี้ยต่ำสุดๆ กว่าท้องตลาดมากมาย จึงเป็นนิติกรรมอำพราง ผิดหลักการและมาตรฐานการบัญชีของนิติบุคคลมหาชน

.

การเป็นนิติบุคคลมหาชน ไม่อาจจะทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ เพราะความเสียหายจะเกิดในวงกว้างกว่ามาก แตกต่างจากนิติบุคคลเอกชนโดยสิ้นเชิงที่ความเสียหายจะเกิดในวงจำกัดกว่ามาก จึงต้องมีหลักการและมาตรฐานที่เคร่งครัดกว่ามาก
.
ผมขอสรุปตามความเข้าใจสั้นๆ ของผมดังนี้
1.ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้มีหน้าที่ปกป้องรักษาประชาธิปไตย แต่มีหน้าที่รักษากฎหมาย ถ้าไม่พอใจก็ต้องไปล้มรัฐธรรมนูญหรือ พรบ. พรรคการเมือง จะมาก้าวล่วงศาลไม่ได้
2.พรรคการเมืองเป็นนิติบุคคลมหาชน จะทำอะไรต้องไม่ส่งผลเสียหายต่อมหาชน มีมาตรฐานการบัญชีที่สูงกว่าบริษัทจำกัด ซึ่งจะทำอะไรก็ได้ ถ้าไม่ได้ห้ามไว้ แต่นิติบุคคลมหาชนจะทำอะไรตามอำเภอใจไม่ได้ เพราะจะเสียหายแก่ประชาชนหนักมาก
3.นายทุนเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำมาก โดยเฉพาะหัวหน้าพรรคเองปล่อยกู้ ทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนและครอบงำพรรคการเมืองได้เต็มที่
4.เงินกู้ก็คือเงินกู้ แต่การให้ดอกเบี้ยต่ำเช่นนี้กลายเป็นปัญหา เข้าข่ายนิติกรรมอำพราง อย่างแน่นอน การให้ผลประโยชน์โดยการทำนิติกรรมอำพราง เข้าข่ายไม่สุจริต และส่งผลเสียหายต่อพรรคการเมืองที่จะถูกครอบงำโดยอิทธิพลทางการเงิน
5.การที่พรรคการเมืองถูกครอบงำโดยนายทุนเงินกู้ ทำให้สูญเสียหลักการในการเป็นนิติบุคคลมหาชน ทำให้ผิดหลักการตามพรบ. พรรคการเมือง ถือเป็นความเสียหายร้ายแรงต่อมหาชนหรือประชาชน เช่นกัน
.
เมื่อมีกฎหมายก็ต้องรักษากฎหมาย ให้เป็นไปตามหลักนิติรัฐ ไม่สามารถเอากฎหมู่หรือเอาเสียงประชาชนที่เลือกตั้งมาแอบอ้างเพื่อผลประโยชน์อะไรของตัวเองได้ทั้งนั้น นั่นคือสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และในความยุติธรรมย่อมมีคนที่ไม่พอใจเสมอ เมื่อไม่พอใจก็จะไปปลุกระดมเพื่อให้คนมาปกป้องตนเอง ก็เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ใครจะตกเป็นเครื่องมือหรือไม่ก็ต้องไปพิจารณากันเอาเอง

.

 

ขอบคุณที่มา Line กลุ่ม JAYA

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน