*/
  • สิงห์นอกระบบ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 1773
  • จำนวนผู้ชม : 3213284
  • จำนวนผู้โหวต : 1106
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1106 คน
<< พฤษภาคม 2020 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม 2563
Posted by สิงห์นอกระบบ , ผู้อ่าน : 274 , 09:55:16 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน vinitvadee , พุธทรัพย์ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

Saigon, the Last Day (วันสุดท้ายของกรุงไซ่ง่อน, 30เมษายน 1975)

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

.

ย้อนไปเมื่อ 45 ปีก่อน วันที่ 30 เมษายน คือ วันล่มสลายของสาธารณรัฐเวียตนามหรือเวียตนามใต้ รำลึกนึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยบทความที่แปลจากบันทึกของคุณ Loren Jenkins อดีตบรรณาธิการอาวุโสฝ่ายต่างประเทศของสำนักข่าว NPR นักข่าวของ Newsweek ผู้ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์

.

ในภาพอาจจะมี 1 คน, สถานที่กลางแจ้ง

บทความจาก Loren Jenkins อดีตบรรณาธิการอาวุโสฝ่ายต่างประเทศของสำนักข่าว NPR นักข่าวของ Newsweek ที่อยู่ในกรุงไซ่ง่อนขณะล่มสลายด้วยการยึดครองของกองทัพเวียดนามเหนือ และกองกำลังเวียตกง ปลายเดือนเมษายน 1975 เขาเล่าให้ฟังถึงชั่วโมงสุดท้ายที่สุดวุ่นวายในสถานเอกอัครรัฐทูตสหรัฐฯ ซึ่ง Loren Jenkins เขียนและเผยแพร่เมื่อ 15 ปีก่อน ขณะยังเป็นบรรณาธิการอาวุโสฝ่ายต่างประเทศของสำนักข่าว NPR)

.

สิ่งที่ผมจำได้เมื่อ 30 ปีก่อน วันสุดท้ายในเวียดนามผมตื่นขึ้นมาก่อนรุ่งสางจากเสียงและแรงระเบิด และในช่วงครึ่งหลับครึ่งเคลิ้มผมกลิ้งไปบนพื้น และดึงที่นอนที่อยู่ด้านบนแล้วนอนหลับต่อ ปฏิกิริยานั้นเป็นสัญชาตญาณ Pavlovian Reflex เพื่อหลีกเลี่ยงเศษกระจกที่แตกกระจายหากมีการระเบิดใกล้ ๆ

.

แต่แล้วผมก็ตื่นขึ้น และตระหนักว่า การระเบิดนั้นเป็นการระดมยิงด้วยปืนใหญ่ไปยังสนามบิน Ton Son Nhut กองกำลังเวียดนามเหนือเคลื่อนที่ไปทางใต้เป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้ว และก่อนหน้านั้นคลื่นขนาดยักษ์ของผู้ลี้ภัย ซึ่งในที่สุดพวกเขาก็มาถึงกรุงไซ่ง่อน หลังจากเวลาผ่านไปสิบปีสงครามก็สิ้นสุดลง

.

เมื่อฝ่ายเวียตนามเหนือกำลังเข้าก็มีการพูดคุยกันไม่หยุดหย่อนในลานของโรงแรม Continental Palace ซึ่งเป็นที่พักของนักข่าวมากมาย เราควรอยู่เพื่อบันทึกการเข้ายึดครองกรุงไซ่ง่อนที่เราอยู่มานานของกองทัพเวียดนามเหนือเป็นครั้งสุดท้ายแล้วหรือไม่? หรือเราควรปฏิบัติตามแผนการของสถานทูตสหรัฐฯ ที่จะส่งรถบัสมารับไปยังสนามบิน Ton Son Nhut เพื่อขึ้นเครื่องบินอพยพไปยังเกาะกวมซึ่งบินแล้วหลายสัปดาห์หรือไม่?

.

แผนการอพยพของสหรัฐฯนั้นเป็นเรื่องที่น่ากลัวเหมือนการผจญภัยในสหรัฐอเมริกา แต่เกิดในเวียดนาม เมื่อมีการตัดสินใจที่จะดึงปลั๊กปฏิบัติการในเวียดนามใต้เป็นครั้งสุดท้าย เพลง "White Christmas" จะถูกเปิดในสถานีวิทยุของกองทัพ นั่นจะเป็นสัญญาณให้คนอเมริกันหลายพันคนที่ยังคงอยู่ในไซ่ง่อนรีบไปยังสถานที่ที่ได้รับการเตรียมการทั่วเมืองเพื่อรอรถบัสที่จะมารับพวกเขาและพาพวกเขาไปที่สนามบิน Ton Son Nhut

.

แต่ในฐานะผู้สื่อข่าวของ Newsweek ซึ่งติดตามปฏิบัติการครั้งสุดท้ายของอเมริกาในเวียดนาม การไปสนามบินเป็นความคิดที่ทิ้งไป ขณะที่กรุงไซ่ง่อนล่มสลายสิ่งสุดท้ายที่ผมอยากทำ เมื่อประธานาธิบดีฟอร์ดสั่งให้การอพยพของชาวอเมริกันในกรุงไซ่ง่อนเริ่มต้น เนื่องจากการโจมตีสนามบินผมเลือกที่จะบันทึกนาทีสุดท้ายของปฏิบัติการของสหรัฐฯในเวียดนามที่สถานทูตสหรัฐฯในกรุงไซ่ง่อนแทน

.

สถานทูตสหรัฐฯ ล้อมรอบด้วยกำแพงคอนกรีตสีขาวยาว 15 ฟุต เสริมด้วยขดลวดหนาม อาคารสถานทูตหกชั้นเป็นป้อมปราการที่ทันสมัยตั้งตระหง่านอยู่เหนืออาคารทรงเตี้ยที่ล้อมรอบ ที่นั่นนโยบายของสหรัฐฯ ถูกนำมาปฏิบัติมายาวนาน และที่นี่ในที่สุดเอกอัครรัฐทูตประจำสาธารณรัฐเวียตนาม Graham Martin ผู้ซึ่งต้องปฏิบัติตามนโยบายฯ เป็นคนสุดท้าย

.

ในภาพอาจจะมี 3 คน, ผู้คนอยู่บนเวที และ สถานที่ในร่ม

ผมจำได้ว่า เมื่อเช้านั้นได้พบกับ David Greenway แห่ง The Washington Post ที่แผนกต้อนรับของ Continental Palace เขาค่อย ๆ ควักเงินเวียดนามที่กำลังจะหมดค่าออกมาจ่ายค่าโรงแรม โดยพูดว่า ไม่มีสุภาพบุรุษคนไหนออกจากโรงแรมโดยไม่จ่ายบิล และเราขับรถไปที่สถานทูตด้วยรถยนต์โตโยต้าของ The Washington Post ซึ่ง David ทิ้งไว้พร้อมกับกุญแจ ไปตามถนนที่ไม่มีการจราจรซึ่งผิดปกติ บนถนนเกลื่อนไปด้วยเครื่องแบบและรองเท้าบู๊ทของทหารเวียตนามใต้ที่ถอดทิ้งแล้ว เมื่อเรามาถึงสถานทูตประตูปิดอยู่ และนาวิกโยธินติดอาวุธยืนเฝ้าอยู่เหนือกำแพงคอนกรีต เมื่อชาวเวียดนามนับพันเริ่มร้องขอให้นำอพยพออกมาพร้อมกับชาวอเมริกัน เราทั้งผลักทั้งดันกลุ่มคนเวียดนาม แสดงหนังสือเดินทางของสหรัฐอเมริกา และกดบัตรที่ประตู มีคนเปิดและให้พวกเราเข้าไป

.

ภายในมีความวุ่นวาย ไร้ระเบียบ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนาวิกโยธิน เจ้าหน้าที่ซีไอเอ และอาสาสมัครของกระทรวงการต่างประเทศเดินไปมาทั่วบริเวณ และจัดวางกำลังพร้อมอาวุธหลากหลายประเภท ตั้งแต่ปืนกลมือทอมสันโบราณไปจนถึงมีดล่าสัตว์ติดกับเข็มขัด ชาวเวียตนามหลายพันคนที่กำลังสิ้นหวัง กรีดร้อง และกำลังพยายามปีนกำแพง และมุดผ่านขดลวดหนาม ซึ่งก็ถูกผลักกลับเข้าไปในถนนด้วยปืน M16 อย่างไร้ความปราณี

.

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนกำลังยืน และ สถานที่กลางแจ้ง

ต้นมะขามขนาดใหญ่ที่บังเงาให้รถของเอกอัครรัฐทูตพึ่งถูกตัดและลากไปไว้ด้านข้าง เพื่อเปลี่ยนที่จอดรถให้เป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ยิ่งไปกว่านั้นมีคนหลายร้อยถูกปล่อยให้เข้ามา เพราะทำงานร่วมกับชาวอเมริกันรวมตัวกันอยู่กลางกองกระเป๋าเดินทาง กล่องกระดาษแข็งและเสื้อผ้า มีนายพลเวียตนามใต้อย่างน้อยสามนายในชุดเครื่องแบบกับครอบครัว นักการเมืองเวียตนามใต้ อดีตนายกเทศมนตรีกรุงไซ่ง่อน หัวหน้าหน่วยดับเพลิงและคนของเขาอีกสิบคนยังคงสวมหมวกเหล็ก ชาวเวียดนามคนอื่น ๆ บุกเข้าไปในโรงอาหารของสถานทูตเพื่อค้นหาเครื่องดื่ม และอาหารเท่าที่พวกเขาสามารถหาได้

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และ สถานที่กลางแจ้ง

.

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และ สถานที่กลางแจ้ง

จากชั้นบนสุดของอาคารซึ่งจัดเก็บเอกสาลับสุดยอดไว้ เอกสารที่ถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ เรียงซ้อน และทิ้งออกนอกหน้าต่างออก มีควันจากสำนักงานบางแห่งที่มีการเผาเอกสารอื่น ๆ และจนถึงจุดหนึ่งเจ้าหน้าที่ซีไอเอสามคนในเสื้อแจ็กเก็ตเลื่อนรถเข็นที่เต็มไปด้วยธนบัตรร้อยดอลลาร์จากตู้เซฟ และทิ้งลงในเตาเผาขยะด้านนอก

.

จากนั้นก็มีเสียงของใบพัดเฮลิคอปเตอร์ที่บินลงมาจากท้องฟ้าสีคราม เฮลิคอปเตอร์ CH-46 ขนาดใหญ่ที่จากกองเรือที่ 7 ที่ลอยลำในทะเลจีนใต้ เป็นเช่นนั้นตลอดทั้งวัน และจากนั้นในตอนกลางคืน ความวุ่นวายในตอนเช้าเป็นกิจวัตร เฮลิคอปเตอร์บินมาและรับผู้อพยพออกไป

.

ในภาพอาจจะมี ต้นไม้, ท้องฟ้า, ต้นพืช และ สถานที่กลางแจ้ง

ในที่สุดเวลา 18 ชั่วโมงหลังจากการอพยพเริ่มขึ้นประธานาธิบดี Ford ก็สั่งให้ยุติการอพยพ ทีมเฮลิคอปเตอร์ 80 ลำที่บินแล้ว 495 เที่ยว จนหมดแรงแล้ว การบอกกล่าวเงียบ ๆ กระจายออกไปว่ามีเพียงชาวอเมริกันที่เหลือเท่านั้นที่จะอพยพ นาวิกโยธินบนกำแพงถอยกลับเข้าไปในอาคารสถานทูต ประตูถูกปิดและพวกเราภายในขยับขึ้นไปบนหลังคา

.

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และ ชุดสูท

ในที่สุดประมาณตี 4 ท่านทูต Graham Martin ปรากฏตัวเงียบ ๆ พร้อมกับทีมงานบนหลังคาอาคารของเขาเงียบ ๆ และอย่างเหน็ดเหนื่อยอิดโรย มือจับธงที่พับแล้วของสถานทูตใต้วงแขนของเขา ผมเข้าไปร่วมกับเลขานุการส่วนตัวของเขาและ Nitnoy สุนัขพุดเดิ้ลสีดำสัตว์เลี้ยงของเขา (น่าจะเป็นชื่อไทย “นิดหน่อย” ด้วยท่านทูต Graham Martin เคยเป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย) ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ CH-46 ลำหนึ่งบนหลังคา

.

ในขณะที่เฮลิคอปเตอร์ CH-46 ยกตัวออกมา มุมมองสุดท้ายต่อประเทศที่เขาเป็นดั่งอุปราชอเมริกันคือ ภาพของพลุดอกไม้ไฟขนาดยักษ์ที่เกิดจากบรรดากระสุนที่ทิ้งไว้ที่ Bien Hoa ทางทิศเหนือเกิดระเบิดขึ้น และแสงไฟจากรถบรรทุกที่ยาวเหยียดไกลสุดสายตา ซึ่งสามารถเห็นได้ว่า ขบวนรถของกองทัพเวียดนามเหนือมุ่งลงใต้เพื่อไปสู่ชัยชนะ

.

ในภาพอาจจะมี 1 คน, ท้องฟ้า และ สถานที่กลางแจ้ง

 

ทหารอเมริกันช่วยกันผลักเฮลิคอปเตอร์ UH-1 ทิ้งทะเลเพื่อให้เรือรบสหรัฐฯ มีพื้นที่สำหรับผู้อพยพ

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป

.

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า และ สถานที่กลางแจ้ง

 

เฮลิคอปเตอร์ CH-46 ลำที่พาเอกอัครรัฐทูตสหรัฐฯ ประจำสาธารณรัฐเวียตนามคนสุดท้าย Graham Martin ออกมา ตั้งแสดง ณ the Flying Leatherneck Aviation Museum ใน San Diego, California.

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 09/05/2020 เวลา : 19.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ขอบคุณครับ พี่สำรวจฟ้า เดี๋ยวจะโพสท์บทความสาเหตุที่สหรัฐฯ ไม่ชนะในเวียตนามครับ

ความคิดเห็นที่ 1 สิงห์นอกระบบ , vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สำรวจฟ้า from mobile วันที่ : 07/05/2020 เวลา : 12.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

อเมริกาอับอายขายหน้าชาวโลก ขึ้นเฮลิคอปเตอร์หนีกันหัวซุกหัวซุน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน